กระดานข่าว Save Our Sea.net

หมวดหมู่ทั่วไป => ห้องรับแขก => ข้อความที่เริ่มโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 05, 2008, 01:11:39 AM



หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2551
เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 05, 2008, 01:11:39 AM
กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และ อ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และ มีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย อาทิเช่นบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ เพชรบูรณ์ หนองคาย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และกาฬสินธุ์  ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก สำหรับคลื่นลม ในทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ชาวเรือระวังอันตราย จากการเดินเรือในระยะ 2-3 วันนี้ ( 5-8 ส.ค.)ไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 5-8 ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น และ ร่องความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมี ฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้เกือบตลอดสัปดาห์ สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 9-11 ส.ค.มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังอ่อนลง และร่องความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศจีนตอนใต้ ในระหว่างวันที่ 6-7 ส.ค.นี้ พายุนี้ไม่ผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5-8 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิเช่น บริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ หนองคาย สกลนคร อุดรธานี นครพนม ขอนแก่นและกาฬสินธุ์  ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และชาวเรือในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนขอให้ระวังอันตรายในการเดินเรือ โดยเรือเล็กในทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย



หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2551
เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 05, 2008, 01:22:49 AM
มติชน


จะเอาโลกสีเขียว หรือโลกสีเหล็กขึ้นสนิม?                 :                 คอลัมน์ สยามประเทศไทย  โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

(http://www.matichon.co.th/news-photo/matichon/2008/08/pra02050851p1.jpg)
 
“เบิร์กเลย์” เป็นชื่อเมืองมหาวิทยาลัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ที่ไม่น่าจะมีทุกข์จากสิ่งแวดล้อม

แต่แล้วกลับมีทุกข์ ดังรายงานเรื่อง ทุกข์ยืดเยื้อ ณ เมืองมหาวิทยาลัย โดย ดร. อาภา หวังเกียรติ (สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต) เหตุเพราะโรงถลุงเหล็กโรงที่สามของบริษัท Pacific Steel Casting (พิมพ์ในหนังสือโลกสีเขียว ฉบับกรกฎาคม-สิงหาคม 2551 ที่กำลังวางตลาดขณะนี้) จะขอคัดข้อความตอนสรุปดังนี้

“โรงงานสร้างปัญหาสุขภาพต่อสาธารณะจริง ไม่ใช่เรื่องจินตนาการหรือคิดเอาเอง ตัวกรองไม่สามารถที่จะแก้ได้หมดทุกปัญหา เป็นไปได้มากที่ตัวกรองจะไม่สามารถกำจัดสารพิษ เช่น ในปี 2546 โรงงานที่หนึ่งและสองของบริษัทที่มีตัวกรองก็ยังมีการปลดปล่อยแมงกานีสออกมาปีละประมาณ 1,100 กิโลกรัม การได้รับแมงกานีสปริมาณมาก สามารถทำลายระบบประสาทส่วนกลางและเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมพาร์กินสัน (Parkinson) และจากรายงานของ US EPA ตั้งแต่ปี 2545 มีการปล่อยฟีนอล ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเพิ่มมากขึ้นสองเท่า นอกจากนี้รายงานของบริษัท Pacific Steel Casting เองระหว่างปี 2545-2548 ก็พบการปล่อยนิกเกิล ตะกั่ว สังกะสี และแมงกานีส เพิ่มขึ้น”

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะชัดเจนว่าความทุกข์จากมลพิษของชาวเมืองอันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างเบิร์กเลย์คงจะยังไม่คลี่คลายลงโดยง่าย

รายงานจากเมืองเบิร์กเลย์นี้ สนับสนุนให้การต่อต้านโรงถลุงเหล็กที่อำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ ต้องเคร่งครัดและหนักแน่นเพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้ปลอดจากโรงถลุงเหล็ก ดังมีรายงานล่าสุดจากมติชน (ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2551 หน้า 9)

ในหนังสือโลกสีเขียว ยังมีรายงานพิเศษเรื่อง อุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำญี่ปุ่น ต้นแบบสู่ความรุ่งเรืองจริงหรือ โดย เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง (กลุ่มศึกษาและ รณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม) ย้ำว่า

“หากไม่มีโรงถลุงเหล็กในประเทศ เราก็สามารถนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กชั้นดีมาจากญี่ปุ่นได้ในราคาที่ถูกลงอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเอาต้นทุนทรัพยากรธรรมชาติและอื่นๆที่มีความหมายต่อประเทศไทยในระยะยาวไปแลกกับโรงถลุงเหล็กเพียงไม่กี่โรงที่อ้างกันว่าจำเป็นต้องสร้างขึ้นมา”

อ้าว! ถ้าอย่างนี้จะสร้างโรงถลุงเหล็กที่บางสะพานหาหอกอะไรอีกล่ะ?



หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2551
เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 05, 2008, 01:30:46 AM
แนวหน้า


ทช.ทุ่มงบหนุน 24.3 ล้าน อบรม ยช.เครือข่ายเฝ้าดูแล อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล   
 
 ทช.:นายสำราญ รักชาติ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า เพื่อให้การบริหารจัดการทั้งด้านการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการเฝ้าระวังการทำลายระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งของไทย รวมถึงการดำเนินมาตรการในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) โดยสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงได้เตรียมจัดทำโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลน มุ่งเน้นการเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสำคัญ การอนุรักษ์ การฟื้นฟูและแนวทางการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งการจัดการป่าชายเลนที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ในการบูรณาการร่วมกันทำหน้าที่ดูแล และอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล

 ทั้งนี้การดำเนินงานจะเน้นการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่อยู่ภายในจังหวัดชายฝั่งทะเลทั้ง 23 จังหวัด โดยกรมฯ จะให้ความรู้เชิงปฏิบัติการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ป่าชายเลน ระบบนิเวศต่างๆ ทางทะเล พร้อมกับร่วมกันทำกิจกรรมในการดูแล อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน เช่น การปลูกป่าชายเลน การเก็บขยะบริเวณชายหาด การเก็บขยะใต้ทะเล รวมถึงการฟื้นฟูและเพิ่มปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำด้วยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ เป็นต้น

 นายสำราญ เปิดเผยอีกว่า ในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว กรมฯ ได้จัดสรรงบประมาณไว้ทั้งสิ้น 24.3 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมในการฝึกอบรมให้ความรู้แก่เยาวชน และประชาชนในชุมชนไม่น้อยกว่า 4,000 คน ในพื้นที่ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และฟื้นฟู รวมถึงเข้าถึงการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างถูกต้อง ตลอดจนพัฒนาเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังและดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างเข้มแข็งต่อไปในอนาคต

 ปัญหาความเสื่อมโทรมทั้งในส่วนของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงป่าชายเลนทั้งหมดของไทย กำลังเจ้าหน้าที่กรมฯ อาจจะไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ร่วมมือกันในการดูแล อนุรักษ์ และฟื้นฟู 


**********************************************************************************************


ทช.อัด 24.3 ล้าน สร้างเครือข่ายชาวบ้าน ส่งชุมชน 23 จว.ช่วยงานอนุรักษ์ชายฝั่ง    
 
 นายสำราญ รักชาติ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2552 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตรียมทำโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลน มุ่งสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างหน่วยงานของกรมและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ในการบูรณาการร่วมกันทำหน้าที่ดูแล และอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล

 ทั้งนี้ การดำเนินงานจะเน้นการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ภายในจังหวัดชายฝั่งทะเลทั้ง 23 จังหวัด โดยกรมจะให้ความรู้เชิงปฏิบัติการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นป่าชายเลน ระบบนิเวศต่างๆ ทางทะเล พร้อมกับร่วมกันทำกิจกรรมในการดูแล อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน เช่น การปลูกป่าชายเลน การเก็บขยะบริเวณชายหาด การเก็บขยะใต้ทะเล รวมถึงการฟื้นฟูและเพิ่มปริมาณทรัพยากรสัตว์น้ำ ด้วยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ

 นายสำราญ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานโครงการดังกล่าวกรมฯได้จัดสรรงบประมาณไว้ 24.3 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมในการฝึกอบรมให้ความรู้แก่เยาวชน และประชาชนในชุมชนไม่น้อยกว่า 4,000 คน ในพื้นที่ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และฟื้นฟู รวมถึงเข้าถึงการบริหารจัดการ และใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างถูกต้อง ตลอดจนพัฒนาเป็นเครือข่าย ในการเฝ้าระวังและดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างเข้มแข็งต่อไปในอนาคต 



หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2551
เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 05, 2008, 01:38:57 AM
สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น


ดินไหว 6.0 ริกเตอร์ห่างซาอัมรากี้-อินโดฯ  

เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.0 ริกเตอร์ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ใต้ะทะเล บันดาของประเทศ อินโดนีเซีย
 
(http://www.innnews.co.th/around/125345[0].jpg)

เมื่อเวลา 03.45 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.0 ริกเตอร์ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ใต้ะทะเล บันดาของประเทศ อินโดนีเซีย ลึกราว 150.4 กม. ห่างจาก เมือง ซาอัมรากี้ หมู่เกาะตานิมบาร์ ประเทศอินโดนีเซีย ราว 255 กม. เบื้องต้นยังไม่มีความเสียหาย ผลกระทบของการสั่นครั้งนี้ และการประกาศเตือนภัยสึนามิของ ทางการอินโดนีเซีย