SaveOurSea.NET

SaveOurSea.NET (http://www.saveoursea.net/forums/index.php)
-   สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม (http://www.saveoursea.net/forums/forumdisplay.php?f=13)
-   -   สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 (http://www.saveoursea.net/forums/showthread.php?t=4807)

สายน้ำ 14-05-2019 04:24

สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562
 
3 Attachment(s)
ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง แต่ยังคงมีอากาศร้อนบริเวณภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 14 - 16 พ.ค. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 17-19 พ.ค. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ส่วนภาคใต้ยังคงฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 14 ? 16 พ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังตลอดช่วง


สายน้ำ 14-05-2019 05:38

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


"ทําโป่ง" อนุรักษ์สัตว์ป่าดอยหลวงเชียงดาว

https://i1198.photobucket.com/albums...psbrtnxns3.jpg

ดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของ จ.เชียงใหม่ มีความสูง 2,275 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากดอยอินทนนท์

มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในจำนวนนี้ก็มีแมลงมีปีก เช่น ผีเสื้อนานาชนิด และแมลงมีปีกชนิดต่างๆอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน

ในห้วงหน้าแล้งที่ผ่านมาทางดอยหลวงเชียงดาวได้ประสบปัญหาภัยแล้งหนักกว่าทุกๆปี และยังถูกชาวเขาลักลอบเผาป่าล่าสัตว์ทำให้สัตว์ป่าไม่มีอาหาร

กระทั่ง นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ระดมนักวิชาการขึ้นดอยไปช่วยกัน ทำโป่ง ไว้ตามจุดต่างๆรอบที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าสบห้วยผาตั้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อ.เชียงดาว

เพื่อเป็นอาหารให้สัตว์ป่าลงมาหากินโดยเฉพาะโป่งแมลงมีปีก และผีเสื้อที่ชุกชุม

ปกติแล้วแมลงมีปีกทั้งหลายรวมไปถึงผีเสื้อหาอาหารจากทางลำห้วยเป็นหลัก...

แต่ในปีนี้น้ำในลำห้วยแห้งขอด ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำโป่งให้อาหาร ขึ้นมาทั้งหมด 3 จุด โดยนำกรวดทรายจากลำห้วยมาทำโป่งเป็นวงกลมประมาณ 2 เมตร

แล้วนำแร่ธาตุเทผสมลงในดินทรายเพื่อให้แมลงมีปีกและผีเสื้อมากินเป็นอาหาร

น.ส.ศิรประภา คำใบ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักบริหารพื้นที่ 16 จ.เชียงใหม่ บอกว่า จุดดังกล่าวเป็นแหล่งที่อยู่ของผีเสื้อป่านานาชนิด ปกติแล้วผีเสื้อจะดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้และแร่ธาตุจากลำห้วยเป็นอาหาร

แต่ปีนี้น้ำในลำห้วยเหือดแห้ง ทางเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันทำโป่งอาหารเพื่อให้แร่ธาตุกับผีเสื้อและแมลงมีปีก คือใช้น้ำปลาผสมเจือจางกับน้ำเปล่าแล้วนำมาเทไว้บนกรวดทรายตามโป่งที่จัดทำไว้

จะมีผีเสื้อและแมลงมีปีกทั้งหลายมาดูดกินแร่ธาตุเป็นอาหาร จนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนระบบนิเวศก็จะกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง.


https://www.thairath.co.th/news/local/north/1566740


สายน้ำ 14-05-2019 05:40

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ตรวจพบ CO2เพิ่มสูงสุดในประวัติศาสตร์

https://i1198.photobucket.com/albums...pspv59xvb4.jpg
ภาพมลพิษทางอากาศในกรุงเม็กซิโกซิตี ทั้งนี้นีกวิทยาศาสตร์ตรวจพบว่าระดับคาร์บอไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศนั้นเพิ่มสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึก (Rodrigo ARANGUA / AFP )

นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ตรวจพบระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเพิ่มสูงสุดในประวัติศาสตร์นับแต่เริ่มบันทึก โดยพบว่าก๊าซเรือนกระจกนี้สูงมากกว่า 415 ppm นับเป็นสัญญาณเตือนในขณะที่มนุษย์ยังคงปล่อยก๊าซชนิดนี้อย่างไม่ลดละ

ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์นี้ ถูกตรวจวัดโดยหอสังเกตการณ์มัวนาโลอา (Mauna Loa Observatory) ในฮาวาย สหรัฐฯ ซึ่งติดตามก๊าซเรือนกระจกชนิดนี้ มาตั้งแต่ปลายปีทศวรรษ 1950 โดยระดับล่าสุดที่ตรวจวัดได้อยู่ที่ 415.26 ppm และเป็นครั้งแรกที่หอสังเกตการณ์แห่งนี้ตรวจวัดระดับคาร์บอนไดออกไซด์แบบรายวันแล้วพบว่ามีปริมาณเกิน 415 ppm

ครั้งสุดท้ายที่ชั้นบรรยากาศของโลกมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเท่านี้ คือเมื่อประมาณกว่า 3 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระดับน้ำทะเลโลกสูงเฉลี่ยกว่าปัจจุบันหลายเมตร และบางส่วนของทวีปแอนตาร์กติกาในช่วงเวลานั้นปกคลุมไปด้วยป่า

วูล์ฟกัง ลุชท์ (Wolfgang Lucht) จากสถาบันพอตส์ดัมเพื่อการวิจัยผลกระทบจากภูมิอากาศ (Potsdam Institute for Climate Impact Research: PIK) กล่าวถึงตัวเลขคาร์บอนไดออกไซด์ที่ตรวจวัดได้ว่า เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้เดินตามแนวทางที่จะพิทักษ์ภูมิอากาศเลย ตัวเลขของก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้น และเพิ่มสูงขึ้นทุกปีๆ ทั้งที่ต้องทำให้ตัวเลขนี้หยุดนิ่ง

ทว่า แทนที่ตัวเลขของระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศจะหยุดนิ่ง แต่ก๊าซชนิดนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก 3 ชนิด ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลก็ยังไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว


https://mgronline.com/science/detail/9620000045896


สายน้ำ 14-05-2019 05:44

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


อึ้งพบขยะพลาสติก ยานใต้น้ำดำ 11 ก.ม. ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา

https://i1198.photobucket.com/albums...psvhchzax7.jpg

อึ้งพบขยะพลาสติก ? วันที่ 13 พ.ค. บีบีซี รายงานการสำรวจร่องลึกก้นสมุทร มาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิก ลงไปลึกถึง 10,994 เมตร ทุบสถิติเดิมเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้ว ที่ระดับความลึก 10,927 กิโลเมตร แต่ระหว่างภารกิจในครั้งล่าสุดนี้ นักสำรวจกลับพบ "ขยะพลาสติก" ตรงก้นทะเลของจุดลึกที่สุดของโลกด้วย

นายวิกเตอร์ เวสโคโว นักสำรวจพร้อมทีมงาน สำรวจก้นสมุทรมาเรียนกว่า 4 ชั่วโมง ด้วยยานสำรวจน้ำลึก DSV Limiting Factor ที่ออกแบบมาเพื่อทนต่อแรงดันน้ำมหาศาลจากใต้มหาสมุทรถึง 1,000 บาร์ หรือเทียบเท่าน้ำหนักของเครื่องบินเจ็ต 50 ลำ

https://i1198.photobucket.com/albums...psisv2ynxs.jpg

ทีมงานพบสัตว์น้ำเปลือกแข็งเหมือนกุ้ง 4 สายพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า "แอมฟิพอด" (amphipods) และพบสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "หนอนช้อน" (spoon worm) ที่ระดับความลึก 7,000 เมตร และ "ปลาหอยทากชมพู" (pink snailfish) ที่ระดับความลึก 8,000 เมตร

นอกจากนี้ ทีมนักสำรวจพบโขดหินที่มีสีสดใส ซึ่งคาดว่าเกิดจากจุลินทรีย์จากก้นทะเล และเก็บตัวอย่างของหินจากก้นทะเลเพื่อนำมาศึกษา อีกทั้งพบ ถุงพลาสติก กับ พลาสติกห่อลูกอม ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากขยะพลาสติกหลายพันล้านตันทุกปีที่ไหลบ่าลงสู่มหาสมุทร แต่น้อยคนที่จะทราบว่าขยะเหล่านี้ไปสิ้นสุดที่ไหน

นักวิทยาศาสตร์วางแผนทดสอบสัตว์ใต้ทะเลที่เก็บเป็นตัวอย่างมาเพื่อดูว่าสัตว์พวกนี้มี ไมโครพลาสติก หรือไม่ เนื่องจากการศึกษาล่าสุดพบว่าเป็นปัญหาวงกว้าง แม้กระทั่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลด้วย

https://i1198.photobucket.com/albums...psd7h28zld.jpg

การสำรวจร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาเป็นส่วนหนึ่งของ ไฟว์ ดีพส์ (Five Deeps) หรือการสำรวจจุดลึกที่สุดในแต่ละมหาสมุทร 5 แห่งของโลก

ก่อนหน้านี้ ทีมงานของนายเวสโคโวดำสำรวจร่องลึกก้นสมุทรไปแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ ร่องลึกก้นสมุทรเปอร์โตริโก ในมหาสมุทรแอตแลนติก ดำลึกไปถึง 8,376 เมตร ร่องลึกก้นสมุทรเซาท์แซนด์วิช ในมหาสมุทรแอนตาร์กติก 7,433 เมตร และ ร่องลึกก้นสมุทรชวา ในมหาสมุทรอินเดีย 7,192 เมตร

https://i1198.photobucket.com/albums...pspfpm0qg5.jpg

ส่วนเป้าหมายสุดท้าย คือ ร่องลึกก้นสมุทรมอลลอยดีพ ในมหาสมุทรอาร์กติก มีกำหนดในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ นายเวสโคโวเป็นนักลงทุนภาคเอกชน เป็นผู้ออกทุนการดำสำรวจ 5 ก้นร่องลึกสมุทรของโลก และก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับความลึกของมหาสมุทร เจ้าตัวเคยปีนยอดเขาสูงสุดใน 7 ทวีปของโลกมาแล้ว


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2511745


สายน้ำ 14-05-2019 05:50

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


เจ้าหน้าที่เร่งเติมทรายชายหาดสมิหลาสงขลา

https://i1198.photobucket.com/albums...ps54fflhnk.jpg

13 พ.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเติมทรายบริเวณชายหาดหาดสมิหลา จ.สงขลา ว่า เรือดูดทรายจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่จอดอยู่บริเวณเวิ้งอ่าวแหลมสมิหลาสงขลา ได้ทำการเดินเครื่องดูดทรายจากเรือดูดทราย ผ่านท่อส่งทรายที่อยู่ใต้พื้นทะเลความยาว 5 กม.และอีก 1 กม.เลี้ยวขึ้นมาโผล่บนชายหาดชลาทัศน์เพื่อนำทรายมาลงบริเวณไซด์งานเติมทรายชายหาดสมิหลา ถนนชลาทัศน์ซึ่งเป็นจุดที่ 1 ของงานเติมทรายชายหาดสมิหลา

โดยเครื่องดูดทรายจากเรือดูดทรายทำงานเป็นปรกติ ทำให้งานเติมทรายชายหาดสมิหลา เดินหน้าดูดทราย เข้ามาบริเวณชายหาดชลาทัศน์อย่างต่อเนื่อง รถแมคโคร์ 3 คันและรถแทคเตอร์ 2 คัน เร่งมือทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ทันกับทรายที่ถูกดูดออกมาจากท่อขนาด 80 ซม. และเริ่มเกลี่ยทรายจากชายหาดเติมลงในทะเลแล้วที่บริเวณไซด์งานเติมทรายชายหาดสมิหลา ถนนชลาทัศน์ซึ่งเป็นจุดที่ 1 ของงานเติมทรายชายหาดสมิหลาของกรมเจ้าท่า จากชายหาดชลาทัศน์ชุมชนบ้านเก้าเส้ง ถึง สนามกีฬาติณสูลานนท์

ที่ผ่านมาการดำเนินงานเติมทรายชายหาดสมิหลาเจอปัญหาอุปสรรคอยู่บ้างทั้งในเรื่องของธรรมชาติสภาพอากาศคลื่นลมแรงในทะเลซึ่งไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้และเรื่องของเครื่องจักรเรือดูดทรายและท่อส่งทรายรั่วแต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้จนสามารถเดินเครื่องทำงานได้ตามปรกติ

นายสิทธิชัย ปั้นทอง นายช่างโยธาชำนาญงาน กรมเจ้าท่า หัวหน้าผู้ควบคุมงานงานเติมทรายชายหาดสมิหลา กล่าวว่า กรมเจ้าท่าเรามุ่งมั่นที่จะทำงานนี้ให้แล้วเสร็จอย่างแน่นอน หากไม่มีปัญหาอุปสรรคในเรื่องสภาพอากาศ หรือเครื่องดูดทรายขัดข้อง เดือนกันยายน 2562งานเติมทรายชายหาดสมิหลาเสร็จตามแผนงานของกรมเจ้าท่า


https://www.thaipost.net/main/detail/35683


สายน้ำ 14-05-2019 05:54

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


SCG ดันขยายพันธุ์ "หญ้าทะเล" "เกาะลิบง" ลดโลกร้อน

https://i1198.photobucket.com/albums...psk7quiu2n.jpg

เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดให้มีการประชุมที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง เพื่อระดมความคิดเห็น โดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด หน่วยงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง เข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น "โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ" ตามมาตรฐานของประเทศไทย ด้วยวิธีการปลูกและอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเลของตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ด้วยเหตุผลที่ว่า พื้นที่แหล่งหญ้าทะเลสามารถเพิ่มพูนการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวถึง 5 เท่า

ประกอบกับทาง SCG ให้ความสนใจในการส่งเสริมเพิ่มพื้นที่แหล่งหญ้าทะเลของตำบลเกาะลิบงเพื่อลดภาวะโลกร้อน (global warming) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย

โดยนายลือพงษ์ อ๋องเจริญ กรรมการผู้จัดการ (MD) บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เล่าให้ฟังว่า หญ้าทะเลเป็นพืชดอกใบเลี้ยงเดี่ยวที่ขึ้นอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใต้น้ำบริเวณชายฝั่งที่มีการผันแปรของความเค็มได้เป็นอย่างดี โดยธรรมชาติหญ้าทะเลจะขึ้นบริเวณแนวชายฝั่งในระดับน้ำลึกไม่เกิน 10 เมตร ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ 4-7 เมตร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สัตว์ทะเลประเภทต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมไปถึงประเภทที่หายากใกล้สูญพันธุ์ ใช้เป็นที่พักพิง ทั้งเป็นแหล่งอาหาร และบ้านของสัตว์ทะเลวัยอ่อน

หญ้าทะเลขยายพันธุ์ทั้งแบบใช้เม็ดและแตกกิ่งก้าน หรือยอดใหม่จากเหง้า ในประเทศไทยพบหญ้าทะเลรวม 13 ชนิด หญ้าทะเลแปลงใหญ่อยู่ที่จังหวัดตรัง อำเภอสิเกา พบหญ้าทะเลที่บ้านแหลมไทร บ้านปากคลอง และเกาะผี, อำเภอปะเหลียน พบหญ้าทะเลที่เกาะสุกร, อำเภอกันตัง พบหญ้าทะเลที่เกาะลิบง เกาะมุก และบ้านเจ้าไหม โดยแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรังและของประเทศไทย อยู่ที่ "เกาะลิบง" จังหวัดตรัง มีแหล่งหญ้าทะเลประมาณ 12,170 ไร่ หญ้าทะเลที่พบในจังหวัดตรังมีถึง 11 ชนิด

นอกจากนี้เศษซากของหญ้าทะเลเมื่อเกิดการเน่าสลายจะกลายเป็นผลผลิตเบื้องต้นของระบบนิเวศชายฝั่ง ตามพื้นดินเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหนอนตัวกลม หอยสองฝา หอยชักตีน ไส้เดือนทะเล ปลิงทะเล และสัตว์น้ำวัยอ่อนใบและลำต้นของหญ้าทะเลเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรีย หนอนตัวแบน ทากเปลือย เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศชายฝั่ง รวมถึงหญ้าทะเลยังเป็นอาหารหลักของพะยูนและเต่าทะเล ปัจจุบันพบพะยูนที่เกาะลิบง ประมาณ 170 ตัว พะยูนแต่ละตัว กินหญ้าทะเลวันละ 30 กิโลกรัม ช่วยลดความเร็วกระแสน้ำ ลดความแรงของคลื่นลม ช่วยยึดผิวหน้าดิน ป้องกันการพังทลายของชายฝั่งได้

https://i1198.photobucket.com/albums...ps6hvo5j9z.jpg

กระบวนการสังเคราะห์แสงของหญ้าทะเลในเวลากลางวันให้ออกซิเจนแก่สัตว์น้ำ และหญ้าทะเลช่วยลดภาวะโลกร้อน สามารถเพิ่มพูนการกักเก็บ ก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวถึง 5 เท่าเพราะหญ้าทะเลใช้คาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในรูปไบคาร์บอเนตไอออน ในกระบวนการสังเคราะห์แสง แล้วเก็บไว้ในราก เหง้า และใบ เมื่อหญ้าทะเลตายเกิดการย่อยสลายทับถมในตะกอน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตะกอนอินทรีย์ ที่อยู่ในภาวะไร้ออกซิเจน อัตราการย่อยสลายตัวต่ำ จึงสามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้

ขณะที่เปลือกของหอยมีการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ตลอดช่วงเวลาที่เจริญเติบโต ป่าไม้ตามแนวชายฝั่งช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้เร็วกว่าป่าไม้ทั่วไปถึง 4 เท่า การที่คาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกระบบนิเวศชายฝั่งและมหาสมุทรกักเก็บเอาไว้เรียกว่า blue carbon(บลูคาร์บอน) ทั้งนี้ระบบนิเวศชายฝั่งช่วยให้คาร์บอนตกตะกอนในมหาสมุทรได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณคาร์บอนที่หญ้าทะเลสามารถกักเก็บไว้ในชั้นดินถึง 95 เปอร์เซ็นต์

"ความลึกของมวลชีวภาพของระบบนิเวศชายฝั่ง ที่กักเก็บคาร์บอนถึง 6 เมตร ดังนั้น การลดลงของป่าชายเลน ส่งผลให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่มขึ้น กล่าวโดยสรุประบบนิเวศชายฝั่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบนิเวศหญ้าทะเล นอกจากเพิ่มพูนกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไว้มากกว่าพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวได้ถึง 5 เท่าแล้ว ระบบนิเวศหญ้าทะเลยังมีความสำคัญมากต่อปริมาณสัตว์น้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล เป็นแหล่งอนุบาล แหล่งวางไข่ แหล่งหากิน แหล่งหลบภัย และเจริญเติบโตของสัตว์น้ำวัยอ่อน เนื่องจากโครงสร้างของหญ้าทะเลมีใบ ลำต้น และรากที่สลับซับซ้อน จากการสำรวจพบว่าสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิดมีช่วงชีวิตที่ผูกพันกับแหล่งหญ้าทะเล เช่น กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย ปลาเก๋า เป็นต้น"

"ผมอยากชักชวนภาคเอกชนไทยที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานฟอสซิล อย่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทอื่นที่มีนโยบายที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCG ได้เข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission : T-VER) ในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยบริษัทภาคเอกชนสามารถนำปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโครงการที่เรียกว่า คาร์บอนเครดิต (T-VER) ไปขายคืนให้ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจภายในประเทศ" นายลือพงษ์กล่าวทิ้งท้าย


https://www.prachachat.net/local-economy/news-326502


สายน้ำ 14-05-2019 06:00

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


พลาสติก 101 : พี่ย่อยได้นะ หนูเชื่อหรอ? ....................... โดย ภุชงค์ แซ่เล้า

https://i1198.photobucket.com/albums...pso2tkitzh.jpg

พลาสติกชีวภาพ หากถูกทิ้งเป็นจำนวนมากอาจทำให้ระยะเวลาการย่อยสลายไม่ทัน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ในน้ำ และอาจทำให้น้ำเน่าเสียได้เช่นกัน
พลาสติก แต่ละชนิดต่างใช้ปัจจัยในการย่อยสลายต่างกัน

พลาสติกที่กล่าวอ้างว่าย่อยสลายได้ อาจเป็นเพียงแค่การแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกเท่านั้นอีกทั้งยังอาจสามารถดูซับโลหะหนักต่างๆ ได้

ในปัจจุบันวันนี้ขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งก็ยังคงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบใหญ่เป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วยความเป็นมนุษย์ผู้มีสมองอันหลักแหลม จึงได้อดทนค้นคิดสร้างบรรจุภัณฑ์ทดแทนพลาสติกที่แทบจะย่อยสลายไม่ได้ขึ้นมา จึงเป็นต้นกำเนิดของ พลาสติกชีวภาพ (Biodegradable Plastic) นั่นเอง

พลาสติกชีวภาพ หรือ Biodegradable Plastic คือ พลาสติกที่ใช้วัตถุดิบผลิตจากการเกษตรหรือ ธรรมชาติ เช่นมันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย โปรตีนจากถั่ว เซลูโลสจากพืช ฯลฯ โดยมีวัตถุอินทรีย์เหล่านั้นเป็นส่วนประกอบหนึ่ง เพื่อนลดละยะเวลาการย่อยสลาย

ซึ่งพลาสติกแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น พลาสติกทั่วๆไป หรือพลาสติกชีวภาพนั้น ก็ต้องอาศัยปัจจัยในการย่อยสลายที่ต่างกันออกไป เช่น Oxo-biodegradable plastic แตกตัวโดยปฏิกิริยาออกซิเดชัน Photo-biodegradable แตกตัวเมื่อเจอแสง (แต่การย่อยสลายนี้จะไม่เกิดขึ้นภายในบ่อฝังกลบขยะ หรือพื้นที่มืดเนื่องจากไม่ได้รับแสงยูวีที่ทำให้เกิดปฏิกริยาการแตกตัว) Hydro-biodegradable ใช้ความชื้นในน้ำเป็นตัวแปรในการย่อยสลาย

https://i1198.photobucket.com/albums...psp8wumxvr.jpg
Misdeclared Korean Plastic Waste Dumped in Philippines. ? Jilson Tiu / Greenpeace

พลาสติกเหล่านี้ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้หมดจดอย่างสมบูรณ์ หรือท้ายสุดแล้วมันกลับกลายเป็นเพียงแค่การแตกตัวออกเป็นไมโครพลาสติก ที่สามารถดูดซึมสารเคมีอันตรายชนิด DDT (dichlorodiphenyltrichloroethane) และ PCBs (polychlorinated biphenyls) รวมทั้งโลหะหนักอื่นๆ ที่อยู่ในดิน ในทะเล หรือถูกสะสมเข้าไปอยู่ในสิ่งมีชีวิต และอาจส่งผลต่อร่างกายมนุษย์เรา เช่น สารก่อมะเร็ง เป็นต้น

ส่วนพลาสติกที่ผลิตจากพืชที่กล่าวว่าย่อยสลายได้ตามธรรมชาตินั้น แต่ถ้าหากใช้เป็นจำนวนที่มากและกลายเป็นขยะลงสู่แหล่งน้ำก็อาจทำให้น้ำเน่าเสียได้เนื่องจากเกิดจุลินทรีย์เป็นจำนวนมาก คล้ายๆกับการลอยกระทง หากมีจำนวนมากเกินก็สามารถทำให้น้ำเน่าได้ถึงแม้จะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติก็ตาม

แต่ทั้งนี้พลาสติกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ อายุการย่อยสลายสั้นกว่าพลาสติกทั่วไป หรือดูเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างที่กล่าวอ้าง พลาสติกเหล่านั้นเพียงแค่แตกตัวตัวออกเป็นไมโครพลาสติก หากไม่ถูกหลอมด้วยความร้อนสูงก็จะไม่ย่อยสลาย มันไม่ได้หายไปจากโลกนี้อย่างที่เราเข้าใจกัน ทางที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นการ หยุดใช้ ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือลดการสร้างขยะน่าจะเป็นทางแก้ที่ดีที่สุด

https://i1198.photobucket.com/albums...psv6mj88lw.jpg
Product Shot of Compostable Bags. ? Fred Dott / Greenpeace

แม้ว่าจะย่อยสลายได้ภายในระยะเวลาไม่นานเหมือนพลาสติกปกติทั่วไป แต่การย่อยสลายของมันอาจเป็นเพียงแค่การแตกตัว หรือกลายเป็นไมโครพลาสติก ซึ่งพลาสติกยุคใหม่ที่ใช้คำว่า "ย่อยสลายได้" มักนำคำเหล่านี้มาเพิ่มมูลค่าให้ดูรักโลกมากขึ้นเกินกว่าที่ตัวมันเองเป็น

ทางที่ดีคือลดการใช้ ลดการสร้างขยะก็จะดีที่สุด เพื่อไม่ให้ความสะดวกของเรากลายเป็นวิกฤตที่ตัวเราเองของเผชิญ


https://www.greenpeace.org/thailand/...biodegradable/



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:01

vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger