กระดานข่าว Save Our Sea.net

หมวดหมู่ทั่วไป => ห้องรับแขก => ข้อความที่เริ่มโดย: เด็กน้อย ที่ พฤศจิกายน 27, 2008, 02:20:36 AM



หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2551
เริ่มหัวข้อโดย: เด็กน้อย ที่ พฤศจิกายน 27, 2008, 02:20:36 AM
กรมอุตุนิยมวิทยา

สภาวะอากาศทั่วไป

ประกาศเตือนภัย
"ฝนตกหนักในภาคใต้และคลื่นลมแรงในอ่าวไทย"
ฉบับที่ 25 (438/2551) ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551
 
     มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ประกอบกับมี หย่อมความกดอากาศต่ำอยู่บริเวณชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักที่สะสมอยู่ตามแนวเทือกเขาที่จะไหลลงมาอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปได้ในระยะ 1-2 วันนี้ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ขอให้ชาวเรือและชาวประมงควรระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ โดยเรือเล็กในอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงยังคงแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นลงต่อไปอีก อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศา และมีลมแรง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก อุณหภูมิลดลงอีก 1-2 องศา และมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศา สูงสุด 31 องศา
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 27-30 พ.ย. 51 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยอีก ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศจะหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส และมีลมแรง ส่งผลให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคใต้ในช่วงวันที่ 27-28 พ.ย. 51 ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร จนถึงวันที่ 1 ธ.ค. 51


ข้อควรระวัง

   ในช่วงวันที่ 27-28 พ.ย. ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปควรระวังอันตรายจากสภาวะฝนหนัก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนชาวเรือในอ่าวไทยควรระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งของภาคใต้ฝั่งตะวันออก ขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย  


หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2551
เริ่มหัวข้อโดย: แมลงปอ ที่ พฤศจิกายน 27, 2008, 01:20:29 PM
ข่าวสดออนไลน์

เต่ามะเฟืองยักษ์ตายเกยหาดประจวบฯ
(http://www.matichon.co.th/khaosod/online/2008/11/12277568691227756893.jpg)สันนิษฐานมีแผลที่ขาหน้าว่ายน้ำไม่ได้เสียชีวิต

      เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 27 พ.ย.2551 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.ปภัสสร รังสิโรจน์ เลขานายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าของกิจการสามร้อยยอดฮอลิเดย์ลรีสอร์ท ว่าที่บริเวณชายหาดตรงจุดจอดเรือประมงชายฝั่งบ้านหนองข้าวเหนียว หมู่ที่ 2 ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ มีเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ ลอยมาตายเกยหาด หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่ามีชาวบ้าน พระภิกษุ ชาวประมงและเด็กๆกว่า 100 คน กำลังแตกตื่นมุงดูซากเต่ามะเฟื่องซึ่งเป็นเต่าทะเลขนาดใหญ่

      นายยุทธนา น้ำเพชร อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 1 หมู่3 ต.สามร้อยยอด เจ้าของเรือยุทธนา นาวี ซึ่งมีอาชีพออกเรือรับจ้างตกปลา ซึ่งเป็นผู้พบซากเต่าตัวดังกล่าวเปิดเผยว่า  ในขณะที่เขากำลังจะนำเรือที่จอดอยู่บริเวณชายหาดเข้ามาเก็บเนื่องจากมีคลื่นลมแรงเกรงว่าจะทำให้เรือล่มแต่ในขณะนั้นได้สังเกตุเห็นว่ามีอะไรสักอย่างดำลอยอยู่ในทะเลจึงได้นำกล้องส่องทางไกลมาส่องดู ก็พบว่ามีลักษณะเป็นก้อนมันวาว จึงได้ชวนเพื่อนประมาณ 3-4 คน นำเรือออกไปดู เมื่อไปถึงก็พบว่าเป็นซากเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ที่ตายแล้วลอยอยู่โดยมีคราบน้ำมันลอยอยู่รอบๆตัวเต่า จึงได้ช่วยกันใช้เชือกผูกและลากกลับเข้ามายังฝั่ง หลังจากนั้นจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพรทราบเพื่อให้มาตรวจสอบเต่ามะเฟืองยักษ์ดังกล่าวว่าตายเพราะสาเหตุอะไร

      ด้านเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพรหลังรับแจ้ง จึงได้เดินทางมาบริเวณที่พบซากเต่าดังกล่าว และจากการตรวจสอบเต่ามะเฟืองยักษ์ดังกล่าวพบว่าเป็นเพศเมีย โดยเจ้าหน้าที่มีการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเต่าบริเวณขาหน้าด้านซ้ายเพื่อนำไปตรวจสอบดีเอ็นเอ  และใช้เครื่องสแกนหาไมโครชิบพบว่าเป็นเต่าธรรมชาติ วัดจากกระดองส่วนหัวมาถึงกระดองส่วนท้ายได้ 1.55 เมตร ความกว้างยาว 1.10 เมตรและส่วนสูงวัดได้ 65 ซ.ม. น้ำหนักประมาณ 300 กิโลเมตร อายุกว่า 100 ปี
       สันนิฐานในเบื้องต้นว่าเต่ามะเฟืองตัวดังกล่าวน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน พบมีบาดแผลหลายแห่งที่บริเวณขาหน้าทั้งสองข้าง คาดว่าเต่าได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาหน้าทั้งสองจึงทำให้ไม่สามารถว่ายน้ำได้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำซากไปเก็บไว้ที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จ.ชุมพร ต่อไปเพื่อเก็บไว้ศึกษา เนื่องจากเป็นเต่าขนาดใหญ่ที่พบเห็นได้ยาก



หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2551
เริ่มหัวข้อโดย: แมลงปอ ที่ พฤศจิกายน 27, 2008, 01:40:08 PM
ไทยรัฐ

(http://www.thairath.co.th/2551/international/Nov/library/27/str.jpg)

นายโนเอล ชูง หัวหน้าศูนย์รายงานเรื่องโจรสลัดของสำนักงานเดินเรือสมุทรสากล  (ไอเอ็มบี)  ในกรุงกัวลาลัมเปอร์  มาเลเซีย  เผยเมื่อ  26 พ.ย.  ว่า  เรือลำที่ถูกเรือรบ “ไอเอ็นเอส ทาบาร์” ของกองทัพเรืออินเดีย ยิงจมในอ่าวเอเดนเมื่อ 18 พ.ย. เป็นเรือประมง “เอกวัฒน์ นาวา 5” ของบริษัท “ศิริชัย ฟิชเชอรี่ส์”   ของไทย   ซึ่งจดทะเบียนในประเทศคิริบาตี ไม่ใช่เรือแม่ของโจรสลัดโซมาเลียดังที่รายงานก่อนหน้านี้

นายชูงเผยว่า เรือเอกวัฒน์ นาวา 5 ถูกโจรสลัดโซมาเลียยึดไปในวันเดียวกับที่ถูกยิงจม ส่วนสาเหตุเป็นเพราะเรือรบอินเดียเข้าใจผิดว่าเรือลำนี้เป็น “เรือแม่” ของโจรสลัด ซึ่งมักใช้เรือประมงเป็นเรือแม่ขณะโจมตี   ซึ่งผลของการจมเรือทำให้ลูกเรือชาวไทยเสียชีวิต 1 คน ส่วนลูกเรือชาวกัมพูชา 1 คน ได้รับการช่วยชีวิตจากเรือประมงลำหนึ่งใน 4 วันต่อมาและถูกส่งเข้าโรงพยาบาลในเยเมน ขณะที่ลูกเรือเอกวัฒน์ นาวา 5 อีก 14 คนยังสูญหาย ซึ่งกองกำลังพันธมิตรและเจ้าหน้าที่เยเมนเร่งค้นหาอยู่ นายชูงเผยด้วยว่า ทันทีที่ถูกจี้ ก็มีการส่งข้อมูลภาพถ่ายของเรือเอกวัฒน์ นาวา 5 ไปให้กองเรือของชาติพันธมิตรและสำนักงานอื่นๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กองทัพเรืออินเดียอาจไม่ได้รับข้อมูลนี้เพราะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายพันธมิตรและไม่มีการติดต่อกันโดยตรง

ด้านนายนิรัด ซินอา โฆษกกองทัพเรืออินเดียแถลงว่า เรือรบอินเดียจำเป็นต้องยิงเรือเอกวัฒน์ นาวา 5 เพราะแสดงความเป็นศัตรู โดยเมื่อถูกเรียกให้หยุดหลายครั้งเพื่อสอบสวน   โจรสลัดพร้อมเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีซึ่งขึ้นไปบนเรือไทยขู่ว่าจะระเบิดเรือรบอินเดีย ทั้งยังเปิดฉากยิงก่อน เรือรบอินเดียจึงต้องยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง

ด้านนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทศิริชัย ฟิชเชอรี่ส์ ยืนยันว่าเรือเอกวัฒน์ นาวา 5 ถูกยิงจมเมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ย. หลังถูกยึดในเวลากลางวัน และจากปากคำของลูกเรือชาวกัมพูชาที่รอดชีวิต ลูกเรือไทยยกเว้นกัปตันและล่ามถูกโจรสลัดมัดไว้ขณะเรือถูกยิง นายวิชาญเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เรียกเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อยื่นจดหมายร้องทุกข์ และต้องการทราบรายละเอียดว่าเหตุใดเรือไทยถูกยิงจมและทำไมเรือรบอินเดียไม่ช่วยเหลือลูกเรือไทย

โซมาเลียไม่มีรัฐบาลที่เด็ดขาดตั้งแต่ปี 2534 เพราะสงครามกลางเมืองยืดเยื้อ ส่งผลให้โจรสลัดชุกชุมขึ้นเรื่อยๆ   ในปีนี้โจรสลัดโจมตีเรือนานาชาติแล้ว   96 ครั้ง โดยเรือ 39 ลำ ถูกยึดไปเรียกค่าไถ่ โดยใน 2 สัปดาห์หลัง มีเรือถูกยึดถึง 8 ลำ รวมทั้งเรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ “เอ็มวี ซิริอุส สตาร์” ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ และถูกเรียกค่าไถ่ 25 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันยังมีเรือ 15 ลำ และลูกเรือราว 300 คน ยังอยู่ในเงื้อมมือโจรสลัดโซมาเลีย.  
 


หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2551
เริ่มหัวข้อโดย: สายชล ที่ พฤศจิกายน 27, 2008, 05:17:56 PM

ขอบคุณน้องเด็กน้อยและน้องแมลงปอที่ช่วยทำข่าวให้เราอ่านค่ะ....น่ารักที่สุดเล้ย...ย...ย... :-* :-* :-*

สงสารเต่ามะเฟืองยักษ์หาดูยากที่ต้องมาตายอย่างดูไร้ค่า....ตัวเมียเสียด้วยนะคะ อายุตั้งกว่าร้อยปีอย่างนี้ ถ้ายังอยู่จะแพร่ลูกหลาน (ออกไข่)ได้อีกไหมคะ ท่านนักวิชาการทั้งหลาย.... :'( :'( :'(



หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2551
เริ่มหัวข้อโดย: Sky ที่ พฤศจิกายน 28, 2008, 11:20:52 AM
ไม่เคยเจอเต่ามะเฟืองในทะเลเลยซักครั้ง  :'(