|
หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 26, 2008, 12:29:30 AM กรมอุตุนิยมวิทยา
สภาวะอากาศทั่วไป ร่องความกดอากาศต่ำกำลังอ่อนพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26 องศา สูงสุด 35 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. คาดหมาย ในช่วงวันที่ 25-27 ส.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองกระจาย โดยมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 28-30 ส.ค. ร่องความกดอากาศต่ำจะพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นอีก ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 28-30 ส.ค. ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน และ แพร่ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 26, 2008, 12:45:53 AM ผู้จัดการออนไลน์
ตราดเข้มพรานล่าโลมา แฉมีกลุ่มบริโภคเนื้อโลมาในพื้นที่ ตราด - ประมงตราดเข้มพรานล่าโลมา แฉมีพรานแล่เนื้อโลมาขาย ด้านนายก อบต.แหลมกลัด ชี้อ่าวตราดมีโลมาจำนวนมากขึ้นแต่ถูกจับขายต่อเนื่อง ร.ต.สุรัตน์ เกิดมะลิ ประมงจังหวัดตราด เปิดเผยว่า จากการที่ปรากฏข่าวมีการล่าโลมาเพื่อนำไปขายตามแหล่งท่องเที่ยวใน จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา และจังหวัดในภาคตะวันออกของไทยนั้นเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากโลมาเป็นสัตว์หายากและเป็นสัตว์สงวน ห้ามมีการล่าเด็ดขาด หากใครกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2494 ซึ่งมีโทษถึงจำคุก แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ มีแหล่งรับซื้อโลมาอยู่ และขายได้ราคาสูงถึง 100,000 บาท/ตัว โดยในพื้นที่ จ.ตราด มีโลมาอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณอ่าวตราด จะมีมากถึง 100 ตัวทีเดียว และโลมาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นโลมาหัวบาตร ส่วนโลมาอิรวดีมีน้อย ผมเคยได้ยินว่ามีการล่าโลมาเพื่อนำไปขายส่งเสริมการท่องเที่ยวมีมานานเป็นปีแล้ว ปัจจุบันเห็นแต่ข่าวการล่าเพื่อนำไปชำแหละเนื้อขายในตลาดสดใน อ.คลองใหญ่ ซึ่งลักษณะนี้กระทำไม่ได้ จะต้องถูกจับและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เนื่องจากโลมาเป็นสัตว์สงวน และมีประโยชน์กับมนุษย์ ซึ่งผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสที่กรมประมง ขณะที่ นายประดิษฐ์ คุ้มชนม์ นายก อบต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด กล่าวว่า หลังจากมีข่าวแพร่ออกไปว่ามีโลมามาอยู่ในอ่าวตราดจำนวนหลายสิบตัว ซึ่งคุ้นเคยกับชาวประมง และปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใน ต.แหลมกลัด เนื่องจากโลมาจะเชื่องและไม่กลัวคน ซึ่งที่ผ่านมาทราบข่าวว่ามีพรานล่าโลมาเข้ามาล่าอยู่บ้าง จึงได้มีกลุ่มอนุรักษ์และชาวประมงพื้นบ้านได้ดูแลและช่วยกันแจ้งข่าว ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบปัญหาในเรื่องนี้ทราบว่า มีพรานล่าโลมาที่เป็นชาวกัมพูชาและชาวไทยร่วมกันจับโลมาทั้งในพื้นที่ จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา รวมทั้งในพื้นที่ อ.คลองใหญ่ ติดกับ ต.แหลมกลัด อ.เมือง และบางส่วนนำไปขายให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน จ.เกาะกง บางส่วนจะนำเนื้อมาแล่ขายในตลาด อ.คลองใหญ่ ที่มีผู้นิยมกินกันอยู่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งเคยมีเจ้าหน้าที่ประมง จ.ตราด และเจ้าหน้าที่ อบต.แหลมกลัด เข้าไปตรวจสอบและเคยห้ามปราบมาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ทาง อบต.แหลมกลัดจะเข้มงวดในเรื่องนี้มากขึ้น *************************************************************************************************************************** ธรณีพิโรธทิเบต 6.8 ริกเตอร์ตึกร้าว-หลายเมืองไหวหนัก! สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในอำเภอจงปาของทิเบตว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.8 ริกเตอร์ในอำเภอจงปา จังหวัดลื่อคาเสอ ทางตอนใต้ของทิเบตเมื่อคืนวันจันทร์ (25) ที่ผ่านมา โดยแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไกลในหลายเมือง และทำให้อาคารหลายหลังเกิดรอยร้าว ขณะที่ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐฯ ปรับลดความรุนแรงของเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวลงมาอยู่ที่ 6.3 ริกเตอร์ โดยระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.22 น.ตามเวลาท้องถิ่น (20.22 น.ตามเวลาในไทย) มีจุดศูนย์กลางห่างจากเมืองจัมลาของเนปาลไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 225 กิโลเมตร และเกิดลึกลงไปใต้พื้นดินราว 35 กิโลเมตร ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีก 2 ระลอก โดยวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.3 และ5.2 ริกเตอร์ตามลำดับ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายแต่อย่างใด ทั้งนี้จังหวัดลื่อคาเสอของเขตปกครองตนเองทิเบตตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 7,000 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 18,000 คน หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 26, 2008, 01:19:43 AM คม ชัด ลึก
"ยานใต้น้ำไร้คนขับ" ทร.ใช้ฝึกปราบเรือดำน้ำ (http://www.komchadluek.net/2008/08/26/images/11362089high.jpg) ความฝันของกองทัพเรือที่ต้องการจะมี "เรือดำน้ำ" เข้าประจำการในกองทัพเพื่อหลักประกันทางยุทธศาตร์ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ดูจะไกลเกินฝัน เนื่องจากเรือดำน้ำแต่ละลำมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท และการจัดซื้อจะต้องซื้อหลายลำเพื่อนำมาประกอบเป็นกำลังรบ แม้ความฝันในการมีกองเรือดำน้ำจะยากที่จะเป็นจริงแค่ไหน แต่กองทัพเรือไทยก็มุ่งมั่นที่จะไล่ตาม และพัฒนาเทคโนโลยีเรือดำน้ำขึ้นมาเองให้ได้ โดยได้พัฒนาโครงการ "ยานใต้น้ำ" ขึ้นมาเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีเบื้องต้นของเรือดำน้ำเพื่อต่อยอดขึ้นสู่ระดับสูงในอนาคต เมื่อเร็วๆ นี้ พล.ร.อ.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ วีรวัฒน์ วงษ์ดนตรี หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ปฏิบัติหน้าที่นายทหารโครงการวิจัย และพัฒนา ยานใต้น้ำไร้คนขับสำหรับฝึกปราบเรือดำน้ำ พร้อมนักวิจัยจากกองทัพเรือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัทนนทรี จำกัด ได้ร่วมทดสอบยานใต้น้ำไร้คนขับ บริเวณอ่าวสัตหีบ ระหว่าง เกาะตอม่อ กับ เกาะพระ (http://www.komchadluek.net/2008/08/26/images/11362120high.jpg) การทดสอบยานใต้น้ำครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าของโครงการใน "ระยะสุดท้าย" ก่อนจะปิดโครงการภายในวันที่ 30 กันยายน เพื่อส่งมอบยานใต้น้ำไร้คนขับ จำนวน 3 ลำ ให้กองทัพเรือไว้ใช้ในราชการต่อไป พล.ร.อ.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ วีรวัฒน์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ว่า ยานใต้น้ำไร้คนขับที่จัดสร้างขึ้นจะมีคุณลักษณะเหมือนเรือดำน้ำที่ใช้ในแวดวงการทหาร แต่มีขนาดเล็กกว่า กองทัพเรือ ตั้งเป้าจะใช้ยานใต้น้ำในโครงการนี้เพื่อ "ฝึกปราบเรือดำน้ำ" เนื่องจากปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีเรือดำน้ำประจำการ แม้โครงการเรือดำน้ำจะมีการริเริ่มมานานกว่า 60 ปี ตามพระดำริของ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ครั้งยังทรงรับราชการอยู่ในกองทัพเรือ แต่หลังจากนั้นก็มิได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (http://www.komchadluek.net/2008/08/26/images/11362108high.jpg) พล.ร.อ.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ วีรวัฒน์ กล่าวย้ำว่า เรือดำน้ำของข้าศึกเป็นภัยคุกคามสำคัญสำหรับเรือรบของกองทัพเรือ เนื่องจากการตรวจพบเรือดำน้ำทำได้ยาก แม้ว่าจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยก็ตาม ดังนั้น กำลังพลประจำเรือผิวน้ำ จึงต้องฝึกฝนอย่างหนักถึงจะมีขีดความสามารถในการ "ปราบเรือดำน้ำ" ของข้าศึกได้ การฝึกปราบเรือดำน้ำที่ดีที่สุด คือ การฝึกค้นหา และปราบเรือดำน้ำจริงๆ แต่เนื่องจากกองทัพเรือไม่มีเรือดำน้ำประจำการ จึงต้องรอคอยโอกาสที่เรือดำน้ำจากมิตรประเทศเดินทางมายังน่านน้ำไทย และอาศัยห้วงดังกล่าวทำการฝึกเป็นครั้งคราว (http://www.komchadluek.net/2008/08/26/images/11362105high.jpg) ด้วยอุปสรรคประการสำคัญนี้ทำให้คณะวิจัยของกองทัพไทย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และช่างเทคนิค จากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมกันพัฒนายานใต้น้ำไร้คนขับเพื่อใช้เป็น "เป้าฝึกปราบเรือดำน้ำ" ตามนโยบายการพึ่งพาตนเองของกระทรวงกลาโหม ระยะแรก เริ่มขึ้นเมื่อปี 2543 โดยสามารถพัฒนายานใต้น้ำที่ขับเคลื่อนใต้น้ำได้จริง เป็นยานรูปร่างคล้ายตอร์ปิโด ความยาว 3 เมตร น้ำหนัก 300 กก. ดำน้ำลึกสุด 30 เมตร ใช้กำลังแบตเตอรี่ขับใบจักร อยู่ใต้น้ำติดต่อกันได้นาน 2 ชั่วโมง แล่นด้วยตัวเองในลักษณะอิสระ และจะลอยขึ้นเมื่อหมดพลังงานทำให้มีปัญหาในการเก็บกู้ และไฮโดรโฟน (เครื่องส่งสัญญานเสียงใต้น้ำ) ของยานก็ยังทำงานได้ไม่ดีพอ แต่มีข้อดี คือ ใช้งบประมาณการผลิตเพียง 3 แสนบาท...ขณะที่ต่างประเทศตั้งราคาขายตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป (http://www.komchadluek.net/2008/08/26/images/11362101high.jpg) ส่วนยานใต้น้ำลำปัจจุบันได้รับการปรับปรุงจนมีขีดความสามารถสูงกว่ารุ่นแรกมาก โดยสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง ความเร็วสูงสุด 5 น็อต มีระบบหาตำแหน่งด้วยสัญญาณดาวเทียม (GPS) และสามารถส่งคลื่นวิทยุบอกตำแหน่งไปยังเรือใหญ่ทำให้สามารถตามเก็บยานขึ้นจากน้ำได้ง่าย มีระบบส่งสัญญาณเสียงใต้น้ำ ทำให้เกิดสัญญาณปรากฏบนจอโซนาร์ของเรือผิวน้ำได้เหมือนสถานการณ์จริง ทั้งยังสามารถกำหนดรูปแบบการเคลื่อนที่ใต้น้ำ เพื่อประโยชน์สำหรับการฝึกพนักงานโซนาร์ให้ค้นหาเรือด้วยสัญญาณวิทยุได้ถึง 10 รูปแบบ ยานใต้น้ำในปัจจุบันใช้งบประมาณราว 9 แสนบาท...ถูกกว่าของต่างประเทศ 5 เท่าในยานที่มีประสิทธิภาพพอๆ กัน ผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ เพราะทุกระบบสามารถทำงานได้ถูกต้องเที่ยงตรงตามที่ตั้งโปรแกรมไว้ ไม่มีปัญหาการรั่วซึม สามารถเคลื่อนที่ท่ามกลางกระแสน้ำ และสภาวะแวดล้อมจริงได้ดี ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพกับหน่วยงานพลเรือน และภาคเอกชนต่างๆ ประกอบด้วย กรมอู่ทหารเรือ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ ภาควิชาวิศวกรรมการบิน และอากาศยาน ม.เกษตรศาสตร์ และบริษัท นนทรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านการสร้างเครื่องจักรสำหรับงานอุตสาหกรรม "เราทำงานร่วมกันมายาวนานหลายปีด้วยความวิริยะอุตสาหะ ซึ่งนอกเหนือจากจะได้มาซึ่งยานใต้น้ำอันเป็นเป้าหมายแล้ว การแสดงบทบาทนักวิจัยไทยบนพื้นฐานการพึ่งพาตนเองยังเป็นอีกตัวอย่างที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้มีความรู้ความสามารถในสาขาอื่นหันมาใช้ศักยภาพของตนริเริ่มพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่จะยังประโยชน์แก่ประเทศชาติในอนาคตต่อไป" หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 26, 2008, 01:25:22 AM แนวหน้า
ทรงปลูกปะการังกิ่งแรกเปิดโครงการ วินีไทย ปลูกปะการัง 8 หมื่นกิ่ง ถวายในหลวง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดโครงการ วีนิไทย ร่วมใจปลูกปะการัง ๘๐,๐๐๐ กิ่งที่เริ่มต้น เพื่อล้นเกล้า จัดทำโดย บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพเรือ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และ มูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ ในวันที่ 26 สิงหาคม 2551 ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา มร.กุนเธอร์ วิลแฮล์ม นาโดนี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผงพลาสติกพีวีซี และโซดาไฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยมีรูปแบบที่อยู่ในกรอบของมาตรฐานโลกคือ การเข้าไปเชื่อมโยงให้ความรู้ความใส่ใจกับคุณภาพชีวิตกับคนในชุมชน และมองว่าแนวทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมก็คือ ต้องให้ความสำคัญกับเสียงเรียกร้องปัญหาที่ได้ยินมาจากชุมชน ปัญหาหนึ่งที่บริษัทฯ มองเห็น คือปัญหาการถูกรบกวนของปะการัง ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลและเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำที่หายาก ซึ่งส่งผลกระทบทางตรงกับวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน บริษัทฯได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ปะการังในพื้นที่ท้องทะเลไทย โดยผ่านมูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ โดยความอุปถัมภ์ของ บมจ.วีนิไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา โดยเราสามารถขยายพันธุ์ปะการังเขากวางโดยใช้ท่อพีวีซีได้รวม 10,000 กิ่งเป็นผลสำเร็จ และจากความสำเร็จนี้เอง เราจึงได้ขยายขอบข่ายการดำเนินการโครงการต่อเนื่องยังพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยอื่นๆ และในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา จึงได้จัดโครงการ วีนิไทย ร่วมใจ ปลูกปะการัง ๘๐,๐๐๐กิ่ง ที่เริ่มต้น เพื่อล้นเกล้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดโครงการฯ ในวันที่ 26 สิงหาคม ศกนี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา โดยพระองค์จะทรงปลูกปะการังต้นแรกเพื่อเริ่มโครงการ วีนิไทย ร่วมใจปลูกปะการัง ๘๐,๐๐๐ กิ่ง ที่เริ่มต้น เพื่อล้นเกล้า โดยจะมีรหัสประจำต้นที่ทรงปลูกคือ 00001 โดยส่วนที่เหลือจะเป็นการเชิญแขกผู้มีเกียรติ ศิลปิน ดารา ร่วมปลูกเพื่อปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ปะการังแก่ชุมชน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 5 ปี อ.ประสาน แสงไพบูลย์ ประธานมูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ โดยความอุปถัมภ์ของ บมจ.วีนิไทย เปิดเผยว่า แนวคิดด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังได้มีการเริ่มทำการทดลองปลูกปะการังด้วยท่อพีวีซีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยคณะอาจารย์สถาบันราชภัฏรำไพพรรณี ร่วมกับ นักเรียนโรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา ณ บริเวณหาดแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ทดลองเพาะเลี้ยงปะการังที่อยู่ในสภาพแตกหัก โดยใช้แปลงเหล็กข้ออ้อยและใช้ท่อพีวีซีเป็นฐานยึดกิ่งปะการังที่หักเพื่อเลียนแบบลักษณะการดำรงชีวิตในธรรมชาติ พบว่าท่อพีวีซีสามารถทำให้ปะการังฟื้นคืนสภาพและเจริญเติบโตได้อย่างดี แสดงให้เห็นว่าวัสดุพีวีซีสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้ นปัจจุบันจึงมีการพัฒนาสร้างแปลงขยายพันธุ์ปะการังด้วยวัสดุพีวีซี ทั้งแปลงแทนการใช้เหล็กข้ออ้อย จากนั้นในปี พ.ศ. 2546 จึงได้มีการริเริ่มโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังเขากวาง จำนวน 10,000 ต้น โดยมีเป้าหมายที่จะให้มีปริมาณปะการังเพียงพอในการฟื้นฟูท้องทะเลไทยและเพื่อเก็บบางส่วนไว้เป็นต้นพันธุ์สำหรับการขยายพันธุ์ต่อไป โครงการ วีนิไทย ร่วมใจ ปลูกปะการัง ๘๐,๐๐๐ กิ่ง ที่เริ่มต้น เพื่อล้นเกล้า ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานร่วมลงนามความร่วมมือเพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ปะการัง ประกอบด้วย บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพเรือ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และมูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ โดยความอุปถัมภ์ของ บมจ. วีนิไทย และ ตลอดจนชุมชนอนุรักษ์ทะเลในจังหวัดต่างๆ ประกอบด้วย พื้นที่ชายฝั่งช่องแสมสาร จ. ชลบุรี พื้นที่เกาะเสม็ด จ. ระยอง พื้นที่เกาะหวาย จ. ตราด พื้นที่เกาะทะลุ จ. ประจวบคีรีขันธ์ หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ สิงหาคม 26, 2008, 01:35:16 AM สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
กรมประมง สร้างเครือข่าย ยุวประมง มุ่งปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลให้กับเยาวชน วันนี้ (23 ส.ค. 51) ที่โรงเรียนวัดสลักเพชร ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด นายบุญเลิศ วรวงศ์ ปลัดอำเภอเกาะช้าง เป็นประธานเปิดฝึกอบรมหลักสูตร ยุวประมง รุ่นที่ 3 ประจำปี 2551 ซึ่งศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวไทย กรมประมง โดยหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะช้างจัดขึ้น โดยมีเยาวชนในพื้นที่อำเภอเกาะช้างกว่า 150 คน เข้าร่วมโครงการ นายประทีป เจริญทรัพย์ หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะช้าง กล่าวว่า การจัดโครงการในครั้งนี้เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะค่ายในระยะเวลา 3 วันของการจัดโครงการ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกรมประมง ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันกำลังเจ้าหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดทางด้านทรัพยากรประมงมีจำนวนไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ดังนั้นการสร้างเยาวชนยุวประมงนี้จึงมีความจำเป็นในการช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการจึงมีจำเป็น โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับความรู้ในเรื่องของทะเลไทย สัตว์ทะเล และกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการประมง การแจ้งข้อมูลให้กับภาครัฐ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนมีความรักและหวงแหนทรัพยากรสัตว์น้ำซึ่งเป็นสมบัติของชาติ |