SaveOurSea.NET

SaveOurSea.NET (http://www.saveoursea.net/forums/index.php)
-   สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม (http://www.saveoursea.net/forums/forumdisplay.php?f=13)
-   -   สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2565 (http://www.saveoursea.net/forums/showthread.php?t=5913)

สายน้ำ 04-05-2022 03:42

สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2565
 
ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย โดยมีฝนบางแห่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากบริเวณตอนล่าง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 3 ? 4 พ.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนและอุณหภูมิลดลง

ส่วนในช่วงวันที่ 5 ? 9 พ.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ มีกำลังอ่อนลง ประกอบกับความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับภาคใต้มีฝนตลอดช่วง ละมีฝนตกหนักบางแห่ง ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับในช่วงวันที่ 4 - 9 พ.ค. 65 หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง และทะเลอันดามันตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลน และจะเคลื่อนขึ้นไปปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5 ? 9 พ.ค. 65 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนประชาชนบริเวณภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย ตลอดช่วง



https://hosting.photobucket.com/imag...720&fit=bounds

สายน้ำ 04-05-2022 03:55

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


พบแม่ "เต่ากระ" ตัวเดิม ขึ้นวางไข่ที่เดิมบนเกาะสมุย ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี

มหัศจรรย์ธรรมชาติ พบแม่เต่ากระตัวเดิม ย้อนกลับมาวางไข่บนชายหาดที่เกาะสมุยตรงจุดเดิมอีกครั้ง นับเป็นวงรอบที่ 5 และเป็นการวางไข่ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี

https://hosting.photobucket.com/imag...720&fit=bounds

เวลา 22.00 น. คืนวันที่ 2 พ.ค. 2565 พนักงานของบริษัทท้องหนันโฮลดิ้งส์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ชำนาญการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) จ.ชุมพร ได้เฝ้าดูการวางไข่ของแม่เต่ากระ บริเวณริมชายหาดท้องหนัน ม.4 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่ได้กลับมาวางไข่อีกครั้ง หลังจากเมื่อปี 2563 แม่เต่ากระตัวนี้ได้ขึ้นมาวางไข่บริเวณริมชายหาดแห่งนี้ และเป็นช่วงเวลาเดียวกันนี้ โดยมีการวางไข่ต่อเนื่องกันถึง 7 รังด้วยกัน และเว้นไป 1 ปี ก่อนที่จะกลับมาวางไข่ที่ชายหาดแห่งนี้อีกครั้งในปีนี้ และเป็นเต่าทะเลตัวแรกของปีที่ขึ้นมาวางไข่บนชายหาดเกาะสมุย

สพ.ญ.วัชรา ศากรวิมล นายสัตวแพทย์ชำนาญการ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ศวทก.) จ.ชุมพร เปิดเผยว่า แม่เต่ากระตัวนี้ได้ขึ้นมาวางไข่ริมชายหาดแห่งนี้เป็นรังที่ 2 แล้ว โดยเมื่อคืนวันที่ 21 เม.ย. 2565 ที่ผ่านมา แม่เต่ากระตัวนี้ได้ขึ้นมาวางไข่ที่ชายหาดแห่งนี้เป็นรังแรก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามจนพบว่าแม่เต่ากระได้ขึ้นมาวางไข่รังที่ 2 ในคืนนี้ แม่เต่ากระตัวนี้มีความยาว 86 เซนติเมตร กว้าง 71 เซนติเมตร น้ำหนักตัวประมาณ 40-50 กิโลกรัม มีอายุมากกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นแม่เต่ากระที่ทางเจ้าหน้าที่พบว่าได้ขึ้นมาวางไข่ที่ชายหาดท้องหนันแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2555 โดยจะการเว้นวางไข่ไป 1 ปี ถึงจะกลับมาวางไข่ที่ชายหาดแห่งนี้อีกครั้ง ซึ่งการกลับมาวางไข่อีกครั้งในปีนี้ ถือว่าเป็นการกลับมาวางไข่เป็นวงรอบที่ 5 ของแม่เต่ากระตัวนี้ นับเวลาก็ต่อเนื่องถึง 10 ปี

