พฤศจิกายน 30, 2025, 01:21:06 AM
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว
: บอร์ดนี้อ่านได้อย่างเดียว ต้องการตั้งกระทู้ใหม่กรุณาใช้งานบอร์ดใหม่ที่
http://www.saveoursea.net/forums/index.php
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
สมาชิก
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
กระดานข่าว Save Our Sea.net
>
หมวดหมู่ทั่วไป
>
ห้องรับแขก
(ผู้ดูแล:
สายชล
,
สายน้ำ
) >
สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551 (อ่าน 3360 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
ออฟไลน์
กระทู้: 4627
สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551
«
เมื่อ:
ธันวาคม 12, 2008, 12:27:00 AM »
กรมอุตุนิยมวิทยา
สภาวะอากาศทั่วไป
บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก และมีหมอกในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง และคลื่นลมในอ่าวไทย สูง 1-2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
อากาศเย็น และมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19 องศา สูงสุด 31 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
คาดหมาย
ในช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะอ่อนกำลังลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลงด้วย ต่อจากนั้นในช่วงวันที่ 14-17 ธ.ค.บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนระลอกใหม่จะแผ่เข้า มาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอีกครั้งหนึ่ง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง กับมีลมแรง สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่ง บริเวณประเทศมาเลเซียในช่วงวันที่ 13-15 ธ.ค. ทำให้ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปจะมีฝนตกเพิ่มขึ้น คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 14-17 ธ.ค. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรี ธรรมราชลงไประวังอันตรายจากฝนหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มบางพื้นที่ และชาวเรือในอ่าวไทยระวังอันตรายจากการเดินเรือไว้ด้วย
Forecast2.jpg
(37.48 KB, 684x423 - ดู 305 ครั้ง.)
Earthquake.jpg
(35.23 KB, 400x442 - ดู 340 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
ออฟไลน์
กระทู้: 4627
Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551
«
ตอบ #1 เมื่อ:
ธันวาคม 12, 2008, 12:31:15 AM »
ไทยรัฐ
แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ บนเกาะสุลาเวสี-อินโดฯ
มีรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า เมื่อเวลา 04.40 น. ที่ผ่านมา (12 ธ.ค.) เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ความลึกจากระดับผิวดิน 33 กิโลเมตร มีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่เกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
*****************************************************************************************************
เทศกาลกินปลาทู แม่กลองชวนรักชาติ
:
สกู๊ปหน้า 1
เทศกาลกินปลาทูแม่กลองเวียนมาบรรจบ อีกครั้ง...เป็นครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 12-21 ธันวาคม 2551 ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม
“ปลาทูแม่กลองมิใช่สักแต่ว่าเป็นปลาทู ศักดิ์ศรีของปลาทูแม่กลอง คือ ความอร่อย”
สุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ย้ำเตือนความอร่อย
ไล่เรียง...ความอร่อย ที่นักชิมต้องท่องจำให้ขึ้นใจ
อันดับแรกต้อง...ปลาทูโป๊ะ
รองลงมา...ปลาทูอวนดำ อวนติด
อันดับสุดท้าย...ปลาทูอวนลาก
“คนแม่กลองจะชอบต้มปลาทูบีบมะนาว ใช้เครื่องปรุงเพียงพริกขี้หนูบุบๆ กับมะนาว จะไม่ใส่เครื่องเทศ สมุนไพรอะไรที่จะไปกลบรสชาติความหวาน ความมัน ความสดของเนื้อปลา...ถ้านึ่งเป็นซาเตี๊ยะ หรือที่ถูกคือ ตาเตี๊ยะ หมายถึง กระทะแห้ง ก็มีน้ำขลุกขลิกเพียงเล็กน้อย”
เคล็ดลับต้มบีบมะนาว ต้องทำแค่สุกพอดี เมื่อยกมาตั้งบนสำรับหากสุกเกิน ความสด มัน หวานของเนื้อปลาจะสลายไป การปรุงจึงต้องทำให้สุกบนโต๊ะ มิใช่สุกบนเตา
เมนูต้มบีบมะนาว จะทำได้อย่างนี้ วัตถุดิบต้องดีจริง สดจริง
ปลาทูโป๊ะ คือสุดยอดความอร่อย พิเศษไปกว่าปลาทูทั่วไปไม่ผ่านการดองน้ำแข็ง ปลาท้องไม่แตก...ไม่กี่นาทีจากปากอ่าวก็วิ่งเรือเข้ามาขายในฝั่ง
ปลาทูแม่กลองมีระดับความอร่อยติดดาวรองลงมา ถือว่ารสชาติใกล้เคียงปลาทูโป๊ะ คือ ปลาอวนดำ กับปลาอวนติดตา
สุรจิต บอกว่า อวนติด...อวนดำ เป็นลักษณะล้อมจับ ปลาทูต้องดิ้นรน บ้าง เครียดบ้างนิดหน่อย ก่อนจะตาย ชาวประมงจะจับปลาในช่วงเดือนมืด เห็นฝูงปลา พรายน้ำเรืองแสง การเคลื่อนที่ของฝูงปลาได้ หากเดือนหงายก็มองไม่เห็น
แล้วก็มาถึงปลาทูแบบสุดท้าย ติดอันดับการันตีความอร่อยน้อยที่สุด ปลาทู อวนลาก คอปลาทูตัวจริงต่างรู้กันดีว่า อวนลากมีความรุนแรง โดยเฉพาะปลาทูที่อยู่ก้นถุงอวนจะเครียด ถูกเบียดอัด ปลาทูจำนวนไม่น้อยก็ท้องแตก
ปลาทูอวนลาก รสชาติความอร่อย ราคาจะลดลงตามคุณภาพ และระยะเวลาในการดองน้ำแข็ง
“คนต่างถิ่นอาจไม่เข้าใจว่าจะเป็นได้ขนาดนั้นเชียวหรือ เป็นอารมณ์ เป็นจินตนาการ หรือเป็นข้อเท็จจริง เพราะท่านได้เห็นแต่ปลาทูที่ตายแล้ว ปลาทูที่ปรุงเสร็จ...ข้อมูลเหล่านี้มาจากชาวประมงผู้เห็น สัมผัสเรียนรู้อยู่กับมันตั้งแต่ มันยังเป็นๆอยู่รวมกันเป็นฝูง”
ความจริงมีว่า ปลาทูโป๊ะ กับปลาทูอวนลากที่ไปจับอยู่ข้างปีกโป๊ะ... ทั้งที่อยู่ใกล้กันยังอร่อยไม่เท่ากัน...การจำแนกได้ระดับนี้ ต้องเป็นคนพื้นที่ที่ได้กินปลาสด และสดจริงๆ
แม่ค้าขายปลาในทุกตลาดต่างก็ร้องบอกต่อลูกค้าของตนว่า “ปลาทูโป๊ะ แม่กลอง” เป็นยี่ห้อแบรนด์เนมการันตีถึงคุณภาพ และถิ่นกำเนิดโดยไม่ต้องอธิบาย
“บุคลิกภายนอก ปลาทูแม่กลองเป็นปลาทูสั้น ท้องไม่แตก ถ้าเป็นปลาทูสดตาจะดำสนิท ผิวพรรณสีสดใสแวววาว หนังบางแบบปลาผู้ดี”
สุรจิตให้ความรู้ต่อไปว่า ปลาทูสั้น ปลาทูยาว เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านจำแนกสายพันธุ์ คนแม่กลองจะชอบกินปลาทูสั้น หรือปลาสั้น เพราะเป็นปลาที่เข้ามาหากินในเขตน้ำตื้น อาหารบริบูรณ์ เนื้อจะนุ่ม มัน หวาน หอม
ปลายาว ปกติจะอยู่น้ำลึกกว่า เนื้อจะแข็งกว่า มันน้อยกว่า หนังหนากว่าแบบผู้ดีตกยาก
ในแง่ขนาด ปลาทูแม่กลองยอดนิยม หรือปลาสั้น ในอดีตมีความกว้างลำตัวราว 3 นิ้วมือเรียงกัน ปัจจุบันลดขนาดลงมาเหลือเพียง 2 นิ้ว
คนต่างถิ่นที่ไม่เข้าใจ ชอบเอาปลาทูแม่กลองไปเปรียบเทียบกับปลาทูถิ่นอื่นในแง่ขนาด ซึ่งขนาดมิใช่ตัวชี้วัดคุณภาพความอร่อย
ปลาทูแม่กลองเป็นปลาทูสาว ความสดสวยเนื้อหนัง ย่อมดีที่สุด
ปลาทูธรรมดาตัวหนึ่งจะกลายมาเป็นปลาทูแม่กลองได้ก็ต่อเมื่อได้เข้ามาอยู่ ในอ่าวแม่กลอง ภายในแนวน้ำชนระหว่างน้ำจืดจากปากแม่น้ำแม่กลอง ที่พุ่งออกมาปะทะกับน้ำทะเลบริเวณก้นอ่าวไทยในรัศมี 25 กิโลเมตรจากชายฝั่ง มีความลึกเฉลี่ยในช่วงน้ำลงสุดตัวไม่เกิน 15 เมตร
ทว่า...ปัจจุบันหลังยุคสร้างเขื่อน กระแสน้ำจืดพุ่งได้ไกลที่สุด เพียง 7-8 กิโลเมตร
“ยัง มีคนอีกมากมายที่คิดง่ายๆว่า การปล่อยให้น้ำหลากลงสู่ทะเลเป็นการสูญเปล่า ไม่เข้าใจว่าแผ่นดินกับแผ่นน้ำมีความสัมพันธ์กัน แผ่นดินแล้งได้ ทะเลก็แล้งได้”
ระบบน้ำในแผ่นดินไหลลงมาที่ต่ำอย่างเดียว ไหลไปทางทิศใต้เป็นหลัก ครั้งบรรลุอาณาบริเวณปากแม่น้ำปะทะกับอิทธิพลของน้ำทะเล ซึ่งได้รับอิทธิพลจากดวงจันทร์ ทำให้น้ำขึ้นน้ำลง ไหลย้อนขึ้นไปที่สูง ก็ได้ระบบน้ำ
จุดสำคัญ...การปะทะระหว่าง น้ำจืด น้ำท่า น้ำทะเล ก่อให้เกิดระบบ 3 น้ำ อันมีความประณีตซับซ้อน
บริเวณนี้ถือเป็นระบบนิเวศน้ำกร่อยปากแม่น้ำที่มีตะกอนเลน มีสารอาหาร แพลงตอน ไรน้ำ อุดมสมบูรณ์ จะมีสารอาหารมาเติมความสมบูรณ์ในช่วงน้ำหลาก ระหว่างเดือน 8 ถึงเดือน 11
แม่น้ำแม่กลองจะมีตะกอนมากกว่าแม่น้ำทุกสายในประเทศไทย ทำให้ ปากแม่น้ำเกิดเป็นดินดอนชายฝั่งมาก ลักษณะเป็นหาดเลน มีนวลเลนปกคลุม เป็นหาดทรายขี้เป็ด รวมทั้งดอนหอยหลอดหนึ่งเดียวที่เป็นสภาพภูมิศาสตร์จำเพาะ ที่ไม่มีที่ใดเสมอเหมือน
ฤดูน้ำหลาก...ปลาทูวัยรุ่นหางเขียวเพิ่งหัดตอแหลว่ายทวนลมหัวโต ตัวผอม หนังหนา เนื้อแข็งจากปักษ์ใต้ ว่ายมารับสารอาหารแร่ธาตุบริเวณอ่าวแม่กลอง กระทั่งโตเป็นปลาทูเต็มสาว หางเหลืองตัวอ้วน สีสันสดใสสวยงาม หนังบาง เนื้อนุ่ม
ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้ จึงได้ชื่อและนามสกุลว่าเป็น...ปลาทูแม่กลอง
ปลาทูเต็มสาว ได้อาหารอุดมสมบูรณ์แล้ว เทคนิคที่จะได้ปลาทูอร่อยมากิน คนแม่กลองก็มีเคล็ดลับ จับปลาทูโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้ปลาทูเครียด ผ่านเครื่องมือประมงประจำถิ่นที่เรียกว่า...โป๊ะ
บรรพชนชาวแม่กลองเข้าใจธรรมชาติของน้ำ ลม รวมไปถึงสัญชาตญาณของปลา คำนวณทิศทางกระแสน้ำ สภาพพื้นที่ก้นอ่าวตรงไหนเป็นดอน ตรงไหนเป็นหล่ม เพื่อกำหนดตำแหน่งโคนโป๊ะ วางแนวปีกโป๊ะ
“ทิศทางปลาทูสาว ปลาทูเต็มสาว จะว่ายเลาะปีกโป๊ะเข้ามาให้จับโดยละม่อมที่เป็นชาวประมง มิใช่ละม่อมที่เป็นตำรวจ ทำให้จับปลาทูได้โดยไม่ผิดตัว ปราศจากความรุนแรง ปลาก็ไม่เครียด เนื้อหวานไม่แปรเปลี่ยน”
วันเวลาผ่านไป การทำโป๊ะกลายเป็นอาชีพที่ใกล้สาบสูญ ในอดีตมีการทำโป๊ะเผือกขนาดใหญ่ประมาณ 100 ลูก บริเวณปากอ่าว ปัจจุบันเหลือแต่โป๊ะยกขนาดเล็ก
ก่อนปี 2500 ภาพราวตากอวนโป๊ะริมแม่น้ำและคลองในอดีต ชาวประมงส่วนใหญ่ใช้โป๊ะกับอวน ใช้ด้ายย้อมด้วยเปลือกไม้โกงกาง ต้องย้อมทุกๆ 5-7 วัน หลังจากใช้งานแล้วต้องนำมาตากเพื่อความคงทน ใช้ได้หลายปี
ต้องย้ำว่า...การทำโป๊ะเป็นภูมิปัญญา ต้องอาศัยองค์ความรู้ความเข้าใจเรื่องน้ำ ลม นิสัยปลา ดิถีของดวงจันทร์ ขึ้น แรม และวิธีคิดตามปฏิทินแบบจันทรคติ
“โป๊ะยุคใหม่ได้ปลาน้อยลง รายได้ก็พลอยน้อยลงไปด้วย ต้องอาศัยหอยแมลงภู่ที่มาเกาะกับไม้ปีก...ในอดีตถือเป็นผลพลอยได้ แต่ปัจจุบันกลายเป็นที่พึ่งที่หวัง”
ความเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวลในวันนี้...ลูกปลาไร้เดียงสา ตัวผอม หัวโต หนังหนา หางเขียว ขนาด 40 ตัว/กิโลกรัม ถูกจับได้ที่โน่นที่นี่
แม่ปลาขนาด 10 ตัว/กิโลกรัม ถูกจับได้โน่นนิดนี่หน่อย รวมถึงผลพวงจากพวกคราดหอย กวนน้ำให้ขุ่น น้ำเสียจากการเกษตร อุตสาหกรรม รถบรรทุกสารเคมีปล่อยน้ำทิ้งลงคลองริมถนนพระราม 2
งานเทศกาลกินปลาทูแต่ละปี ใช้ปลาทูกว่า 100,000 ตัว ทุกตัวต้องเป็นปลาทูเต็มสาว การันตียี่ห้อแม่กลอง...ปลาทูสาว พวกเธอไปอยู่ที่ไหนกัน?
เทศกาลกินปลาทู ปีนี้ ใช้ชื่อตอนว่า “ปลาทูรักชาติ” สุรจิตอธิบายว่า เมื่อเทียบกับปลาทะเลอื่นๆ ปลาทูเป็นปลาตัวเล็ก ปราศจากเขี้ยวเล็บ อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ช่วยดูแลระแวดระวังกันและกัน เคลื่อนที่เคลื่อนไหวไปไหนก็ไปด้วยกัน
“คนไทยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดกลางๆ มีวิถีใกล้เคียงปลาทู ถ้าเป็นอเมริกาก็คือปลาวาฬเพชฌฆาต...เราจะแข็งแรง ดำรงชีวิตอยู่ได้ ต้องไม่กดขี่ เบียดเบียนกันเอง”
ปัญหามีว่า เราคิดจะรักษาเผ่าพันธุ์...ทรัพยากร คิดถึงลูกหลานที่จะเกิดมา จะเอาแพ้เอาชนะกันโดยปราศจากคุณธรรม และรักชาติ ของเราหรือไม่.
บันทึกการเข้า
ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
ออฟไลน์
กระทู้: 4627
Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551
«
ตอบ #2 เมื่อ:
ธันวาคม 12, 2008, 12:38:44 AM »
ผู้จัดการออนไลน์
ภูเก็ตพร้อมแล้วจัดงานรำลึกสึนามิถล่มครบรอบ 4 ปี
ศูนย์ข่าวภูเก็ต - จังหวัดภูเก็ตพร้อมแล้วจัดงานรำลึก “สึนามิถล่มครบรอบ 4 ปี” กำหนดจัดพิธีกรรมทางศาสนา 4 จุด พร้อมซ้อมแผนอพยพผู้บาดเจ็บจากเหตุพิบัติภัยสึนามิทางอากาศ
นายโชตินรินทร์ เกิดสม ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความพร้อมการจัดงานรำลึกเหตุการณ์สึนามถล่มและการซ้อมแผนอพยพผู้ประ สบภัยสึนามิทางอากาศว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการจัดงานรำลึกเหตุการณ์สึนามิถล่มในพื้นจังหวัด ภูเก็ตครบรอบ 4 ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว
สำหรับเหตุการณ์สึนามิถล่มเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.47 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก รวมทั้งทรัพย์สินต่างๆ ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นได้จัดให้มีงานรำลึกเหตุการณ์สึนามิถล่มขึ้นเป็น ประจำทุกปี
สำหรับปีนี้กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-26 ธ.ค.51 เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์และเตรียมความเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอก รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนให้สามารถปฏิบัติวานในภาวะวิกฤตได้ อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนรวมทั้งนัก ท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่
สำหรับ การจัดงานรำลึกเหตุการณ์สึนามิถล่มนั้นได้กำหนดการจัดกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน คือกิจกรรมทางวิชาการ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-24 ธ.ค.51 กำหนดให้มีการจัดสัมมนาทางวิชาการให้แก่หน่วยปฏิบัติงานช่วยเหลือทางการ แพทย์ฉุกเฉิน การซ้อมแผนสึนามิในห้องบังคับการ และการฝึกซ้อมอพยพลำเลียงผู้บาดเจ็บทางอากาศยาน
การ ซ้อมแผนอพยพผู้ป่วยทางอากาศนั้นถือเป็นการซ้อมครั้งแรกตั้งแต่มีเหตุการณ์สึนามิเกิดขึ้น ซึ่งจะใช้บริเวณท่าอากาศยานภูเก็ตเป็นสถานที่ในการซ้อมในวันที่ 23 ธ.ค 2551 การซ้อมนั้นจะใช้เฮลิคอปเตอร์จำนวน 2ลำ จากทัพเรือภาค 3 และโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตเข้าร่วมฝึกซ้อม โดยทำการฝึกซ้อมค้นหาผู้บาดเจ็บในพื้นที่เกาะกลางทะเลและนำตัวรักษาที่ กรุงเทพมหานครโดยใช้เครื่องบิน C 130 กองทัพอากาศ ตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉินของทางจังหวัดภูเก็ต
นายโชตินรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดพิธีเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตนั้นมีการจัด 4 จุดด้วยกัน ประกอบด้วยบริเวณหาดป่าตอง จัดให้มีการพิธีอ่านสานส์ ร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต มีการสวดพระพุทธมนต์อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งจะมีญาติผู้เสียชีวิตทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วม
นอกจากนั้น ยังมีการรับบริจาคโลหิตเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิถล่มด้วย ส่วนภาคค่ำจะมีการจัดงาน Ling up Phuket ซึ่งเป็นการจุดเทียนในหลุมทรายบนชายหาดป่าตองระยะทาง 3 กิโลเมตร
นอกจากนั้น ที่บริเวณสุสานไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่เก็บศพผู้เสียชีวิตเพื่อรอการตรวจพิสูจน์ และส่งมอบให้ญาติผู้เสียชีวิต ทางจังหวัดได้จัดให้มีพิธีวางช่อดอกไม้แก่ผู้เสียชีวิต ณ บริเวณกำแพงปายชื่อประเทศของผู้เสียชีวิตจำนวน 46 ประเทศ รวมทั้งจัดให้มีพิธีกรรทางทางศาสนาทั้งพุทธและอิสลาม
ส่วนที่บริเวณศาลาที่ระลึก หาดกมลา อ.กะทู้ จัดให้มีพิธีทางศาสนาและพิธีรำลึกผู้เสียชีวิตเช่นกันและพื้นที่สุดท้ายที่ จัดให้มีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงผู้เสียชีวิต คือ พิธีสักการะพระอุปคุตบนเขาบางดุก ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งเป็นพระที่หลวงปูสุภา กันตสีโลจัดสร้างขึ้นเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หายไปจากจังหวัดภูเก็ต
***************************************************************************************************
เม็กซิโกช่วยวาฬสีเทา หลังติดอวนประมงชายฝั่ง
วาฬสีเทา ลำตัวยาวกว่า 6 เมตร พยายามดิ้นรนเพื่อสลัดตัวเองให้พ้นจากอวนที่พันอยู่รอบตัว หลังเกิดการหลงทิศว่ายน้ำเข้าฝั่ง จนหน่วยยามฝั่งกองทัพเรือ ประเทศเม็กซิโก ต้องใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง แกะอวนออกจากตัวและสามารถช่วยให้เจ้าวาฬสีเทาตัวนี้รอดชีวิตได้ ซึ่งหากล่าช้าอีก 1-2 ชั่วโมง มันจะตายลงอย่างแน่นอน
หน่วยงานดูแลสิ่งแวดล้อม ระบุว่า อุณหภูมิของน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลอื่นๆ ให้เกิดการหลงทิศว่ายน้ำเข้าฝั่งจนติดอวนของเรือประมงพื้นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการใช้ขนาดตาข่ายตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งที่ส่วนท้องถิ่นพยายามผลักดันให้มีการใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่ไม่ได้ผลมากนัก
บันทึกการเข้า
ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
ออฟไลน์
กระทู้: 4627
Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551
«
ตอบ #3 เมื่อ:
ธันวาคม 12, 2008, 12:42:12 AM »
มติชน
โซโคเล็งหาน้ำมันใกล้เกาะเต่า เปิดเวทีซักผลกระทบประมง
จากการที่บริษัท โซโค เอ็กซ์พลอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับสัมปทานในการสำรวจว่าจ้าง บริษัท ไออีเอ็ม ทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเตรียมมาตรการป้องกัน โครงการสำรวจปิโตรเลียมในทะเลด้วยวิธีวัดคลื่นไหวสะเทือน แบบ 3 มิติ โดยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 3 ครั้งคือ
1.รับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2.รับฟังความคิดเห็นจากสมาคมชาวประมงปากน้ำชุมพร สมาคมชาวประมงด่านสวี สมาคมชาวประมงปากตะโก
3.รับฟังความคิดเห็นจากชมรมรักษ์เกาะเต่า และชมรมนักดำน้ำเกาะเต่า
ทั้งนี้ จากการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ที่ จ.ชุมพร บริษัท โซโคฯได้วางแผนสำรวจภาคสนาม โดยการถอนเครื่องมือจับปลาในแนวสำรวจจะเริ่มประมาณเดือนมกราคม 2552 ระยะเวลา 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ ผู้รับผิดชอบโครงการเตรียมมาตรการป้องกัน พร้อมจ่ายค่าชดเชยให้ชาวประมงที่สูญเสียรายได้ในช่วงสำรวจ เพราะอยู่ในช่วงการประกาศปิดอ่าวในช่วงปลาทูวางไข่ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.15 พ.ค. อาจส่งผลต่อการแพร่พันธุ์ของปลาทู ตลอดจนสัตว์น้ำต่างๆ ที่อยู่ใกล้จุดสำรวจ รวมทั้งคุณภาพน้ำหลังเสร็จสิ้นโครงการ
บันทึกการเข้า
ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
ออฟไลน์
กระทู้: 4627
Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551
«
ตอบ #4 เมื่อ:
ธันวาคม 12, 2008, 12:52:02 AM »
กรุงเทพธุรกิจ
พัทยาผุดรถไฟฟ้ารางเดี่ยว แก้วิกฤตจราจร
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เปิดเผยถึงโครงการใหม่ที่จะรองรับการเติบโตของเมืองพัทยาว่า มีแนวคิดในการนำระบบขนส่งมวลชนระบบรถรางเข้ามาใช้เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในเมืองพัทยา ที่นับวันยิ่งมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพราะพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติรู้จักเป็นอย่างดี จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและคนไทยหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวกว่า 6 ล้านคนต่อปี
นายอิทธิพลกล่าวอีกว่า เนื่องจากพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยว หากไม่รีบแก้ไขปัญหาจราจรและการขนส่งมวลชนอาจจะทำเมืองพัทยาเสียโอกาสในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติและระดับโลก เพราะปัจจุบันเมืองพัทยาสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศในฐานะเมืองท่องเที่ยวอันดับ 3 ของประเทศ (รองจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต) และมีนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ (รองจากกรุงเทพมหานคร) ถ้ามีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประชาชนทุกคนใช้ระบบขนส่งได้ สะดวก ปลอดภัย ไม่แพง ลดเวลาการเดินทางเพิ่มชั่วโมงใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเป็นการสร้างรายได้ท้องถิ่นพัฒนาที่ดิน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งเมือง ขยายเส้นทางสู่ชุมชนใหม่ เกิดเมืองใหม่ เขตเศรษฐกิจใหม่ และกระจายความเจริญ
เส้นทางของรถรางไฟฟ้า แบ่งออกเป็น....
สายที่ 1 สายสีแดง (ซิตี้ฮอล์-พัทยาเหนือ-พัทยาใต้-ท่าเทียบเรือใหม่-ดงตาล-จอมเทียน-สนามกีฬาชัยพฤกษ์) รวมระยะทาง 11 กิโลเมตร
สายนี้เป็นการรองรับผู้โดยสาร จากสถานีขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมือง (พัทยาสายเหนือ 3 ที่เป็นประตูหลักของเมือง ที่รองรับผู้โดยสารและปริมาณการจราจร จากทางด่วนพิเศษระหว่างเมืองและถนนสุขุมวิทที่มุ่ง
หน้าจากกรุงเทพฯ และเมืองต่างๆ ทางทิศเหนือ และรองรับการเดินทางกลับในเส้นทางดังกล่าว)
ผ่านลงชายหาดพัทยาเหนือ-พัทยาใต้-ท่าเทียบเรือใหม่ (แหลมบาลีฮาย) รองรับการเดินทางสู่ที่พักและท่องเที่ยวชายหาด ขนส่งผู้โดยสารระหว่างหาดพัทยา-หาดดงตาล-ปลายหาดจอมเทียน ไปสิ้นสุดสนามกีฬา (ซอย
ชัยพฤกษ์) และรองรับผู้โดยสารจากทิศใต้ (บ้านอำเภอ/สัตหีบ) เข้าสู่เมือง โดยมีสถานีรับส่งผุ้โดยสารและจุดจอดรถหลัก อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม
สายที่ 2 สายสีเขียว (ซิตี้ฮอล์-สถานีรถไฟพัทยา-กระทิงลาย) สายนี้เป็นการรองรับผู้โดยสารจากสถานีขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมือง และสถานีขนส่งรถไฟพัทยา ผ่านไปยังชายหาดกระทิงลาย ไปสินสุดที่ศาลาว่า
การเมืองพัทยา รวมระยะทาง 8.6 กิโลเมตร
สายที่ 3 สายสีเหลือง ถนนพัทยากลาง-พัทยาสาย 2 (ตอนล่าง) ถนนพัทยาใต้-ถนนสุขมวิท รวมระยะทาง 7.5 กิโลเมตร
บันทึกการเข้า
ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
ออฟไลน์
กระทู้: 4627
Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551
«
ตอบ #5 เมื่อ:
ธันวาคม 12, 2008, 01:13:28 AM »
สำนักข่าว INN
ดินไหว 5.9 ริกเตอร์ ห่างเกาะสุมาตรา 165 กม.
เกิดเหตุแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.9 ริกเตอร์ห่างเกาะสุมาตรา 165 กม.เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผลกระทบไทย
สำนักธรณีวิทยาสหรัฐ ได้รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.06 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุแผ่นดินไหววัดแรงสะเทือนได้ขนาด 5.9 ริกเตอร์ที่ประเทศอินโดนิเซีย โดยจุดศูนย์กลางของการสั่นสะเทือนครั้งนี้ อยู่ใต้ทะเลลึกราว 35 กม. ห่างจากชายฝั่งเมืองเบงกูลู เกาะสุมาตราประมาณ 165 กม. เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผลกระทบความเสียหายครั้งนี้จากทางการอินโดนิเซีย
บันทึกการเข้า
ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
ออฟไลน์
กระทู้: 4627
Re: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2551
«
ตอบ #6 เมื่อ:
ธันวาคม 12, 2008, 03:00:04 AM »
อ่านข่าวเรื่องรถไฟฟ้าที่พัทยาแล้วปวดกึ๋นขึ้นมาทันที .....
เอานักธุรกิจเข้าไปบริหารเมืองชายทะเล ก็จะได้รับผลแบบนี้แหล่ะครับ ......
..... แทนที่จะพยายามรักษาสภาพแวดล้อมดั้งเดิมที่เป็นเมืองสำหรับพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศชายทะเลเอาไว้ / จัดการเรื่อง Zoning ให้ดีมีประสิทธิภาพ / ทำผังเมืองให้เป็นระเบียบ แต่นี่กลับพยายามยัดเยียดอุจาดทัศน์ ความแออัด เข้าไปแทน คงลืมไปว่า ตัวเองบริหารเมืองท่องเที่ยวชายทะเลอยู่ ไม่ใช่เมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่น
แต่อย่างว่า .... Mega Project แบบนี้ ใครๆก็อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะผลประโยชน์มหาศาลบานตะไทมันล่อใจอยู่ แต่รากหญ้า บรรดาชาวบ้านร้านค้าไม่ได้ดีอะไรด้วยเลย
พูดถึงพัทยา .... จุดดำน้ำใต้ทะเลที่เคยดำกันมานับสิบๆปี อย่างแถวรอบๆเกาะล้าน เกาะสาก เริ่มถูกกันออกไปเป็นจุดห้ามดำน้ำ เพื่อไว้รองรับธุรกิจอื่นๆของผู้มีอิทธิพลทั้งของ อบต.และของเมืองพัทยา มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนจุดผ่อนปรน ที่ยอมให้ดำน้ำได้ ก็กั้นเขตที่จอดเรือให้บริการดำน้ำออกไปเสียจนไกลห่างจากแนวปะการังมากมาย แต่กลับให้เรือสปีดโบ๊ตเข้าไปจอดกันสลอน ทิ้งสมอลงบนแนวปะการังจนแตกกระจายหงายเก๋งเกลื่อนไปหมด (ดูได้ที่หาดนวล เกาะล้าน) พวกที่เบื่อและกลัวอันตรายจากสปีดโบ๊ตและเจ็ตสกีของเจ้าพ่อ ก็ต้องยอมเสียเงินค่าเรือที่แพงขึ้นออกไปดำน้ำยังเกาะที่ไกลออกไป
บ่นได้อีกยาวเลยครับ .... เป็นเพราะผมได้คลุกคลีอยู่กับพัทยามาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ มีแต่ธรรมชาติล้วนๆ .... มันก็ต้องรู้สึกเศร้าและเสียดายเป็นธรรมดา
แล้วก็ต้องชมผู้บริหารเมืองภูเก็ต ..... ศักยภาพด้านการให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวสูงกว่าเมืองพัทยามากนัก การสัญจรไปมาหาสู่รอบเกาะภูเก็ตก็ค่อนข้างลำบากลำบน คิดจะลงทุนทำรถไฟฟ้าก็คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ยังไม่เคยได้ยินเรื่องที่จะนำรถไฟฟ้ามาเพิ่มอุจาดทัศน์เหมือนพัทยาเลย .... ฮ่วย
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2008, 03:05:01 AM โดย สายน้ำ
»
บันทึกการเข้า
ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
หมวดหมู่ทั่วไป
-----------------------------
=> ห้องรับแขก
=> กิจกรรมและผลงาน
=> เรื่องเล่าชาวทะเล
=> ท่องเที่ยวทั่วแผ่นดิน
=> คุยเฟื่องเรื่องดำน้ำ
=> หลังเลนส์
=> สรรพชีวิตแห่งท้องทะเล
=> คลังกระทู้เก่า
กำลังโหลด...