ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า 15-04-2022
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,809
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


แก้ปวดด้วยพิษร้ายของหอยเต้าปูน ความหวังใหม่ทางการแพทย์เพื่อใช้ทดแทนมอร์ฟีน



- พิษโคโนทอกซิน ของหอยเต้าปูน เป็นหนึ่งในพิษร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบ ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พยายามสกัดยาระงับปวดจากพิษของหอยเต้าปูน

- ปัจจุบันมียาที่มีต้นทางจากพิษของหอยเต้าปูน ใช้กับผู้มีอาการเจ็บปวดรุนแรง แต่ต้องฉีดเข้าไขสันหลังและมีราคาสูง

- งานวิจัยชิ้นใหม่พบสารประกอบจากพิษของหอยเต้าปูนที่คล้ายฮอร์โมนบางชนิด ที่สามารถระงับสัญญาณความเจ็บปวดในมนุษย์ได้


หอยเต้าปูน เป็นสัตว์กินเนื้อและมีพิษ มีหลายสิบสกุล เป็นที่รู้จักหลายร้อยสายพันธุ์ แต่มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถูกนำมาศึกษา จนเป็นที่รู้กันว่า พิษของหอยเปลือกสวยงามแต่ได้ชื่อว่าเป็นเพชฌฆาตแห่งก้นมหาสมุทร เป็นพิษออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทที่สามารถพัฒนาไปสู่การผลิตยาระงับความเจ็บปวดได้

พิษโคโนทอกซิน (conotoxins) ของหอยเต้าปูน เป็นหนึ่งในพิษร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบ ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เคยมีรายงานว่า เต้าปูนลายแผนที่ (Gastridium geographus) เคยเป็นสาเหตุให้คนเสียชีวิต

เฮเลนา ซาฟาวี (Helena Safavi) ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษแห่งมหาวิทยาลัยยูทาห์ และรองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ร่วมกับทีมวิจัยจากภาควิชาชีวการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ศึกษาพิษของหอยเต้าปูน Asprella เพื่อหาสารระงับความปวดที่อาจนำมาใช้แทนมอร์ฟีน

"หอยพวกนี้มีความแปลกเฉพาะตัว พวกมันฉีดพิษเข้าไปในตัวเหยื่อ และรีบหดกลับเข้าไปในเปลือก จากนั้นก็รอสัก 3 ชั่วโมง จนกว่าปลาจะไม่เคลื่อนไหว แล้วหอยก็กลืนปลาเข้าไปทั้งตัว เป็นวิธีการล่าเหยื่อที่เชื่องช้ามาก"

หอยเต้าปูนสามารถแบ่งตามอาหารที่กินได้ 3 กลุ่ม คือ กินปลา กินหอย และกินหนอน โดยหอยเต้าปูนประเภทกินปลาจะมีเข็มพิษคล้ายฉมวก แทงและฉีดพิษเข้าไปในตัวเหยื่อ ทำให้ช็อก ค่อยๆ เป็นอัมพาต จากนั้นหอยก็จะอ้าปากกลืนปลาเคราะห์ร้ายเข้าไปทั้งตัว

ไอริส บี รามิโร (Iris Bea Ramiro) นักวิจัยด้านชีวโมเลกุลจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน กล่าวว่า "ทุกสปีชีส์มีคุณสมบัติของพิษที่แตกต่างกัน ดังนั้น มันจึงเป็นเหมือนคลังสารประกอบหลายพันชนิดที่รอการค้นพบ"



วารสาร Science Advances เผยแพร่ผลงานของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ที่สกัดพิษของหอยสปีชีส์ Conus rolani หรือหอยเต้าปูน Asprella นำมาวิเคราะห์องค์ประกอบระดับโมเลกุล และพบเปปไทด์ที่เรียกว่า Consomatin Ro1 ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับฮอร์โมนโซมาโตสแตติน (Somatostatin) ในมนุษย์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ และยับยั้งสัญญาณความเจ็บปวด

ตามธรรมชาติ หอยเต้าปูน Asprella มีวิธีการล่าที่น่าสนใจ คือพวกมันจะไม่ได้กินเหยื่อทันทีหลังการจู่โจมด้วยพิษ แต่พวกมันจะรออย่างอดทนหลายชั่วโมง เพื่อให้เหยื่อหยุดเคลื่อนไหวสนิท ก่อนที่จะกินเหยื่อตัวนั้นเข้าไป

นักวิจัยได้ฉีดเปปไทด์คอนโซมาติน (Consomatin) ให้กับหนูทดลอง พบว่าออกฤทธิ์ระงับความเจ็บปวดได้นานกว่ามอร์ฟีน โดยสารนี้จะกระตุ้นตัวรับฮอร์โมนโซมาโตสแตติน ทำให้รู้สึกถึงความเจ็บปวดลดลง

เคยมีงานวิจัยก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่า การกระตุ้นตัวรับโซมาโตสแตตินมีผลต่อการลดความเจ็บปวด แต่ยังไม่มียาในท้องตลาดทำงานด้วยกระบวนการนี้

พิษของหอยเต้าปูนถูกสกัดใช้เป็นยาแก้ปวดที่ออกสู่ตลาดยาตั้งแต่ปี 2001 โดยพิษจากหอยสายพันธุ์ Conus magus เป็นต้นทางของยา Ziconotide ที่มีชื่อทางการค้าว่า Prialt ซึ่งได้รับอนุญาตจาก FDA สหรัฐฯ ให้ใช้ในผู้ป่วยที่มีความเจ็บปวดรุนแรง แต่ข้อเสียของยา Prialt คือราคาแพง ต้องฉีดเข้าไขสันหลัง และมีผลข้างเคียงรุนแรงในผู้ป่วยบางราย



หากสารประกอบล่าสุดที่ได้จากพิษของหอยเต้าปูนสามารถพัฒนาไปเป็นยาแก้ปวดได้ จะเป็นข่าวดีของวงการแพทย์ เภสัชกรรม และผู้ป่วย ด้วยคุณสมบัติการระงับปวดที่ดีและยาวนานกว่ามอร์ฟีน ไม่เกิดผลข้างเคียงหรือเกิดอาการเสพติดเหมือนยาแก้ปวดประเภทโอปิออยด์ (opioid) ซึ่งซาฟาวี กล่าวว่า

"มีแนวโน้มว่ายาที่มุ่งเป้าไปที่ตัวรับโซมาโตสแตตินจะดีสำหรับอาการปวดเรื้อรังมากกว่า"

ก่อนหน้านี้โซมาโตสแตตินถูกใช้เป็นยาสำหรับโรคมะเร็งเน็ต (Neuroendocrine Tumor: NET) แต่ออกฤทธิ์ได้เพียงช่วงสั้นๆ รามิโร อธิบายต่อว่า

"บริษัทยาหลายรายพัฒนายาโซมาโตสแตตินเพื่อทำให้ครึ่งชีวิตของมันยาวขึ้น แต่เมื่อเราได้โครงสร้างของคอนโซมาตินจากหอยเต้าปูน เป็นเรื่องน่าสนใจที่ไม่เพียงแค่ความคล้ายคลึงกันกับโซมาโตสแตตินเท่านั้น แต่ยังออกฤทธิ์ได้เสถียรกว่าอีกด้วย"


https://plus.thairath.co.th/topic/futurism/101386

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม