กระดานข่าว Save Our Sea.net
พฤศจิกายน 29, 2025, 11:30:21 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: บอร์ดนี้อ่านได้อย่างเดียว ต้องการตั้งกระทู้ใหม่กรุณาใช้งานบอร์ดใหม่ที่
http://www.saveoursea.net/forums/index.php
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551  (อ่าน 2377 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2008, 12:32:20 AM »

กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

    บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ซึมลงมาถึงภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย  ส่วนร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกมีกำลังอ่อนลง ลักษณะดังกล่าวทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนลดลงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม  ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ต่อไปอีกในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา  ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 2-4 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ซึมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอน บน ส่งผลให้ร่องความกดอากาศต่ำเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนบน และอ่าวไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ต่อไปอีก ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนลดลง

ส่วนในช่วงวันที่ 5-8 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนืออากาศอุ่นขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 2-4 พ.ย. ขอให้ประชาชนในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือใต้บริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมหาสารคามให้ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้



* Forecast2.jpg (39.59 KB, 693x430 - ดู 302 ครั้ง.)

* Earthquake2.jpg (30.14 KB, 450x309 - ดู 310 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2008, 12:42:32 AM »

มติชน


โศกนาฏกรรมแห่งอันดามัน               :              โดย ภาสกร จำลองราช



แม้น้ำเสียงตะกุกตะกักและพูดเพียงไม่กี่คำ แต่แววตาอันสุกใสและสีหน้าที่บ่งบอกถึงความปลาบปลื้มยินดี ทำให้แขกที่มาเยือนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของเจ้าของบ้าน

ท้องทะเลยามค่ำคืนชั่วเบื้องหน้ามืดมิด แต่เมื่อมองไปไกลๆ เห็นแสงไฟจากชายฝั่งระนองและเกาะสองของพม่า ชีวิตของคนบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้แลดูอ้างว้างเหมือนผืนน้ำ และก็เป็นเช่นนี้มานาน แต่ยามนี้กลับมีชีวิตชีวายิ่งนัก ชาวบ้านจากทั่วทุกทิศต่างทุ่มกายเทใจกันมาช่วยสร้างบ้านให้ชาวมอแกนบนเกาะ เหลา

เกาะเหลาอยู่ห่างจากฝั่งอำเภอเมือง จังหวัดระนอง เพียงแค่นั่งเรือ 20 นาที แต่ความเป็นอยู่ของชาวบ้านมอแกนกลับดูเหมือนอยู่ไกลเกือบตกขอบทะเล

ชาวบ้านจากชุมชนเมืองอุบลฯขับรถขนกันมาจากริมแม่น้ำโขงนับพันกิโล แต่รถดันเสียระหว่างทาง เลยต้องค้างเติ่งอยู่ริมถนน 1 คืน แต่ก็ไม่ย่อท้อ แม้จะมาถึงช้ากว่าคนอื่น 1 คืน

พี่น้องมุสลิมจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้หอบข้าวปลาอาหารกันมาเต็มอัตราศึก เช่นเดียวกับชาวบ้านจากเกาะลันตาที่ขนช่างสร้างบ้านกันมาอย่างคึกคัก ส่วนชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างเครือข่ายชุมชนภูเก็ตและพังงาต่างกระฉับ กระเฉงไม่แพ้กัน

ขณะที่เจ้าบ้านอย่างกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นและมอแกนต่างกุลีกุจอในเยื่อใยในสายสัมพันธ์อันงดงามของคนจนหมู่เดียวกัน

ค่ำ คืนแรกของการพบปะและกล่าวต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นโดยมีผู้อาวุโสอย่าง อาจารย์ระพี สาคริก ร่วมให้กำลังใจและรับฟังการสนทนาของเหล่าชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ



ตลอด 3-4 วัน น้ำใจและแรงกายค่อยๆ ก่อรูปเป็นบ้านหลังน้อย แต่มั่นคงให้กับชาวมอแกนเกาะเหลา

ปัจจุบัน ชนชาวเลทั้งมอแกน มอแกลนและอุรักลาโว้ยที่อาศัยอยู่ในทะเลอันดามันมาเนิ่นนานไม่น้อยกว่าการ ก่อตั้งรัฐไทย กำลังเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายทั้งด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เพราะถูกสังคมสมัยใหม่ที่มีอำนาจและอิทธิพลรุกรานจนแทบไม่เหลือที่ซุกตัวและ สืบทอดเผ่าพันธุ์

ชนชาวเลต้องตกอยู่ในสภาวะยอมจำนนให้อยู่ติดที่ เพราะอาณาจักรทางทะเลอันกว้างใหญ่ที่เคยร่อนเร่ถูกตีตราจองจากภาครัฐและ เอกชนจนหมดสิ้น เจ้าถิ่นถูกแปรสภาพเหลือเพียงผู้อาศัย รัฐไทยเอายึดครองพื้นที่และสร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ แต่รังเกียจคนพื้นถิ่น

ชาวเลถูกต้อนให้อยู่ในมุมเล็กๆของอันดามัน แต่ในมุมๆ นั้นก็ยังอุตส่าห์มีคนนอกที่ช่ำชองสังคมใหญ่เข้าไปเอารัดเอาเปรียบและคดโกง ด้วยการจับมือกับคนของทางการแอบออกเอกสารสิทธิจับจองเป็นเจ้าของ ทั้งๆที่ชาวเลครอบครองโดยชอบธรรมหลายชั่วอายุคน

ทุกอณูพื้นที่ในแถบอันดามันกลายเป็นเงินเป็นทองไปหมด เพราะความเฟื่องฟูของธุรกิจการท่องเที่ยว

ขณะที่ชาวมอแกนที่บ้านทับตะวัน จังหวัดพังงา ต้องถูกเอกชนฟ้องฐานบุกรุกที่ดินทั้งๆที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอยู่กันมายาวนานก่อนคำว่าโฉนดจะเป็นที่รู้จักในสังคม เช่นเดียวกับชาวเลบนหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ที่ตั้งชุมชนกันอย่างผสมกลมกลืนระหว่างมอแกนและอุรักลาโว้ยกันมาตั้งแต่หาดราไวย์ยังไม่อยู่ในแผนที่การท่องเที่ยวแห่งไข่มุกอันดามัน แต่วันดีคืนดีมีผู้ใหญ่บ้านซึ่งรู้ว่าพื้นที่ของชาวเลยังไม่มีเอกสารสิทธิ จึงแอบเข้าไปจับจองทางกฎหมายและฟ้องร้องชาวบ้าน



ส่วนชาวมอแกนบนหมู่เกาะสุรินทร์กว่า 60 ครอบครัว ถูกพัฒนาให้เป็นเช่นเดียวกับสวนสัตว์เปิดไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งๆ พวกเขาตั้งรกรากก่อนประกาศเขตอุทยานฯ แต่กลับถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ และถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์มากมาย แม้แต่หาปลาหาหอย เพียงเพื่อเป็นรายได้มาซื้อข้าวกินประทังชีพยังทำไม่ได้ พิธีกรรมต่างๆ ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพชนถูกตั้งเงื่อนไขจากทางการนานัปการ รายได้มีอยู่ทางเดียวคือรับจ้างอุทยานฯขับเรือพานักท่องเที่ยวไปดำดูปะการัง ในฤดูเปิดเกาะวันละ 120 บาท

สารพัดข้อหาพุ่งตรงมายังชาวเลโดยไร้ เยื่อใยเหลียวแลจากผู้บริหารประเทศ หรือการโอบอุ้มจากคนส่วนใหญ่สังคมไทย มีเพียงมือเล็กมือน้อยของคนจนๆ ในชุมชนเท่านั้นที่ยื่นประคองคนยากไร้ด้วยกัน

ชีวิตของมอแกนบนเกาะเหลากลับยิ่งน่าเห็นใจกว่านั้น เพราะแทบไม่มีทางเลือกเหลือรอด

" หมาน" กับ "ดัน" สองหนุ่มมอแกนเพิ่งกลับมาถึงเกาะเหลา เขาและเพื่อนๆ อีก 5 คน รับจ้างนายทุนเรือประมงไทยข้ามไประเบิดปลาในทะเลฝั่งพม่า

ชีวิตที่อยู่ไปวันๆบนเกาะเหลาเพราะหาอยู่หากินไม่ได้ ทำให้พวกเขาไม่อาจนิ่งเฉยรอความตายได้ ครั้นจะเข้าไปรับจ้างในเมืองระนองก็ไม่มีใครรับ เพราะไม่มีบัตรประชาชน ขณะที่หญิงชรามอแกนบางคนเลือกเข้าไปเป็นขอทานอยู่แถวท่าเรือและป้ายรถประจำ ทางในระนอง

การลักลอบข้ามไประเบิดปลาในฝั่งพม่าเที่ยวหนึ่งใช้เวลา 3-4 วัน ซึ่งทั้งหมานและดันต่างรู้ดีว่าเสี่ยงต่อการถูกทหารพม่าจับกุม เช่นเดียวกับครั้งก่อนที่พวกเขารับจ้างไปดำปลิงที่หมู่เกาะนิโคบา ประเทศอินเดีย ทั้งๆ ที่รู้ดีว่ามีความเสี่ยงสูง บางคนถูกน้ำหนีบเสียชีวิต บางคนต้องพิการหรือไม่ก็ต้องถูกทางการอินเดียจับ

ความแคล่วคล่องและปราดเปรียวของชาวเลเมื่ออยู่ในน้ำ ทำให้พวกเขาถูกใช้เป็นเครื่องมือหากินของนายทุน

พวกเขาเปรียบเหมือนสิงโตทะเลหรือแมวน้ำยามอยู่ใต้ท้องทะเล สามารถจับปลาจับปลิงได้ครั้งละมากๆกว่าคนทั่วไปถึงเท่าตัว แต่การเดินทางข้ามฟากไปพม่าของหมานและดันเที่ยวนี้โชคร้าย เพราะเผชิญหน้ากับทหารพม่า ทั้งหมดกระโดดหนีลงทะเล เพราะขืนอยู่ หากไม่ถูกยิงก็ต้องถูกจับ

ลูกเมียที่รู้ข่าวต่างนอนเป็นห่วงกันอยู่ หลายคืน แต่ในที่สุดทั้งหมดก็กลับมาถึงเกาะเหลาในวันที่แขกเหรื่อเดินทางมาช่วยสร้าง บ้านพอดีได้อย่างปลอดภัย

เส้นชีวิตของคนมอแกนช่างกิ่วบางเหลือเกิน แม้ขณะนี้มีคนกลุ่มเล็กๆ ในสังคมพยายามช่วยกันประคับประคอง แต่หนทางในวันข้างหน้าของชนชาวเลยังน่าใจหาย

บ้านกว่า 20 หลังของชาวมอแกนเกาะเหลา สร้างเกือบแล้วเสร็จเพียงในระยะเวลาอันสั้นด้วยน้ำพักนำแรงของเครือข่าย ชุมชน แต่ยังเหลืออีกไม่น้อยกว่า 25 หลังกำลังรอคอยการสานต่อของคนในสังคม

ทำอย่างไรกันดี แสงเทียนเล็กๆ ของชาวเลจึงจะมีพลังส่องสว่างมากกว่าที่เป็นอยู่

บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2008, 12:57:18 AM »

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


อธิบดีกรมประมง ร่วมกับประชาชน จ.ตราด ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1,259,999 ตัว

    วันนี้(1พ.ย.51)ที่อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง ดร.จิราวรรณ แย้มประยูร นายสุรจิตต์ อินทรชิตต์ รองอธิบดีกรมประมง นายประทีป จงสืบธรรม รองผู้ว่าราชการจ.ตราด ว่าที่ร.ต.สุรัตน์ เกิดมะลิ ประมง จ.ตราด เจ้าหน้าที่กรมประมง และหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่ตำบลด่านชุมพล ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

    อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า เนื่องในวัดทอดกฐินสามัคคีกรมประมง โดยได้จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์จำนวน 1,259,999 ตัว ประกอบด้วยพันธุ์ปลา กุ้งก้ามกราม จำนวน 900,000 ตัว ปลากาดำ 100,000 ตัว และปลานิล 259,999 ตัว โดยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดระยอง และสถานีประมงน้ำจืด จ.ตราด ร่วมทั้งเพื่อสร้างความสมานสามัคคีของประชาชนชาวไทยตามโครงการ จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน สร้างสามัคคี อีกด้วย

บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.022 วินาที กับ 20 คำสั่ง