PDA

View Full Version : ปลาสิงโต...ปลาสวยงามของเรา แต่น่ารังเกียจสำหรับเขา


สายชล
26-04-2011, 18:41
ปลาสิงโต..........ปลาสวยงามของเรา แต่น่ารังเกียจสำหรับเขา


http://i1198.photobucket.com/albums/aa455/saveoursea/SOS%20South%20Andaman%20-%20Mar54/06_Anemone%20Reef/Anemone-Reef_04.jpg



ปลาสิงโต....จัดเป็นปลาสวยงาม ที่สายชลชื่นชอบมาก ด้วยความที่ปลาชนิดนี้ดูสุภาพนุ่มนวล ชอบลอยตัวอยู่นิ่งๆแทบไม่เคลื่อนไหว ทำให้เราสามารถชื่นชมความงามของเขาได้อย่างง่ายดาย

อีกทั้งรูปลักษณ์ของปลาสิงโต ยังดูสวยแปลกตา ด้วยครีบยาวๆที่เหมือนขนนกที่กระจายและกรีดกรายออกไปรอบๆตัว ครีบและลำตัวมีลวดลายเป็นทางและจุด สีที่เห็นมีทั้งสีแดง สีน้ำตาล สีดำ และขาว ผสมผสานกันออกมาเป็นที่น่ามหัศจรรย์ ดวงตาที่กลมโตมีพู่ยาวงามเหมือนขนตานั้น ดูใสซื่อบริสุทธิ์ เมื่อยามครีบพองฟู ทำให้ดูเหมือนนักรบชาวป่าในแอฟริกา ที่ทั้งสง่างามและดูสงบเยือกเย็น...

สายชล
26-04-2011, 18:56
http://i1198.photobucket.com/albums/aa455/saveoursea/SOS%20South%20Andaman%20-%20Mar54/06_Anemone%20Reef/Anemone-Reef_06.jpg



ในความเป็นจริง....ปลาสิงโต (Lionfish) เป็นปลาทะเลที่มีพิษ อยู่ในวงศ์ Scorpaenidae ซึ่งภาษาละตินหมายถึง "แมงป่อง" ส่วนในภาษาอังกฤษนั้น ใช้คำว่า "Scorpion Fish" (ปลาแมงป่อง) และ "Lion Fish" (ปลาสิงโต) ซึ่งปลาชนิดนี้ มีอยู่หลายสปีชีส์ ใน 2 จีนัส คือ Pterois และ Dendrochirus


ปลาสิงโต อาศัยอยู่ในทะเลแถบอินโด-แปซิฟิก แต่ปรากฏว่า ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา มีผู้พบปลาสิงโตในแนวปะการังเขตอบอุ่นนอกชายฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแอตแลนติก ทะเลแคริบเบียน และอ่าวเม็กซิโก ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อน ทำให้นักวิทยาศาสตร์ เกิดความวิตกว่า ปลาชนิดนี้อาจจะเป็นอันตรายต่อปลาชนิดอื่น ที่มีความสำคัญในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งปลาที่มีความจำเป็นต่อความสมบูรณ์ของแนวหินปะการัง

สายชล
26-04-2011, 19:02
http://i1198.photobucket.com/albums/aa455/saveoursea/SOS%20South%20Andaman%20-%20Mar54/06_Anemone%20Reef/Anemone-Reef_05.jpg


ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ปลาสิงโตจากมหาสมุทรแปซิฟิกไปปรากฏในมหาสมุทร แอตแลนติก ว่า


"อาจเกิดจากเรือบรรทุกน้ำมัน เพราะขากลับ เรือบรรทุกน้ำมันแล่นเรือเปล่าไม่ได้ จึงสูบน้ำทะเลเข้าไปแทนที่น้ำมันเพื่อ ให้เรือทรงตัวอย่างสมดุล น้ำที่สูบเข้าไปอาจมีไข่ของปลาสิงโตขณะที่เป็นแพลงตอน เมื่อเรือเดินทางไปถึงอีกที่หนึ่ง หรือถึงที่หมายก็จะปล่อยน้ำออกไปและไข่ปลาสิงโตก็อาจจะเติบโตในทะเลแห่งใหม่"

สายชล
26-04-2011, 19:53
http://i1198.photobucket.com/albums/aa455/saveoursea/SOS%20South%20Andaman%20-%20Mar54/06_Anemone%20Reef/Anemone-Reef_07.jpg


อาจารย์ธรณ์ยังกล่าวต่อไปว่า...

"แต่นักวิชาการทะเลไทยไม่ห่วงเรื่องปลาสิงโตระบาดเหมือนในมหาสมุทรแอตแลนติก ตรงกันข้าม น่าเป็นห่วงว่าปลาสิงโตในทะเลไทย จะสูญพันธุ์เพราะจำนวนลดน้อยลงมาก และต้องการการอนุรักษ์



ปัจจุบันนี้ สภาพแนวปะการังซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาสิงโตถูกทำลาย จากการกระทำของมนุษย์ ที่สร้างท่าเรือ ชุมชนบุกรุก และภาวะโลกร้อนทำให้เกิดปะการังฟอกขาว รวมทั้งปลาสิงโตถูกจับไปขายในฐานะปลาตู้มากขึ้น


ในทะเลไทยมีปลาสิงโตไม่ต่ำกว่า 5-6 ชนิด อยู่ในแนวปะการัง ซึ่งพบในแนวปะการังในทะเลฝั่งอันดามันมากกว่าอ่าวไทย


อาหารของปลาสิงโต คือ ปลาและกุ้ง ด้วยความที่มีฟันละเอียดเหมือนปลาเก๋า มันจะฮุบเหยื่อทั้งตัวและย่อยในร่างกายของมันเอง


ส่วนการขยายพันธุ์ ปลาสิงโตออกลูกเป็นไข่และเป็นแพลงตอน กระทั่งโตเป็นลูกปลา ตอนมันยังเล็กๆ ลูกปลาสิงโตตกเป็นอาหารของปลาใหญ่ แต่พอมันโตแล้ว แม้แต่ฉลามก็ไม่กินมันเพราะมันมีพิษ"


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ: ข้อมูลจาก คอลัมน์ รู้ไปโม้ด น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com....ข่าวสดรายวัน ประจำวันที่วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7197

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURONWIzVXdNakV6TURnMU13PT0=&sectionid=Y25Wd1lXbHRiMlJs&day=TWpBeE1DMHdPQzB4TXc9PQ==

สายชล
26-04-2011, 20:26
คำพูดของอาจารย์ธรณ์ที่พูดว่า...."แม้แต่ฉลามก็ไม่กินมัน (ปลาสิงโต) เพราะมันมีพิษ" นั้น เห็นทีจะถูกลบล้าง ไปด้วยเรื่องราวและภาพข่าวจาก National Geographic ที่ได้แจ้งว่า

ในมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลแคริบเบียน.....


ด้วยความที่เกรงว่าปลาสิงโตจะแพร่พันธุ์มากมาย เพราะไม่มีศัตรูทางธรรมชาติ จนปลาสิงโตจะไปกินลูกปลาเศรษฐกิจทั้งหลายจนหมด ทำให้ชาวประมงและนักดำน้ำแถวๆนั้น โดยเฉพาะที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา และอุทยานทางทะเล Roatan Marine Park นอกชายฝั่ง Honduras ซึ่งอยู่ในเขตอเมริกากลาง ได้พากันตื่นตัว หาวิธีกำจัดปลาสิงโต ด้วยการใช้ฉมวกยิง และส่งเสริมให้นำเนื้อปลาสิงโตมาทำอาหารรับประทาน



http://images.nationalgeographic.com/wpf/media-live/photos/000/341/cache/sharks-eating-lionfish-dead-dock-caught_34122_600x450.jpg



ด้วยความคิดที่ว่า...หากมีความต้องการเนื้อปลาสิงโตมาก ก็จะทำให้มีการล่าปลาสิงโตมาขายมากขึ้น และปริมาณปลาสิงโตในทะเลก็น่าจะลดลงไปได้



แต่การส่งเสริมการบริโภคเนื้อปลาสิงโต ก็ยังไม่เป็นที่นิยม และอยู่ในปริมาณที่จำกัด....



ข้อมูลจาก....http://news.nationalgeographic.com/news/2011/03/pictures/110404-sharks-lionfish-alien-fish-invasive-species-science/

Super_Srinuanray
26-04-2011, 20:42
โถๆๆๆๆๆ ปลาสิงโต ตัวน้อยของ snr รู้ไหมว่าเธอน่ะ เวลาเป็นนายและนางแบบน่ะ เก๋ที่สุดเลย สง่างามเหมือนคนที่สวมหัวโขน หรือ เวลาแสดงอุปรากรจีนเลย

อย่าไปกินเค้าเลยนะคะ ต้อนมาอยู่เมืองไทยก็ได้ นะนะ

สายชล
26-04-2011, 20:42
เมื่อทำให้คนหันมาบริโภคปลาสิงโต ไม่ค่อยจะได้ผลนัก จึงมีผู้คิดว่า น่าจะให้ "ฉลาม" เป็นผู้กำจัดปลาสิงโตในทะเล เพื่อรักษาสมดุลในระบบนิเวศจะดีกว่า


วิธีการก็คือ....ที่ Roatan Marine Park, Honduras มีนักดำน้ำที่คุ้นเคยกับฉลามในเขตอุทยานเป็นอย่างดี ได้จัดการ "สอน" ให้ฉลามล่าปลาสิงโตเป็นอาหาร


http://images.nationalgeographic.com/wpf/media-live/photos/000/341/cache/sharks-eating-lionfish-biting-three_34121_600x450.jpg


ถ่ายภาพโดย....Antonio Busiello ซึ่งได้อยู่เก็บภาพการให้ปลาสิงโตเป็นอาหารปลาฉลาม อยู่ที่อุทยานแห่งนี้ถึง 3 เดือน

สายชล
26-04-2011, 21:14
http://images.nationalgeographic.com/wpf/media-live/photos/000/341/cache/sharks-eating-lionfish-eyeing_34124_600x450.jpg


วิธีการสอนให้ฉลามล่าปลาสิงโตเป็นอาหารนั้น ขั้นตอนแรกก็คือ การฆ่าปลาสิงโต แล้วนำมาป้อนให้ฉลามกิน จนฉลามคุ้นชินกับหน้าตา กลิ่น และรสชาติของปลาสิงโต


เมื่อเห็นฉลามกินเนื้อปลาสิงโตได้ดีแล้ว ขั้นตอนที่สอง ก็คือ การทำให้ปลาสิงโตบาดเจ็บ แล้วนำมาปล่อยไว้ใกล้ๆฉลาม ซึ่งภาพที่เห็นก็คือ ฉลามไล่ล่าปลาสิงโตที่ยังไม่ตายเป็นอาหาร โดยไม่มีปัญหากับพิษของปลาสิงโตแต่อย่างใด


ในเรื่องที่ปลาฉลามไม่ได้รับพิษจากปลาสิงโตนั้น ทาง Florida Museum of Natural History ได้ให้ข้อมูลว่า เป็นเพราะสัตว์ที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องกินไม่เลือก อย่างฉลามนั้น สามารถกินเหยื่อที่มีพิษ และจะไม่ได้รับอันตรายจากพิษของสัตว์ที่มันกินเข้าไป ดังเช่น ปลาสิงโต เป็นอาทิ...

Super_Srinuanray
26-04-2011, 21:23
แล้วคนเราก็ล่าฉลาม มากินซะ....

สายชล
26-04-2011, 21:28
http://images.nationalgeographic.com/wpf/media-live/photos/000/341/cache/sharks-eating-lionfish-mouth-open_34128_600x450.jpg


เป็นที่ปรากฎแน่ชัดแล้วว่า...ฉลามเป็นสัตว์ที่ถูกฝึกให้ทำอะไรได้หลายอย่าง รวมทั้งการฝึกให้กินปลาสิงโตด้วย


อย่างไรก็ตาม...ในการฝึกปลาฉลามให้กินปลาสิงโต ที่มีข้อจำกัดมากมายนั้น ใช่ว่าจะควบคุมปลาสิงโตในระบบนิเวศได้มากมายนัก


นอกเสียจากว่า ปลาฉลามทั้งหลายในทะเล จะพอใจที่จะกินปลาสิงโตเป็นอาหารด้วยตัวของมันเอง ไม่ใช่ด้วยการฝึกของมนุษย์


http://images.nationalgeographic.com/wpf/media-live/photos/000/341/cache/sharks-eating-lionfish-biting_34120_600x450.jpg

สายชล
26-04-2011, 22:36
http://www.saveoursea.net/boardapr2007/index.php?action=dlattach;topic=773.0;attach=12407;image




สำหรับปลาสิงโตในทะเลไทยนั้น...แม้จะไม่ถูกรังเกียจเดียดฉันท์เหมือนปลาสิงโต แถวๆมหาสมุทรแอตแลนติกของอเมริกาเหนือและกลาง แต่ปริมาณปลาสิงโตในไทยก็มีปริมาณน้อยมาก ทั้งด้วยสภาพแนวปะการังที่เป็นแหล่งอาศัยถูกทำลาย และด้วยการถูกจับไปใส่ในตู้ปลา จนน่าเป็นห่วงอย่างที่อาจารย์ธรณ์ว่าไว้ข้างต้น เราจึงควรให้ความรักความเมตตากับปลาสิงโตไว้ ให้คงอยู่ในทะเลไทยไปนานๆ


อย่างไรก็ตาม ปลาสิงโตเป็นปลาที่มีพิษ การจะไปดำน้ำดูปลาสิงโต จึงต้องรักษาระยะห่างไว้ อย่าไปเข้าใกล้หรือแตะต้องเนื้อตัวของปลาสิงโต


หากถูกเข็มพิษที่อยู๋ตามครีบของปลาสิงโตแทง...ให้ราดแผลด้วยน้ำส้มสายชู แล้วแช่แผลในน้ำร้อนที่ร้อนเท่าที่ทนได้ (ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส) เพื่อสลายพิษและระงับความเจ็บปวด ถ้าเจ็บปวดรุนแรงมาก หรือแพ้ ให้นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้...

สายชล
26-04-2011, 22:46
อิๆ...ต้องส่งน้องติ่งไปต้อนปลาสิงโตจากแอตแลนติกมาไทย....;)


บ้านเรานั้น ไม่ทราบมีใครกินเนื้อปลาสิงโตกันบ้างไหมนะคะ...:p

sea addict
07-05-2011, 00:41
ต่อกรณีนี้ผมเคยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาสาสมัครชาวแคนาดาที่สนใจจะทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการเป้นชนิดพันธุ์รุกรานของปลาสิงโตในทะเลแคริบเบียน

ซึ่งก็ต้องบอกก่อนว่าอันที่จริงในแคริบเบี่ยนนั้นไม่เพียงปลาสิงโตเท่านั้น เขามีสารพัดชนิดพันธุ์รุกรานอยุ่ในทะเล ปลาสิงโตนี่ก็เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามแล้วเล็ดลอดลงทะเล และอีกส่วนหนึ่งมากจากน้ำอับเฉาเรือนั่นเอง

ผมลองถามเขาว่าคิดว่าเขายังขาดอะไรไปในทะเลแคริบเบี้ยน เขาตอบว่าปลากินเนื้อขนาดใหญ่ แต่ผมบอกให้เขากลับไปรีวิวเอกสารเกี่ยวกับปลากินเนื้อขนาดเล็ก และกลุ่มปลากินแพลงตอนซึ่งพบว่ามีน้อยเหลือเกินในแคริบเบี้ยน!

ปลาหรือสิ่งมีชีวิตในทะเลที่มีลักษณะพิเศษป้องกันตัวเองเมื่อโตเต็มวัยนั้น ผู้ล่าขนาดใหญ่จะมีผลต่อการควบคุมประชากรน้อยมาก ถ้าผมจะยกตัวอย่างของดาวหนาม หากมันจะระบาดถามว่าจะต้องใช้หอยสังข์แตรกี่ตัวในการกินมันและหอยสังข์แตรตัวหนึ่งจะกินดาวหนามได้กี่ตัวในหนึ่งวัน

ปลาสิงโตก็เช่นเดียวกัน มันเป็นปลาที่มีลักษณะพิเศษที่ปลาผู้ล่าขนาดใหญ่จะกินก็ลำบากวันๆหนึ่งจะกินได้ซักกี่ตัว สู้ไปหาตัวอื่นที่กินง่ายกว่าจะไม่ดีกว่ารึ

คีย์สำคัญคือสัตวทะเลส่วนใหญ่มักจะมีระยะวัยอ่อนที่เป็นแพลงก์ตอน และมีจำนวนมหาศาลจากการปล่อยเซล์สืบพันธ์แบบเผื่อตาย ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่พวกมันไม่มีพิษมีภัย และมีขนาดเล็กทำให้ถูกกินได้ง่ายและกินได้ทีละมากๆจากกลุ่มปลาที่กินแพลงก์ตอน ดังนั้นปริมาณปลาที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหารจึงอาจเป็นตัวแปรหนึ่งที่ไปตัดวงจรการแพร่ระบาดซึ่งเมื่ออัตรารอดของตัวอ่อนเหลือน้อยจะเอาที่ไหนมาระบาดรุกรานเขาได้

ซึ่งบ้านเราโชคดีที่โครงสร้างประชาคมปลาที่อยู่ในแนวปะการังมักพบปลาที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร เป็นองค์ประกอบของประชากรอยู่ไม่น้อยกว่า 15% เสมอซึ่งก็เพียงพอที่จะควบคุมประชากรปลาและสัตว์อื่นๆไม่ให้เสียสมดุลย์ไป ในขณะที่แคริบเบียนวงจรนี้ได้สูญเสียไปโดยเกือบสมบูรณ์แล้ว จากการใช้ประโยชน์อย่างไม่มีขอบเขตหรือกฎเกณฑ์ หากจะมองว่าปลาสิงโตเป็นตัวรุกรานนั้นมันก็เป็นแค่เพียงปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่แท้จริงมาจากการที่พวกเขา(หลายๆประเทศ)ในทะเลแคริบเบี้ยนได้ทำการเบียดเบียนตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่างหาก


บ้านเราเองหากวันหนึ่งมีสิ่งใดที่ทำให้เสียวงจรเหล่านี้ไปก็อาจเกิดเหตแบบนี้บ้างก็ได้ในซักวันหนึ่งหากยังมีการทำให้ปลาเสียนิสัย หรือการจับปลาในแนวปะการังแบบไม่บันยะบันยังก็อาจพบปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมาย

หอยกะทิ
24-05-2011, 22:11
ฝึกฉลามไอเดียนะครับ

สายชล
15-06-2011, 14:01
พลาดไปได้อย่างไร...เพิ่งได้อ่านข้อคิดเห็นของน้อง sea addict ค่ะ...


อ่านแล้วสบายใจ ที่ปลาสิงโตในทะเลไทย จะยังคงอยู่ในทะเลไทยได้ต่อไป ไม่ต้องหาทางกำจัดให้หมดไปด้วยฉลาม หรือถูกจับมากิน เหมือนแถวประเทศแถบแคริบเบียน


ขอบคุณมากนะคะ...น้อง sea addict

GAF
23-10-2013, 09:28
บางที่ก็แทบจะไม่มีหรือยากมากกว่าจะเจอ อย่างอ่าวไทย แต่ในบางที่กลับมีมากจนต้องกำจัด เหมือนญี่ปุ่นล่าวาฬโลมาอะไรอย่างนั้น บางที่ก็ล่าแมนต้า อยากให้เอามาไว้ที่ไทยจริงๆ :d

สายชล
23-10-2013, 13:41
มีข่าวล่าสุดเรื่อง คนอเมริกันส่งเสริมล่าปลาสิงโตมาทำอาหารรับประทานค่ะ..

http://news.yahoo.com/invasive-lionfish-wreaking-havoc-on-atlantic-ocean-214513936.html

http://l3.yimg.com/bt/api/res/1.2/DMYTjYq1t247litxooffbQ--/YXBwaWQ9eW5ld3M7Zmk9ZmlsbDtoPTc2NDtweW9mZj0wO3E9NzU7dz05NjA-/http://l.yimg.com/os/publish-images/news/2013-10-21/232d8206-3e50-4cfe-af60-84fb6cedeb39_Lionfish.jpg


The lionfish is a prized aquarium species, best known for its vibrant stripes and spiky fins.

It is also venemous and a voracious predator with a population growing out of control in the Atlantic Ocean along the U.S. east coast.

Long a concern for researchers and scientists, the lionfish is an invasive species in the Atlantic, and efforts to control the population have not been successful according to the Christian Science Monitor.

“There is strong evidence that the lionfish is having negative effects on the native population,” Oregon State scientist Stephanie Green told CSM. “We don’t see any signal that anything is controlling lionfish population.”


http://l.yimg.com/bt/api/res/1.2/wwB86PVXB1tQbO5Xpc71Gw--/YXBwaWQ9eW5ld3M7Zmk9ZmlsbDtoPTEyODA7cHlvZmY9MDtxPTc1O3c9OTYw/http://l.yimg.com/os/publish-images/news/2013-10-21/f59c93aa-b7c6-4ee5-bbc4-a0ca52ddf2a1_Lionfishing.jpg




The problem is that the lionfish, which is native to the western Pacific, has no natural predators in the Atlantic Ocean. They live up to 15 years, and one female can produce as many as 2 million eggs in one year. That adds up to a whole lot of hungry lionfish. Estimates have the Atlantic population increasing 700 percent from 2004-08 alone.

Growing up to 18 inches long, lionfish are skilled hunters known to eat just about anything they can fit in their mouths. CSM estimates that about 70 percent of the Atlantic’s fish species is on the lionfish’s menu and that at least 40 native species have suffered thanks to the lionfish. They are especially threatening to native coral and have been found with fatty livers from gorging so much on Atlantic Ocean natives.

How did the lionfish show up in the Atlantic? Theories range from displeased aquarium owners dumping them into the ocean to Hurricane Andrew having swept pet lionfish into the ocean in its wake when it devastated South Florida in 1992. Scientists believe as few as six lionfish introduced to the Atlantic led to the boom that exists today.

Commonly seen around Florida, the lionfish is known to thrive from the Bahamas north to the North Carolina coast.


http://l1.yimg.com/bt/api/res/1.2/QuZon6fSqmFkcDmEJqXKQw--/YXBwaWQ9eW5ld3M7Zmk9ZmlsbDtoPTk1MTtweW9mZj0wO3E9NzU7dz05NjA-/http://l.yimg.com/os/publish-images/news/2013-10-21/fb43d7a2-e0b5-4c98-a153-af4a9211c7d7_Lionfish-Ceviche.jpg

So what’s being done to try to control the population? The National Oceanic and Atmospheric Association recommends getting your spear prepped and your grill hot. Instead of ordering that overfished tuna next, see if lionfish is on the menu.

Despite the poisonous spines protruding from the bodies, lionfish are perfectly safe to eat with the spines removed and evidently quite tasty. Reef.org has published a lionfish cookbook, while lionfish hunts and fish fries have become popular in Florida.

With few ideas to rein in the lionfish population outside of human intervention, expanding food horizons may be vital to the health of the Atlantic Ocean.


The lionfish is a prized aquarium species, best known for its vibrant stripes and spiky fins.

It is also venemous and a voracious predator with a population growing out of control in the Atlantic Ocean along the U.S. east coast.

Long a concern for researchers and scientists, the lionfish is an invasive species in the Atlantic, and efforts to control the population have not been successful according to the Christian Science Monitor.