|
หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2009, 01:12:30 AM กรมอุตุนิยมวิทยา
สภาวะอากาศทั่วไป ลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคเหนือทำให้มีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้นำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทำให้มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีฝนฟ้าคะนองกับมี ลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจาก ลมกระโชกแรงในระยะนี้ไว้ด้วย อนึ่งบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 28 ก.พ.-3 มี.ค.52 ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณประเทศไทยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้นได้อีก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วนและอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศา ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. คาดหมาย ในระยะนี้ ลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคเหนือและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ สำหรับในช่วงวันที่ 28 ก.พ. 3 มี.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 28 ก.พ. 3 มี.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ไว้ด้วย หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2009, 01:14:49 AM ไทยรัฐ
แม่น้ำคงคามีมลพิษ เต็มไปด้วยแพลงก์ตอนสัตว์เป็นมะเร็ง นักชีววิทยาอเมริกันพบว่า น้ำในแม่น้ำคงคา อันเป็นแม่น้ำที่ชนชาวฮินดูถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์หลายช่วง เต็มไปด้วยแพลงก์ตอนสัตว์ ที่ล้วนเป็นโรคเนื้อร้าย แพลงก์ตอนเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งไม่สามารถว่ายน้ำไปตามต้องการได้อิสระ จำแนกได้เป็น แพลงก์ตอนพืช และแพลงก์ตอนสัตว์ โดยเหตุที่แพลงก์ตอนมีความสำคัญ เป็นข้อต้นของห่วงโซ่อาหาร ของสัตว์ต่างๆ เมื่อพวกมันเป็นเนื้อร้าย ก็จะพลอยทำให้ปลาเล็กปลาน้อยซึ่งกินมันเป็นอาหารพลอยติดโรคไปด้วย และเมื่อปลาใหญ่กินปลาเล็กกินอาหารอีกทอดหนึ่ง ก็พลอยติดโรคต่อกันไปเป็นทอดๆ ซึ่งจะรวมถึงคนที่ไปกินปลาในแม่น้ำเป็นอาหารในที่สุด นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯได้เก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำคงคา ช่วงที่ไหลผ่านเมืองหริวอร์, กันปุระ, พาราณสี, ปัตนา และกัลกัตตาไปศึกษาที่ห้องปฏิบัติการในอเมริกา และได้นำมารายงานในที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์ที่เมืองปัตนาว่า มันเป็นเครื่องแสดงว่า แม่น้ำคงคามีปัญหาสุขภาพของสิ่งแวดล้อม และถ้าหากแพลงก์ตอนต้องตายเกลี้ยง ในแม่น้ำก็จะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย และกล่าวเสริมว่า เป็นเพราะการทิ้งขยะมูลฝอยลงแม่น้ำ ไปเลี้ยงให้พวกแบคทีเรียเจริญเติบโต เคยมีการประมาณว่า นับแม่น้ำคงคาช่วงตั้งแต่เมืองกอมุก ไปจนไหลลงสู่อ่าวเบงกอล ระยะทาง 2,510 กม.ได้มีการปล่อยน้ำโสโครกทิ้งลงสู่แม่น้ำเป็นปริมาณเกือบ1 พันล้านลิตร. หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2009, 01:22:39 AM มติชน
นาซ่ามึนดาวเทียมโลกร้อนดิ่งทะเล สูญเงินเปล่า300ล.-เร่งหาสาเหตุ นาซ่าผิดหวังดาวเทียมสำรวจโลกร้อนดวงแรกขององค์กรไปไม่ถึงวงโคจร ดิ่งร่วงสู่มหาสมุทรแอนตาร์กติกเสียก่อน สูญเกือบ 300 ล้านดอลล์ รอผลสอบเหตุล้มเหลว องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า) ของสหรัฐอเมริกา แสดงความผิดหวัง หลังดาวเทียมสำรวจภาวะโลกร้อนดวงแรกของนาซ่าที่ถูกส่งขึ้นไปสำรวจการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศซึ่งก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกหรือโลกร้อนนั้น ประสบความล้มเหลวโดยเข้าสู่วงโคจรไม่ได้ ก่อนดิ่งตกลงในมหาสมุทรแอนตาร์กติก เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดาวเทียมสำรวจภาวะโลกร้อนดวงนี้มีชื่อว่า "โอซีโอ" มีมูลค่า 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้เวลาพัฒนานาน 8 ปี ได้ถูกปล่อยออกจากฐานยิงโดยจรวดขนส่ง "ทอรัส เอ็กซ์แอล" ที่ฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเวลา 01.55 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันเดียวกัน โดยการทะยานออกจากฐานยิงเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ความผิดพลาดเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีต่อมาเมื่อโครงสร้างทรงกรวยด้านนอกที่ห่อหุ้มเป็นเครื่องป้องกันดาวเทียมดวงนี้ในขณะเคลื่อนที่นั้น ไม่ยอมแยกตัวออกจากโอซีโอ ทำให้ดาวเทียมไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้และดิ่งตกมหาสมุทรแอตแลนติกในไม่กี่อึดใจต่อมา นายชัค โดเวล ผู้อำนวยการฝ่ายการบินของนาซ่ากล่าวถึงความล้มเหลวของภารกิจนี้ว่า "เป็นความผิดหวังครั้งใหญ่สำหรับวงการวิทยาศาสตร์" และว่า ตัวแปรยังบ่งชี้ว่ายานทั้งหมดได้เผาไหม้ตัวเองในชั้นบรรยากาศ สารพิษไฮดราซีนซึ่งเป็นเชื้อเพลิงบรรจุบนยานดังกล่าวจึงไม่เป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นครั้งแรกที่นาซ่าใช้จรวดทอรัสในการขนส่งดาวเทียมสำรวจภาวะโลกร้อนดวงแรกนี้ของนาซ่า ซึ่งนายจอห์น บรันส์ชูเลอร์ ผู้อำนวยการโครงการจรวดทอรัส จากบริษัท ออร์บิทัล ไซเอ็นซ์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตจรวดขนส่งรุ่นนี้ กล่าวว่า ระบบขนส่งนี้มีประวัติเกือบสมบูรณ์แบบในปฏิบัติการที่ผ่านมาระหว่างปี 2537-2547 โดยไม่เคยมีปัญหาใดๆ มาก่อน รวมถึงเรื่องแบบโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนของนาซ่าจะทำการสอบสวนหาสาเหตุของภารกิจที่ล้มเหลวครั้งนี้ต่อไป ดาวเทียม "โอซีโอ" เป็นดาวเทียมสำรวจภาวะโลกร้อนดวงแรกของนาซ่าที่มีเป้าหมายทางภารกิจในการขึ้นไปสำรวจการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ แต่ไม่ใช่ดาวเทียมสำรวจภาวะโลกร้อนดวงแรกของโลก เนื่องจากเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (จาซ่า) ได้ส่งดาวเทียมสำรวจการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดวงแรกของโลกชื่อ "โกแซท" ขึ้นสู่วงโคจรแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยนักวิทยาศาสตร์ในการหาค่าความหนาแน่นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศทั้งหมดของพื้นผิวโลก เพื่อศึกษาดูความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก (เอเอฟพี) หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2009, 01:31:53 AM ข่าวสด
"ฮัลโหล"ใต้น้ำ : เอิ๊กอ๊ากอินเตอร์ (http://www.matichon.co.th/news-photo/khaosod/2009/02/for32260252p1.jpg) สองนักวิจัยในอังกฤษ "เจมส์ โอเกอร์" กับ "จิมมี่ ลอยโซ" ภูมิใจนำเสนอสิ่งประดิษฐ์ล้ำยุคหน้าตาเหมือน "จักรกลจากต่างดาว" ชิ้นนี้... นั่นคือ ต้นแบบระบบฮัลโหลใต้น้ำ ดิ ไอโซโฟน เวลาจะใช้ต้องลงไปใช้ในน้ำ เอาเครื่องครอบหัว ผู้พัฒนาบอกว่าไอโซโฟนช่วยให้มีสมาธิติดต่อสื่อสารมากขึ้น เสียงที่ได้ยังคมชัดกว่าปกติซะด้วย แฮ่...ดูเป็นนวัตกรรมประหลาดๆ ดี แต่จะทำออกมาขายได้จริงๆ อ๊ะเปล่านั้นก็ยังน่าสงสัยอยู่! หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2009, 01:36:59 AM X-cite ไทยโพสต์
ทร.หนุนปิดอ่าวส่งเรือรบไล่ล่าพวกฝ่าฝืน วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พล.ร.ท.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และ ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นำคณะเดินทางไปยัง จ.ชุมพร พบปะหารือกับนายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการ จ.ชุมพร พล.ต.ต.อภิชาติ เชื้อเทศ ผบก.ภ.ชุมพร เกี่ยวกับเรื่องความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เนื่องจากบุคลากรและอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลขาดความชำนาญ ขาดประสบการณ์ ขาดความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการช่วยเหลือชีวิต โดยยืนยันว่าทางกองทัพเรือพร้อมให้คำแนะนำ และพร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงในการฝึกยามฝั่งให้กำลังพลและ อส.ของชุมพร พล.ร.ท.ชัยวัฒน์เปิดเผยด้วยว่า ระหว่างวันที่ 15 ก.พ.-15 พ.ค.ของทุกปี เป็นช่วงปลาวางไข่ ได้มีประกาศปิดอ่าว 3 จังหวัดคือ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ได้รับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานในช่วงนี้ มีเรือประมงขาดจิตสำนึกสาธารณะ ไม่ให้ความร่วมมือกับทางการ ลักลอบ ฝ่าฝืนเข้ามาจับปลาในเขตหวงห้าม ทัพเรือภาคที่ 1 ต้องใช้ภารกิจร่วมเครือข่ายในศูนย์ประสานการปฏิบัติหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ส่งเรือรบเข้ามาสนับสนุนการปิดอ่าวเพื่อป้องปราม หากพบผู้ใดฝ่าฝืนจะจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงปิดอ่าวไม่ให้ชาวประมงจับปลาเพื่อให้ปลาวางไข่แพร่พันธุ์ ยังถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ จะต้องหากิจกรรมหรือสร้างงานเสริมให้ชาวประมงมากกว่านี้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว. **************************************************************************************************************************************** แม่กลองอนุรักษ์สัตว์น้ำก่อนจะสูญพันธุ์ นายสนม กำเนิดอุย นายก อบต.คลองเขิน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า นายประภาศ บุญยินดี ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรสงคราม ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "มาช่วยกันอนุรักษ์สัตว์น้ำที่กำลังจะสูญพันธุ์" ที่ อบต.คลองเขิน ร่วมกับทางจังหวัดและประมงจังหวัด จัดขึ้นเพื่อปลูกจิตสำนึกให้ชาว ต.คลองเขิน และตำบลใกล้เคียงมาช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่กำลังจะสูญพันธุ์ หากไม่ช่วยกันดูแลป้องกัน นายสนมกล่าวว่า ตำบลคลองเขินมีบริเวณติดกับแม่น้ำลำคลองหลายสาย ส่งผลให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำที่เกิดจากธรรมชาติและมีผู้มาปล่อย แต่ปัจจุบันมีผู้ไม่หวังดีแอบใช้สารเคมี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ยาเบือ เบือกุ้ง เบือปลา จนอาจทำให้สัตว์น้ำต่างๆ สูญพันธุ์ได้ในอนาคต เพราะยาเบือนี้ทำให้พันธุ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งตายยกครัว จึงอยากให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสอดส่องดูแล และมีบทลงโทษทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะเท่าที่ผ่านมาบทลงโทษน้อยเกินไป ทำให้ผู้ฝ่าฝืนไม่เกรงกลัว นายประภาศ บุญยินดี ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า สมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่มีความผูกพันกับธรรมชาติ แม่น้ำลำคลอง โดยเฉพาะวิถีของคนตกกุ้งที่เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของกุ้งในแหล่งน้ำธรรมชาติ ในอดีตนั้นมีเรือตกกุ้งเพียง 200 กว่าลำ และมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากไม่มีกุ้งในแหล่งน้ำให้ตก สมัยที่ตนเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้จัดทำโครงการปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามขนาด 5 ซม. เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย เนื่องจากกุ้งดังกล่าวมีอัตราการรอดตายสูง ทำให้มีเรือตกกุ้งในพื้นที่เพิ่มขึ้นประมาณพันกว่าลำ อย่างไรก็ตาม หากมีแต่ผู้จับ แต่ไม่มีผู้ปล่อยปริมาณกุ้งก็อาจลดลงได้ ทางจังหวัดจึงได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งเป้าหมายที่จะปล่อยพันธุ์กุ้งขนาด 5 ซม. สู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั่ว จ.สมุทรสงคราม ประมาณ 10 ล้านตัว เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ที่จะฟื้นฟูพันธุ์สัตว์น้ำให้คงอยู่กับท้องถิ่นต่อไป และยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ นายประภาศกล่าวด้วยว่า กุ้งก้ามกรามที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาตินั้นเป็นสมบัติของส่วนรวม จึงขอให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังพวกที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ใช้วิธีเบือกุ้งที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์น้ำ และทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางจังหวัดจะมีนโยบายขั้นเด็ดขาดที่จะจับกุมกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไปดำเนินคดีโดยไม่มีการรอลงอาญา. หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มหัวข้อโดย: สายน้ำ ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2009, 01:40:35 AM เนชั่นทันข่าว
ประมงพื้นบ้านขู่บุกเวทีอาเซียนซัมมิทฉุนมาตรการปิดอ่าว นายอิศเรศ สีเอี่ยม ประธานกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านหาดแสงอรุณ หมู่ 4 ต. แสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับชาวประมงพื้นบ้านเล็ก ต.ห้วยยาง เข้าร้องเรียนกับสำนักงานประมงจังหวัดกรณีมีเรืออวนลากเข้ามาหากินในเขต 3,000 เมตร ในเวลากลางคืน ทำให้อวนปูของชาวประมงเรือเล็กทั้ง 2 ตำบลได้รับความเสียหายจำนวนมาก หลังจากที่กรมประมงประกาศปิดอ่าวให้ปลาทูวางไข่ ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ถึง 15 พฤษภาคม แต่เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดอ้างว่าดูแลได้ไม่ทั่วถึง และขอให้ผู้เสียหายไปแจ้งตำรวจเอง " การประกาศปิดอ่าวครั้งนี้อนุญาตให้เรืออวนลากขนาด 16 เมตรทำการประมงได้เวลากลางคืน ซึ่งเป็น เรื่องที่ชาวบ้านแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะยังไม่เคยมีการทำประชาพิจารณ์หรือสอบถามความเห็นจาก ชาวประมงเรือเล็กที่มีส่วนได้เสียโดยตรง และการปิดอ่าวไม่ควรมีมาตรการยกเว้นให้เรือประมงพาณิชย์ เรากำลังหารือที่ จะไปร้องเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบปัญหา ระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิท เพื่อรักษาสิทธิในการทำกินตามวิถีชีวิตดั้งเดิม เนื่องจากการร้องเรียนหน่วยงานระดับจังหวัดไม่ได้รับความสนใจ จากนั้นจะล่ารายชื่อชาวประมงที่เดือดร้อน ทั้งจังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนเพื่อยื่นต่อศาลปกครองกลางให้ระงับคำสั่งปิดอ่าวที่อนุญาตให้เรือเข้า มาหากินในเวลากลางคืน เพราะไม่มีประโยชน์ในการอนุรักษ์ปลาทูตามที่อ้าง แต่ปิดอ่าวเพื่อทำให้มีการ ต่อรองผลประโยชน์กับกลุ่มทุนที่ลักลอบทำการประมงในเขตหวงห้ามมากกว่าเรื่องอื่น " ประธานกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านหาดแสงอรุณ ระบุ หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มหัวข้อโดย: chickykai ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2009, 04:15:05 AM เนชั่นทันข่าว ประมงพื้นบ้านขู่บุกเวทีอาเซียนซัมมิทฉุนมาตรการปิดอ่าว นายอิศเรศ สีเอี่ยม ประธานกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านหาดแสงอรุณ หมู่ 4 ต. แสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับชาวประมงพื้นบ้านเล็ก ต.ห้วยยาง เข้าร้องเรียนกับสำนักงานประมงจังหวัดกรณีมีเรืออวนลากเข้ามาหากินในเขต 3,000 เมตร ในเวลากลางคืน ทำให้อวนปูของชาวประมงเรือเล็กทั้ง 2 ตำบลได้รับความเสียหายจำนวนมาก หลังจากที่กรมประมงประกาศปิดอ่าวให้ปลาทูวางไข่ ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ถึง 15 พฤษภาคม แต่เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดอ้างว่าดูแลได้ไม่ทั่วถึง และขอให้ผู้เสียหายไปแจ้งตำรวจเอง " การประกาศปิดอ่าวครั้งนี้อนุญาตให้เรืออวนลากขนาด 16 เมตรทำการประมงได้เวลากลางคืน ซึ่งเป็น เรื่องที่ชาวบ้านแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะยังไม่เคยมีการทำประชาพิจารณ์หรือสอบถามความเห็นจาก ชาวประมงเรือเล็กที่มีส่วนได้เสียโดยตรง และการปิดอ่าวไม่ควรมีมาตรการยกเว้นให้เรือประมงพาณิชย์ เรากำลังหารือที่ จะไปร้องเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบปัญหา ระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิท เพื่อรักษาสิทธิในการทำกินตามวิถีชีวิตดั้งเดิม เนื่องจากการร้องเรียนหน่วยงานระดับจังหวัดไม่ได้รับความสนใจ จากนั้นจะล่ารายชื่อชาวประมงที่เดือดร้อน ทั้งจังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนเพื่อยื่นต่อศาลปกครองกลางให้ระงับคำสั่งปิดอ่าวที่อนุญาตให้เรือเข้า มาหากินในเวลากลางคืน เพราะไม่มีประโยชน์ในการอนุรักษ์ปลาทูตามที่อ้าง แต่ปิดอ่าวเพื่อทำให้มีการ ต่อรองผลประโยชน์กับกลุ่มทุนที่ลักลอบทำการประมงในเขตหวงห้ามมากกว่าเรื่องอื่น " ประธานกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านหาดแสงอรุณ ระบุ งง เนชั่นแฮะ ชาวประมงพื้นบ้านเค้าไม่ได้ไม่พอใจมาตรการปิดอ่าวหนิคะ เท่าที่อ่าน เค้าไม่พอใจเรื่องอนุญาตให้เรืออวนลากเข้ามาหากินในเขตน้ำตื้นได้ตอนกลางคืนไม่ใช่เหรอ หรือเราอ่านไม่เข้าใจแฮะ :( หัวข้อ: Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มหัวข้อโดย: แม่หอย ที่ กุมภาพันธ์ 26, 2009, 11:09:09 AM งงเหมือนกันค่ะ.. การพาดหัวข่าวของสื่อ บางทีอ่านแล้วต้องตั้งสติทำความเข้าใจใหม่.. ไม่งั้นอาจเข้าใจไปคนละเรื่องได้ ???
ประมงพื้นบ้านไม่ต่อต้านมาตรการปิดอ่าวหรอกค่ะ เพราะเรือเล็กของเขาน่ะยังทำประมงได้ แต่เขาโวยเรื่องที่มีเรืออวนลากเข้ามาทำประมงเวลากลางคืน และเรื่องที่มีการอนุญาตให้เรือประมงขนาด 16 เมตรเข้ามาทำประมงได้ เรื่องข้อยกเว้น ได้ยินมาว่าที่อนุญาตให้เรือขนาดไม่เกิน 16 เมตรยังทำการประมงได้นั้นก็เพราะมีเป้าหมายจะยกเว้นให้เรือประมงขนาดเล็กแหละค่ะ เพราะขืนห้ามทำการประมงทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้นเลยก็ต้องโดนประท้วงอีก แต่ทีนี้เมื่อมีข้อยกเว้น (หรือแม้แต่ห้ามอยู่ก็เหอะ) ก็จะมีผู้ฉวยโอกาส สร้างปัญหาอย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ .. อย่างตอนนี้ในเมื่ออนุญาตเรือเล็ก บรรดาชาวประมงก็จะใช้เรือขนาดเล็กนั่นแหละ แต่เอาไปติดอุปกรณ์ล้างผลาญทะเลแบบที่เดิมใช้กับเรือขนาดใหญ่ซะ .. ไทยเราเก่งกันนักนี่คะ กับเรื่องที่เขาว่า "เลี่ยงบาลี" น่ะ กฎหมายก็คอยออกวิ่งตามก้นผู้จ้องหลบหลีกไปสิ.. :( |