กระดานข่าว Save Our Sea.net
พฤศจิกายน 29, 2025, 11:02:38 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: บอร์ดนี้อ่านได้อย่างเดียว ต้องการตั้งกระทู้ใหม่กรุณาใช้งานบอร์ดใหม่ที่
http://www.saveoursea.net/forums/index.php
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2551  (อ่าน 2669 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« เมื่อ: ธันวาคม 18, 2008, 12:39:49 AM »

กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นและมีหมอกในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีฝนกระจาย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21 องศา สูงสุด 32 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 19-22 ธ.ค.บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศอุ่นขึ้น และมีหมอกในตอนเช้ากับมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมจะมีกำลังอ่อนลงด้วย

ส่วนในช่วงวันที่ 23-24 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิหนาวเย็นโดยทั่วไป และอุณหภูมิลดลง 2-4 องศา สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 23-24 ธ.ค. ขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยตอนล่างระวังอันตรายจากการเดินเรือ



* Forecast2.jpg (37.42 KB, 684x423 - ดู 371 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2008, 12:43:44 AM »

เดลินิวส์


เดลิเวอรี่อาหารทะเลส่งตรงถึงบ้าน เพิ่มช่องทางตลาดแก่สมาชิกสหกรณ์

นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับชุมนุมสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศ จะเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับทางเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ในรูปแบบเดลิเวอรี่ สำหรับลูกค้าอาหารทะเลที่ไม่  มีเวลาเดินจ่ายตลาด สามารถโทรฯสั่งซื้อได้ทันที ซึ่ง  มีทั้งกุ้ง และสัตว์น้ำทะเลทั่วไป โดยทางกรมฯร่วมมือกับองค์การสะพานปลา และใช้ที่ตั้งขององค์การสะพานปลาเป็นศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ในการรับออร์   เดอร์การสั่งซื้อจากลูกค้า
 
“ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลองทำ แต่ว่ามีออกตลาดจริง ๆ แล้ว โดยเรากำลังทดลองระบบว่าเป็นอย่างไร จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้พร้อมสมบูรณ์ที่สุดในการรองรับลูกค้าที่จะสั่งอาหารทะเล ซึ่งคนที่สั่งในช่วงทดลองนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ แถวสุขุมวิทและสาทร ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งขององค์การสะพานปลา ที่เราไปตั้งเป็นศูนย์คอล เซ็นเตอร์ที่นั่น” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว
 
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตอนนี้กำลังมองพนักงานบริษัทเอกชน  ที่อยู่บนตึกในเขตสุขุมวิท สาทร เป็นฐานลูกค้าหลัก จากนั้นก็ขยายให้ทั่วกรุงเทพฯ ส่วนเรื่องของราคา  นั้น ก็เหมือนตลาดทั่วไป เพียงแต่อาจจะเพิ่มขึ้นมาประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้ในเรื่องของค่าขนส่ง สั่งเพียงแค่ 1 กิโลกรัมก็จัดส่งให้ ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งสำหรับการขยายช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ และจะเป็นการนำกุ้งหรือสัตว์น้ำ ออกจากบ่อให้เร็วที่สุด ลูกค้าก็จะได้อาหารแบบสดจริง ๆ
 
“ประมาณต้นปี 52 ใครก็ตามที่อยากกินกุ้งหรือสัตว์น้ำประเภทอื่น ๆ ก็สามารถโทรฯ  สั่งได้ทันที โดยจะมีแคตตาล็อกเหมือนสินค้าทั่ว ๆ ไป อยากได้กุ้งไซซ์นี้ ขนาดเท่านี้ หรืออาหารทะเลชนิดอื่น ๆ เช่น ปู ปลา หอย ปลาหมึก เรามีหมด บอกราคาไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าสั่งซื้อได้อย่างสบายใจ” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว.

บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2008, 01:02:10 AM »

ผู้จัดการออนไลน์


“สิมิลัน” เกาะสวรรค์ สีสันงามตา


หาดทรายโค้ง น้ำทะเลใสดุจแผ่นกระจกที่สิมิลัน


หินเรือใบและหาดทรายที่เกาะแปด


คุณ. . .หลงใหลมนต์ตราของท้องทะเลครั้งแรกเมื่อไหร่?
       
คุณ. . . เคยมีภาพของท้องทะเลในฝันหรือเปล่า?
       
ถ้าคุณมี. . . ภาพฝันนั้นเป็นอย่างไร?

ทะเลรัก
       
       สำหรับ “ตะลอนเที่ยว” ตกหลุมรักทะเลอย่างเป็นจริงเป็นจัง ก็ตั้งแต่เที่ยวทะเลครั้งแรกนั่นล่ะ ธรรมชาติมักมีมุมมองที่สวยงามเสมอ
       
       แต่ถ้าถามว่าเกาะสวรรค์หาดในฝันเป็นอย่างไร แน่นอนย่อมต้องเป็นทะเลที่มีหาดทรายขาวเนียนละเอียดประดุจแป้งเด็ก ไม่พลุกพล่านมากด้วยผู้คน น้ำทะเลสีครามตัดกับขอบฟ้าสวยหลายสี บนบกไม่น่าเบื่อหน่าย ใต้น้ำแหวกว่ายชมฝูงปลา ปะการัง แบบเพลินๆ
       
       อ้อ..ถ้าได้ครวญเพลงพลิ้วผ่านลมทะเล เดินเล่นกับคนรู้ใจก็เป็นฝันที่ดีไม่น้อยทีเดียว
       
       ครั้นมีโอกาสได้ฟังเพลง “Sea Of Love”(เพลงดังแห่งปี 1959 ต้นฉบับเขียนโดย จอห์น ฟิลลิปส์ แบปติสท์ และจอช คูรี่)ที่ ฮาร์ด โรเบิต แพลนท์ วง The Honeydrippers หยิบมาร้องใหม่ ในราวปี 1984 พอได้ฟังก็อดเคลิ้มไม่ได้ว่าช่างเป็นเพลงที่แสนจะโรแมนติกอะไรปานนั้น ตั้งแต่นั้นมาเวลาไปเที่ยวทะเลที่ไหนก็จะมองหา “Sea Of Love” หรือ “ทะเลรัก”ของตนเองอยู่เนืองๆ


ฝูงปลาแหวกว่ายใต้ท้องน้ำทะเลงาม(ภาพโดย : ม.ล. กัลยกร เกษมศรี)

       แล้วก็เจอจนได้ เมื่อได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล ล่องเรือออกห่างจากแผ่นดินใหญ่จาก ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา มุ่งหน้าสู่ “หมู่เกาะสิมิลัน” หมู่เกาะอันเล่าลือเลื่องชื่อเรื่องความงามของท้องทะเล เป็นหมู่เกาะของประเทศไทยที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ตั้งอยู่ในเขตอันดามัน ช่วงของ อ.คุระบุรี จ.พังงา
       
       การเดินทางที่สะดวกที่สุดคือ มาขึ้นเรือที่ท่าเรือทับละมุ ซึ่งมีที่ตั้งของที่ทำการและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่ เกาะสิมิลันตั้งอยู่ สามารถติดต่อเรือโดยสารได้ทุกวัน ซึ่งก็มีทั้งเรือโดยสารธรรมดาและเรือเร็วไว้รอบริการแก่นักท่องเที่ยว
       
       สำหรับ “ตะลอนเที่ยว” เลือกใช้บริการเรือเร็ว เดินทางนานราวชั่วโมงครึ่งก็เข้าเขตหมู่เกาะสิมิลันแล้ว การสังเกตว่าเข้าเขตสิมิลันแล้วหรือยัง มองไม่ยากเลย เพราะเราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี จากน้ำทะเลที่ใสดังแผ่นกระจกมองเห็นฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยว่ายวนอยู่รอบลำ เรือ


โลกใต้ทะเลอันงดงามที่สิมิลัน (ภาพโดย : ม.ล. กัลยกร เกษมศรี)

       อันคำว่า “สิมิลัน” นั้น เป็นภาษายาวีหมายถึง เกาะทั้ง 9 ซึ่งแต่เดิมหมู่เกาะสิมิลันประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่จำนวนเก้าเกาะ ได้แก่ เกาะหนึ่ง (เกาะหูยง) เกาะสอง (เกาะปายัง) เกาะสาม (เกาะปาหยัน) เกาะสี่ (เกาะเมียง) เกาะห้า เกาะหก (เกาะปายู) เกาะเจ็ด (เกาะปูซาร์) เกาะแปด (เกาะสิมิลัน) และเกาะเก้า (เกาะบางู)
       
       แต่ต่อมาได้มีการผนวกรวมอีกสองเกาะคือ เกาะตาชัยและเกาะบอน ทำให้ปัจจุบันมีทั้งหมด11 เกาะ เกาะแปดเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและมีสัญลักษณ์ของสิมิลันอย่างหินรูปเรือใบ ตั้งอยู่ ส่วนเกาะที่อยู่ห่างไกลที่สุดแถมยังมีอันดับใหญ่รองลงมาคือ เกาะตาชัย
       
       แต่เกาะที่ “ตะลอนเที่ยว” มองเห็นน้ำใสแจ๋วและหาดทรายขาวเนียนที่อยู่ข้างหน้าคือ “เกาะเมียง” หรือ “เกาะสี่” เกาะ ที่ดูจะอุดมสมบูรณ์ที่สุด เพราะมีทั้งที่ทำการอุทยานฯตั้งอยู่และยังมีบ้านพักตลอดจนทั้งที่กางเต็นท์ ไว้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งนอกจากที่เกาะเมียงแล้วนักท่องเที่ยวยังสามมารถกางเต็นท์พักได้ที่เกาะแปดและเกาะตาชัย


เดินเล่นกับคนรู้ใจที่สิมิลันสวรรค์แท้ๆ

       สำหรับเพื่อนฝูงที่รักการดำน้ำหลายคน แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะดำดิ่งสัมผัสใต้ท้องทะเล แต่ “ตะลอนเที่ยว” ขอปล่อยโลกใต้น้ำไปก่อน เพราะอยากซึบซับกับบรรยากาศเย็นๆวิวสวยๆบนฝั่งมากกว่า
       
       ทะเลที่ดีแน่นอนย่อมไม่ได้มีแค่น้ำกับฟ้า แต่สามารถสร้างความผ่อนคลายอย่างแท้จริงแก่ผู้มาเยือนได้ด้วย ดูเหมือนคุณสมบัติเหล่านี้จะมีอยู่ที่สิมิลันครบถ้วน น้ำทะเลสีครามที่ซาซัดด้วยเกลียวคลื่น ซึ่งม้วนตัวเป็นริ้วระรอกซวนเซเข้าสู่ฝั่ง คลื่นลูกแล้วลูกเล่าหมุนเวียนโถมเข้าสู่หาดทรายตามแรงลม บนผืนทรายอันละเอียดดั่งเม็ดแป้ง
       
       ยามที่ฝ่าเท้าสัมผัสเหยียบย่ำลงไป เท้าจะพลอยจมไปตามน้ำหนัก เกิดเป็นรอยบุ๋มรูปเท้าของเราปรากฏอยู่ รอยเท้าที่เหลียวมองมาไม่เคยเจอ เพราะคลื่นซาซัดจมลับไปในท้องทะเลสีครามอันงดงามตราตึงใจนั้น


ปูไก่ หาดูได้ที่สิมิลัน

       เชื่อไหมว่า...แม้เหม่อมองทะเลอยู่บนโขดหิน ที่นี่เรายังสามารถเห็นฝูงปลาตัวน้อยแหวกว่ายอยู่ ใจอยากคว้าจับมันมาหยอกเย้ายิ่ง บนโขดหินน้อยใหญ่ รอเวลายามอาทิตย์อัสดงราวกับดวงอาทิตย์อันกลมโต ถูกแผ่นน้ำโอบอุ้มกลืนหายไป
       
       สำหรับค่ำคื่นแรกของ “ตะลอนเที่ยว”บนเกาะเมียง เราเลือกที่พักกันในบ้านพักของทางอุทยานฯที่มีไว้บริการบนเกาะ ใครจะมา แนะนำให้จองล่องหน้าก่อนดีกว่าเผื่อเต็ม
       
       อาบน้ำ กินข้าวกันเสร็จ ก็รอเวลาให้ฟ้ามืดสัก 2 ทุ่ม กำลังดี จะถึงเวลาเดินป่าศึกษาธรรมชาติบนเกาะแห่งนี้ สาเหตุที่เราต้องมากันยามวิกาล เป็นเพราะตั้งใจจะมาดู “ปูไก่” เป็นปูน้ำจืดตัวใหญ่ ที่มักชอบอยู่แถวแหล่งน้ำจืดบนเกาะต่างๆกลางทะเล เวลาเดินไปก็เอาก้ามหนีบด้านบนกับด้านล่าง ของแต่ละข้างประกบเข้าหากันหรือสับกันจนเกิดเสียงเจี๊ยบๆเหมือนเสียงลูกไก่ ก็เลยได้ชื่อว่า ปูไก่


นางเอกแห่งเกาะเมียง “นกชาปิไหน”

       นอกจากปูไก่แล้ว บนเกาะเมียงแห่งนี้เรายังสามารถพบเจอ “ค้างคาวแม่ไก่”ที่อาศัยเกาะอยู่ตามต้นไม้ รวมถึงแม่นกดาราเด่นประจำเกาะ อย่าง “นกชาปีไหน” เป็น นกที่หาดูยากเมื่ออยู่บนแผ่นดินใหญ่ แต่หาดูง่ายเมื่ออยู่ที่เกาะเมียงแห่งนี้ นกชนิดนี้ มีลักษณะคล้ายๆ กับนกยูง รักสวยรักงาม ตัวผู้จะมีลานเป็นของตัวเอง จะหมั่นปัดกวาดลานของตัวเองเพื่อไว้รอตัวเมีย ไม่ให้ใบไม้หรือสิ่งใด ๆ อยู่ในลานของตัวเอง ที่นี่ยังเป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลอีกด้วย
       
       หาดทรายบนเกาะเมียงมีด้วยกันสองหาด คือ “หาดหน้า” และ “หาดเล็ก” หาดหน้า คือหาดที่อยู่ด้านหน้าเกาะ เรือท่องเที่ยวต่างๆ ที่มาถึงเกาะจะเข้าทางด้านนี้ ถึงเรียกว่าหาดหน้า หาดทรายของหาดหน้ามีทรายที่ขาวละเอียดมาก เป็นแหล่งเล่นน้ำพักผ่อนชายหาด และดำน้ำชมปะการัง จุดดำน้ำอยู่ทางด้านซ้ายของอ่าว


หาดทรายขาว ทะเลสวย น้ำใส ที่สิมิลัน

       อีกหาดของเกาะเมียง คือ หาดเล็ก อยู่ด้านหลังเกาะซึ่งจะต้องเดินเท้าผ่านป่าดงดิบอันเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ ระหว่างทางผ่านทางขึ้นจุดชมวิวบนลานข้าหลวง บรรยากาศที่หาดเล็กเงียบสงบและมีหาดทรายขาวน้ำใสเหมือนหาดหน้า มีจุดดำน้ำตื้นอยู่ใกล้ฝั่งและล้อมไว้ด้วยทุ่นสีส้มเพื่อป้องกันไม่ให้เรือ ผ่านเข้ามาในบริเวณจุดดำน้ำทำให้การดำน้ำที่นี่มีความมั่นใจในความปลอดภัย สูง ความสมบูรณ์ของฝูงปลาและปะการังน้ำตื้นก็ยังมีให้เห็น
       
       ดำดิ่ง
       
       มาสิมิลันแต่ถ้าไม่ได้ไปเห็นสัญลักษณ์ของสิมิลันคงจะเหมือนว่ามาไม่ถึง เลยขอออกเรือเดินทางมุ่งหน้าไป “เกาะแปด” หรือ เป็นที่รู้จักกันว่า Elephant Head เพราะมีลักษณะคล้ายหัวช้างจุ่มลงในน้ำ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะสิมิลัน มีอ่าวใหญ่โค้งสวยงาม เรียกว่า อ่าวเกือก ทรายขาวละเอียดราวแป้ง
       
       หน้าอ่าวสามารถดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นได้ ด้านขวาของอ่าวมีหินรูปร่างคล้ายเรือใบตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของ สิมิลัน สามารถปีนขึ้นไปชมทิวทัศน์ได้ ใกล้ๆกันก็ยังมีหินที่คล้ายรองเท้าบูท ตั้งตระหง่านอยู่ดูแปลกตา


หินรองเท้าบู๊ท

       และสำหรับคนที่หลงรักโลกใต้น้ำ มาสิมิลันทั้งทีก็ไม่ควรพลาด ควรจะลงไปดำดิ่งสัมผัสความงามใต้น้ำเสียหน่อย จุดดำน้ำลึกที่หมู่เกาะสิมิลันมีมากมายหลายจุด อย่างที่ “เกาะหก” หรือ “เกาะปายู” มีแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามมากจุดหนึ่ง ลักษณะเป็นชานลาดเทลงสู่ทะเลลึก มีสิ่งมีชีวิตที่สวยงามมากมายหลายชนิด ตั้งแต่ระดับตื้นๆ แค่ 20-30 ฟุต ไปจนถึงระดับลึกเป็นร้อยฟุต ทางด้านหัวเกาะด้านทิศใต้ก็เป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงามมาก นักดำน้ำเรียกจุดดำน้ำนี้ว่า “หัวเกาะหก”


มุมมองทะเลจากจุดชมวิวหินเรือใบ

       หรือจะเป็นที่ “เกาะเก้า” หรือ”เกาะบางู” เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีโขดหินรูปลักษณ์ต่างๆ สวยงามหลากหลาย และโดยเฉพาะที่จุดดำน้ำกองหินคริสต์มาสพอยต์ นับเป็นจุดดำน้ำที่มีความสวยงามไม่แพ้จุดดำน้ำอื่นๆ เช่นเดียวกัน
       
       เป็นจุดที่มีรายงานว่าพบปลาไหลริบบินสีฟ้า ปลาบู่สีเพลิง กั้ง ตั๊กแตน รวมทั้งปลาขนาดใหญ่ เช่น ฉลามสีเทา และฉลามครีบขาว รวมทั้งปลากระเบนราหูก็เคยมีผู้พบเห็นเสมอๆ


ค้าวคาวแม่ไก่อีกหนึ่งสิ่งมีชิวิตบนเกาะเมียง

       ส่วนใครตั้งใจจะไปดำน้ำลึกที่ “กองหินแฟนตาซี” ซึ่งเป็นจุดดำน้ำลึกอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเก้า ที่เดิมเป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของสิมิลันเห็นจะต้อง แสดงความเสียใจไว้ก่อน เพราะจุดนี้ทางอุทยานฯได้ทำการปิดปรับปรุง เนื่องจากปะการังเสื่อมโทรมตอนนี้ฟื้นตัวแล้วเกินครึ่ง คงต้องรอความพร้อมเต็มร้อยเมื่อไหร่นักดำน้ำจึงจะได้ยลโฉมกองหินแฟนตาซีอีก ครั้ง


กางเต็นท์นอนบนเกาะที่สิมิลันสวรรค์แท้ๆ

       กิจกรรมดำน้ำลึกในหมู่เกาะสิมิลันถือว่ามีความโดดเด่นที่สุด สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ทุกเมื่อ เช่น ที่บริเวณหินสันฉลาม มักพบปลาฉลามครีบเงินและฉลานเสือดาว หินม้วนเดียว มีปะการังและกัลปังหานานาชนิดให้ชม อย่างบริเวณ เรือนกล้วยไม้ (East of Eden) ที่เกาะหก เป็นจุดดำน้ำลึกชมปะการังอ่อนหลากสีสัน ดุจภูเขาดอกไม้ใต้น้ำมีถ้ำใต้น้ำหลายแห่ง
       
       เหนื่อยจากดำน้ำก็กลับขึ้นฝั่งเดินกินลมชมหาดก็เข้าที นี่เป็นเพียงบางส่วนอันเป็นเสน่ห์ใน “ตะลอนเที่ยว” ไม่ต้องมองหาทะเลรักอันต่อไป เพราะ หมู่เกาะสิมิลันไม่เพียงเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำเท่านั้น แต่อยู่ที่ไหนในสิมิลัน ไม่ว่า บนบก ใต้น้ำ สีสันจากธรรมชาติที่นี่ไม่เคยจางจากความสุขเลย.


ที่สิมิลันเป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       หมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ที่ จ. พังงา ห่างจากกรุงเทพ ประมาณ 780 กิโลเมตร เลยอำเภอตะกั่วป่าลงไป 52 กิโลเมตร อยู่ห่างฝั่งท่าเรือคุระบุรี 67 กิโลเมตร เดินทางโดยเรือ Speed Boat ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชม. เรือเร็วธรรมดาประมาณ 3 ชม. เรือธรรมดาหรือเรือไม้ประมาณ 4 ชม. ออกจาก ท่าเรือทับละมุ ต. ลำแก่น อ. ท้ายเหมือง จ. พังงา
       
       การเดินทางไปยัง “หมู่เกาะสิมิลัน” นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปลงเรือที่ท่าเรือทับละมุ จ.พังงา จากทางหลวงหมายเลข 4 (ช่วงระนอง-พังงา) ช่วง ต.ลำแก่น มีทางแยกขวาไปท่าเรือทับละมุอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงท่าเรือด้านซ้ายมือเป็นที่ตั้งของที่ทำการและศูนย์บริการนักท่อง เที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน โทร. 0 - 7659 - 5045 (บนฝั่ง), โทร. 0 - 7642 - 1365 (เกาะสี่), โทร. 0 - 7642 - 2136 (เกาะแปด)
       
       ***ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม เป็นฤดูท่องเที่ยว มีเรือโดยสารจากท่าเรือทับละมุไปเกาะสิมิลันทุกวัน***



**************************************************************************************************


ประมงพื้นบ้านบางสะพาน โวย!! เรืออวนทำลายแหล่งปลาทู
 
       นายสุนทร รสดี ประธานกลุ่มประมงเรือเล็ก อ.บางสะพานน้อย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับนายสวัสดิ์ เกียรติศรีทับทิม ประธานกลุ่มประมงบางสะพาน และชาวประมงพื้นบ้านอีกกว่า 80 คน ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายบุญรอด จันทร์ทับ เจ้าหน้าที่ประมงอำเภอบางสะพาน และ พ.ต.ท.มานพ มีแสง สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 6 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ กรณีปัญหาการทำประมงอวนลากซึ่งสร้างความเสียหายให้กับชาวประมงเรือเล็กเป็นอย่างมาก โดยขอให้เจ้าของเรืออวนลากที่จะเข้ามาในเขตหวงห้ามแจ้งชื่อและรายละเอียดต่างๆ หากมีการลักลอบเข้ามาทำประมงเรือลากในเขตหวงห้ามแล้วถูกจับได้ เจ้าของเรือจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดกับเครื่องมือทำกินของชาวบ้าน และให้มีมาตรการเด็ดขาดในการตรวจจับเรือที่เข้ามาทำประมงอวนลากในเขตหวงห้าม

        นายสุนทร กล่าวว่า ตนเองต่อสู้กับกลุ่มเรืออวนลากที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตหวงห้ามมาเป็นระยะเวลาหลายปี ชาวประมงส่วนใหญ่ที่ทำประมงอยู่บริเวณชายฝั่งได้รับความเสียหายมาก ตนเองเคยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจจับเรือประมงเหล่านี้ แต่ก็ไม่สามารถเข้าใกล้เรืออวนลากพวกนี้ได้เลย อย่างไรก็ตาม ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือเต็มที่

        ทางด้านนายสวัสดิ์ กล่าวว่า การรวมตัวกันครั้งนี้เพราะชาวประมงเรือเล็กส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน บางบ้านแทบจะหมดตัว และความเดือดร้อนในเรื่องนี้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ประกอบกับในช่วงนี้เศรษฐกิจตำฃกต่ำ ชาวประมงหาปลาหาปูได้ไม่มาก ยิ่งทำให้อยู่กันอย่างยากลำบาก

        นายบุญรอด กล่าวว่า จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำเพื่อออกตรวจตราการกระทำผิดของเรือประมงอวนลากให้มากขึ้นกว่าเดิม และพร้อมที่จะให้ชาวประมงเดินทางออกไปตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่เพื่อความโปร่งใสของการทำงาน และหากชาวประมงคนใดได้ข่าวหรือพบเห็นว่ามีเรือประมงอวนลากทำการประมงเข้ามาในเขตหวงห้ามก็ให้รีบแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ทันที

        อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.มานพ กล่าวว่า จะเพิ่มความถี่ในการออกตรวจตราและจะให้เรือ 438 เป็นเรือลาดตะเวนประจำอยู่ในพื้นที่ 1 ลำ ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือกับชาวประมงว่าหากมีการพบเห็นก็ให้รีบแจ้งกับทางเจ้าหน้าดำเนินการได้ทันท่วงที


**************************************************************************************************


ด่วน! เรือจีนถูกปล้นใกล้น่านน้ำโซมาเลีย ลูกเรือ 30 ชีวิตสู้ยิบตา


ภาพถ่ายจากกองทัพเรือของอินเดีย แสดงให้เห็นเรือที่ต้องสงสัยว่าเป็นเรือโจรสลัด ซึ่งกองทัพเรืออินเดียเข้าจับกุมได้ในน่านน้ำใกล้ประเทศโซมาเลีย เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา (ภาพจากแฟ้มข่าว-เอเอฟพี)

      สำนักข่าวเอพี และรอยเตอร์ รายงานข่าวด่วน เรือจีนถูกโจรสลัดโจมตีใกล้น่านน้ำของโซมาเลีย ลูกเรือกว่า 30 คน ต่อต้านการบุกรุกของเหล่าโจรอยู่หลายชั่วโมง จนกองกำลังของทหารมาช่วยไว้ได้ ข้างฝ่ายทางการจีนกำลังพิจารณา"อย่างจริงจัง" เพื่อส่งกองเรือไปร่วมปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัดกับนานาชาติ
       
       “โจรสลัดบุกขึ้นมาบนเรือ แต่ลูกเรือชาวจีนได้ต่อสู้ป้องกันไม่ให้เหล่าโจรเข้าไปยังที่พักของพวกเขาได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง จนกระทั่งเฮลิคอปเตอร์ของทหารกองกำลังผสมได้เข้ามาช่วย และไล่โจรสลัดไปได้ โดยลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยดี” โนเอล ชุง หัวหน้าศูนย์รายงานพฤติการณ์โจรสลัดของสำนักงานการเดินเรือทางทะเลระหว่างประเทศ ( International Maritime Bureau piracy reporting centre) เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
       
       ทั้งนี้เรือจีนลำล่าสุดที่ถูกปล้นนี้ชื่อว่า “เจินหัว4” เจ้าของคือ บริษัท China Communications Construction
       
       “ทุกคนปลอดภัยดี แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นเหมือนละคร ลูกเรือยืนหยัดอยู่ได้หลายชั่วโมง ส่วนทางหน่วยงานของผมก็วุ่นอยู่กับการติดต่อทุกฝ่ายเพื่อให้เข้าไปช่วยเหลือ” โนเอล ชุง กล่าว
       
       และจากความเสียหายจากภัยโจรสลัดนี้ ทำให้ทางการจีนกำลังพิจารณาส่งกองเรือไปร่วมกับนานาชาติปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัด
       
       “จีนกำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะส่งกองเรือไปยังอ่าวเอเดน และน่านน้ำใกล้ประเทศโซมาเลียเพื่อร่วมปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัดกับกองเรือของนานาชาติ” เหอ ย่าเฟย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจีนมีฐานะเป็นสมาชิกถาวรอยู่
       
       เมื่อวานนี้( 16 พ.ย.) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ยอมรับอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ในข้อเสนอของ สหรัฐอเมริกา ที่ให้กองกำลังนานาชาติส่งกองเรือไปปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัดในน่านน้ำโซมาเลีย เป็นเวลา 1 ปี โดยเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส กรีซ ไลบีเรีย และเกาหลีใต้ ได้สนับสนุนข้อเสนอของสหรัฐฯ
       
       และถ้าหากจีนส่งกองเรือเข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้านโจรสลัดนี้ ก็จะถือเป็นปฏิบัติการทางทหารเรือ นอกน่านน้ำจีนครั้งแรกในประวัติศาสตร์
       
       ทั้งนี้บริเวณอ่าวเอเดน และน่านน้ำของโซมาเลีย กลายเป็นชุมทางของโจรสลัดที่ก่อพฤติกรรมอุกอาจ ปล้นโจมตีเรือมากว่า 100 ครั้งแล้วตั้งแต่ต้นปีนี้ จนนานาชาติต้องหาทางร่วมมือกันปราบปรามเหล่าโจรสลัด และให้การคุ้มครองเรือเดินสมุทร

บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
สายน้ำ
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4627



« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2008, 01:22:25 AM »

สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์


เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดปานกลางที่นอกชายฝั่งอินโดนีเซีย และนิวซีแลนด์

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.6 ริคเตอร์ บริเวณนอกชายฝั่งเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียเมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย หรือผู้เสียชีวิต
 
แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.06 น. เมื่อคืนวานนี้ ตามเวลาประเทศไทยทางตะวันตกเฉียงใต้ของ บันดาร์ ลัมปุง ซึ่งอยู่ชายฝั่งด้านใต้ของเกาะสุมาตรา ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไป 35 กิโลเมตร แต่ไม่มีการเตือนภัยสึนามิ และไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต
 
ขณะที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางขึ้น 2 ครั้งที่นิวซีแลนด์ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.55 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่หมู่บ้านฮันเมอร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะทางใต้ของประเทศ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 4.9 ริคเตอร์ ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไป 10 กิโลเมตร หลังจากนั้นเพียง 17 นาที ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งที่ 2 ขึ้นทางด้านเหนือของหมู่บ้านฮันเมอร์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 4.1 ริคเตอร์ ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไป 5 กิโลเมตร

บันทึกการเข้า

ความจริงใจ อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่คำพูด .....
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 20 คำสั่ง