"เจ้าหน้าที่ได้ฝังไมโครชิพ ติดแถบโลหะ และติดเซ็นเทิลไลท์ แทค เพื่อติดตามการเดินทางหากินของแม่เต่า ทราบว่าแม่เต่าตัวนี้อาศัยหากินอยู่บริเวณใกล้เกาะล้าน จ.ชลบุรี และมีจุดเด่นที่จำได้ง่ายคือแม่เต่ากระตัวนี้จะรอยแหว่งของกระดองบริเวณให้โคนห่าง จึงเป็นจุดสังเกตได้ง่าย โดยเมื่อปี 2563 หลังแม่ตัวนี้ได้ขึ้นมาวางไข่ที่ชายหาดแห่งนี้จำนวน 7 รัง ฟักออกมาเป็นลูกเต่ากว่า 700 ตัว ได้คืบคลานกลับลงสู่ท้องทะเล จากนั้นแม่เต่าจะได้ว่ายน้ำเดินทางกลับไปยังแหล่งที่อาศัยหากินใกล้เกาะล้าน ก่อนที่แม่เต่าจะเดินทางมาจากเกาะล้านมาวางไข่ที่เกาะสมุยอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งถือว่าไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักที่แม่เต่าตัวเดิม จะว่ายน้ำมาวางไข่ในจุดเดิม และเป็นวงรอบระยะเวลาเดิมๆ ต่อเนื่องกันถึง 10 ปี ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงความเงียบสงบ และความเป็นธรรมชาติของชายหาดแห่งนี้ จนทำให้แม่เต่ารู้สึกปลอดภัย จึงได้ว่ายน้ำมาวางไข่ที่ชายหาดแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง และเป็นการบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติใต้ทะเล ซึ่งการกลับมาวางไข่ของแม่เต่ากระ คาดว่าแม่เต่ากระน่าจะวางไข่ที่ชายหาดแห่งนี้ 6-7 รัง และจะมีลูกเต่ากระได้กลับคืนสู่ทะเลนับหลายร้อยตัว สร้างความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และเป็นการเพิ่มประชากรของเต่าในท้องทะเลให้ยั่งยืนต่อไป"


https://www.thairath.co.th/news/local/south/2383105


สายน้ำ 04-05-2022 03:58

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


ภาพหาดูยาก วินาทีกำเนิดลูกเต่าทะเล ผุดใต้พื้นทรายลืมตาดูโลก 71 ชีวิต

กองทัพเรือ เปิดชมวินาทีกำเนิดลูกเต่าจากแม่เต่าตนุ ชื่อ เทียนทะเล ผุดขึ้นจากใต้พื้นทรายลืมตาดูโลก 71 ชีวิต

https://hosting.photobucket.com/imag...720&fit=bounds

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. พลเรือตรี สรวุท ชวนะ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ผบ.สอ.รฝ.) พร้อมด้วย คุณมัณทิญา ชวนะ ประธานชมรมภริยา สอ.รฝ. และประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมสังเกตการณ์กำเนิดลูกเต่าทะเลที่กำลังฟักตัวโผล่ขึ้นจากใต้พื้นดิน จำนวน 71 ตัว ซึ่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยาก และสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ณ หลุมฟักไข่เต่า บริเวณชายหาดศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พลเรือตรี สรวุท กล่าวว่า สืบเนื่องคืนวันที่ 18 มี.ค.65 แม่เต่าตนุ ชื่อ เทียนทะเล อายุราว 25 ปี หมายเลขไมโครชิพประจำตัว 122917764A ขนาดควากว้าง 86 เซนติเมตร ยาว 100 เซนติเมตร น้ำหนัก 107.2 กิโลกรัม ได้ขึ้นวางไข่ บริเวณชายหาด สอ.รฝ. หน้าบ้านพักผู้บัญชาการฯ จำนวน 96 ฟอง แต่ฟักตัวเพียง 71 ตัว เป็นไข่ลม 25 ฟอง และได้ขึ้นวางซ้ำในจุดเดิมอีก 4 ครั้ง คือ วันที่ 28 มี.ค. จำนวน 121 ฟอง วันที่ 10 เม.ย. จำนวน 98 ฟอง

https://hosting.photobucket.com/imag...720&fit=bounds

วันที่ 20 เม.ย. จำนวน 116 ฟอง และวันที่ 30 เม.ย. จำนวน 117 ฟอง รวมทั้งสิ้น 548 ตัว แต่เนื่องด้วยพื้นที่บริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยตัวเงินตัวทอง สุนัข และมีน้ำทะเลท่วมถึง ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคต่อการเพาะฟักไข่เต่า จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย หลังเพาะฟักลูกเต่าจะถูกดูแลอยู่ในบ่ออนุบาลเป็นเวลา 3 เดือน เมื่อแข็งแรงดีแล้ว จะถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

ซึ่งจากการขึ้นวางไข่เป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยาก แม่เต่าเทียนทะเลเป็นเต่าที่ถูกพบมีการขึ้นมาวางไข่ครั้งแรกในปี พ.ศ.2547 บริเวณชายหาดศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ จึงได้ทำการฝังไมโครชิพไว้ที่ตัว จากนั้นก็พบว่าในทุก 3 ปี แม่เต่าเทียนทะเล จะย้อนกลับมาขึ้นวางไข่จุดเดิมครั้งละหลายร้อยฟอง ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 ในรอบ 17 ปี และเชื่อว่าแม่เต่าจะทำสถิติขึ้นวางไข่เป็นครั้งที่ 7 อีกแน่นอน


https://www.dailynews.co.th/news/1013574/


สายน้ำ 04-05-2022 04:02

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ดร.ธรณ์ ชื่นชม 'ท็อป-วราวุธ' ให้ความสำคัญ-ใส่ใจโลมาอิรวดี 14 ตัวสุดท้าย

ดร.ธรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล ได้ออกมาโพสต์ชื่นชม ท็อป วราวุธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญลมาอิรวดี 14 ตัวสุดท้าย

https://hosting.photobucket.com/imag...720&fit=bounds

วันนี้ (3 พ.ค.) เฟซบุ๊ก "Thon Thamrongnawasawat" หรือ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเผยข้อมูลเรื่องของน้องโลมา 14 สุดท้าย ในทะเลสาบสงขลา ท่านรัฐมนตรีให้ความสำคัญมาก สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคิกออฟโดยกรมทะเลเป็นเจ้าภาพ รวมทุกสรรพกำลังมาพูดคุยหาทางออกร่วมกัน แม้บอกได้ว่าไม่ง่าย แต่คงเป็นครั้งแรกที่พอเห็นความหวังความใส่ใจมากที่สุดในรอบสามสิบปี มีอะไรจะมาเล่าให้เพื่อนธรณ์ทราบเป็นระยะครับ

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. เฟซบุ๊ก "TOP Varawut - ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา" หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อมูลโดยระบุว่า "โลกนี้มีโลมาอิรวดี ในแหล่งน้ำจืดเหลือเพียง 5 แห่ง ได้แก่ อินเดีย 140 ตัว อินโดนิเซีย 90 ตัว เมียนมาร์ 80 ตัว กัมพูชา 90 ตัว และไทย 14 ตัว ผมได้รับรายงานจากคณะทำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงสถานการณ์ของโลมาอิรวดี 14 ตัวสุดท้าย ในทะเลสาบสงขลา ที่เสี่ยงสูญพันธุ์ และรับทราบถึงกระแสความกังวลใจของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ห่วงใยในสถานการณ์ ผมขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางการทำงานเพื่อรักษา โลมาอิรวดีฝูงสุดท้ายฝูงนี้เอาไว้ครับ

โลมาอิรวดี จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และยังเป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตามข้อตกลงระหว่างประเทศ จากการประชุม CITES ครั้งที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2546 ที่ประเทศไทยได้เสนอให้โลมาอิรวดีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองบัญชีที่ 1 ส่งผลให้โลมาอิรวดีได้รับความคุ้มครองสูงสุดในระดับนานาชาติด้วย

ทั้งนี้ จากการสำรวจเมื่อ 30 ปีก่อน พบว่ามีโลมาอิรวดีในประเทศไทย มากกว่า 100 ตัว แต่ในปัจจุบัน พบเหลือเพียงแค่ 14 ตัว เป็นโลมาฝูงสุดท้ายที่ยังรอดชีวิตในทะเลสาบสงขลา โดยจากรายงานการเกยตื้นของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2549 - มี.ค. 2565 มีโลมาอิรวดีเกยตื้นตายทั้งหมด 94 ตัว สาเหตุมาจากการติดเครื่องมือประมง ไม่ทราบสาเหตุ และป่วย โดยพื้นที่ที่พบส่วนใหญ่อยู่ใน จ.สงขลา และ จ.พัทลุง

ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง จึงได้สำรวจประชากรโลมาอิรวดี ทั้งโดยวิธีทางเรือ สำรวจทางอากาศโดยเครื่องบินเล็ก และอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อคอยดูแลและเฝ้าระวัง มาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน

ในช่วงปี 2561 มีการประกาศแนวเขตพื้นที่คุ้มครองโลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา แต่แนวโน้มประชากรยังคงลดลง โดยในปี 2558 มีรายงานการพบ 27 ตัว แต่ปัจจุบัน ปี 2565 เหลืออยู่ 14 ตัว จึงจำเป็นต้องเพิ่มการตรวจตราเฝ้าระวัง ป้องกันการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย หรือหยุดการใช้เครื่องมือที่เป็นภัยคุกคามเข้มงวดมากขึ้น ในด้านการดูแลความปลอดภัยของโลมาอิรวดี 14 ตัว ที่เหลืออยู่ตอนนี้ ในระยะสั้น พวกเราจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องระบบ การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ให้ถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการออกทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และชาวประมงในพื้นที่ ถึงความสำคัญของ 14 ชีวิต ที่เหลืออยู่

ทั้งนี้ ความเคยชินในวิถีการทำประมงที่ยังหมิ่นเหม่ต่อการดำรงชีวิตของโลมาอิรวดี ของผู้คนในพื้นที่บางคน และบางส่วนมาจากนอกพื้นที่ ที่อาจจะยังไม่รู้ถึงความสำคัญตรงนี้ พวกเราจะหาแนวทางปรับความเข้าใจกันใหม่ ให้เข้มงวด และเข้าใจให้ตรงกัน เชื่อว่าเมื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าใจ เขาจะต้องรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นสมบัติของพวกเขาแน่นอนครับ

นอกจากนี้ ในระยะยาว เราจำเป็นต้องสำรวจศึกษา วิจัย เกี่ยวกับการผสมพันธุ์แบบเลือดชิดในกลุ่มโลมาทะเลสาบสงขลา การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในทะเลสาบ การแก้ปัญหามลพิษ การตื้นเขิน และเร่งเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำซึ่งเป็นอาหารของโลมาอิรวดี รวมทั้งสร้างศูนย์ช่วยเหลือและพยาบาลสัตว์ทะเล เพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือพร้อมอุปกรณ์การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการดูแลจัดการถิ่นที่อยู่ของโลมา และการจัดการสภาพแวดล้อมของทะเลสาบสงขลา อย่างระมัดระวังครับ


https://mgronline.com/onlinesection/.../9650000042144


*********************************************************************************************************************************************************


หาชมยาก! ภาพปะการังปล่อยไข่ในทะเลตราด

https://hosting.photobucket.com/imag...720&fit=bounds
ปะการังปล่อยไข่ (ภาพจาก : เพจ ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จังหวัดตราด)

เพจ ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จังหวัดตราด เผยภาพและคลิปหาชมยากของปะการังกำลังปล่อยไข่ จากปรากฎการณ์การออกไข่ของปะการัง (Coral Spawning) โดยเพจ ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จังหวัดตราด ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องดังกล่าวว่า

เมื่อวันที่ 19 ? 23 เมษายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จังหวัดตราด ดำเนินการออกปฏิบัติการสำรวจปรากฎการณ์การออกไข่ของปะการัง (Coral Spawning) ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด บริเวณสถานีเกาะมะปริง (หาดศาลเจ้า) จากการออกสำรวจพบปะการังปล่อยไข่ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2565 พบปะการังจำนวน 3 สกุล ได้แก่

สกุล Goniastrea (ปะการังรังผึ้ง) พบเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2565 เวลา 20.15 น. ระดับความลึก 3.1 เมตร อุณหภูมิน้ำทะเล 31?C จำนวน 2 โคโลนี

สกุล Favia (ปะการังรังวงแหวน) พบเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2565 เวลา 20.35 น. ระดับความลึก 2.9 เมตร อุณหภูมิน้ำทะเล 31?C จำนวน 1 โคโลนี

สกุล Favites (ปะการังรังช่องเหลี่ยม) พบเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2565 เวลา 20.48 น. ระดับความลึก 2.8 เมตร อุณหภูมิน้ำทะเล 31?C จำนวน 1 โคโลนี


https://mgronline.com/travel/detail/9650000041933


สายน้ำ 04-05-2022 04:05

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


ฉลามวาฬ 2 ตัว โผล่ใกล้เกาะง่ามน้อย จ.ชุมพร

ชุมพร 2 พ.ค. ? นักท่องเที่ยวตื่นตา! พบฉลามวาฬ 2 ตัว ว่ายน้ำทางทิศใต้ของเกาะง่ามน้อย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์ข้อปฏิบัติแก่ชาวประมงและนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อฉลามวาฬ

https://hosting.photobucket.com/imag...720&fit=bounds

นายสุวรรณเนาว์ แสนสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ มพ.3 เกาะมาตรา พบฉลามวาฬ 2 ตัว ยาวประมาณ 5 เมตร กำลังแหวกว่ายเคียงคู่กัน บริเวณจุดจมเรือหลวงปราบ ทิศใต้ของเกาะง่ามน้อย ทำให้นักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณนั้นประทับใจอย่างมาก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ติดตามเฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์แก่นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการนำเที่ยว และชาวประมงที่พบเห็นฉลามวาฬ ให้ระมัดระวังและแจ้งข้อปฏิบัติให้ทราบ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่ฉลามวาฬทั้ง 2 ตัว

สำหรับ "ฉลามวาฬ" เป็นปลาที่ขนาดใหญ่ที่สุด กินอาหารแบบกรองกิน โดยยาวได้ถึง 8-17.5 เมตร และหนัก 21-35 ตัน แต่มีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่ายังมีฉลามวาฬที่ใหญ่กว่านี้ เป็นสัตว์ทะเลชนิดเดียวชนิดเดียวในสกุล Rhincodon ที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์ถึงปัจจุบัน และวงศ์ Rhincodontidae (ก่อนปี ค.ศ. 1984 ถูกเรียกว่า Rhinodontes) ซึ่งเป็นสมาชิกในชั้นย่อย Elasmobranchii ในชั้นปลากระดูกอ่อน ฉลามวาฬพบได้ในทะเลเขตร้อนและอบอุ่น อาศัยอยู่ในทะเลเปิด มีช่วงอายุประมาณ 70 ปี

แม้ฉลามวาฬจะมีขนาดใหญ่ แต่เคลื่อนที่ช้า อาหารหลักคือ แพลงก์ตอน ได้รับฉายาว่า "ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล" นอกจากนี้ลำตัวของฉลามวาฬมีลายจุด ทำให้ได้อีกฉายาหนึ่งว่า "พี่จุด"


https://tna.mcot.net/environment-934484



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:43

vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2022, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger