|
หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ ธันวาคม 23, 2008, 01:21:37 AM กรมอุตุนิยมวิทยา
สภาวะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยแล้ว และคาดว่า จะแผ่เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครในวันที่ 23-24 ธันวาคม 2551 ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีอากาศหนาวเย็นลง และมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 23-26 ธันวาคม 2551 ทำให้ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไปมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น คลื่นลมในอ่าวไทยสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กในอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไปควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหมอกบางในตอนเช้า และอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 20 - 21 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31 - 32 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. คาดหมาย ในช่วงวันที่ 23-26 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาและมีลมแรง โดยในช่วงวันที่ 25-27 ธ.ค.จะมีฝนฟ้าคะนองในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนมรสุมตะวันออก-เฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไปมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น คลื่นลมในอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร สำหรับในช่วงวันที่ 27-29 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้มีหมอกในตอนเช้า ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนผ่านทางตอนล่างของภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังมีฝนกระจาย ข้อควรระวัง ในระยะนี้ ขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กในอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง ในช่วงวันที่ 27-29 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ ธันวาคม 23, 2008, 01:34:48 AM เดลินิวส์
คืนวันอังคารนํ้าประปาไม่ไหลหลายที่ คืนวันอังคารที่ 23 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 21.00-05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น น้ำประปาไม่ไหลในหลายพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลดังนี้ สาขานนทบุรี ได้แก่ ถนนสามัคคี ถนนติวานนท์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนสนามบินน้ำ ถนนกรุงเทพ-นนท์ ถนนงามวงศ์วานตลอดสาย ถนนประชาราษฎร์ สาขาบางเขน ถนนวิภาวดีฯ ถนนธูปะเตมีย์ ถนนรามอินทรา ถนนลาดปลาเค้า ถนนสายไหม ถนนวัชรพล สาขาประชาชื่น ถนนประชาชื่น จากแยกงามวงศ์วานถึงถนนแจ้งวัฒนะ ถนนสรงประภา ถนนเตชะตุงคะ ถนนแจ้งวัฒนะตลอดสาย ถนนชิดชล สาขาพญาไท ถนนรัชดาภิเษกจากคลองประปาถึงแยกลาดพร้าว ถนนพหลโยธินจากแยกลาดพร้าวถึงสุดเขตบริการ ถนนงามวงศ์วาน ถนนกำแพงเพชร ซอยเสนานิคม สาขาลาดพร้าว ถนนลาดปลาเค้า และถนนประเสริฐมนูญกิจ เวลา 23.00-04.00 น. น้ำไม่ไหล ถนนสาทรเหนือ-ใต้ ถนนพระราม 4 จากบริเวณทางด่วนถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง ถนนอังรีดูนังต์ ถนนจันทน์ ถนนสวนพลู ถนนนางลิ้นจี่ ถนนพระราม 3 ถนนเจริญกรุง ถนนสีลม ถนนสี่พระยา ถนนราชดำริ ขอให้สำรองน้ำไว้ใช้ล่วงหน้า หากมีปัญหาโทรฯแจ้ง 1125 ตลอด 24 ชม. หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ ธันวาคม 23, 2008, 01:48:12 AM ข่าวสด
สร้างเรือโบราณย้อนรอย การเดินทางของ"ชาร์ลส์ ดาร์วิน" (http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/12/col03231251p1.jpg) เกือบ 180 ปีที่แล้ว ชาร์ลส์ ดาร์วินเคยเดินทางรอนแรมไปในเรือ เพื่อเข้าไปสำรวจสัตว์และพันธุ์พืชที่หมู่เกาะกาลาปากอส มาวันนี้ นายปีเตอร์ แมคแกรธ ผู้อำนวยการโครงการเรือเอชเอ็มเอสบีเกิ้ลใหม่ เปิดเผยว่า "ปีหน้าเราจะต่อเรือบีเกิ้ลซึ่งเลียนแบบเรือที่ดาร์วินเดินทางมากาลาปากอสขึ้นมาใหม่ ภายนอกของบีเกิ้ลจะเป็นเหมือนเรือโบราณสมัยศตวรรษที่ 19 แต่พอเข้าไปข้างในแล้ว มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัย เช่น เรดาร์ จีพีเอส ห้องแล็ป คาดว่าเรือจะต่อเสร็จในพ.ศ. 2553ส่วนงบประมาณอยู่ที่ 300 ล้านบาท" นักบินอวกาศขององค์การนาซ่า ซึ่งประจำอยู่ที่สถานีอวกาศนานาชาติ ยังมีส่วนร่วมในการเดินทางด้วย เพราะจะเป็นผู้บอกเส้นทางสาหร่ายทะเลหนาแน่นทั่วโลก ดาร์วิน นักวิทยาศาสตร์และนักธรรมชาติวิทยา เดินทางรอบโลกด้วยเรือเอชเอ็มเอสบีเกิ้ลระหว่าง ค.ศ. 1831-1836 การเดินทางครั้งนั้นทำให้เขาได้รับข้อมูลสำคัญในการตั้งทฤษฎีวิวัฒนาการที่โด่งดัง เรือบีเกิ้ลใหม่จะเดินทางย้อนรอยเรือบีเกิ้ลเก่า คือไปทั้งทะเลแอตแลนติกเหนือ ทะเลแอตแลนติกใต้ ทะเลแปซิฟิก ทะเลอินเดีย เล่นรอบแกลมฮอร์นและแหลมกู๊ดโฮป (http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2008/12/col03231251p2.jpg) แมคแกรธยังกล่าวต่อไปอีกว่า "เราตื่นเต้นมากที่นาซ่าติดต่อมาว่าอยากช่วยเรา ด้วยการให้นายไมเคิล บาร์รัตต์ นักบินอวกาศใช้กล้องส่องดูจากสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อบอกเส้นทางการเดินเรือให้ไปยังแหล่งที่สาหร่ายทะเลเจริญเติบโต ซึ่งสาหร่ายทะเลที่หนาแน่นขึ้นนี้เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน" เรือเอชเอ็มเอสบีเกิ้ลความยาว 90.3 ฟุต ต่อที่อู่ต่อเรือวูลวิช โดยเป็นเรือของราชนาวีอังกฤษ ก่อนหน้าที่จะนำมาใช้ในงานวิจัยทั้งสิ้น 3 งาน ซึ่งงานที่สำคัญที่สุดคือการเดินทางของดาร์วินเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 1831 และเดินทางมาถึงหมู่เกาะกาลาปากอสเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1835 ขากลับใช้เส้นทางผ่านตาฮีติ ออสเตรเลีย และมาถึงอังกฤษเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1836 ********************************************************************************************************************************* "พะยูน"เกยตื้นตายอีก เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. น.ส.กาญจนา อดุลยานุโกศล นักวิชาการ 8 กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน เปิดเผยว่า รับแจ้งจากนายสมหมาย หมาดทิ้ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา จ.ตรัง ว่าพบพะยูนตายเกยตื้นที่ชายหาดของหมู่บ้าน เป็นพะยูนเพศผู้ อายุ 3 ปี ยาว 1.61 เมตร มีน้ำหนัก 96.5 ก.ก. แต่จากการผ่าชันสูตรซากยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดที่ทำให้พะยูนตัวนี้เข้ามาเกยฝั่ง แต่พบว่าสุขภาพโดยรวมสมบูรณ์ดี ยังกินอาหารได้เป็นปกติไม่กี่ชั่วโมงก่อนเสียชีวิต การเสียชีวิตจึงน่าจะเป็นสาเหตุที่ค่อนข้างเฉียบพลัน ไม่ใช่การป่วยเรื้อรัง คาดว่าน่าจะเกิดจากเครื่องมือประมงบางประเภททำให้พะยูนจมน้ำ และเข้ามาเกยฝั่งตาย แม้ชาวบ้านจะพยายามช่วยพะยูนกลับลงทะเล แต่เนื่องจากอยู่ในสภาพอ่อนแรง จนไม่สามารถว่ายน้ำได้เอง ทำให้สำลักน้ำเข้าไปในปอดและตายในที่สุด หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ ธันวาคม 23, 2008, 01:58:23 AM คม ชัด ลึก
เมือง"โก-ลก"เร่งฟื้นท่องเที่ยวยั่งยืน ปั้นไกด์เด็ก-เปิด"พรุโต๊ะแดง"จุดขาย เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เดินหน้าฟื้นท่องเที่ยวยั่งยืน เล็งเปิดเส้นทางชม "ป่าพรุโต๊ะแดง" ผืนสุดท้ายของไทย จัดอบรมนักเรียนปั้นไกด์เด็กนำเที่ยว มั่นใจท่องเที่ยวกระเตื้องพร้อมเปิดตัวมกราคมนี้ นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กล่าวว่า ได้เร่งเดินหน้าจัดทำแผนการท่องเที่ยวเมืองสุไหงโก-ลก หลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ล่าสุด ได้กำหนดแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวประจำปี 2552 นำร่องจัดโครงการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวป่าพรุโต๊ะแดง โดยร่วมกับศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร (ป่าพรุโต๊ะแดง) ป่าพรุแห่งสุดท้ายของประเทศที่มีเนื้อที่คลุม 3 อำเภอ คือ ตากใบ, สุไหงโก-ลก และสุไหงปาดี พื้นที่ประมาณ 1.2 แสนไร่ เพื่อสร้างจุดขายใหม่ โดยรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่จะเน้นการส่งเสริมท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ใช้ธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นจุดขาย เบื้องต้นได้ประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนในพื้นที่เพื่อจัดอบรมเด็กนักเรียนทำหน้าที่ไกด์นำเที่ยว ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร เป็นผู้ฝึกอบรมให้ความรู้ทุกๆ ด้านเกี่ยวกับที่มา และความสำคัญของป่าพรุธรรมชาติที่เหลือเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่ออธิบายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจได้อย่างถูกต้อง "การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวป่าพรุโต๊ะแดงนอกจากช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ แล้ว ยังมีเป้าหมาย คือดึงกลุ่มข้าราชการที่นิยมจัดประชุม สัมมนาตามโรงแรมอย่างน้อย 1-2 วันให้เปลี่ยนสถานที่มาใช้ศูนย์วิจัยฯ แทน ขณะนี้ได้นำร่องนำตัวแทนชุมชนในเขตเทศบาลประมาณ 30 คน ใช้บริการเพื่อทดลองระบบการให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนจะขยายไปยังหน่วยงานระดับตำบล อำเภอและจังหวัดต่อไป" นางสุชาดากล่าว นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก กล่าวอีกว่า โครงการนี้ยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน สมาคมและชมรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวใน จ.นราธิวาสเป็นอย่างดี โดยอยู่ระหว่างการจัดแคมเปญนำเสนอนักท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความหลากหลาย คาดว่าเดือนมกราคมนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2551 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ ธันวาคม 23, 2008, 02:14:17 AM เนชั่นทันข่าว
เม็กซิโกช่วยชีวิตวาฬที่ติดอวนจับปลานาน 2 เดือนได้ นักประดาน้ำเม็กซิโกหลายคน ได้ลงไปช่วยชีวิตวาฬหลังค่อมวัยผู้ใหญ่ตัวหนึ่ง หลังจากที่พบว่ามันติดอยู่กับอวนจับปลา ที่บริเวณนอกชายฝั่งของเมืองท่าตากอากาศชื่อดังของเม็กซิโกชื่อ ลอส กาบอส โดยวาฬเพศผู้ตัวนี้ มีความยาวของลำตัวถึงประมาณ 12 เมตร เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ออสก้าร์ ออร์ติซ นักประดาน้ำคนหนึ่งที่ร่วมลงไปช่วยวาฬ บอกว่า ดูเหมือนว่า มันจะติดอวนมาระยะหนึ่งแล้ว และก็เป็นไปได้ที่อาจจะติดมานานถึง 2 เดือน โดยดูได้จากการที่เชือกอวน ได้กัดลึกลงไปในเนื้อของมันที่บริเวณหางวาฬผู้โชคร้ายตัวนี้ ได้รับการช่วยเหลือ หลังจากที่ชาวประมงกลุ่มหนึ่งได้มาพบกับมัน และติดต่อเจ้าหน้าที่ให้มาช่วย ******************************************************************************************************************************** อียูเตรียมภารกิจ โอเปอเรชั่น แอตแลนต้า เล่นงานโจรสลัด ฐานทัพอากาศของฝรั่งเศสในดจิบูติ ของโซมาเลีย ได้เข้าร่วมในการกวาดล้างโจรสลัดที่อาละวาดในน่านน้ำโซมาเลีย โดยได้ส่งเครื่องบินสอดแนมทางทะเล แอตแลนติก ทู ไปร่วมในปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัดที่มีชื่อว่า โอเปอเรชั่น แอตแลนต้า ของสหภาพยุโรป หรือ อียู ที่มีสมาชิก 27 ชาติและนับเป็นยุทธการร่วมครั้งแรกระหว่างชาติสมาชิกอียู ภารกิจที่ใช้เวลา 1 ปีครั้งนี้ จะรวมถึงเรือรบ 20 ลำ จากเบลเยียม อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซเนเธอร์แลนด์ สเปนและสวีเดน ที่จะทำหน้าที่คุ้มกันเรือสินค้าที่ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติไปให้โซมาเลีย และคุ้มกันเรืออื่น ๆ ที่ใช้เส้นทางในมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเอเดน นอกจากชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก หลังได้รับไฟเขียวจากสหประชาชาติให้โจมตีเรือของโจรสลัดได้ ส่วนเรือสองเครื่องยนต์ แอตแลนติก ได้ประจำการอยู่ในดจิบูติมานานเกือบ 3 สัปดาห์แล้ว และคอยสอดแนมทั่วอ่าวเอเดนวันละ 8 ชั่วโมง น่านน้ำบริเวณนอกชายฝั่งโซมาเลีย ได้ออกอาละวาดจี้เรือไปราว 100 ลำ นับตั้งแต่ต้นปีและยังมีลูกเรือ 240 คน ที่ยังตกอยู่ในมือของโจรสลัด อ่าวเอเดนได้ชื่อว่า เป็นเส้นทางการเดินเรือที่คับคั่งที่สุด และการจี้เรือก็ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการค้า ทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้นนาวาเอกฟลอรองต์ มูตง กล่าวว่า พวกโจรสลัดได้ปลอมตัวเป็นชาวประมง เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจจับ ด้านนาวาตรี อเล็กซิส เบียตรีซ์ ของเรือพรีเมียร์ แมตร์ แลร์ ซึ่งเป็นเรือรบขนาดเล็ก ที่ร่วมในภารกิจกับเรือของเยอรมนี กล่าวว่า พวกโจรสลัดได้มีการจัดการอย่างดี แต่เขาก็มียุทโธปกรณ์อย่างดี และพร้อมที่จะใช้ทุกอย่างเพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือ กองทัพเรือฝรั่งเศส ประจำการอยู่ที่ดจิบูติ นับตั้งแต่ปี 2520 ส่วนใหญ่เป็นการส่งกำลังบำรุงให้ภารกิจของอียู ซึ่งภายใต้บรรยากาศปกติ แต่ละปีจะมีเรือรบฝรั่งเศสราว 60 ลำ แล่นผ่านดจิบูติเป็นประจำอยู่แล้ว |