กระดานข่าว Save Our Sea.net

หมวดหมู่ทั่วไป => ห้องรับแขก => ข้อความที่เริ่มโดย: สายน้ำ ที่ พฤศจิกายน 01, 2008, 01:05:39 AM



หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2551
เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ พฤศจิกายน 01, 2008, 01:05:39 AM
กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมภาคกลางได้เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันตกแล้วในเช้าวันนี้( 1 พ.ย. 51) และคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศพม่าในระยะต่อไป สำหรับร่องความกดอากาศต่ำกำลังปานกลางพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทย ลักษณะดังกล่าวจะยังคงทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านตะวันตกขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยภูมิ ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 32 องศา  ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 31 ต.ค. - 2 พ.ย. ร่องความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงยังคงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ และในช่วงวันที่ 3-4 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุม ประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ร่องความกดอากาศต่ำจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนกระจาย สำหรับภาคใต้ยังมีฝนตกชุก ต่อจากนั้นในช่วงวันที่ 5-6 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนืออากาศอุ่นขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 31 ต.ค. - 2 พ.ย. ขอให้ประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ และในช่วงวันที่ 3-6 พ.ย. บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชให้ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้



หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2551
เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ พฤศจิกายน 01, 2008, 01:25:03 AM
ผู้จัดการออนไลน์


ผู้ว่าฯสตูลปล่อย “ปู-เต่าทะเล” ชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ท้องทะเล
 
(http://pics.manager.co.th/Images/551000013884701.JPEG)

สตูล - ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ปล่อยปู เต่าทะเลหลักพักพื้นจากบ่ออนุบาลเต่าทะเลพบ 2 ปี อนุบาลเต่าหายากมาแล้ว 39 ตัว ชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
       
       วันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ชาวบ้าน ร่วมกันปล่อยปูม้าลงสู่ธนาคารปูไข่ ที่ท่าเทียบเรือบ้านตันหยงอุมา ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล เพื่อเพิ่มปริมาณปูไข่ โดยปูที่แข็งแรงจะสลัดไข่ลงเป็นการเพิ่มปริมาณปูในเขตหน้าหาดของเกาะ ซึ่งปูที่มีการปล่อยลงสู่กระชังนั้นเป็นปูของชาวประมงที่หามาได้แล้วคัด เลือกปูที่มีไข่ปล่อยลงสู่ธนาคาร
       
       พร้อมกันนี้ คณะผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้ร่วมกันปล่อยเต่ากระจำนวน 2 ตัว หลังจากได้รับการอนุบาลจากบ่ออนุบาลเต่าทะเล ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิชัยพัฒนา และต่างร่วมลุ้นให้เต่าทั้งสองตัวคลานลงสู่ทะเล บริเวณชายหาดหน้าเกาะยะระโตดใหญ่ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล
       
       ทั้งนี้ นายราเชด นาดมา กรรมการกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน ต.เกาะสาหร่าย กล่าวว่า ในรอบระยะเวลา 2 ปี หลังการก่อตั้งบ่ออนุบาลเต่าทะเลนี้ มีชาวประมงนำเต่าชนิดต่างที่ติดอวนประมงมาพักพื้นจำนวน 39 ตัว เป็นเต่ากระตัวตะนุ เต่าหัวฆ้อน และเต่าหญ้า ซึ่งพบเป็นเต่าที่หายาก
       
       สำหรับการพบสัตว์ทะเลหายาก อย่าง เต่าทะเล ปลาโลมา พะยูน เป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล ทั้งนี้ เพราะมีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยชุมชนและเป็นชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกจากกรมประมงให้เป็นชุมชนต้นแบบดี เด่นอันดับ 1 ประจำปี 2550


*******************************************************************************************************************************


ประมงพื้นบ้านลันตาเดือดร้อนหนักโดนจับขณะจับกุ้งทำกะปิ
 
       กระบี่ - ประมงพื้นบ้าน อ.เกาะลันตา ร้องจังหวัดถูกกลั่นแกล้ง เดือดร้อนออกทำประมงจับกุ้งทำกะปิไม่ได้ เพราะโดนเจ้าหน้าที่จับกุม       
       
       นายบุญเชิญ ชุ่มชื่น ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนฟื้นฟูเกาะลันตา กล่าวว่า ขณะนี้ชาวประมงพื้นบ้านทำอวนช้อนกุ้งกะปิ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถออกจับกุ้งได้ โดยทุกครั้งที่ออกไปจับกุ้งมักจะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐตามจับกุมดำเนินคดี ตลอด โดยกล่าวหาชาวบ้านว่าทำการประมงผิดกฎหมาย ชาวประมงเดือดร้อนมาก เพราะอาชีพดั้งเดิมของชาวเกาะลันตา ก็คือการทำประมง
       
       ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันเกาะลันตาจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชื่อแล้วก็ตาม แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เป็นนายทุนต่างที่ ส่วนชาวเกาะลันตาเดิมส่วนใหญ่ก็ยังยึดอาชีพการทำประมง
       
       ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนฟื้นฟูเกาะลันตา กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 51 ผู้เดือดร้อน ได้เข้าพบนายชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีเจ้าหน้าที่รัฐจับกุม ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ได้รับเรื่องไว้ และจะให้คามเป็นธรรม แต่ขอให้ทางชาวประมงพื้นบ้านอวนกุ้งกะปิ ไปแก้ไขอุปกรณ์ในการจับให้ถูกต้อง เนื่องจากลักษณะการทำประมงของชาวประมง มีลักษณะคล้ายกับอวนรุนมาก แต่ลักษณะของอวนต่างกันเท่านั้น ซึ่งชาวประมงก็ยินดีที่จะแก้ไขให้ถูกต้อง
       
       “อาชีพการทำประมงจับกุ้งมาทำกะปิ เป็นอาชีพดั้งเดิม ที่ชาวบ้านได้ทำกันมาช้านาน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น น่าจะมีการร้องเรียนกลั่นแกล้งจากผู้ประกอบอาชีพท่องเที่ยว เพราะการทำอวนกุ้งกะปิ จะต้องทำใกล้ชายหาด หรือชายฝั่งทะเลน้ำไม่ลึกมาก ซึ่งอาจจะทำให้ถูกมองว่าดูแล้วไม่สวยงาม เกะกะ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่จับกุม และเจ้าหน้าที่เองก็หลับหูหลับตาจับ ทั้งที่น่าจะแยกแยะออกว่าชาวประมงทำอวนรุนประเภทไหน ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อมหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้พิจารณาจับอย่างเดียว เมื่อเข้าข่ายผิดกฎหมายก็จับ”