กระดานข่าว Save Our Sea.net
พฤศจิกายน 29, 2025, 03:08:08 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: บอร์ดนี้อ่านได้อย่างเดียว ต้องการตั้งกระทู้ใหม่กรุณาใช้งานบอร์ดใหม่ที่
http://www.saveoursea.net/forums/index.php
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2551  (อ่าน 2328 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« เมื่อ: ธันวาคม 11, 2008, 01:05:34 AM »

กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปและมีหมอกในตอนเช้า  สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งและคลื่นลมในอ่าวไทยสูง 1-2 เมตร


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็น และมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19 องศา สูงสุด 30 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในระยะนี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลงด้วย สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศมาเลเซียในช่วงวันที่ 13-15 ธ.ค. ทำให้ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีฝนหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 10-11 ธ.ค. ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศา

ต่อจากนั้นในช่วงวันที่ 12-14 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศอุ่นขึ้น และมีหมอกในตอนเช้า หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 15-16 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอีกครั้งหนึ่ง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิจะลดลงอีก และมีลมแรง
     

ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10-11 ธ.ค. ชาวเรือในอ่าวไทยตอนล่างระวังอันตรายจากการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนในช่วงวันที่ 13-16 ธ.ค. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปให้ระวังอันตรายจากฝนหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ 
 


* Forecast2.jpg (38.67 KB, 693x430 - ดู 264 ครั้ง.)

* Earthquake2.jpg (27.37 KB, 450x306 - ดู 310 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2008, 01:09:42 AM »

ไทยรัฐ


ยูเอ็นโต้โผจัดประชุม สกัดโจรสลัดโซมาเลีย
 
สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นเจ้าภาพจัดประชุมความร่วมมือระหว่างตัวแทน 140 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 10-12 ธ.ค. ณ กรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยา เพื่อหาทางแก้ปัญหาโจรสลัดในน่านน้ำโซมาเลียบุกโจมตีเรือต่างๆ โดยมีนายอัลมาดู อุล อับดุลเลาะห์ ตัวแทนพิเศษของยูเอ็นในโซมาเลียเป็นผู้นำการประชุม พร้อมด้วยประธานาธิบดี เอ็มไว คิบากิ แห่งเคนยา 

นายอับดุลเลาะห์ระบุว่า การแก้ปัญหาควรเริ่มต้นที่การสร้างสันติภาพและเสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้นในโซมาเลียอย่างยั่งยืน ทั้งยังขอให้นานาประเทศใส่ใจและร่วมมือในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (อียู) ได้เปิดตัวโครงการแอตตาแลนตา โครงการร่วมมือระหว่างตัวแทนบริษัทเดินเรือพาณิชย์ เจ้าหน้าที่รัฐบาล และหน่วยปราบปรามการปล้นสะดมทางเรือระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องเรือที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านน่านน้ำโซมาเลีย

บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2008, 01:41:39 AM »

มติชน


สวีเดนแชมป์คุม ก๊าซเรือนกระจก

ดัชนีวัดกิจกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือซีซีพีไอ ประจำปีที่เปิดเผยในการประชุมด้านสภาพอากาศที่เมืองพอซนัน ประเทศโปแลนด์เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ระบุว่าสวีเดนเป็นประเทศที่มีความพยายามมากที่สุดในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่พยายามน้อยที่สุด

แต่ดัชนีซีซีพีไอที่จัดทำขึ้นโดยองค์กรไม่แสวงผลกำไรเยอรมันวอทช์และเครือข่ายแก้ปัญหาโลกร้อน (ซีเอเอ็น) ของยุโรปนั้น จัดให้สวีเดนอยู่ในอันดับที่ 4 เท่านั้น แม้จะเป็นประเทศที่ทำได้ดีที่สุด โดยระบุว่า ไม่มีประเทศใดที่มีผลงานน่าพอใจสมควรได้รับอันดับ 1-3 หากคิดถึงการปกป้องสภาพอากาศโลก

ประเทศที่อยู่ในอันดับต่อจากสวีเดนได้แก่เยอรมนี ฝรั่งเศส อินเดีย บราซิล อังกฤษ และเดนมาร์ก ขณะที่ 10 อันดับสุดท้ายประกอบไปด้วยกรีซ มาเลเซีย ไซปรัส รัสเซีย ออสเตรเลีย คาซักสถาน ลักเซมเบิร์ก สหรัฐอเมริกา แคนาดา และซาอุดีอาระเบีย

ดัชนีซีซีพีไอนั้น นำ 57 ชาติที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมกันมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของโลก มาทำการคิดคำนวณและให้คะแนนโดยดูจากตัวชี้วัด 12 อย่าง เช่น ระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนโยบายด้านสภาพอากาศ (เอเอฟพี)


******************************************************************************************************************************


5 อุทยานฯดังจำกัดนักท่องเที่ยวเหลว เกินมาอื้อ- อธิบดีลั่นปีหน้าเอาจริง

นโยบายจำกัดนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติปีแรกยังเกินเพียบ ภูกระดึง พักได้ 5 พันคน ขึ้นมา 9 พันคน สุดแออัด "อุภัย วายุพัฒน์"ชี้ปีแรกยืดหยุ่น แต่ปีหน้าเอาจริง เตรียมเชิญวิทยากรอบรมเจ้าหน้าที่ฝึกให้บริการ 10 อุทยานฯเทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม นายอุภัย วายุพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุทยานฯได้กำหนดมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ 10 แห่งนำร่อง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่าในช่วงวันพ่อแห่งชาติระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปใช้บริการเกินขีดความสามารถการรองรับที่กำหนดไว้ 5 แห่ง ดังนี้ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จำกัดพักค้างคืนสูงสุด 1,134 คน ไปกลับ 850 คน แต่ในช่วงวันดังกล่าวมีถึง 8,000 คนต่อวัน ขณะที่ดอยสุเทพ-ปุย ค้างคืนได้ 850 คน นักท่องเที่ยวเฉลี่ย 900-1,000 คนต่อวัน ส่วนที่ภูกระดึง มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละ 8,000-9,000 คนต่อวัน จากที่กำหนดไว้ 5,300 คน และที่ไม่ได้ขึ้น 4,000-5,000 คนต่อวัน ขณะที่เขาใหญ่ เฉลี่ย 3,000-5,000 คนต่อวัน จากที่กำหนดพักค้างคืนได้ 2,600 คน ไปกลับ 3,285 คน ส่วนที่แก่งกระจาน เฉลี่ยวันละ 800-900 คนต่อวันเกินขีดความสามารถที่กำหนดไว้แค่ 100-200 คนต่อวัน

นายอุภัยกล่าวว่า ปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวยังคงเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น แต่ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันธรรมดาก็ยังปกติอยู่ อีกทั้งการเดินทางแบบไป-กลับก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ขณะเดียวกันยังมีการแนะนำอุทยานใกล้เคียงรองรับไว้แล้ว เช่น แถวห้วยน้ำดัง จะกระจายไปที่ผาแดง น้ำตกแม่สุรินทร์ หรือที่ดอยสุเทพ-ปุย ไปที่ขุนแจ แจ้ซ้อน ดอยขุนตาล ทั้งนี้ยอมรับว่าอาจต้องยืดหยุ่นในปีแรก แต่ในปีต่อไปจึงจะใช้มาตรการอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้จะมีการประเมินผลการดำเนินงานในเดือนมกราคม 2552 เพื่อดูว่ามีปัญหาอุปสรรคอะไรที่ต้องปรับแก้บ้าง แต่อาจจะไม่มีการจำกัดนักท่องเที่ยวในอุทยานฯอื่นๆ เพราะที่เลือก 10 แห่งเป็นเพราะเป็นพื้นที่มีปัญหานักท่องเที่ยวล้นอยู่แล้ว ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ว่าในช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2551-4 มกราคม 2552 มีนักท่องเที่ยวจองบ้านพักอุทยานฯต่างๆ เต็มหมดแล้ว ยกเว้นจุดกางเต๊นท์ยังคงพอเหลืออยู่ในบางจุดของบางพื้นที่อีกประมาณ 50%

นายอุภัยกล่าวว่า นอกจากนี้ภายใน 1 ปีข้างหน้าจะพยายามปรับปรุงอุทยานฯให้มีการบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานดีขึ้น ทั้งในเรื่องของความสะอาด ความสะดวก ความปลอดภัย เพราะจากการเดินทางไปตรวจอุทยานฯหลายแห่ง แล้วไม่ประทับใจ ยังมีขวดลิโพฯ กล่องนม และขยะกระจัดกระจายตามข้างทางอยู่ ซึ่งกำชับว่าต่อไปต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลสม่ำเสมอ และต้องให้เนี้ยบ โดยเฉพาะด้านการบริการ อาหาร ที่พัก โดยในปีนี้ทางอุทยานฯมีหลักสูตรอบรมพนักงานราชการเพิ่มเติม เช่น การพับที่นอน การจัดของใช้ในห้องน้ำ ซึ่งจะทำให้เทียบกับมาตรฐานของโรงแรมระดับห้าดาว โดยในวันที่ 12 ธันวาคมนี้จะเชิญหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศมาหารือเกี่ยวกับการบริการ และการเตรียมความพร้อมภายใต้โครงการอุทยานสีเขียวด้วย

บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2008, 01:50:47 AM »

แนวหน้า


เนรมิตถนนศึกษาธรรมชาติ ผุดเหนือเรือนยอดไม้-สร้างจุดเรียนรู้พฤกษศาสตร์คู่ท่องเที่ยว   

 นายวิทูร กรุณา ประธานคณะกรรมและรักษาการผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) กล่าวถึงการพัฒนาการให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกในการศึกษาธรรมชาติและการเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ ว่า คณะกรรมการ อ.ส.พ. ได้มีมติเห็นชอบให้มีการดำเนินการก่อสร้างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ (Canopy Walkway) ขึ้นในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ขึ้น

 ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสในการศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติวิทยาของพรรณไม้ที่ระดับความสูงเหนือเรือนยอดไม้เป็นเส้นทางพิเศษที่สร้างขึ้นในพื้นดินของต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นพรรณไม้เด่นของป่าดิบ ที่มีทรงพุ่มสูงขึ้นไปประมาณ 10-25 เมตร เปิดโอกาสให้ในการศึกษาวิจัยในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษาสภาพระบบนิเวศของเรือนยอดไม้ โครงสร้างภายนอกของต้นไม้ เช่น ใบ ดอกและผล รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่อาศัยอยู่ในยอดไม้ เช่น แมลง นก รังผึ้งหลวง และสัตว์ป่า ได้อย่างใกล้ชิดที่ไม่อาจศึกษาได้จากภาพพื้นดิน นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมองเห็นและชื่นชมทัศนียภาพของภูมิประเทศของป่าเขาจากที่สูงได้อย่างรอบตัวอย่างสะดวกและปลอดภัยบนเส้นทางที่ออกแบบและสร้างขึ้นอย่างดีได้มาตรฐานสากล

 สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ภายในสวนพฤกษศาสตร์ฯแห่งนี้ มีความยาวโดยประมาณ 350 เมตร กว้างประมาณ 1-1.50 เมตร คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในการออกแบบและก่อสร้าง ประมาณ 50 ล้านบาท ขณะนี้ได้ออกประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจในการออกแบบและก่อสร้าง และคาดว่าจะได้ผู้ชนะภายในปีงบประมาณนี้ และตั้งใจว่าจะแล้วเสร็จและให้บริการได้ภายในปีงบประมาณ 2553

 "เราได้ทำการศึกษา Canopy Walkway ในสวนพฤกษศาสตร์ในหลายประเทศ เข่นอุทยานแห่งชาติคินาบาลู ประเทศมาเลเซีย มี Canopy Walkway ตั้งแต่ปี 1990 สำหรับใช้ในการวิจัยป่าฝนเขตร้อนแห่งแรกของโลกที่เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสได้ โดยมีความสูงจากพื้นดิน 41 เมตร มีความยาว 157.6 เมตร สวนอุทยานแห่งชาติ Ulu Temburong ประเทศบรูไน มีCanopy Walkway สูงจากพื้นดิน สูง 61 เมตร และนอกจากนี้ยังมีที่ Luta Bukit Hijau รัฐKedah ประเทศมาเลเซีย ที่พึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่วนของ อ.ส.พ.ต้องการให้ออกมาเป็นการผสมผสานและเปิดกว้างให้ผู้ออกแบบเป็นผู้เสนอ" นายวิทูร กล่าว

บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 20 คำสั่ง