เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 30-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่งบริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 31 มี.ค. - 3 เม.ย. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และ มีลมกระโชกแรง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 29 - 30 มี.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 31 มี.ค. - 4 เม.ย. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 31 มี.ค. - 4 เม.ย. มี.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (83.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (94.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (96.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 30-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ฝุ่นเหนือหนัก เผากันไม่หยุด ควัน "ลาว" ผสม



ภาคเหนือยังเผชิญกับควันพิษ ที่แม่ฮ่องสอนค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานติดต่อกันกว่า 4 สัปดาห์ แล้ว ล่าสุด PM 2.5 สูงถึง 168 มคก./ลบ.ม. ขณะที่มือดียังลอบเผาป่าลุกลามอีกหลายจุด ส่วนเชียงรายหนักไม่แพ้กัน เจอไฟป่าทั้งในพื้นที่และฝั่งชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่นเดียวกับเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่พยายามใช้ ฮ.ดับไฟป่าดอยหลวง ที่ลุกลามเป็นวันที่ 4 แต่ยังเข้าไปไม่ถึง หลังมีปัญหาท้องฟ้าปิด หมอกปกคลุมหนาแน่น

สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง โดยที่ จ.แม่ฮ่องสอน ช่วงเช้ามืดวันที่ 29 มี.ค. เกิดไฟป่าลุกลามบริเวณเชิงเขาวัดพระธาตุดอยกองมู ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยเหยี่ยวไฟ สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ระดมเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ทางขึ้นวัดใช้เวลากว่า 1 ชม. จึงควบคุมไฟป่าไว้ได้ มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 3 ไร่ นอกจากนี้ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม เข้าไปดับไฟไหม้ป่าเต็งรังห้วยหลักเจ็ด หมู่ 1 ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม เสียหาย 28 ไร่ และพื้นที่ป่าบ้านหัวหนองยาว ต.ขุนยวม เสียหายกว่า 15 ไร่



ส่วนที่ อ.ปาย เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เข้าดับไฟป่าที่บริเวณบ้านสหสัมพันธ์ ต.เวียงใต้ อ.ปาย เสียหาย 3 ไร่ และอีกจุดพื้นที่ป่าอนุรักษ์บ้านยะโป๋ ต.แม่นาเติง อ.ปาย เสียหาย 7 ไร่ เบื้องต้นคาดว่าเป็นการจงใจจุดไฟเผา หรือชาวบ้านเข้าไปหาของป่า อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดเหตุหลายแห่งในขณะนี้ทางจังหวัดได้มีคำสั่งปิดป่าในทุกอำเภอที่มีปัญหาไฟป่าเกิดขึ้นบ่อยครั้งเพื่อช่วยลดหมอกควันที่ปกคลุมหนาแน่นทั่วเมืองแม่ฮ่องสอน ล่าสุดช่วงเช้าค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 อยู่ที่ 168 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ติดต่อกันกว่า 4 สัปดาห์แล้ว



ที่ จ.พะเยา ช่วงเช้าอากาศหนาวเย็นและหมอกปกคลุมไปทั่วจังหวัด ค่า PM 2.5 ในพื้นที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา อยู่ที่ 65 มคก./ลบ.ม.เกินค่ามาตรฐานเล็กน้อย ขณะที่สถานการณ์ไฟป่ายังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา นายสุวิทย์ สุริยวงศ์ นายอำเภอเมืองพะเยา ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าพะเยา สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ออกปฏิบัติการดับไฟป่าบ้านสันป่าสัก หมู่ 6 ต.แม่นาเรือ อ.เมืองพะเยา ส่วนไฟป่าบ้านหม้อแกงทอง หมู่ 1 ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา ที่ลุกลามขยายวงกว้าง ล่าสุดเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยมีพื้นที่ป่าเสียหายประมาณ 50 ไร่

จ.เชียงราย คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย อยู่ 95 มคก./ลบ.ม. ส่วน ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย 147 มคก./ลบ.ม. ช่วงเช้าชุดลาดตระเวนไฟป่าบ้านเมืองน้อย หมู่ 8 ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ.เวียงป่าเป้า เข้าดับไฟป่าที่ลุกลามมาจากฝั่งเขตรอยต่อ ต.หัวเมือง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ส่วนพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนไทย-ลาว อ.เวียงแก่น พบการลักลอบจุดไฟเผาบนดอยสูงหลายจุดในพื้นที่ ต.ปอ อ.เวียงแก่น รวมถึงมีการจุดไฟเผาป่าในพื้นที่การเกษตรของฝั่งลาวลุกลามเข้ามาฝั่งไทย อาสาสมัครแต่ละหมู่บ้านช่วยกันดับไฟได้ทัน พร้อมจัดเวรเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.



ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง ได้สนับสนุนรถหุ่นยนต์ดับเพลิงแรงดันสูงควบคุมระยะไกลมาฉีดพ่นน้ำบริเวณข่วงประตูท่าแพ กลางเมืองเชียงใหม่ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศและลดฝุ่นละอองที่กลับเพิ่มขึ้นเกินมาตรฐานอีกครั้ง โดยนายคมสัน สุวรรณอำพา รอง ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สาเหตุที่หมอกควันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง เนื่องจากมีกระแสลมตะวันตกพัดพาเอาฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เวลา 09.00 น. ทั้ง 4 สถานีตรวจวัดทางอากาศของกรมควบคุมมลพิษ มีค่าระหว่าง 65-86 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

"ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือไฟป่าดอยหลวงเชียงดาว ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อ.เชียงดาว เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 4 แล้ว เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถขึ้นไปดับไฟ ถึงแม้จะส่งเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าไปชุดละ 30 นาย สลับกันทำงาน แต่จุดไฟไหม้เป็นดอยสูงเข้ายากลำบาก และทำแนวกันไฟได้เฉพาะกลางวัน ส่วนกลางคืนต้องถอนกำลังออกมาเพราะกลัวถูกไฟป่าล้อม เฮลิคอปเตอร์ก็ไม่สามารถบินดับไฟได้เพราะเป็นบนดอยสูงทัศนวิสัยปิดมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่น" รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวและว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวัง คาดว่าหากไฟลามถึงหน้าผาและโขดหินก็น่าจะดับเองได้

ด้าน น.ส.ดวงพร แก้วบังวัน นักอุตุนิยมวิทยา ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เปิดเผยว่า การกลับมาของหมอกควันในห้วงวันที่ 29-31 มี.ค. เนื่องจากมีกระแสลมอ่อนพัดปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ประกอบกับมีลมตะวันตกอาจจะพัดเอาพื้นที่ที่มีจุดฮอตสปอตบริเวณพื้นที่ภาคเหนือ หรือประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา และช่วงวันที่ 1-3 เม.ย.จะมีบริเวณความกดอากาศสูงแผ่ลงมาอีกระลอก คาดว่าจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือมากกว่ารอบที่ผ่านมา ทำให้เกิดประมาณฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อนและลูกเห็บตกเกิดขึ้น อาจช่วยให้สถานการณ์หมอกควันกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง


https://www.thairath.co.th/content/1533028

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 30-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


อันตรายถึงชีวิต! "Rip Current" น้ำแค่น่องก็ดูดลงทะเลได้ แนะวิธีสังเกต-เอาตัวรอด



เฟซบุ๊กเพจ "กู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา" ได้โพสต์เตือนภัยเวลาไปเที่ยวทะเลเรื่อง rip current โดยระบุข้อความว่า อันนี้ต้องจำไว้เลยนะครับ และเวลาไปเที่ยวทะเล ให้ลองสังเกตแนวของ rip current นี้ด้วย มีทุกชายหาดครับ มันเป็นช่องทางที่น้ำไหลกลับทะเล ที่สังเกตง่ายๆ ก็คือฟองคลื่นและเกลียวคลื่นมันหายไปแหวกเป็นช่อง และที่ต้องระวังคือมันอยู่ในระดับที่ตื้นมากแค่ครึ่งน่องก็สามารถดูดเราลงทะเลไปได้

ที่มีข่าวคนจมน้ำทะเลถูกคลื่นดูดลงทะเลหรือเดินอยู่แล้วถูกคลื่นกวาดลงทะเลก็คือกระแสน้ำ rip current นี้ทั้งนั้นเลยครับ บ้านเราข่าวเอาแต่ลงว่าจมน้ำตาย แต่ไม่เคยหาสาเหตุและให้ความรู้แก่ประชาชนเลย ไม่เคยบอกว่าการเอาตัวรอดง่ายนิดเดียว ปล่อยน้ำพัดไปแล้วพยายามว่ายขนานกับฝั่งให้หลุดออกมานอกแนวของกระแสน้ำ จากนั้นคลื่นทะเลจะพัดเรากลับเข้าฝั่งเอง


https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_2361700

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 30-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ศาลปกครอง ชี้กรมอุทยานฯ มีอำนาจจำกัดนักท่องเที่ยวเกาะสิมิลัน

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง กลับคำสั่งของศาลปกครองภูเก็ต ยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ระบุกรมอุทยานฯ มีอำนาจนาจในการออกประกาศกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวได้ โดยมีการกำหนดตัวเลข 3,850 คนต่อวัน



วันนี้ (29 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองสูงสุดได้มีคาสั่งที่ 78/2562 ในคดีที่นายนิพนธ์ สมเหมาะ ผู้ฟ้องคดี ฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ขอเพิกถอนประกาศลงวันที่ 9 ต.ค. 2561 เรื่องการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และประกาศลงวันที่ 9 ต.ค.2561 เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการ สำหรับยานพาหนะประเภทเรือที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และมีคำขอให้ศาลทุเลาการบังคับตามประกาศทั้ง 2 ฉบับ

ซึ่งศาลปกครองภูเก็ต มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศลงวันที่ 9 ต.ค.2561 เรื่องการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค.นี้ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคาพิพากษาหรือคาสั่งเป็นอย่างอื่น และผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด


ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีอำนาจกำหนดมาตรการเพื่ออนุรักษ์คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในช่วงเวลาระหว่างปี พ.ศ.2560-2561 ก่อนที่จะมีประกาศพิพาทมีจำนวนนักท่องเที่ยว เข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเฉลี่ย 4,512 คนต่อวัน โดยเคยมีจำนวนสูงสุดถึง 7,302 คนต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงปี พ.ศ. 2557-2558 ที่มีนักท่องเที่ยว 626 คนต่อวัน และปรากฏข้อมูลว่ากิจกรรมการท่องเที่ยวส่งผลกระทบด้านระบบนิเวศ

"จึงมีเหตุผลที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จะใช้อำนาจออกประกาศกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวได้"

ส่วนข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีเกี่ยวกับผลการศึกษาวิจัยที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 นำมาประกอบดุลพินิจ ซึ่งดำเนินการโดยไม่ชอบตามขั้นตอน และวิธีการนั้น เป็นประเด็นพิพาทที่ศาลปกครองชั้นต้นจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติแล้ว จึงจะมีคำวินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดีต่อไป



ในชั้นนี้จึงยังฟังไม่ได้ว่าประกาศกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงวันที่ 9 ต.ค.2561 เรื่องการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลัน ที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 2 ฟังขึ้น

"ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ยกคำขอทุเลาคำบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองของผู้ฟ้องคดี"

ทั้งนี้กรมอุทยานฯ ได้ออกประกาศเพื่อจัดระเบียบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน เพื่อดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกเป็น 3 ส่วน คือ ห้ามนักท่องเที่ยวพักค้างคืนในหมู่เกาะสิมิลัน ให้เป็นการท่องเที่ยวแบบไป-กลับ การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 3,850 คนต่อวัน และนักท่องเที่ยวที่จะมาทำกิจกรรมดำน้ำลึกตามจุดต่างๆ กำหนดไม่เกิน 525 คนต่อวัน


https://news.thaipbs.or.th/content/278856

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 30-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


เปิดปม : จับไต๋ประมงต่างชาติ



นอมินีประมงพื้นบ้านตบตาเจ้าหน้าที่ ใช้ชื่อคนไทยจดทะเบียนเรือ สวมรอยทำประมง อย่าให้ต่างชาติมาแย่งอาชีพเรา "ประมงพื้นบ้าน" เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่กำลังถูกต่างชาติช่วงชิง ติดตามวิธีการแยบยลที่ชาวต่างชาติใช้ตบตาเจ้าหน้าที่ หวังฮุบอาชีพสงวนของคนไทย

การสลับตัวกันบนเรือประมงพื้นบ้าน ระหว่างคนไทยกับชาวประมงต่างชาติ เมื่อเรือของเจ้าหน้าที่กรมประมงเข้าไปใกล้เรือเพื่อตรวจสอบ เป็นวิธีการที่ชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของเรือประมงพื้นบ้าน หรือเป็นไต้ก๋งเรือ ใช้หลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ระหว่างออกทำการประมงในทะเลอ่าวไทย

การกระทำนี้นอกจากผิดกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทยแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงพื้นบ้านที่เป็นคนไทยจำนวนไม่น้อย



"พวกผมทำประมงคนเดียวมาตลอดชีวิต ประมงพื้นบ้านเรือเล็กด้วยเครื่องมือเบ็ดลากหมึก หรืออวนติดตา ถ้าออกทะเลมากกว่า 1 คน สันนิษฐานได้เลยว่า มีชาวต่างชาติเป็นไต๋เรือ คือเป็นเจ้าของตัวจริง เขาจ้างคนไทยไปนั่ง ให้เขาเรียกว่า ควาย เป็นได้แค่ไต๋นั่ง เท่านั้นแหละ"

"ตรงไหนมีสัตว์น้ำชุกชุม คนไทยอยู่น้อย พวกนั้นจะแล่นเรือมาล้อม ผลักเราร่นออกจากบริเวณนั้นไปเลย วิธีการที่คนต่างชาติส่วนใหญ่ปล่อยเบ็ดลากหมึกไม่เป็นระเบียบสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์ นอกจากนั้น วิธีการคัดเลือกขนาดหมึกก็แตกต่างจากคนไทย รวมทั้งยังมีการแย่งพื้นที่แหล่งหมึกชุกชุมด้วยการข่มขู่สร้างอิทธิพล"

ชาวประมงพื้นบ้าน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สะท้อนปัญหาการถูกแย่งพื้นที่ทำกิน แย่งอาชีพ และช่วงชิงโอกาสทำกินในท้องทะเลไทย จากการเข้ามาของชาวประมงต่างชาติมีจำนวนเรือประมงพื้นบ้านมากกว่า 300 ลำ ที่แฝงมาทำการประมงพื้นที่ภาคตะวันออกในทะเลอ่าวไทย โดยมีคนไทยบางกลุ่มให้การสนับสนุนในลักษณะเป็นตัวแทนอำพราง และ ให้ความช่วยเหลือทำให้เรือประมงต่างชาติเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเรือประมงพื้นบ้านของไทย



พระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 ระบุว่า ห้ามมิให้ออกใบอนุญาตสำหรับทำการประมงให้แก่คนต่างด้าว และ อนุญาตให้คนต่างด้าวเป็นคนประจำเรือ หรือ ลูกเรือทำการประมงได้ แต่ต้องไม่ใช่ผู้ควบคุมเรือ คนต่างด้าว ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือ มีโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท

นายสรเมษ ชโลวัฒนะ หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลชลบุรี กองตรวจการประมง กรมประมง ให้ข้อมูลว่า พฤติกรรมการทำประมงผิดกฎหมายในทะเลโดยมีบุคคลต่างชาติทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือมี 2 รูปแบบ คือ ชาวต่างชาติที่เข้ามาเป็นแรงงานประมงผันตัวเองจากลูกจ้างมาซื้อเรือประมงพื้นบ้านโดยใช้ชื่อคนไทยเป็นนอมินีจดทะเบียนเรือและทำการประมงเอง โดยว่าจ้างคนไทยให้นั่งไปในเรือด้วยเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่หากมีการตรวจสอบ

ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งคือ มีกลุ่มนายทุนคนไทยเป็นเจ้าของเรือประมงพื้นบ้าน ว่าจ้างชาวต่างชาติเป็นไต๋เรือออกทำการประมง แต่ยังคงต้องว่าจ้างคนไทยให้นั่งเรือออกไปทำการประมงด้วยเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่จับกุม

ชาวประมงพื้นบ้านแสมสาร อ.สัตหีบ ให้ข้อมูลว่าคนไทยที่เป็นนอมินีให้ชื่อ นำไปจดทะเบียนเรือประมงของชาวต่างชาติ ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 6,000 บาท ส่วนคนไทยที่รับจ้างเป็น "ไต๋นั่ง" ได้รับค่าจ้าง 600 บาทต่อวัน เขาบอกว่าข้อมูลนี้ทำให้เขารู้สึกเสียใจแทนคนไทย โดยเฉพาะชาวประมงไทย ที่มีคนไทยบางคนลดคุณค่าตัวเองไปเป็นลูกจ้างชาวต่างชาติ เพียงเพราะเห็นแก่ความสบาย และค่าตอบแทนจากอาชีพ "ไต๋นั่ง"

ข้อมูลจากกรมประมง ระบุว่า ปัจจุบันมีการออกหนังสือประจำเรือสำหรับคนต่างชาติเกือบ 70,000 เล่ม และอยู่ระหว่างการควบคุมเรือประมงพื้นบ้านให้อยู่ในระบบโดยขณะนี้ยังไม่ต้องมีใบอนุญาตการทำประมงหรือกำหนดเขตพื้นที่การจับสัตว์น้ำ



ขณะที่ รายงานการดำเนินคดีความผิดที่พบจากการตรวจเรือประมงหรือทำการ ประมงผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันมีบุคคลต่างด้าวทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือในราชอาณาจักรไทยทำการประมงในเขตประมงไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย มี 35 คดี

ส่วนข้อร้องเรียนของชาวประมงพื้นบ้าน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ให้ปรับแก้กฎหมายประมงพื้นบ้าน ห้ามคนต่างด้าวเป็นคนประจำเรือในประมงเรือเล็กพื้นบ้าน ยังอยู่ในความพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นจากหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง


https://news.thaipbs.or.th/content/278847

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:55


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger