กระดานข่าว Save Our Sea.net

หมวดหมู่ทั่วไป => สรรพชีวิตแห่งท้องทะเล => ข้อความที่เริ่มโดย: สายน้ำ ที่ กันยายน 27, 2008, 06:10:16 AM



หัวข้อ: ปูก้ามดาบแห่งอ่างศิลา
เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ กันยายน 27, 2008, 06:10:16 AM

ปูก้ามดาบแห่งอ่างศิลา                 :                   

(http://www.matichon.co.th/news-photo/prachachat/2008/04/dlf24140451p1.jpg)
 
เพิ่งไปเที่ยวทะเลฝั่งตะวันออกมาด้วยความรู้สึก "ใหม่" เพราะไม่ได้มุ่งหน้าตรงดิ่งไปพัทยา ซึ่งเป็น "หัวใจ" ของชลบุรีเหมือนเคย

แต่ขับรถไปบนถนนบางนา-ตราด เข้าเส้นอ้อมเมืองชลบุรีแล้วเลี้ยวขวาข้ามเมืองอีกครั้งเพื่อใช้ถนนตัดใหม่ (ซึ่งจำชื่อไม่ได้เสียแล้ว) ทราบแต่ว่าเป็นถนนเลียบชายทะเลจากเมืองชล ผ่านอ่างศิลา เขาสามมุข ไปสิ้นสุดที่หาดบางแสน

ชายทะเลใกล้เมืองหลวง ยอดนิยมของคนรากหญ้า

ถนนเส้นนี้สวย ไม่พลุกพล่าน นำเราผ่านศาลเจ้าแม่สามมุข และเปิดวิวตระการตาของอ่าวไทยฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งแม้จะไม่สวยเลิศเหมือนน้ำทะเลสีมรกตแถบอันดามัน แต่ที่นี่ก็คือมหาสมุทรเดียวกันที่ให้ความรู้สึกลึกล้ำของห้วงน้ำไพศาลไม่แตกต่าง

ให้รสเค็มของเกลือ ให้ลมทะเลที่มีกลิ่นอายไม่เหมือนลมภูเขา และให้เราเห็นความเวิ้งว้างของรอยต่อระหว่างน้ำกับฟ้าลิบตา ซึ่งไม่เหมือนการมองสิ่งใดในโลกนี้

จะมองทะเลให้สนุกตลอดเวลาก็ได้ หรือจะมองด้วยความรู้สึกเศร้า เหงาหม่น มันก็จะทำร้ายหัวใจได้ฉกาจฉกรรจ์อย่างน่ากลัว

ในทุกเวลาที่ต้องการทะเลจึงยังเป็นเพื่อนคุ้นเคย ที่รอคอยทุกคนเสมอ เหมือนเวลาจะสั่งอาหารที่นึกอะไรไม่ออกก็ต้องคิดถึงข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวเป็นอย่างแรก

ไม่ว่าทะเลจะเป็นของคนรวยหรือคนจน ทะเลก็ยังเป็น "ทะเล" ที่สัตย์ซื่อต่อการทำหน้าที่ของมันในการสร้างห่วงโซ่ชีวิตมหึมาของแหล่งอาหารป้อนโลก

ระหว่างรอยต่อของอ่างศิลาไปจรดเขาสามมุข ชลบุรีมีขุมทรัพย์ป่าชายเลนยาวเหยียดตลอดแนวฝั่งที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งขว้างไม่ไยดีจากผู้มีอำนาจในท้องถิ่นอย่างน่าเสียดาย

ตามสภาพที่เห็นพื้นที่ป่าโกงกางถูกแผ้วถางเปิดหน้าดินทำประโยชน์อื่นจนเกือบไม่เหลือสภาพป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์อีกแล้ว กลายเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง เป็นรีสอร์ต บ้านพักอาศัย รวมทั้งจัดสรรขายให้คนต่างถิ่น ฯลฯ สิ่งปฏิกูลต่างๆ ถูกทิ้งลงไปในทะเลจนระบบนิเวศเสื่อมโทรม ตัดวงจรของป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยแหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์ทะเล กุ้ง หอย ปู ปลาไปอย่างน่าใจหาย

ข้อมูลสถิติในปี 2539 ระบุว่า ป่าชายเลนของจังหวัดชลบุรีที่เคยมีอยู่ราว 500 ไร่ เหลือไม่ถึง 100 ไร่ บัดนี้ 10 ปีผ่านไปจำนวนป่า 100 ไร่ อาจเหลือไม่ถึงครึ่งแล้วก็ได้

เสียดายนัก...แสนเสียดาย

แต่ก็ยังรู้สึกขอบคุณร้านอาหารชาวบ้านในย่านนั้นชื่อ "โพธิ์ทะเลหลวง" ที่ยังรักษาสภาพป่าโกงกางร่มครึ้มไว้ในรูปภัตตาคารที่มีทางเดินไม้ทอดยาวฝ่าป่าโกงกางเล็กๆ เข้าไปปลูกเพิงให้ลูกค้าได้นั่งรับประทานอาหารพร้อมกับทัศนาความมหัศจรรย์ของห่วงโซ่ชีวิตในระบบนิเวศของป่าชายเลนอย่างใกล้ชิด

มื้อกลางวันของที่นี่ คือสวรรค์ในการเรียนรู้เรื่องสัตว์ทะเลนอกห้องเรียน เพราะน้ำลงพอดี เผยให้เห็นดินเลน แหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตมากมายมหาศาลที่หลายคนอาจจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตามา

ก่อน ฉันได้สบตากับ "ปูก้ามดาบ" ที่นี่

ปูสีสวยลายแปลกตัวเล็กขนาดปลายนิ้วเท่านั้นเอง เพิ่งออกมาจากรูเล็กๆ เดินส่ายไปมา อวดก้ามใหญ่กว่าตัว ขึ้นลงเป็นจังหวะเพื่อหากินสาหร่าย เศษใบไม้และซากสัตว์อื่นๆ กินอิ่มแล้วก็ถ่ายมูลออกมา ถือเป็นการทำหน้าที่อันมีประโยชน์ยิ่งในการให้ปุ๋ยแก่ดินเลน ช่วยหมุนเวียนแร่ธาตุกลับคืนสู่พื้นป่าในรูปของมูลสัตว์ เมื่อน้ำขึ้นก็จะชะเอาปุ๋ยที่สร้างขึ้นจากนักกินใบไม้ตัวน้อยนี้ไปเป็นอาหารของแพลงตอนในระบบปฐมภูมิของห่วงโซ่อาหารต่อไป



จาก                 :                  ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์ Dejavu  วันจันทร์ที่ 14 เมษายน 2551