เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 07-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดเป็นบางพื้นที่ แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้นไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 6 - 7 เม.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งกับมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 12 เม.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 7 - 12 เม.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (77.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (94.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (210.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 07-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เปิดใจทีมสัตวแพทย์! หลังผ่าซากเต่าตนุพบขยะจำนวนมาก วอนมนุษย์เลิกใช้ถุงพลาสติก

ชาวเน็ตแห่แชร์กว่า 15,000 ครั้ง เผยภาพสุดสะเทือนใจเมื่อทีมสัตวแพทย์ผ่าซากเต่าตนุ ที่บริเวณหาดเจ้าหลาว จ.จันทบุรี ซึ่งพบขยะจำพวกพลาสติกจำนวนมากอยู่ในทางเดินอาหาร วอนมนุษย์งดใช่สวัสดุที่ทำจากพลาสติก เพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ และใช่เวลาย่อยสลายเป็นระยะเวลานาน



เมื่อวันที่ 5 เม.ย. มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Mac Laovechprasit" ได้โพสต์รูปภาพพร้อมเรื่องราวสุดสลดของเต่าตนุ ที่อยู่บริเวณหาดเจ้าหลาว จ.จันทบุรี โดยมีทีมสัตวแพทย์ได้ทำการผ่าซากเต่าพบเชือก ขยะ โฟม หลอดดูดน้ำ ถุงพลาสติก เป็นจำนวนมากที่อัดแน่นภายในลำใส้ส่วนปลาย โดยทางผู้โพสต์วอนขอความร่วมมือให้มนุษย์งดใช้วัสดุที่จากพลาสติกต่างๆ เพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ และใช่เวลาย่อยสลายเป็นระยะเวลานาน

ด้านผู้โพสต์ระบุว่า "ขอเล่าหน่อยนะจากการทำงานกับทะเลมา 4 ปีแล้วโดนคนพูดว่าไร้สาระมาตลอด ตนชอบโดนพูดว่าทำไมมึงต้องเรื่องเยอะ กับแค่หลอดเดียว ถุงเดียวจะอะไรนักหนา อย่ามาเวอร์ วันนี่ไม่รู้เป็นเคสที่เท่าไรแล้วกับการผ่าซากเต่าและโลมาที่เจอขยะในทางเดินอาหาร ปัจจุบันจากสถิติการเกยตื้นพบว่าร้อยละ 30 จะพบขยะในทางเดินอาหาร ถามว่ามันใช่เรื่องของเต่าที่ต้องมากินหรอ บางคนบอกก็มันโง่เอง ต้องโดนคัดสรรตามธรรมชาติไปสิ



คนอยู่ไกลทะเลก็จะบอกว่าชั้นไม่ได้เกี่ยวข้องนิ่ ทำไมต้องลดด้วย? มันมีแม่น้ำไหมล่ะ มันก็ไหลมารวมๆกันลงทะเลอยู่ดีสิ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเคยเก็บกระแสน้ำไหลจากปากแม่น้ำทั่วกรุงเทพมหานคร เจอว่าขยะหลายตันไหลลงทะเลจากแม่น้ำเหล่านี้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง! สำหรับเรานะ เรารู้สึกว่ามันอยู่ของมันมานานกว่ามนุษย์อีก เรา, ในฐานะมนุษย์, จะทำลายทุกอย่างเลยหรอ? หรือถ้าจะอยู่ร่วมกันแบบยั่งยืนได้ไหม?

วันนี้หมอข้าวตู ชันสูตรพ่อเต่าตนุยาวถึง 70 เซนติเมตร ต้องมาตายลง ผ่าปุ๊ปเจอทั้งเชือก ขยะ โฟม!?!? แล้วก็ยังมีหมอนุ่น จากโรงพยาบาลเต่าทะเล ชันสูตรเต่าทะเล อายุยังไม่ถึง4ปีเลย แล้วเจอทั้งถุงพลาสติกทั้งหลอดดูดน้ำ ถามว่าท้อและเบื่อมั้ยบอกเลยว่ามาก อยากให้ทุกคนเข้าใจหน่อยว่าถ้าเราเริ่มลดจากตัวเอง เลิกใช้ single use material เพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตมีค่าเหล่านี้ มันคงไม่ยากและลำบากใจเกินไป"



ภายหลัง มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก"Thon Thamrongnawasawat"หรือ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยข้อมูลของเต่าตนุว่า ทางศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ที่นำเรื่องจริงจากทะเลไทยพร้อมชี้แจงรายละเอียด ระบุว่า "ทางสัตวแพทย์ประจำศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ได้ทำการผ่าชันสูตร "เต่าตนุ" ( Chelonia mydas) เพศเมีย ขนาดความยาวกระดอง ( กว้าง x ยาว ) = 54x59 ซม. น้ำหนัก 22 กิโลกรัม อายุ 4 ปี หมายเลขไมโครชิพ 7110361223

ผลการผ่าชันสูตรซาก เมื่อเปิดผ่าระบบทางเดินอาหาร พบขยะจำพวกพลาสติกจำนวนมาก เช่น หลอดดูดน้ำ ห่อลูกอม เชือกฟาง เชือกอวน เอ็นตกปลา ฟองน้ำ และถุงพลาสติกจำนวนมาก อัดแน่นตลอดลำใส้ส่วนปลาย จึงสามารถสรุปผลการเสียชีวิตเบื้องต้นได้ โดยมี สพ.ญ.กรกมล กิติกัมรา เป็นสัตวแพทย์ผู้ผ่าชันสูตรซากเต่าตนุตัวดังกล่าว


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000034147

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 07-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


ออสเตรเลียตับแตก! มี.ค.ที่ผ่านมา ทำสถิติ "ร้อนที่สุด" 4 เดือนติด

ตอนนี้หลายภูมิภาคทั่วโลกกำลังเผชิญกับอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะออสเตรเลียที่ล่าสุดพบว่า อุณหภูมิตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำสถิติ "ร้อนที่สุด" เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่อุณหภูมิเฉลี่ยทะลุ 30 องศาเป็นครั้งแรก



สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียเปิดเผยว่า เดือนมีนาคมปี 2562 ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศมีค่าสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในระยะยาว 2.13 องศาเซลเซียส นับเป็นการทำลายสถิติ 4 เดือนติดต่อกัน โดยเฉพาะเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่อุณหภูมิเฉลี่ยทะลุ 30 องศาเป็นครั้งแรก ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ย 3 เดือนแรกของปี สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในระยะยาวราว 2.2 องศา หรือสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบ 1 องศาซึ่งนับว่าสูงมาก สาเหตุหลักมาจากปรากฎการณ์เอลนีโญ สภาพอากาศในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก รวมทั้งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในระยะยาว

ส่วนปัญหาภัยแล้งเมื่อเดือนที่แล้วถือว่าเบาบางลง จากอานิสงส์ของพายุไซโคลน2 ลูกที่พัดถล่มภาคเหนือและภาคตะวันตก อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคที่แห้งแล้งยังจำเป็นต้องพึ่งฝนที่ตกมากกว่าปกติในระยะยาว

ปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นหนึ่งในประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอริสัน ลังเลที่จะออกนโยบายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างฮวบฮาบ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมถ่านหินและอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม ขณะที่พรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักและมีคะแนนนิยมล่าสุดสูงกว่าพรรครัฐบาล เปิดตัวร่างนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในวันนี้ อาทิ การสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนและการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า


http://www.nationtv.tv/main/content/378703297/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 07-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวอิศรา


เปิดสถิติบุกรุกป่าชายเลน 6 ปีทะลัก 1,165 คดี 4.9 หมื่นไร่ จันทบุรี สตูล ตราด มากสุด

"..ตั้งแต่ปี 2557 ถึง 31 มีนาคม 2562 ทั้ง 24 จังหวัด 10 สบทช. มีคดีบุกรุกทั้งสิ้น 1,165 คดี พื้นที่ 49,235.11ไร่ และมีผู้ต้องหา 410 ราย จังหวัดที่มีคดีบุกรุกมากที่สุดคือ จันทบุรีอยู่ในพื้นที่ สบทช.1จำนวน 251 คดี พื้นที่ 18,339.11 ไร่ มีผู้ต้องหา 54 ราย.."



มิใช่แค่พังงา จังหวัดเดียวที่มีปัญหาการบุกรุกป่าชายเลน ในภาพรวมทั่วประเทศในช่วง 3 ปีหลัง หรือระหว่างปี 2559-2562 มีคดีเกิดขึ้น 218 -380 คดี เมื่อเทียบกับ ปี 2557-2558 ถือว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ระบุว่า ผลการดำเนินงานทวงคืนพื้นที่ป่าชายเลนภายใต้การดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ปีงบประมาณ 2557-2562 ข้อมูลวันที่ 31 มีนาคม 2562ได้จำแนกลักษณะการดำเนินงานเป็น 10 สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(สบทช.)ครอบคลุมการดูแล 24 จังหวัด ซึ่งมีการรายงานจำนวนคดีบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน พื้นที่และจำนวนผู้ต้องหา (รายละเอียดตามเอกสาร)



ผลสรุปข้อมูลการดำเนินงานทวงคืนพื้นที่ป่าชายเลนตั้งแต่ปี 2557ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 ทั้ง 24 จังหวัด10 สบทช. ปรากฎว่ามีจำนวนคดีบุกรุกทั้งสิ้น 1,165 คดี จำนวนพื้นที่ 49,235.11ไร่ และมีผู้ต้องหา 410 ราย ทั้งนี้จังหวัดที่มีจำนวนคดีบุกรุกมากที่สุดคือ จังหวัดจันทบุรีอยู่ในพื้นที่ สบทช.1 มีจำนวน 251 คดี พื้นที่ 18,339.11 ไร่มีผู้ต้องหา 54 รายรองลงมาคือจังหวัดสตูลอยู่ในพื้นที่ สบทช.10 มีจำนวน 149 คดี พื้นที่ 2,178.06ไร่ มีผู้ต้องหา 64 ราย

ในขณะเดียวกันจังหวัดที่ไม่มีตัวเลขของการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนคือ จังหวัดสมุทรปราการพื้นที่ สบทช.2 จังหวัดกรุงเทพฯพื้นที่ สบทช.3 จังหวัดพัทลุง พื้นที่ สบทช.6 และจังหวัดนราธิวาสพื้นที่ สบทช.7

สำหรับจังหวัดอื่น ๆ สรุปรายละเอียดได้ดังนี้

พื้นที่ สบทช.1 จังหวัดตราดมีจำนวน 106 คดี พื้นที่ 4,212.77ไร่มีผู้ต้องหา 38 รายจังหวัดระยองมีจำนวน 38 คดี พื้นที่ 3,302.62 ไร่มีผู้ต้องหา 19 ราย

พื้นที่ สบทช.2 จังหวัดชลบุรีมีจำนวน 5 คดี พื้นที่ 81.20 ไร่มีผู้ต้องหา 2 รายจังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 1 คดี พื้นที่ 0.21 ไร่มีผู้ต้องหา 1 ราย

พื้นที่ สบทช.3 จังหวัดสมุทรสาครมีจำนวน 3 คดี พื้นที่ 24.52 ไร่มีผู้ต้องหา 2 รายจังหวัดสมุทรสงครามมีจำนวน 6 คดี พื้นที่ 280.20 ไร่มีผู้ต้องหา 3 ราย

พื้นที่ สบทช.4 จังหวัดเพชรบุรีมีจำนวน 15 คดี พื้นที่ 1,858.52 ไร่มีผู้ต้องหา 1 ราย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีจำนวน 12 คดี พื้นที่ 324.44 ไร่มีผู้ต้องหา 13 ราย

พื้นที่ สบทช.5 จังหวัดชุมพรมีจำนวน 37 คดี พื้นที่ 3,972.22ไร่มีผู้ต้องหา 17 ราย จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจำนวน 24 คดี พื้นที่ 2,091.58 ไร่มีผู้ต้องหา 2 ราย

พื้นที่ สบทช.6 จังหวัดนครศรีธรรมราชมีจำนวน 5 คดี พื้นที่ 25.19 ไร่มีผู้ต้องหา 2 ราย จังหวัดสงขลามีจำนวน 3 คดี พื้นที่ 610.64 ไร่มีผู้ต้องหา 1 ราย

พื้นที่ สบทช.7 จังหวัดปัตตานีมีจำนวน 4 คดี พื้นที่ 576.49 ไร่มีผู้ต้องหา 1 ราย

พื้นที่ สบทช.8 จังหวัดระนองมีจำนวน 73 คดี พื้นที่ 2,214.88 ไร่มีผู้ต้องหา 46 ราย จังหวัดพังงามีจำนวน 119 คดี พื้นที่ 2,840.60 ไร่มีผู้ต้องหา 28 ราย

พื้นที่ สบทช.9 จังหวัดภูเก็ตมีจำนวน 63 คดี พื้นที่ 803.31 ไร่มีผู้ต้องหา 37 ราย จังหวัดกระบี่มีจำนวน 136 คดี พื้นที่ 3,116.36 ไร่มีผู้ต้องหา 42 ราย

และพื้นที่ สบทช.10 จังหวัดตรังมีจำนวน 115 คดี พื้นที่ 2,382.21 ไร่มีผู้ต้องหา 37 ราย

ด้านนายรัชชัย พรพา ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากผลการดำเนินการทวงคืนพื้นที่ป่าชายเลนคืนซึ่งที่ผ่านมามีจำนวณประมาณ50,000 ไร่ขณะนี้ได้มีการฟี้นฟูพื้นที่ดังกล่าวไปแล้วประมาณ 20,000ไร่

ในบางคดีที่ไม่มีผู้ต้องหาทาง ทช.ก็จะเข้าฟื้นฟูพื้นที่ทันทีซึ่งเป็นการทำตามเป้าหมายหลักคือการทวงคืนเพื่อฟื้นฟู และสำหรับบางคดีที่อาจจะมีความผิดปกติเช่นในขั้นสำนวนคดีหรืออาจจะมีการแทรกแซงจากส่วนอื่น ทางหน่วยงานได้จัดให้เจ้าหน้าที่ทำการวิเคราะห์คดีต่างๆเพื่อที่จะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดให้ได้มากที่สุด

ขณะที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกล่าวว่าการดำเนินงานส่วนมากเป็นการจัดการกับปัญหาการบุกรุกพื้นที่ของคดีที่ผ่านมา โดยทาง ทช.จะมุ่งเน้นปัญหาในพื้นที่แปลงใหญ่ที่เป็นของนายทุนอันดับแรก แต่สำหรับพี่น้องประชาชนซึ่งมีตัวเลขประมาณ 800-900 ชุมชนทั่วประเทศที่มีการอยู่อาศัยในเขตพื้นที่ป่าชายเลน ทางหน่วยได้รับการมอบหมายจากทางรัฐบาลให้ดูแลจัดพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งกำหนดกรอบการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในปีพ.ศ. 2563

สุดท้ายอธิบดีกรมทรัพยากรชายฝั่งกล่าวขอบคุณภาคประชาชนที่ให้ความสำคัญในการเข้ามามีส่วนร่วมในการทวงคืนพื้นที่ป่าชายเลนมีการแจ้งเบาะแสการบุกรุก รวมทั้งมีโครงการเข้าไปฟื้นฟูป่าชายเลนเสมอกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยืนยันว่าจะดูแลผืนป่าเลนที่มีปัญหาให้ดีที่สุด

ทั้งหมดคือข้อมูลคดีบุกรุกป่าชายเลนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทช. ต้องติดตามกันต่อไป


https://www.isranews.org/isranews/75...ews-75392.html

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 07-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


คิดจะเผาต้องเผาแบบรักษ์โลก วิธีช่วยลดหมอกควันจากไฟป่า



การทำเกษตรโดยเผาป่า หรือ Slash-and-burn เป็นวิธีการทำกสิกรรมที่เก่าแก่อยู่คู่มนุษย์มานานนับหมื่นปี แต่มันเป็นมรดกโบราณที่มนุษยชาติไม่ควรรักษาไว้

มันคือมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรกำจัดให้เหลือน้อยที่สุด (หากยังหยุดไม่ได้ 100%) เหตุผลนั้นชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้ว นั่นคือการเผาป่าทำการเกษตร ก่อให้เกิดไฟป่าที่ควบคุมไม่ได้ และควันไฟที่กลายเป็นฝุ่นหมอกปกคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง อย่างที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในภาคเหนือของไทยจนกระทั่งปัจจุบัน

แต่ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่า จนกลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลก นั่นคือหมอกควันเผาป่าในเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เกิดหมอกควันคลุมพื้นที่ส่วนหมู่เกาะและคาบสมุทรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงภาคใต้ของไทยด้วย

เฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Slash-and-burn ทำให้เกิดวิกฤตการณ์หมอกควันเกือบทุกวัน และมันไม่ใช่ผลจากการทำไร่เลื่อนลอยหรือเกษตรตามภูเขาเหมือนภาคเหนือของบ้านเรา แต่เป็นการทำลายป่าร่วมกันของเกษตรกรรายย่อยและอุตสาหกรรมเกษตรที่ต้องการพื้นที่ป่าปลูกปาล์มน้ำมัน

จากตัวเลขของ Encyclopedia of Earth เมื่อปี 2007 ประเมินไว้ว่า มีผู้ทำเกษตรแบบเผาป่าถึง 200-500 ล้านคนทั่วโลก จำนวนประชากรขนาดนี้ มากเกินกว่าที่พื้นที่ป่าจะรองรับได้ ไม่เหมือนกับยุคบุพกาลที่ดินแดนต่างๆ มีประชากรน้อย การเผาป่าไม่สร้างภาระทางสิ่งแวดล้อม ทั้งยังอาจเป็นผลดีทางอ้อมต่อระบบนิเวศด้วย เพราะไฟป่าช่วยให้พืชพันธุ์ที่ซ่อนตัวใต้ดินได้มีสารอาหารจากเถ้าถ่าน และยังกระตุ้นให้ผลิดอกออกผลขึ้นมาเมื่อถึงฤดูกาลชุ่มน้ำ



จะมีทางอื่นไหมที่จะช่วยเกษตรกรสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก โดยไม่ต้องทำลายล้างมนุษยชาติด้วยการเผาป่า?

คำตอบคือมี ? และมีอยู่ 2 วิธี คือ

1.การเว้นพื้นที่ปลูกระหว่างแนวต้นไอศกรีมถั่ว (อินก้า) หรือ Inga alley cropping ต้นไอศกรีมถั่ว หรือ Inga edulis เป็นพืชท้องถิ่นของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ เติบโตได้ดีในดินกรด ก่อให้เกิดการตรึงไนโตรเจน (nitrogen fixation) ที่พืชนำไปใช้ได้ และยังสร้างฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อดิน ต้นไอศกรีมถั่วมีใบหนาและโตเร็ว ช่วยปกป้องหน้าดินหลังการพรวนหน้าดินเพื่อเตรียมการเพาะปลูก

นักนิเวศวิทยาชาวอังกฤษ ไมค์ แฮนด์ส (Mike Hands) ได้ทดลองวิธีนี้เมื่อช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 ที่ประเทศคอสตาริก้า โดยทำการปลูกพืชพร้อมกับต้นไอศกรีมถั่ว เมื่อพืชเติบโตก็จะต้องทำการตัดแต่งไอศกรีมถั่วให้เหลือใบน้อย ใบของไอศกรีมถั่วที่ถูกเล็มออกจะย่อยสลายกลายเป็นสารอาหาร และเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็ปล่อยให้ใบเติบโตเพื่อคลุมหน้าดิน เป็นวัฏจักรอย่างนี้ และยังง่ายต่อการดูแลแปลงผลผลิต

2.การตัดและทำถ่าน หรือ Slash-and-char แทนที่จะต้องเผาพืชผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้ว เกษตรกรสามารถควบคุมการเผาได้ ด้วยการนำเศษที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวมาทำเป็นถ่านชีวภาพ (biochar) แล้วผสมกับไบโอแมส (biomass) จากของเหลือกินเหลือใช้ที่เป็นอินทรีย์ นำมาผลิตสารอาหารหล่อเลี้ยงพืช ที่สำคัญก็คือแม้วิธีนี้จะยังคงใช้การเผา แต่ก็สร้างมลภาวะน้อยกว่า ลดการทำลายป่า ให้โอกาสเกษตรกรในการขายสิทธิในการปล่อยคาร์บอนได้ด้วย

ส่วนวิธีการเผาถ่านสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ใช้ดินปกคลุมบนกองไม้พร้อมช่องระบายอากาศ และเตาเผาสมัยใหม่ทำการรีไซเคิลก๊าซไอเสียทั้งหมดอย่างเข้มงวด

อันที่จริง Slash-and-char ไม่ใช่เทคนิคใหม่ แต่เป็นการทำเกษตรแบบเก่าอายุกว่า 700 ปี ที่ให้ความหวังใหม่ และแนะทางออกให้กับเกษตรกรที่ยังรามือจากการเผาไม่ได้ แต่การเผาแบบใหม่จะช่วยลดปัญหามลภาวะได้มากจนคาดไม่ถึง จนขนาดที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า วิธีนี้จะมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อนได้

ศาสตราจารย์เจมส์ แฟร์เฮด จากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ ผู้ริเริ่มการศึกษา กล่าวว่า การเลียนแบบวิธีโบราณนี้มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนชีวิตของผู้คนหลายพันคนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคที่ยากจนและหิวโหยที่สุดในแอฟริกา

"เรายังต้องทำการศึกษาให้มากขึ้น แต่การทำฟาร์มแบบง่ายและมีประสิทธิภาพนี้ อาจเป็นคำตอบให้กับความท้าทายระดับโลกที่สำคัญ เช่น การพัฒนาระบบเกษตรกรรม ?ภูมิอากาศอัจฉริยะ? ซึ่งสามารถเลี้ยงประชากรที่เพิ่มขึ้นและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้" แฟร์เฮด ระบุ


https://greennews.agency/?p=18825

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:50


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger