ดูแบบคำตอบเดียว
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


รู้จัก "เกาะปอดะ" ที่เที่ยวดัง จ.กระบี่ ในวันกลับคืนสู่แผ่นดินแม่


เกาะปอดะ กับเอกลักษณ์อันโดดเด่น (ภาพ : เพจ หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ พพ.6 (เกาะปอดะ)/ อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี)

จบแล้ว คดีเกาะปอดะ ที่สู้กันจนถึงฎีกา ยืดเยื้อมากว่า 30 ปี โดยผลสิ้นสุดของคดีนั้น ศาลฎีกาจังหวัดกระบี่ ได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลย คือนายชวน ภูเก้าล้วน มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.อุทยานฯ ลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน

อย่างไรก็ดีเนื่องจากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เป็นความผิดไม่ได้รุนแรง จึงแก้คำพิพากษาให้รอลงอาญา 2 ปี ให้จำเลยบำเพ็ญประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเวลา 30 ชม. พร้อมชำระค่าปรับเป็นเงิน 80,000 บาท พร้อมให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่

ส่วนเกาะปอดะนั้น ศาลพิพากษาให้เป็นของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ผู้เป็นโจทย์ยื่นฟ้องในคดีนี้

สำหรับเกาะปอดะ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ "อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี" ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางทะเลของจังหวัดกระบี่

เกาะปอดะตั้งอยู่ในทะเลกระบี่ ฝั่งด้านหน้าอ่าวนาง อยู่ห่างจากฝั่งอ่าวนางประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อยืนอยู่บนฝั่งแผ่นดินกระบี่บริเวณ หาดพนรัตน์ธารา หรือ อ่าวนาง แล้วมองออกไปจะเห็น กลุ่มหมู่เกาะทะเลกระบี่ ซึ่งเกาะที่ใหญ่ที่สุดนั้นก็คือ "เกาะปอดะ"


แนวหาดทรายยาวขาวเนียนแห่งเกาะปอดะ (ภาพ : เพจ หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ พพ.6 (เกาะปอดะ)/ อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี)

บนเกาะปอดะ มีชายหาดขนาบทั้งสามด้าน เป็นแนวหาดทรายที่ขาวเนียน เนื้อทรายละเอียด เดินแน่นนุ่มเท้า เมื่อมองออกไปเห็นน้ำทะเลสวยใส โดยเฉพาะที่ด้านหน้าหาด เมื่อมองออกไปจะเห็นแนวหาดทราย ท้องทะเล และภูเขาหอินรูปใบเรือตั้งตระหง่าน ถือเป็นภาพจำอันโดดเด่นของเกาะปอดะแห่งนี้

ด้วยความสวยงามโดดเด่นของเกาะปอดะ เกาะแห่งนี้จึงถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเส้นทางเที่ยวทะเลกระบี่ ทัวร์ 4 เกาะ ได้แก่ ทะเลแหวกของเกาะ 3 เส้า คือ เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ และเกาะปอดะ

สำหรับเกาะปอดะหลังต่อสู้เป็นคดีความยืดเยื้อมายาวนานกว่า 30 ระหว่างเอกชนกับภาครัฐ วันนี้เกาะปอดะได้กลับสู่แผ่นดินแม่ เป็นพื้นที่สาธารณะ ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ไม่ได้เป็นของเอกชนคนใด ซึ่งก็ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาเกาะปอดะ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเกะแห่งนี้เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนตลอดไป


https://mgronline.com/travel/detail/9620000086972


*********************************************************************************************************************************************************


"National Geographic" ตามติดภารกิจ "เฝ้าระวัง"น้ำแข็งขั้วโลกละลาย



"ภาวะโลกร้อน" และ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" เป็นเรื่องที่คนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจมากขึ้น ยิ่งเมื่อได้รับรู้เรื่องราวและภาพการละลายของน้ำแข็งที่กรีนแลนด์เมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุด นิตยสาร National Geographic Thailand ประจำเดือน กันยายน 2562 นำเสนอสารคดีเรื่อง "เฝ้าระวังน้ำแข็ง" เขียนโดย "เจนนิเฟอร์ คิงสลีย์" และถ่ายภาพโดย "เอสเทอร์ ฮอร์แวท"

อากาศยามเย็นในฤดูร้อนวันนั้นอุ่นพอให้พวกทหารถอดเสื้อนั่งเล่นกลางแจ้งได้ คนหนึ่งเล่นกีตาร์ อีกคนอ่านหนังสือ บรรยากาศผ่อนคลายคล้ายพักร้อน แม้นี่จะเป็นค่ายทหารเดนมาร์กทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ เรียกว่าสถานีนอร์ (Station Nord) ซึ่งอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือ 925 กิโลเมตร เสียงหึ่งๆ ของเครื่องปั่นไฟแว่วมาแต่ไกล และบางครั้งบางคราวสุนัขกรีนแลนด์สองตัว จะส่งเสียงเห่า ดวงอาทิตย์วนรอบท้องฟ้าอาร์กติก

ภารกิจประจำวันของหน่วยทหารแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นงานด้านวิทยาศาสตร์ อาร์กติกอุ่นขึ้นเร็วกว่าพื้นที่อื่นใดในโลก และสำหรับนักวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่นี่มีข้อดีจากทำเลที่อยู่ห่างไกล นั่นคือเกือบ 82 องศาเหนือ ภายในอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเข้าถึงได้เพราะมีลานบิน ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นที่นี่ส่งผลกระทบต่อโลกทั้งใบ อาร์กติกเป็นส่วนหนึ่งของระบบทำความเย็นของโลก และเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้น้ำแข็งทะเลละลายเร็วขึ้น ระบบที่ว่าก็กำลังพังลง ที่นี่นับว่าสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักวิจัยผู้มาเยือนจากทั่วโลกจะได้เก็บข้อมูลจากน้ำแข็ง ทะเล และบรรยากาศ เพื่อวัดความเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์ หวังว่าจะช่วยให้พวกเขาพยากรณ์ได้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้า

มีสถานที่ไม่กี่แห่งที่เราลืมตาตื่นในโรงนอนซึ่งมีเตียงเรียงเป็นตับ ดื่มกาแฟ แล้วก้าวออกไปสู่สภาพแวดล้อมสุดขั้วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งหิมะขาวโพลน อากาศหนาวจับจิต หมอก และความมืดในฤดูหนาวที่ยาวนานหลายเดือน คือสิ่งปกติที่มีให้พบเจอ

สถานีนอร์ยังมีจุดประสงค์ทางการเมืองด้วย ถึงได้มีทหารเป็นผู้ดูแล เดนมาร์กอ้างอำนาจอธิปไตยที่นานาชาติยอมรับเหนือภูมิภาคแถบนี้ แต่จำต้องสำแดงตนเพื่อรักษาอำนาจนั้น สำหรับผู้เชี่ยวชาญหกคนที่พำนักอยู่ที่นี่ ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารในกองทัพเดนมาร์กและแทบจะเป็นเพศชายเสมอ สถานีนอร์คือบ้านตลอดการประจำการนาน 26 เดือน

สถานีซึ่งแรกเริ่มเป็นศูนย์ตรวจวัดลมฟ้าอากาศเมื่อปี 1952 คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีสนามบินของตนเอง มีอาคารกว่า 25 หลัง รวมถึงโรงนอน ห้องประชุมเชิงปฏิบัติการ เพิงเก็บเครื่องปั่นไฟ ครัว และศูนย์ชุมชน

ที่นี่กว้างขวางพอจะจัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อสร้างงานวิทยาศาสตร์ระดับโลกท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อันตรายแต่สวยงามได้ ทหารเก็บกวาดลานบิน เติมน้ำมันเครื่องบิน ทำความสะอาดโรงนอน เก็บเสบียงที่ส่งมาทางเครื่องบินบรรทุกสินค้า ตักน้ำจากทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้ๆ และซ่อมแซมอุปกรณ์ ในฤดูหนาว ทหารหกนาย หรือแปดถ้านับสุนัขด้วย จะอยู่ตามลำพังหลายเดือน โดยมีสัญญาณดาวเทียมเอื้อให้ส่งอีเมลและข้อความง่ายๆ ได้ แต่ละคนจะได้สิทธิโทรศัพท์ประจำเดือน

ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับชุมชนนานาชาติที่ผลัดเปลี่ยนกัน มาเยือนมากถึง 60 คน ซึ่งมีทั้งทีมนักวิทยาศาสตร์ คนงานสนับสนุน นักบิน วิศวกร และเจ้าหน้าที่ทหาร



ทอมัส ครุมเพน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากสถาบันอัลเฟรดเวเกเนอร์ของเยอรมนี เป็นผู้นำการบินสำรวจเพื่อวัดความหนาของน้ำแข็งทะเลช่วงฤดูร้อน ซึ่งคำนวณจากภาพถ่ายดาวเทียมได้ยากมาก นอกเหนือไปจากค่าอื่นๆ โดยนำอากาศยาน ดีซี-3 ที่ได้รับการปรับแต่งแล้ว ออกบินที่ระดับความสูง 60 เมตรเหนือน้ำแข็งและพ่วงเซ็นเซอร์ที่ผูกไว้กับเชือกให้ลอยเหนือผิวน้ำแข็งแค่ 15 เมตร

การบินเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความวิริยอุตสาหะเพียงเพื่อตอบคำถามง่ายๆ ว่า น้ำแข็งทะเลหนาเท่าไร หิมะสะท้อนแสงแค่ไหน

ข้อสังเกตที่ได้จากการบินเหล่านี้จะป้อนเข้าสู่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สลับซับซ้อนที่ใช้สมการและข้อมูลหลายพันชิ้นเพื่อคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากสภาพภูมิอากาศยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป ข้อมูลเกี่ยวกับอาร์กติกนับว่าสำคัญยิ่งต่อการพยากรณ์ผลกระทบระดับโลก เช่น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและของระดับทะเล

"เราจำเป็นต้องมองไปยังอนาคตเพื่อบอกผู้คนว่า ผลกระทบอะไรที่พวกเราจะเผชิญ" ครุมเพนบอก นักวิจัยคนอื่นๆ ปล่อยบอลลูนตรวจลมฟ้าอากาศ ขุดหลุมเก็บตัวอย่างหิมะ หรือจับตามองอุปกรณ์ของตนเองทั้งคืนโดยมีสุนัขคอยเห่าเตือนภัยหมีขั้วโลกอยู่ใกล้ๆ พวกเขาค่อยๆ เก็บรวบรวมข้อมูลที่จะช่วยตอบคำถามสำคัญที่สุดแห่งยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นั่นคือจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา คำตอบนี้ทำให้เกิดข้อโต้แย้งทั้งทางการเมืองและวิทยาศาสตร์ และต้องใช้ข้อมูลที่สะสมมาหลายปีจากหลายสถานที่กว่าจะเริ่มได้เค้าคำตอบ

ในภูมิภาคนี้ของโลก เราไม่มีทางได้สิ่งเหล่านี้ ถ้าขาดผู้เชี่ยวชาญประจำสถานีอย่างเยสเปอร์ ยูล แฮนเซน ผู้อธิบายง่ายๆ ว่า "เราแค่ทำส่วนของเราเพื่อให้พวกเขาทำส่วนของพวกเขาครับ"

งานนี้ไม่ใช่ของง่าย นอรา ฟรีด ฉลองวันเกิดอายุ 25 ปีที่สถานีในฐานะผู้ช่วยวิจัยเมื่อปี 2018 สักวันหนึ่ง "ฉันต้องอธิบายให้ลูกฟังว่า เราไม่ได้ทำอะไรเลย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า อาร์กติกจะปราศจากน้ำแข็ง" เธอบอก "ฉันรู้สึกแย่แทนอาร์กติกค่ะ"


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000086670

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม