SaveOurSea.NET

SaveOurSea.NET (http://www.saveoursea.net/forums/index.php)
-   สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม (http://www.saveoursea.net/forums/forumdisplay.php?f=13)
-   -   สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 (http://www.saveoursea.net/forums/showthread.php?t=4967)

สายน้ำ 06-11-2019 03:40

สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562
 
4 Attachment(s)
ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยภาคเหนือและบริเวณชายฝั่งของภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

อนึ่ง พายุระดับ 3 (พายุโซนร้อน) "นากรี" (nakri) ปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนกลาง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกอย่างช้าๆ มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวกลับมาทางทิศตะวันตกในระยะต่อไป คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 2562 โดยพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 5 - 6 พ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นและอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

ส่วนในช่วงวันที่ 7 - 11 พ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 6 - 11 พ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมตลอดช่วง


สายน้ำ 06-11-2019 04:45

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


จ่อคุก 1 ปี-ปรับ 1.5 ล้านมือเลื่อยจะงอยปากปลาฉนากฟันเล็ก

ชายในฟลอริดาอาจถูกลงโทษจำและปรับ หลังถูกจับได้ว่าลงมือเลื่อยปากปลาฉนากฟันเล็ก

https://i1198.photobucket.com/albums...pszrq9ssgv.jpg

สำนักงานอัยการสหรัฐ เขตมิดเดิล รัฐฟลอริดา ระบุในแถลงการณ์ ถึงความคืบหน้าในการดำนเนคดีกับ นายชาด ปอนซ์ ชายวัย 38 ปี จากเมืองแจ็คสันวิลล์ รัฐแอละบามา ซึ่งมีผู้พบเห็นขณะใช้เลื่อยไฟฟ้า ตัดจะงอยปาก ( rostrum ) ของปลาฉลากฟันเล็ก ( Smalltooth sawfish ) ความยาว 3.6 เมตร บนเรือประมง

นายปอนซ์ รับสารภาพความผิดฆ่าสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ ส่วนการตัดสินลงโทษจะมีขึ้นในภายหลัง ซึ่งจากความผิดที่ก่อ อาจถูกลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 5 หมื่นดอลลาร์ (ประมาณ 1.5 ล้านบาท )

รายละเอียดของเหตุการณ์ที่นำมาสู่การตัดสินความผิดไม่มีมากนัก แต่เป็นที่เข้าใจว่า พอนซ์จับปลาฉนากฟันเล็กมาได้ และอยากเก็บส่วนจะงอยปากของปลาหายากนี้ไว้ จึงใช้เลื่อยตัดออกมา ก่อนปล่อยลงน้ำ

ข้อมูลจากสำนักงานบรรยากาศและมหาสมุทรสหรัฐ ( โนอา) ระบุว่า ปลาฉนากฟันเล็ก เป็นปลาทะเลชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองระดับชาติ ภายใต้กฎหมายสัตว์ป่าและพรรณพืชใกล้สูญพันธ์ เมื่อปี 2546 การจับ ทำอันตราย ก่อกวนรังควาญหรือฆ่า เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

จำนวนปลาฉนากฟันเล็กลดลงอย่างฮวบฮาบในช่วงหลายปีมานี้ ประเมินว่าอาจเหลืออยู่ราว 5,000 ตัวอยู่ในโลก โดยทั่วไป อาศัยในน้ำตื้น น่านน้ำชายฝั่ง ในสหรัฐ พบนอกชายฝั่งฟลอริดา

ส่วนจะงอยปากแบนยาวมีฟันขึ้นตลอดเหมือนกับเลื่อย อันเป็นลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้ ใช้ในการระบุพิกัดและทำให้เหยื่อพิการ เชื่อกันว่าเป็นอวัยวะที่เต็มไปด้วยเซลล์รับความรู้สึก ช่วยบอกทิศทาง เวลาและสถานที่ มันไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้หากขาดอวัยวะส่วนนี้

มีผู้พบเห็นการเลื่อยปากปลาฉลากฟันเล็กของนายพอนซ์ เมื่อ 18 กรกฎาคม 2561 นอกชายฝั่งเมืองปอนเต เวอร์ดรา รัฐฟลอริดา สำนักงานอัยการ ร่วมกับโนอา และคณะกรรมการประมงและสัตว์ป่าฟลอริดา ร่วมกันสอบสวน


https://www.komchadluek.net/news/bre...ernal_referral


สายน้ำ 06-11-2019 04:47

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


สหรัฐเริ่มถอนตัว จากข้อตกลงโลกร้อนแล้ว

https://i1198.photobucket.com/albums...ps7guffv5k.jpg

วอชิงตัน (เอพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์) - สหรัฐประกาศแจ้งสหประชาชาติถึงการถอนตัวจากข้อตกลงโลกร้อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งทรัมป์อาจใช้ประเด็นนี้ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า ขณะที่หลายประเทศแสดงความผิดหวัง

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เผยสหรัฐได้แจ้งไปยังสหประชาชาติอย่างเป็นทางการถึงการถอนตัวจากข้อตกลงปารีส หรือข้อตกลงโลกร้อน ที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก 187 ประเทศลงนามรับรองในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 หรือ คอป 21 ที่กรุงปารีสเมื่อปี 2558 ที่กำหนดให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจดังกล่าวเนื่องจากข้อตกลงปารีสเป็นภาระต่อธุรกิจ รวมถึงคนทำงานและผู้เสียภาษีของสหรัฐอย่างไม่ยุติธรรม ขณะที่เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการอย่างอิสระได้ ซึ่งการตัดสินใจของทรัมป์ทำให้สหรัฐกลายเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่ได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว และส่งผลให้สหภาพยุโรป หรือ อียู ต้องเพิ่มความพยายามอย่างสูงในการรักษาข้อตกลงดังกล่าวเอาไว้ โดยสหรัฐเป็นที่ 2 รองจากจีนที่เป็นประเทศปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก

การแจ้งต่อยูเอ็นอย่างเป็นทางการถือเป็นการเริ่มกระบวนการถอนตัวจากข้อ ตกลงที่ใช้เวลา 1 ปี ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นลง 1 วันหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 4 พฤศจิกายนปีหน้า โดยนายทรัมป์รณรงค์หาเสียงมาโดยตลอดในการต่อต้านข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่หลายประเทศแสดงความผิดหวังต่อการเคลื่อนไหวของสหรัฐ เช่นเดียวกับบรรดาผู้สมัครที่เป็นคู่แข่งจากพรรคเดโมแครตที่ไม่สนับสนุนการถอนตัว ซึ่งหากหนึ่งในผู้สมัครของพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้า ก็เป็นไปได้ที่จะยกเลิกเรื่องการถอนตัวได้อย่างไรก็ดี นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐจะเดินหน้าหาทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาเหตุโลกร้อนที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้มากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง คุณภาพอากาศในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ดีขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากมีลมพัด ทำให้มลพิษที่ปกคลุมเมืองเป็นเวลาหลายวันลดระดับลง แต่โดยรวมแล้วสภาพอากาศยังคงอยู่ในระดับอันตราย ต่อสุขภาพของประชาชนกว่า 20 ล้านคน เนื่องจากเกินระดับปลอดภัยที่ 60 มากกว่า 5 เท่า ขณะที่ดัชนีวัดคุณภาพอากาศในช่วงเวลาจริงของสถานทูตสหรัฐเมื่อเช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นอยู่ที่ 331 เมื่อเทียบกับวันจันทร์ระดับมลพิษทางอากาศในกรุงนิวเดลี เกินกว่า500 ซึ่งเป็นระดับวิกฤติต่อสุขภาพ ทำให้สำนักนายกรัฐมนตรีต้องเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขลดมลพิษ ด้านศาลฏีกาอินเดียวิจารณ์รัฐบาลที่ล้มเหลวในการควบคุมมลพิษ และเรียกร้องรัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงรัฐต่างๆ ตลอดจนรัฐบาลกลางทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยแก้ไขคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น เพราะปัญหามลพิษทางอากาศเกิดขึ้นทุกปีในกรุงนิวเดลี


https://www.naewna.com/inter/452047

สายน้ำ 06-11-2019 04:49

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


"ทรัมป์" เริ่มการถอนตัว จาก "ความตกลงปารีส" อ้างไม่เป็นธรรมกับชาวอเมริกัน

https://i1198.photobucket.com/albums...psnlxkg1mi.jpg

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเริ่มกระบวนการถอนตัวอย่างเป็นทางการของสหรัฐออกจาก ความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ "ความตกลงปารีส" ที่มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งกระบวนการถอนตัวนี้จะใช้เวลา 1 ปีโดยจะสิ้นสุดลงภายในการเลือกตั้งสหรัฐปี 2020

ทั้งนี้ ความตกลงปารีส ริเริ่มในปี 2015 โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศสมาชิก 188 ประเทศร่วมกันพยายามควบคุมอุณหภูมิโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส และพยายามจำกัดให้มากขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสต่อไป ซึ่งสหรัฐมีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากถึง 15% ของการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก

แต่หลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ในปี 2017 เขาไม่ยอมลงนามในความตกลงปารีส และแสดงเจตจำนงที่จะถอนสหรัฐออกจากความตกลงดังกล่าว ตามที่ประกาศไว้ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

"ไมก์ ปอมเปโอ" รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าว "สร้างภาระทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมให้กับชาวอเมริกัน" โดยอ้างว่าข้อตกลงดังกล่าวสร้างต้นทุนให้กับภาคธุรกิจสหรัฐสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐและทำให้สูญเสียตำแหน่งงานถึง 6.5 ล้านตำแหน่ง

ปอมเปโอระบุด้วยว่า "สหรัฐจะทำตามแนวทางที่ปฏิบัติได้จริง โดยมุ่งเน้นการใช้แหล่งพลังงานและเทคโนโลยีที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ" ขณะที่ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นต่างเป็นผู้นำในการคัดค้านการถอนตัวของสหรัฐ

ด้าน "แนนซี เพโลซี" ประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐ ได้ออกมาประณามการตัดสินใจของทรัมป์โดยระบุว่า ?เป็นการตัดสินที่สร้างหายนะด้วยการขายอนาคตของลูกหลานของเรา?

ขณะที่ หลายรัฐของสหรัฐและภาคธุรกิจอีกหลายร้อยแห่งในสหรัฐได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มเคลื่อนไหว We Are Still In โดยให้คำมั่นว่า จะยังมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนตามแนวทางเดิม

"ไมเคิล บลูมเบิร์ก" นักธุรกิจชาวอเมริกันและนักการทูตด้านสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า กลุ่มนักธุรกิจกำลังทำงานเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เกิดจากการถอนตัวของทรัมป์ ซึ่งเขาระบุว่าเป็น "การสละความเป็นผู้นำ"

อย่างไรก็ตาม การถอนตัวครั้งนี้ยังคงไม่แน่นอน เนื่องจากกระบวนการถอนตัวยังคงต้องใช้เวลานาน ซึ่งหากประธานาธิบดีทรัมป์พ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2020 ผู้ชนะการเลือกตั้งอาจจะผลักดันให้สหรัฐยังคงอยู่ในความตกลงปารีสต่อไปได้


https://www.prachachat.net/world-news/news-387848



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:02

vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger