SaveOurSea.NET

SaveOurSea.NET (http://www.saveoursea.net/forums/index.php)
-   สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม (http://www.saveoursea.net/forums/forumdisplay.php?f=13)
-   -   สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 (http://www.saveoursea.net/forums/showthread.php?t=4808)

สายน้ำ 15-05-2019 03:58

สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562
 
2 Attachment(s)
ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่กับ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 15 - 16 พ.ค. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 17-20 พ.ค. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ส่วนภาคใต้ยังคงฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 15 ? 16 พ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังตลอดช่วง


สายน้ำ 15-05-2019 05:33

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


หลอดพลาสติกล้นโลก แก้ยาก!! ถ้ากม.ไม่บังคับ พ่อค้า-แม่ค้า คงจะตระหนักรักษ์โลกยากนัก

https://i1198.photobucket.com/albums...psgijwowvf.jpg
เครดิตภาพ : Green peace

ปัญหาขยะหลอดพลาสติกซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก เพราะเป็นขยะพลาสติกอันดับต้นๆ ทั้งบนบกและตกลงสู่ทะเล เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ เนื่องจากส่วนใหญ่ของหลอดพลาสติกไม่ถูกนำมารีไซเคิล! ถึงแม้มีการรณรงค์ให้เปลี่ยนไปใช้เป็นหลอดกระดาษ หรือหลอดที่นำมาจากธรรมชาติซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หลายคนคงจำข่าวที่น่าสลดใจได้ เมื่อหลอดพลาสติกไปติดอยู่ในจมูกเต่า ทำให้เขาดูทรมานมาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือเพื่อดึงเอาออกมา แล้วที่ไม่ได้พบสภาพนี้ล่ะ น่าจะยังมีอีก นักสิ่งแวดล้อมเห็นสภาพแล้วก็ขอร้องให้ช่วยกันเลิกใช้เหอะ หลอดพลาสติก พอกันที!

เมื่อหันมองสถานการณ์ในบ้านเรา?การรณรงค์ให้เลิกใช้หลอดพลาสติกโดยสมัครใจเริ่มก่อตัวชัดขึ้นในช่วงราว 1-2 ปีที่ผ่านมา ที่น่าสนใจ

กลุ่ม ReReef กับเครือข่ายร้านกาแฟและร้านอาหารหัวใจสีเขียว (Green Cafe Network) ริเริ่มขบวนการงดหลอด Straws on Request โดยร้านที่เข้าร่วมขบวนการต้องเปลี่ยนจากเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมหลอดแบบเดิมๆ มาเป็นแจกหลอดแก่ลูกค้าที่แจ้งความต้องการเท่านั้น

https://i1198.photobucket.com/albums...psjjpfoqfq.jpg

อีกกลุ่ม greenery.org ที่ชักชวนใครๆ มามอบของขวัญให้โลกตั้งแต่ต้นปี โดยกำหนดภารกิจท้าทายเดือนละ 1 ภารกิจ ให้ผู้สนใจร่วมลงมือทำและแบ่งปันเรื่องราวผ่านกลุ่ม Greenery Challenge ในเฟซบุ๊ก เริ่มเดือนมกราคม รับปีใหม่ด้วย ?ขวดเดียวแก้วเดิม? ซึ่งแม้จะเน้นที่การพกกระติกหรือแก้วน้ำส่วนตัวเพื่อลดขยะขวดน้ำพลาสติกและแก้วพลาสติกจากการซื้อเครื่องดื่มในแต่ละวัน ยังต้องแถมพ่วง #ไม่หลอดเนาะ เข้าไปด้วยเพื่อลดขยะหลอดพลาสติกได้อีกชิ้น พร้อมกับเสนอสารพัดหลอดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เป็นทางเลือก

อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดไว้อยู่แล้วว่ามาตรการบังคับคงเกิดขึ้นได้เร็วๆ นั้นยากนัก เพราะประเทศไทยเลือกแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยแนวทางประนีประนอมมาตลอด การรอคอยให้รัฐออกกฎหมายแล้วประชาชนค่อยขยับปฏิบัติตาม จึงดูไม่เข้าท่านักกับวิกฤตขยะพลาสติกขณะนี้

ทั้งจากผลสำรวจโดยทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยจอร์เจียที่ระบุว่า ประเทศไทยทิ้งขยะลงทะเลมากเป็นอันดับ 5 ของโลก และจากผลการศึกษาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ซึ่งรายงานการจำแนกขยะในทะเลว่า พบหลอดพลาสติกมากเป็นอันดับ 2 รองจากถุงพลาสติก (ร้อยละ 10)

นอกจากเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลโดยตรงแล้ว พลาสติกที่ลอยเท้งเต้งในน้ำเค็มนานๆ ยังสลายตัวเป็น ?ไมโครพลาสติก? หรือเศษพลาสติกขนาดจิ๋วเกินกว่าสายตาเราจะมองเห็น จากนั้นก็เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารผ่านทางแพลงค์ตอน กุ้ง ปลา ตามลำดับขั้นการกิน

https://i1198.photobucket.com/albums...psgogil1jn.jpg
การใช้หลอดกระดาษ มีโอกาสสูงเป็นทางเลือกทดแทนได้ แต่ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ราคาแพงกว่าหลอดพลาสติกถึง 4 เท่าตัว

คำเตือนอันตรายต่อมนุษย์มากขนาดนี้ แต่คนเราก็ยังลด เลิกใช้หลอดพลาสติกไม่ได้ ในเรื่องนี้ในทางกฎหมายก็คงคล้ายกับการบังคับสวมหมวกกันน็อกในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ กม.มีบังคับ แต่ตำรวจไม่จับ คนจำนวนไม่น้อยก็ยังเลือกเอาความสบายหัวมาก่อนหัวน็อกพื้น

กับอีกสาเหตุสำคัญ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้หลอดพลาสติก ด้วยความเคยชินติดหลอด โดยเฉพาะหลอดกระดาษที่พัฒนามาเป็นทางเลือกที่ใกล้เคียงกับหลอดพลาสติก แต่ทุกวันนี้ยังมีใช้กันน้อยเนื่องจากราคาที่แพงกว่าถึง 4 เท่าตัว แต่ยังเชื่อว่าจะเป็นตัวตายตัวแทนหลอดพลาสติกในอนาคตอันใกล้นี้


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000045940


สายน้ำ 15-05-2019 05:36

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ปิดที่ท่องเที่ยว ....................... คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

https://i1198.photobucket.com/albums...psewhaaoyl.jpg

ปิดที่ท่องเที่ยว ? ประกาศของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวเอง เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศแปรปรวน จะมีฝนตกชุก และอาจมีน้ำป่าไหลหลาก

อุทยานชื่อดังหลายแห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ?ปุย อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า?หมู่เกาะเสม็ด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ฯลฯ ล้วนเป็นแหล่งรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ

การปิดดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. และมีผลบังคับใช้ไปยาวนานต่างกัน เช่น ถึงเดือนกันยายน หรือเดือนตุลาคม และบ้างที่มีผลไปถึงต้นปีหน้า

ด้วยเหตุสำคัญคือให้ธรรมชาติได้พักและฟื้นฟู ช่วยการสร้างสมดุลระหว่างรายได้ทางเศรษฐกิจกับการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม

การปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเป็นแนวทางการบรรเทาปัญหาที่ใช้กันทั่วโลก

โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการท่องเที่ยว ไม่อาจรองรับทั้งคนและขยะจากนักท่องเที่ยวได้

กรณีกรมอุทยานฯ ตัดสินใจปิดอ่าวมาหยาต่อไปอีก 2 ปี จนถึงกลางปี 2564 เป็นไปตามเหตุผลนี้เช่นเดียวกัน หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากหลักร้อยจนสูงถึง 4,000 คนต่อวัน จนธรรมชาติเสื่อมโทรม ทั้งชายหาด ปะการังและสัตว์ทะเล ถูกรุกรานด้วยขยะพลาสติก

การขยายเวลาปิดอ่าวก็เพื่อให้ระบบนิเวศฟื้นฟู ส่วนเจ้าหน้าที่จะได้มีเวลาวางแผนจัดระเบียบการดูแลท่องเที่ยวและวางมาตรการบรรเทาผลกระทบ

แม้ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวคือเส้นเลือดสำคัญเส้นหนึ่งของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อการส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบหนักขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจัยภายนอก

แต่เรื่องที่ต้องคำนึงถึงด้วยคือผลกระทบทางธรรมชาติ อาจกลายเป็นรายจ่ายมูลค่ามหาศาล และบางส่วนอาจฟื้นคืนกลับมาไม่ได้

การปิดแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานฯ จึงทำให้หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าการฟื้นตัวของธรรมชาตินั้นสำคัญกว่าเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปได้อย่างยั่งยืน

นอกเหนือจากการปิดสถานที่แล้ว การสร้างความร่วมมือและรับฟังความเห็นของชาวบ้านในท้องถิ่นน่าจะช่วยให้การรักษาแหล่งท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพมากขึ้น


https://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_2511133


สายน้ำ 15-05-2019 05:43

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


"เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล" การปกป้องมหาสมุทรที่ทำได้จริง ...................... โดย Greenpeace International

เรื่องราวความสำเร็จต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่า การยกเลิกพื้นที่อุตสาหกรรมในท้องทะเล นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อระบบนิเวศในมหาสมุทร

มหาสมุทรของเรานั้นกว้างใหญ่ ไร้ซึ่งพรมแดนขวางกั้นแตกต่างกับแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่โดยสิ้นเชิง มหาสมุทรเอื้อให้สัตว์ทะเลชนิดต่างๆ เดินทางข้ามไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างอิสระเสรี ซึ่งน่าเศร้าที่รวมถึงขยะพลาสติกด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงอดสงสัยไม่ได้ว่า ?เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล? จะช่วยปกป้องผืนน้ำที่กว้างใหญ่ของเราได้จริงหรือ

คำตอบสั้นๆคือ ได้! ถ้าไม่เชื่อ นี่คือหลักฐานที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ?เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล? สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผืนน้ำสีน้ำเงินนี้จริง

1.อ่าวมอนเทอเรย์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย

https://i1198.photobucket.com/albums...psz48gehoa.jpg
? Mike Baird

เรื่องราวของอ่าวมอนเทอเรย์นั้น เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของการกำหนด ?เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล? เพราะครั้งหนึ่งการล่าสัตว์และการประมงอย่างหนัก ทำให้สัตว์ป่าในพื้นที่เกือบสูญพันธุ์ ทว่าหลังเขตคุ้มครองทางทะเลแห่งชาติ (the National Marine Sanctuary) ได้รับการจัดตั้งขั้น เมื่อ พ.ศ.2535 พื้นที่ดังกล่าวรวมทั้งสัตว์ในบริเวณนั้นจึงกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

ปัจจุบันอ่าวแห่งนี้เป็นบ้านของสิงโตทะเล นกกระยาง ตัวนากแสนน่ารัก และยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสาหร่ายทะเล

อ่าวมอนเทอเรย์ยังเป็นจุดดูวาฬยอดนิยมอีกด้วย เพราะน่านน้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยแหล่งอาหารดึงดูดวาฬที่อพยพตลอดทั้งปี เช่นฝูงวาฬหลังค่อมไปจนถึง วาฬสีน้ำเงิน วาฬพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวาฬทั้งหมด โดยนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มาดูวาฬให้เหตุผลว่านี่เป็นสาเหตุที่ต้องอนุรักษ์พื้นที่พิเศษนี้เอาไว้


2.อนุสรณ์แห่งชาติทางทะเล Papah?naumoku?kea มลรัฐฮาวาย

https://i1198.photobucket.com/albums...pssqajmjy6.jpg
? John Burns / NOAA ? John Burns / NOAA

เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล แห่งนี้ตั้งอยู่ในใจกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก มีพื้นที่มากกว่า 1.5 ล้านตารางกิโลเมตร โดยได้รับขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ในสมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช เมื่อ พ.ศ. 2549 ต่อมา ต่อมาประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้ขยายพื้นที่เขตคุ้มครองแห่งนี้ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม นับเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของอดีตผู้นำทั้งสอง

ปัจจุบัน อนุสรณ์แห่งชาติทางทะเล papah?naumoku?kea เป็นเขตคุ้มครองทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นบ้านของสัตว์ทะเลมากกว่า 7,000 สายพันธุ์ โดย 1 ใน 4 ของสัตว์ที่พบเป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นของหมู่เกาะฮาวาย เขตคุ้มครองแห่งนี้เป็นพื้นที่หลบภัยของ เต่าตนุ เป็ดและแมวน้ำสายพันธุ์ฮาวายที่ใกล้สูญพันธุ์ นกทะเลหลายล้านตัว ปะการัง และยังเป็นพื้นที่มีความหมายทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชนพื้นเมือง

ทั้งนี้ เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลยังเป็นที่ตั้งของแนวปะการังชื่อดังแห่งเกาะ มิดเวย์อะทอลล์ (Midway Atoll) และเป็นแหล่งทำรังของนกอัลบาทรอสที่บินไปมาข้ามมหาสมุทร


3.อ่าวแลมลัช เกาะอาร์ราน ประเทศสก๊อตแลนด์

https://i1198.photobucket.com/albums...ps8qdfxfxe.jpg
อ่าวแลมลัช ? Mike Peel

บางครั้งเรื่องราวดีๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เสมอไป เช่นในกรณีของอ่าวแลมมัช ซึ่งมีพื้นที่คุ้มครองเพียง 2.5 ตารางกิโลเมตร อ่าวแลมลัชอาจไม่ได้มีชื่อเสียงในระดับโลก แต่พื้นที่คุ้มครองแห่งนี้เกิดจากการรณรงค์อย่างจริงจัง จนได้รับรางวัล Goldman Enviromental Prize รางวัลที่มอบให้แด่วีรบุรุษและวีรสตรีในระดับรากหญ้าที่ช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ชาวเกาะอาร์รานใช้ทุกวิธีทางเพื่อปกป้องบ้านของพวกเค้า ไม่ว่าจะผ่านการล็อบบี้นักการเมือง งานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ การพูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน และต่อสู้กับกลุ่มนักลงทุนที่จะเข้ามาในพื้นที่ อ่าวแลมลัชแห่งนี้เป็นบ้านของพืชทะเลและสัตว์ทะเลหลายชนิด ซึ่งระบบนิเวศในพื้นที่ดังกล่าวขึ้นอยู่กับสาหร่ายทะเลสายพันธุ์ที่เติบโตเฉพาะในอ่าวแห่งนี้ ชาวบ้านทุกคนจึงรู้ดีว่า ต้องหยุดยั้งการใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้างให้ได้ เพื่อ ปกป้องสาหร่ายทะเลและสัตว์น้ำที่สำคัญ เช่น ปลาหมึก หอยสแกลลอบ และปลาชนิดต่างๆ


4.ทะเลโรสส์มหาสมุทรแอนตาร์กติก

https://i1198.photobucket.com/albums...psrrwieiz5.jpg
กลุ่มเพนกวินอาเดลีกำลังเดินบนธารน้ำแข็ง เพนกวินอาเดลีพบได้แค่ในทะเลน้ำแข็งแอนตาร์กติกเท่านั้น ? Greenpeace / Jiri Rezac

ทะเลโรสส์เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอนตาร์กติก และเป็นบ้านของวาฬออก้า เพนกวินและแมวน้ำ เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ทะเลโรสส์ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียน เป็น "เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล" เพื่อปกป้องสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแอนตาร์กติก


จะเกิดอะไรขึ้นหากเรามีเขตคุ้มครองในทุกๆที่?

เรื่องราวความสำเร็จของ "เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล" ข้างต้น คือ สิ่งเตือนใจที่ดีถึง "ความเป็นไปได้" ที่เราจะยังสามารถช่วยกันฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลได้ทัน นอกเหนือจากทะเลโรสส์ พื้นที่ทางทะเลส่วนใหญ่เป็นเขตอาณาธิปไตยของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่มหาสมุทรอีกหลายแห่งซึ่งยังไม่ได้รับการคุ้มครอง และตอนนี้เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้ช่วยกันปกป้องมหาสมุทร

โครงการฟื้นฟูมหาสมุทร ซึ่งร่างโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์เป็นโครงการที่ไม่ซับซ้อนใดๆ แม้แต่น้อย โดยใช้การกำหนด "เขตคุ้มครองทางทะล" ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลถึง 1 ใน 3 ส่วนทั่วโลก ไม่ให้มีทำประมงแบบทำลายร้าง การทำเหมืองแร่ในทะเล และการขุดเจาะน้ำมันหรือการทำอุตสาหกรรมแบบทำลายล้างรูปแบบอื่นๆ

หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง จะเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ในด้านการอนุรักษ์ทางทะเล เพราะเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลจะครอบคลุมพื้นที่หลายล้านตารางกิโลเมตร

ขณะนี้รัฐบาลทั่วโลกกำลังทำงานในเรื่อง สนธิสัญญาทะเลหลวง หลังการประชุม ณ องค์การสหประชาชาติเมื่อปีที่ผ่านมา และหากข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุน ก็จะช่วยให้เราสามารถกำหนด "เขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล" ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ดังนั้น ในปีนี้ เรามาช่วยกันสานต่องานของปีที่แล้ว ผ่านงานรณรงค์ Protect the Ocean ร่วมกับผู้คนจากทั่วโลก ผลัดดันให้สนธิสัญญาทะเลหลวงเกิดขึ้นจริง


https://www.greenpeace.org/thailand/...es-protection/


สายน้ำ 15-05-2019 05:48

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


โลกกำลังเผชิญ "ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์" ที่ปกคลุมสูงสุด

เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ของเราเมื่อศูนย์วิจัยของสหรัฐฯ The Mauna Loa Observatory (MLO) ในฮาวายพบว่า ความเข้มข้นของชั้นบรรยากาศของโลกมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สูงสุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ

https://i1198.photobucket.com/albums...ps4sjmdlw3.jpg

โดยความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ถูกบันทึกไว้ที่ พุ่งสูงถึง 415.26 ppm ถือเป็นระดับที่น่ากลัว และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ซึ่งทำลายสถิติเมื่อไม่กี่ปีก่อนที่มลพิษคาร์บอนในชั้นบรรยากาศสูงถึง 400 ppm และพุ่งขึ้นเป็น 410 ppm ในปี พ.ศ.2560 จนกระทั่งในปี 2562 พุ่งไปที่ในระดับ 415.26 ppm เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

"เป็นการเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณสามต่อล้านส่วน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยล่าสุดอยู่ที่ 2.5 ppm ซึ่งเป็นไปได้ว่าเราจะเห็นผลกระทบของเอลนีโญหรือการเปลี่ยนแปลงในอุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก โดยอุ่นขึ้นหรือเย็นลงแบบผิดปกติ " Ralph Keeling ผู้อำนวยการโครงการ กล่าว

https://i1198.photobucket.com/albums...psr9c6qux9.jpg

อย่างไรก็ตาม สาเหตุเกิดจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล อันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากย้อนไปดูข้อมูลปี พ.ศ. 2453 คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศอยู่ในระดับ 300 ppm สูงที่สุดในช่วง 800,000 ปี และในขณะนั้นมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอีกราว 100 ppm มาอยู่ในระดับ 400 ppm ในช่วง 100 ปีถัดจากนั้น และวันนี้ก็อยู่ในระดับดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

นับเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยนักวิจัยระบุว่า โลกของเรายังมีโอกาสสุดท้ายที่จะหยุดกระบวนการการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลง


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/102992


*********************************************************************************************************************************************************


นักธุรกิจเท็กซัสทุบสถิติสำรวจก้นสมุทรลึกสุดในโลก

นักธุรกิจจากเท็กซัสสร้างสถิติเดินทางด้วยเรือดำน้ำลงไปยังก้นมหาสมุทรความลึกเกือบ 11 กิโลเมตร พร้อมกับพบว่าแม้กระทั่งส่วนที่ลึกที่สุดในโลกก็ยังมีขยะพลาสติกปะปนอยู่

https://i1198.photobucket.com/albums...psxx2tjfea.jpg

วิคเตอร์ เวสโคโว (Victor Vescovo) นักธุรกิจด้านการลงทุนจากรัฐเท็กซัสและอดีตจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ใช้เรือดำน้ำเดินทางลงไปสำรวจพื้นที่ก้นสมุทรมหาสมุทรแปซิฟิกที่เรียกว่า Mariana Trench ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดในโลก

โดยทีมงานระบุว่าเรือดำน้ำของเวสโคโวสามารถลงไปถึงก้นมหาสมุทรในระดับความลึกที่ 10,928 เมตร จากระดับผิวน้ำ ซึ่งลึกกว่าสถิติเดิมของยานสำรวจใต้น้ำตริเอสเต ที่เคยพาลูกเรือชาวอเมริกันดำลึกลงไปในจุดเดียวกันนี้ที่ระดับ 10,911 เมตร เมื่อปี 1960

https://i1198.photobucket.com/albums...pso8qwwe7z.jpg

ขณะเดียวกัน เวสโคโว ยังพบว่าแม้จะอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดในโลก ก็ยังมีถุงและพลาสติกห่อลูกอมจากฝีมือมนุษย์ปะปนอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ด้วย

นอกจากนี้ ทีมงานของเวสโคโว ยังระบุว่าการสำรวจดังกล่าวยังค้นพบสัตว์สายพันธุ์ใหม่ๆอีกบางชนิด ซึ่งเป็นสัตว์น้ำคล้ายกุ้งที่เรียกว่าแอมฟิพอด หนอนช้อน และ ปลาหอยทากสีชมพู


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/102943



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:56

vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger