|
หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 18, 2008, 12:52:03 AM กรมอุตุนิยมวิทยา
สภาวะอากาศทั่วไป มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในระยะนี้ สำหรับประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงและลุ่มแม่น้ำสาขาต่างๆในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นจังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ขอให้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลันในระยะ 1-2 วันนี้ (18-19 ส.ค.)ไว้ด้วย กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 35 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. คาดหมาย ในช่วงวันที่ 17-18 ส.ค.มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับในช่วงวันที่ 19-23 ส.ค.จะปรากฎร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และจะมีกำลังค่อนข้างแรง ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ส่วนมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ลุ่มแม่น้ำโขงและลุ่มน้ำสาขาต่างๆ รวมทั้งพื้นที่ที่ทำการเกษตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาทิ เช่น อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 ส.ค.ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ อาทิเช่น จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 18, 2008, 01:16:32 AM ข่าวสด
ของเล่นใหม่มหาเศรษฐี เรือยอชต์สุดหรูใหญ่เท่าเกาะ (http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/08/tec01180851p1.jpg) อภิมหาเศรษฐีผู้รักการเดินเรือ มีของเล่นชิ้นใหม่ คือ "วอลลี่ไอร์แลนด์" หรือเรือยอชต์ขนาด "กิ๊กกะยอชต์" ลำใหญ่มหึมา จนเปรียบเทียบกับเกาะเล็กๆ "วอลลี่ไอร์แลนด์" ออกแบบโดยบริษัทวอลลี่ในนครโมนาโก มีความยาว 325 ฟุต บนดาดฟ้าเรือมีพื้นที่กว้างขวาง นำมาดัดแปลงได้ตามใจชอบ อย่าง สวน สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ จุลูกเรือ 40 คน ผู้โดยสาร 24 คน แท็งก์น้ำมันจุน้ำมันได้ 7.5 แสนลิตร บรรทุกเรือยอชต์ขนาดเล็กได้ 2 ลำ รวมทั้งเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำอื่นๆ นายลูคา บาสซานี หัวหน้าคณะผู้ออกแบบ กล่าวว่า "เรายังไม่ได้ตั้งราคา แต่น่าจะเป็นราคาที่สมเหตุสมผล" (http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/08/tec01180851p2.jpg) ในเรือยังมีห้องเล่นเกม ขนาด 1,345 ฟุต ห้องสมุด ห้องดูภาพยนตร์ ห้องออกกำลังกาย สปา เซาน่า แม้ว่า "วอลลี่ไอร์แลนด์" จะมีขนาดใหญ่โต แต่มันก็ไม่ใช่เรือยอชต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากเจ้าของตำแหน่งคือ เรือของชีกแห่งดูไบ ที่มีความยาวถึง 525 ฟุต ส่วนรองอันดับ 2 คือ เรือของนายพอล แอลเลน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เจ้าของ "อ็อกโทพุส" ความยาว 416 เมตร ราคา 3,400 ล้านบาท จุลูกเรือ 60 คน พร้อมกับหน่วยอารักขาความปลอดภัย ที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยเนวีซีลของสหรัฐมาก่อน เรือยังบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ และเรือดำน้ำขนาดเล็กที่บรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน เอาไว้สำรวจพื้นที่ใต้ท้องทะเล *********************************************************************************************** ศึกษาเกล็ดปลาไหล ทำเกราะใช้ในกองทัพ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเอ็มอี สหรัฐอเมริกา นำเกล็ดปลาโพลิพทีรัสเซเนกาลุส (Polypterus senegalus) หรือ "เซเนกัลบิชีร์" หรือ "ปลาไหลไดโนเสาร์" ที่อาศัยอยู่ในโลกแถบแอฟริกา บริเวณแอ่งแม่น้ำไนล์และประเทศที่อยู่ทางตะวันตกของแอฟริกา รวมทั้งแกมเบีย เซเนกัล ไนเจอร์ มาศึกษา เพื่อดูว่า ลักษณะของเกล็ดปลานี้จะนำมาปรับใช้กับการทำเกราะไว้ใช้ในกองทัพได้หรือไม่ นางคริสทีน ออร์ทิซ ผู้ทำการศึกษา กล่าวว่า "เมื่อศัตรูมากัด เกล็ดปลาจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลลงบนตัว โดยรอยแตกที่เกล็ดจะเกิดบริเวณรอบรูที่ศัตรูกัดลงไปเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้เกล็ดแตกออกไปหมด เพราะถ้าเกล็ดแตกหักง่ายทั้งเกล็ด ปลาก็จะบอบช้ำมากจากการถูกกัด" เกล็ดที่มีลักษณะเฉพาะตัวและแข็งแรงดังเกราะ โดยมีความหนา 1 ใน 500 ล้านเมตร มีชั้น 4 ชั้น มีลักษณะทางเรขาคณิตและความหนาที่แตกต่างกัน ทำให้ปลาไหลไดโนเสาร์ มีชีวิตอยู่บนโลกนานถึง 96 ล้านปีแล้ว หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 18, 2008, 01:19:21 AM X-cite ไทยโพสต์
ผวาคลื่นถล่มกทม.ซ้อมรับ กทม.ผวาวิกฤติ "สตอมเซิร์จ" ถล่มกรุง ประชุมซักซ้อมแผนรับมือ ระบุพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่เขตบางบอน จอมทอง บางขุนเทียน บางนา อุตุฯ ยันโอกาสเกิดวิกฤติน้อยมาก ชี้ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ไทยต่างจากพม่าที่ถูกพายุนากีสพิฆาตพลเมืองไปร่วมแสน ที่ห้องประชุมกองบัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบก วันที่ 17 สิงหาคมนี้ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ประชุมเชิงปฏิบัติการซักซ้อมแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม.ในระดับวิกฤติ และกรณีเกิดคลื่นพายุซัดฝั่งประจำปี 2551 ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กองทัพเรือ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.ถือว่ามีความเสี่ยงวิกฤติคลื่นกระทบฝั่ง (Storm Surge) น้อยมาก แต่เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ จึงได้เตรียมซักซ้อมและแผนปฏิบัติการ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่า สามารถแจ้งการเกิดพายุให้ประชาชนทราบก่อนล่วงหน้า 4-6 วัน เพื่อป้องกันตัวเองรวมถึงการอพยพ โดยพื้นที่เสี่ยงได้แก่ พื้นที่ติดชายฝั่งทะเล คือ เขตบางบอน จอมทอง บางขุนเทียน บางนา ทั้งนี้ จะกำชับให้ผู้อำนวยการเขตทุกเขตเตรียมแผนซักซ้อม และมอบผู้นำชุมชนหมู่บ้านให้ความรู้และแนวทางป้องกัน ด้าน ดร.วัฒนา กันบัว ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า กทม.มีโอกาสเสี่ยงเกิดวิกฤติคลื่นกระทบฝั่งน้อยกว่าร้อยละ 10 เนื่องจาก กทม.อยู่ในอ่าวอับที่มีความแคบเพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้น ขณะนี้ศูนย์กลางของพายุจะต้องมีความกว้างถึง 300-1,500 กิโลเมตร แต่ด้วย กทม.เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำลึกลงไป 2-3 เมตร เมื่อมีพายุฝนก็ทำให้เกิดฝนตกหนัก และอาจมีปัญหาน้ำเจ้าพระยายกสูงได้ ส่วนปัจจัยการเกิดวิกฤติคลื่นกระทบฝั่ง จะเกิดขึ้นได้จากพายุลมแรง คลื่นสูง น้ำทะเลยกตัวมากกว่าปกติ หรือกรณีเกิดมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงรอยต่อฤดูฝนกับฤดูหนาว และปัจจัยของอุณหภูมิน้ำทะเลที่ต้องสูงมากกว่า 27 องศาเซลเซียส ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาทางทะเลกล่าวว่า ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ส่วนใหญ่จะเกิดพายุขึ้นในทะเลจีนใต้ แต่เนื่องจากประเทศไทยอยู่ตรงกลาง แวดล้อมไปด้วยประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่ากว่าพายุจะพัดถึงก็จะอ่อนกำลังลง จึงไม่น่าเป็นห่วง พร้อมย้ำการให้ข้อมูลครั้งนี้เป็นในเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ต้องการโต้แย้งกับใคร ส่วนพื้นที่ที่มีโอกาสการเกิดวิกฤติคลื่นกระทบฝั่งนั้น มีตั้งแต่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงไป การซักซ้อมแผนป้องกันน้ำท่วมของ กทม. สืบเนื่องจากได้มีกระแสข่าวการเกิดสตอมเซิร์จ (Storm Surge) หรือวิกฤติคลื่นกระทบฝั่ง หรือระดับน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น ที่คาดว่าจะเกิดบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ความรุนแรงเท่ากับพายุไซโคลนนากีสที่ถล่มพม่าจนมีผู้เสียชีวิตร่วมแสนคน ข่าวดังกล่าวก่อให้เกิดความแตกตื่นไปทั่ว ต่อมากรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ในรอบ 37 ปีมีพายุเคลื่อนตัวเข้าอ่าวไทยตอนบนในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน แต่ความรุนแรงน้อยกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสตอมเซิร์จที่จะเป็นอันตราย ส่วนมากเกิดจากพายุที่มีลมแรงมากกว่า 100 กม.ต่อ ชม. สำหรับพายุที่เคลื่อนตัวเข้าพม่าเกิดจากลมความชื้นมากทำให้พายุมีกำลังแรง แต่พายุที่เข้าอ่าวไทยเกิดจากลมความชื้นน้อย นอกจากนี้ ภูมิประเทศของพม่าเป็นแบบเปิดรับลม ส่วนอ่าวไทยเป็นแบบแคบและปิด พื้นที่ชายฝั่งรอบอ่าวไทยตอนบน เคยเกิดสตอมเซิร์จเมื่อครั้งพายุไต้ฝุ่นเกย์เมื่อปี 2532 และพายุไต้ฝุ่นลินดาเมื่อปี 2540 แต่ไม่รุนแรง ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่า ถ้าจะมีพายุเคลื่อนตัวเข้ามาอีกก็จะไม่รุนแรงมากเท่ากัน แม้กรมอุตุฯ จะออกมาชี้แจงแล้วก็ตาม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็ได้แจ้งหน่วยงานทื่เกี่ยวข้องฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุสมมติสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนพัดถล่มอ่าวไทย ระหว่างวันที่ 23-29 ส.ค.ที่จังหวัดชลบุรีและระยอง. |