|
หัวข้อ: ปลุกสำนึกท้องถิ่นรอบลุ่มน้ำทะเลสาบ อนุรักษ์"โลมาอิรวดี"ก่อนสูญพันธุ์ เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ กันยายน 26, 2008, 01:10:30 AM ปลุกสำนึกท้องถิ่นรอบลุ่มน้ำทะเลสาบ อนุรักษ์"โลมาอิรวดี"ก่อนสูญพันธุ์ (http://www.komchadluek.net/2008/09/26/images/11522118low.jpg) ความหลากหลายในระบบนิเวศของ "ทะเลสาบสงขลา" ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด คือ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ประมาณ 8,729 ตร.กม. โดยมีเทือกเขาบรรทัดเป็นแหล่งต้นน้ำ ถือเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ อีกทั้งเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด ซึ่งรวมถึงโลมาอิรวดี และโลมาหัวบาตร ที่อยู่ในภาวะวิกฤติและมีแนวโน้มอาจจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยภายใน 5 ปี "โลมาอิรวดี" หรือที่คนละแวกลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเรียกติดปากว่า เจ้าหัวหมอน ในอดีตอาศัยชุกชุมในพื้นที่แห่งนี้ และพบมากโดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบตอนในหรือทะเลสาบลำปำ เขต จ.พัทลุง ที่สำคัญไปกว่านั้น "โลมาอิรวดี" ที่พบในทะเลสาบสงขลาเป็น 1 ใน 24 ชนิดของโลมาที่พบในประเทศไทย และหากจัดเป็นประเภทโลมาน้ำจืดหรือน้ำกร่อยแล้ว "เจ้าหัวหมอน" แห่งทะเลสาบสงขลา เป็นฝูงโลมาน้ำจืด 1 ใน 5 แห่งของโลกที่พบเท่านั้นร่วมกับทะเลสาบชิลิก้า ประเทศอินเดีย แม่น้ำอิรวดี ประเทศพม่า แม่น้ำโขง ประเทศลาว และแม่น้ำมหขาม ประเทศอินโดนีเซีย สัญญาณที่น่าเป็นห่วงที่สุดนั่นคือ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาพบโลมาอิรวดีในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตายไปแล้ว 17 ตัว ล่าสุดพบเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ลอยอยู่กลางทะเลสาบสงขลาบริเวณหน้าเกาะใหญ่ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา พื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.พัทลุงและสงขลา จากข้อมูลของ "ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง" พบว่าโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาอยู่ในภาวะ "ใกล้สูญพันธุ์" และพบเพียง 20-25 ตัว โดยมีอัตราการเกิดประมาณปีละ 4 ตัว และตายปีละ 4 ตัว ซึ่งนั่นหมายความว่าหากโลมาอิรวดีไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ แสดงว่าทะเลสาบสงขลาอยู่ในภาวะที่ทุกฝ่ายต้องเร่งเยียวยาให้เร็วที่สุด นายจิต รอดเพชร ผู้นำชุมชน ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง เล่าว่า ก่อนหน้านี้โลมาอิรวดีจะออกมาให้พบเห็นบ่อย คือ บริเวณตรงร่องกลางทะเลสาบที่มีความลึกประมาณ 2.4-4 เมตร ที่บ้านลำปำ ตรงบริเวณที่เรียกว่า ลับห้า หมายถึงบริเวณที่เกาะใหญ่บดบังเกาะสี่เกาะห้ามิดพอดี ส่วนวิธีการที่จะอนุรักษ์โลมาฝูงสุดท้าย ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการได้แก่ 1.ให้มีการวางแนวทุ่นบริเวณลับห้า อยู่ทางด้านเหนือเกาะใหญ่ พื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของโลมาเพื่อไม่ให้ชาวประมงวางอวนในบริเวณดังกล่าว 2.ให้มีการทำแพชั่วคราวบริเวณที่มีการวางทุ่น เพื่อให้ชาวประมงได้เฝ้าระวัง หากโลมาติดอวน สามารถช่วยเหลือชีวิตได้ และ 3.ให้ชาวประมงนอกเขตวางทุ่นจัดเวรยามเฝ้าระวัง ทั้งนี้ ยังมีการเสนอให้จัดกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ และแจ้งเหตุได้ทันท่วงที รวมทั้งจัดทำโครงการค่ายเยาวชนรักทะเลไทยสำหรับนักเรียนนักศึกษาระดับมัธยมและระดับอาชีวศึกษา ให้ร่วมกันดูแลโลมาเอาไว้ นายนวพล บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา กล่าวว่า จัดการสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการ "ฟื้นฟูลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา" และวิถีของผู้คนรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พร้อมปรับปรุงระบบนิเวศในพื้นที่ให้ได้ระดับที่ดีกว่าเดิม เพราะนั่นหมายถึงการต่อลมหายใจให้ทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ในที่นี้สามารถดำรงชีพต่อไปได้ ด้านนายวทิน นวมท่วม นายก อบต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ กล่าวว่า มีปัจจัยที่ทำให้จำนวนโลมาในทะเลสาบลดลง ลำพังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นคงไม่สามารถดำเนินการได้สัมฤทธิผล หากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่มีแผน หรือนโยบายชัดเจนเพื่ออนุรักษ์โลมาอิรวดีอย่างจริงจัง เชื่อว่าโอกาสที่เจ้าหัวหมอนแห่งทะเลสาบสงขลาจะเหลือเพียงภาพถ่ายให้คนรุ่นหลังเชยชมก็มีไม่น้อย ชะตากรรมการอยู่รอดในเผ่าพันธุ์เล็กๆ ของ "เจ้าหัวหมอน" วันนี้ และอนาคตจึงต้องฝากไว้กับจิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้คนอาศัยรอบลุ่มน้ำทะเลสาบอย่างเลี่ยงไม่ได้ จาก : คม ชัด ลึก วันที่ 26 กันยายน 2551 หัวข้อ: Re: ปลุกสำนึกท้องถิ่นรอบลุ่มน้ำทะเลสาบ อนุรักษ์"โลมาอิรวดี"ก่อนสูญพันธุ์ เริ่มหัวข้อโดย: WayfarinG ที่ กันยายน 26, 2008, 01:26:34 AM ชะตากรรมการอยู่รอดในเผ่าพันธุ์เล็กๆ ของ "เจ้าหัวหมอน" วันนี้ และอนาคตจึงต้องฝากไว้กับจิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้คนอาศัยรอบลุ่มน้ำทะเลสาบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เรื่องนี้แหละ เป็นสิ่งที่ยากที่สุด.. ถ้าเค้ามีคำว่าจิตสำนึกและความรับผิดชอบ เค้าคงทำกันไปนานแล้วหละ.. ไอ้จะอยู่ๆ ให้มีเหมือนพลิกฝ่ามือ.. มันคงจะยาก ถ้าหน่วยงาน *** ไม่เข้ามาช่วยเหลือ หรือคิดที่จะทำอะไรอย่างจริงจัง.. :( หัวข้อ: Re: ปลุกสำนึกท้องถิ่นรอบลุ่มน้ำทะเลสาบ อนุรักษ์"โลมาอิรวดี"ก่อนสูญพันธุ์ เริ่มหัวข้อโดย: kungkings ที่ กันยายน 26, 2008, 01:54:18 AM :'( :'( :'(
|