ชื่อกระทู้: แผ่นดินที่หายไป (3)
ดูแบบคำตอบเดียว
  #9  
เก่า 07-09-2009
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default


เที่ยวทะเลกรุงเทพฯ ชมป่าชายเลน สำรวจแผ่นดินที่หายไป


บรรยากาศชุมชนริมคลองพิทยาลงกรณ์

กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของเอเชีย คราคร่ำไปด้วยตึกรามบ้านช่องและถนนที่กว้างใหญ่ หากแต่ในความวุ่นวายของเมืองหลวงแห่งนี้ ยังมีพื้นที่เล็กๆ อีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่อันเงียบสงบและยังคงความเป็นธรรมชาติอันสวย งามอยู่เป็นอย่างมาก เรากำลังพูดถึงทะเลกรุงเทพฯ หรือที่รู้จักกันว่าชายทะเลบางขุนเทียน ซึ่งอยู่ในพื้นที่แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานครนี่เอง

จากการลองสอบถามคนทั่วไปพบว่าชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ไม่ทราบด้วยซ้ำว่ากรุงเทพมหานครมีอาณาเขตติดกับทะเล ประกอบกับที่ผ่านมาสภาพถนนไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางจึงทำให้ทะเลกรุงเทพฯ ไม่เป็นที่นิยมนักสำหรับวันหยุดพักผ่อน ผู้ที่ไปเยี่ยมชมทะเลกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานราชการที่เดินทางไปในลักษณะหมู่คณะเพื่อการทัศนศึกษา สำหรับกิจกรรมหลักของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้คือการนั่งเรือออกไปที่ปากอ่าว เพื่อชมทะเล แวะดูหลักเขตกรุงเทพมหานครซึ่งตั้งอยู่กลางน้ำห่างจากแนวชายฝั่งไปประมาณ 500 เมตร และพักรับประทานอาหารที่ร้านริมทะเล แต่บริเวณที่เราจะไปสำรวจในวันนี้คือพื้นที่ป่าชายเลนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชายทะเลบางขุนเทียน และนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมทะเลกรุงเทพฯ น้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสไปสำรวจสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากไม่มีเส้นทางคมนาคมให้เข้าถึงได้ด้วยรถยนต์หรือเรือ การเข้าไปเยี่ยมชมจึงต้องอาศัยการเดินล้วนๆ เส้นทางศึกษาธรรมชาติและสำรวจป่าชายเลนเส้นนี้จึงร้างผู้คนและเงียบเหงาเป็น พิเศษ จะเรียกว่าเป็นสถานที่ unseen อีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยก็คงไม่ผิดนัก


หลักเขตกรุงเทพมหานครที่ไปอยู่กลางทะเลอันนี้ พึ่งได้รับการกู้ขึ้นมาจากใต้น้ำเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

สำหรับการเดินทางไปชมป่าชายเลนบางขุนเทียนนั้นเริ่มจากที่ถนนพระราม 2 เลี้ยวเข้าถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลซึ่งในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงลาดยาง เสร็จสมบูรณ์ตลอดทั้งเส้นแล้ว ขับรถตรงเข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตรจนสุดทาง จะพบ 3 แยกให้เลี้ยวขวา (ทางไปสมุทรสาคร) และตรงไปอีกเพียง 200 เมตรจะพบกับโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ สามารถนำรถเข้าไปฝากจอดในโรงเรียนได้ ตรงข้ามโรงเรียนจะพบทางเข้าชุมชนคลองพิทยาลงกรณ์ จากจุดนี้สามารถเลือกที่จะเดิน เช่ารถจักรยานจากทางโรงเรียน หรือจ้างรถจักรยานยนต์ให้เข้าไปส่งก็ได้ โดยต้องเดินทางเข้าไปด้านในระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ลักษณะเส้นทางเป็นถนนคอนกรีตขนาดเล็กสำหรับให้คนและรถจักรยานยนต์สัญจร เมื่อมาสุดทางจะพบกับชุมชนชายทะเลบางขุนเทียน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งสร้างเป็นสะพานไม้ทอดผ่านเข้าไปในป่าชายเลนมีปลายทางที่ริมทะเล มีระยะทางโดยรวม 1.7 กิโลเมตร สำหรับสะพานไม้นี้จัดสร้างโดยเขตบางขุนเทียนบนพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสมาชมและศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศป่าชายเลน โดยผู้ที่นำรถจักรยานหรือจักรยานยนต์เข้ามาจะต้องจอดรถไว้ที่บริเวณทางเข้า ไม่อนุญาตให้ขับขึ้นไปบนสะพานทางเดิน


บรรยากาศบริเวณบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของชาวบ้าน

บรรยากาศตลอดเส้นทางชมป่าชายเลนมีความร่มรื่นจากการที่สองข้างทางมี ต้นโกงกางและแสมขนาดใหญ่ปกคลุมอย่างหนาแน่น นอกจากนี้ยังมีศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนอยู่เป็นระยะ สิ่งหนึ่งที่ผู้เยี่ยมชมป่าชายเลนจะได้ยินเสมอคือเสียงดัง ป๊อก-แป๊กอยู่เป็นช่วงๆ ซึ่งเกิดจากกุ้งชนิดหนึ่งที่มีก้ามขวาขนาดใหญ่มีชื่อเรียกว่ากุ้งดีดขัน และยังมีสัตว์อื่นๆ ที่พบได้ในพื้นที่นี้ เช่น ปลาตีน ปูก้ามดาบ หอยชนิดต่างๆ ส่วนบริเวณริมทะเลสามารถพบนกได้หลายชนิด เช่นนกยางและนกนางนวล ซึ่งถือได้ว่าป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอย่าง มาก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันป่าชายเลนผืนนี้กำลังถูกทำลายไปจนแทบจะหมด สิ้นแล้ว จากข้อมูลที่สำรวจโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบว่าในอดีตกรุงเทพมหานครเคยมีป่าชายเลนประมาณ 2,750 ไร่ แต่ต่อมาได้มีการนำพื้นที่บริเวณนี้ไปจัดสรรและพัฒนาเป็นที่ดินทำกิน เช่นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการทำนาเกลือ รวมไปถึงการขยายตัวของชุมชน นอกจากนี้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่รุนแรงและต่อเนื่องอันเกิดจากการเปลี่ยน แปลงของสภาพอากาศโดยรวมก็เป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นที่ป่าชาย เลนกรุงเทพฯ ลดลงไปอย่างมาก โดยพบว่าปัจจุบันกรุงเทพมหานครเหลือพื้นที่ป่าชายเลนไม่ถึง 1,000 ไร่ โดยป่าเหล่านี้มีลักษณะเป็นหย่อมเล็กๆ ส่วนพื้นที่ป่าเดิมจมอยู่ในน้ำทะเลหมดแล้ว


บรรยากาศอันรมรื่นของทางเดิน ปกคลุมไปด้วยต้นแสมและโกงกาง


__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม