เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,941
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่งในช่วงวันที่ 13 - 16 เม.ย. 62 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นโดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11 - 12 เม.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ส่วนในช่วงวันที่ 13 - 17 เม.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ และจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นเป็นบางพื้นที่ โดยมีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางแห่ง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ในบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะของอากาศร้อนในระยะสัปดาห์นี้ไว้ด้วย ในช่วงวันที่ 13 - 17 เม.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระวังอันตรายจากที่เกิดจากพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า และลมกระโชกแรง โดยควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (83.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (99.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (97.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,941
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


จับเรือประมงเวียดนาม 4 ลำ ลอบทำประมงในน่านน้ำไทย คุม 26 ลูกเรือขึ้นฝั่งดำเนินคดี

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - บุกจับเรือประมงเวียดนาม 4 ลำ ลักลอบทำการประมงผิดกฎหมายกลางอ่าวไทย พร้อมควบคุม 26 ลูกเรือขึ้นฝั่ง ก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีลักลอบทำประมงในน่านน้ำไทย



วันนี้ (11 เม.ย.) ที่บริเวณกลางทะเลอ่าวไทย เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต 2 (สงขลา) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ศปมผ. ได้ร่วมกันจับกุมเรือประมงผิดกฎหมาย หลังได้รับแจ้งจากสายลับไม่ประสงค์ออกนามว่า มีเรือประมงต่างชาติลักลอบทำการประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย จึงออกตรวจสอบโดยนำเรือโพไซดอน พร้อมเรือตรวจประมงทะเล 110 ออกไปทำการตรวจสอบบริเวณแท่นขุดเจาะ

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ แลตติจูด 09 องศา 43 ลิปดาเหนือ ลองติจูด 101 องศา 37 ลิปดาตะวันออก ห่างจากเกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี ประมาณ 90 ไมล์ทะเล พบเรือประมงไร้สัญชาติ และไม่มีชื่อ ซึ่งมีลักษณะต้องสงสัยอยู่บริเวณใกล้กัน จำนวน 4 ลำ

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำเรือตรวจประมงทะเล 110 ไล่ตาม และเข้าเทียบเรือประมงทั้ง 4 ลำ เพื่อทำการแสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ และทำการขึ้นตรวจสอบเรือลำดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเรือประมงไม่มีชื่อ สัญชาติเวียดนาม สามารถคุมตัวไต๋เรือ และลูกเรือรวม 26 คน ซึ่งเป็นชาวเวียดนามทั้งหมด

โดยรับสารภาพว่าได้นำเรือประมงออกมาจากเมืองซัมด๋อง จังหวัดกาเมา ประเทศเวียดนาม ออกทำการประมงรุกล้ำเข้ามาในเขตน่านน้ำไทยจริง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีปลาชุกชุม ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


https://mgronline.com/south/detail/9620000035972
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,941
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


เตือนภัยอันตรายจาก 'แมงกะพรุนกล่อง'

สถาบันโรคผิวหนังเตือนภัยอันตรายจาก "แมงกะพรุนกล่อง" แนะดำน้ำ เล่นน้ำทะเล ควรเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนพิษแมงกะพรุนกล่องป้องกันอันตรายถึงชีวิต



นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มีวันหยุดต่อเนื่องยาวทำให้คนส่วนใหญ่วางแผนการท่องเที่ยวพักผ่อนหลากหลาย เช่น ไปเที่ยวทะเลเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมทางน้ำ ดำน้ำ เล่นเจ๊ทสกี ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผิวหนังไหม้แดด หรือได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบเศษหิน เศษแก้ว ได้รับพิษจากสัตว์น้ำทะเล หอยเม่น แมงกะพรุนชนิดต่างๆ โดยเฉพาะแมงกะพรุนกล่อง ดังนั้น จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันและปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อช่วยลดอันตรายจากพิษที่ได้รับ จะได้เที่ยวในวันหยุดสงกรานต์อย่างปลอดภัยและมีความสุข

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อันตรายจากแมงกะพรุนกล่อง คือเมื่อหนวดของมันสัมผัสได้ถึงตัวกระตุ้นที่เป็นแรงกดร่วมกับสารเคมีที่อยู่บนผิวของเหยื่อ จะมีการฉีดสารพิษเข้าสู่ผิวของเหยื่อ ทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตและปอดล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ผิวหนังแพ้หรือผิวหนังตายได้ พิษจากแมงกะพรุนชนิดนี้มีความรุนแรงมาก หากบริเวณสัมผัสเกินร้อยละ 10 ของผิวหนังทั่วตัว อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 5 นาที โดยเฉลี่ยการเสียชีวิตจะเกิดภายในเวลา 20 นาที หลังสัมผัสแมงกะพรุนกล่อง สำหรับการป้องกัน เช่น ไม่ลงเล่นน้ำขณะมีแมงกะพรุน สวมถุงน่อง เสื้อผ้า หรือชุดดำน้ำจะสามารถป้องกันการปล่อยพิษจากแมงกะพรุนกล่องได้ ส่วนใหญ่ผู้ที่โดนแมงกะพรุนกล่องจะมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางคนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เบื้องต้นหากโดนหนวดของแมงกะพรุนกล่อง อย่าแกะหรือขยี้เนื่องจากหนวดยังสามารถปล่อยพิษต่อได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง ให้ใช้น้ำส้มสายชูชะล้างบริเวณที่หนวดเกาะอยู่และบริเวณรอบๆเป็นเวลา 30 วินาที ค่อยแกะหนวดโดยใช้ผ้าปัดออก หากโดนตาให้ล้างด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำเปล่า แล้วรีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูแผลและสังเกตอาการ หากมีอาการระบบหัวใจและปอดล้มเหลวจะต้องปฏิบัติการกู้ชีพโดยด่วนแล้วรีบส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว


http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/832160

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,941
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


"2 ผัวเมีย" ตั้งเขตปกครองตนเองกลางทะเลสากล ใกล้ภูเก็ต

กลุ่ม Seasteading ประกาศความสำเร็จในการจัดตั้งที่พักในเขตน่านน้ำสากล ใกล้เกาะภูเก็ต ประกาศเป็นอิสระไม่ขึ้นกับชาติใด เตรียมตั้งชุมชนอาศัยกลางทะเล เผยที่พัก 2 ชั้น ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รับคลื่นสูง 5 เมตร



ผู้มีแนวคิดเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานในทะเล หรือ Seasteading ประสบความสำเร็จในการตั้งที่พักนอกน่านน้ำอาณาเขตของไทย และนับเป็นก้าวแรกที่กลุ่มนี้สามารถลงหลักปักฐานอย่างจริงจัง ทั้งมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับ แนวคิด Seasteading มีเป้าหมายจะขยายการตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนเมือง ที่ปกครองตนเอง จึงนับว่าการตั้งที่พักดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติในลักษณะภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เว็บไซต์ Bitcoin.com และเว็บไซต์ Ocean.builders เมื่อ 4 มี.ค.2562 รายงานความสาเร็จของคู่สามีภรรยา คือนาย Chad Elwartowski และ Nadia Summergirl ชาวไทย ในการสร้างที่พักตามแนวทางของ Seastead นอกน่านน้าอาณาเขตของไทย ใกล้เกาะภูเก็ต โดยห่างชายฝั่ง 12 ไมล์ทะเล (22.224 กม.) พร้อมชักชวนผู้ที่ชื่นชอบในแนวคิดนี้มาอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันเพื่อจัดตั้งชุมชนนอกอานาจรัฐ ที่มีเป้าหมายจะสถาปนารัฐอิสระหรือเขตปกครองตนเองขึ้นในอนาคต

Seasteading หมายถึง การตั้งถิ่นฐานแบบถาวรในทะเล ที่อยู่นอกเขตอานาจรัฐของประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยหวังว่าในอนาคตจะสามารถก่อตัวเป็นเมืองที่มีอานาจอธิปไตย และปกครองตนเอง โดยยึดหลักอิสรภาพของประชาชน แนวความคิดนี้ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ และเป็นจริงเป็นจังขึ้นหลังจาก นาย Wayne Gramlich และนาย Patri Friedman ก่อตั้ง The Seasteading Institute (TSI) ขึ้นเมื่อ 15 เม.ย.2551 ที่สหรัฐฯ ในลักษณะองค์กรไม่หวังผลกาไร ทำหน้าที่เผยแพร่แนวคิด วิธีการ และประสานงานระหว่างผู้มีแนวคิดเดียวกันในการจัดตั้ง Seasteading ในเขตน่านน้าสากล โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายทะเลของ United Nations Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) ที่ว่าด้วยน่านน้าสากลที่ผ่านมา

การดำเนินการจัดสร้างที่พักในทะเลตามแนวคิดดังกล่าวยังไม่ประสบความสาเร็จแม้แต่แห่งเดียว โครงการที่ใกล้ความเป็นจริงมากที่สุดคือ การจัดทา MoU กับประเทศ French Polynesia เมื่อ ก.ย.2559 ในการจัดตั้งเขตกึ่งปกครองตนเอง (Semi Autonomous) แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงนับว่าการจัดสร้างที่พักในทะเลใกล้เกาะภูเก็ตของนาย Elwartowski และนางสาว Supranee เป็นความสาเร็จแรกของแนวคิดดังกล่าว



ปัจจุบัน แนวความคิดเกี่ยวกับ Seasteading แพร่หลายอยู่ในกลุ่มผู้ค้าและเก็งกาไร cryptocurrencyที่พักของบุคคลทั้งสองเป็นแบบ Spar design ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่แบบที่วิศวกรของ TSI ออกแบบไว้ให้บริการแก่สมาชิก มีลักษณะเป็นที่พักขนาดเล็ก 2 ชั้น ชั้นล่างอยู่อาศัย ชั้นบนติดตั้งเซลแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ตั้งอยู่บนเสาเหล็ก 1 เสา ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร ยาว 20 เมตร ทนทานต่อกระแสคลื่นลมในทะเล และสามารถอยู่เหนือคลื่นสูง 5 เมตร ใช้ค่าก่อสร้างจานวน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ขั้นตอนการก่อสร้างส่วนใหญ่ทำบนบกในเกาะภูเก็ตใกล้กับบึงน้ำที่เป็นเหมืองแร่เก่า และเริ่มกระบวนการติดตั้งในทะเลระหว่าง 9 ม.ค. 4 ก.พ. 2562 ขณะนี้ บุคคลทั้งสองมีแผนจะผลิตที่พักดังกล่าวขายในเชิงพาณิชย์รอบแรกจานวน 20 หลังที่ให้ผู้ที่สนใจจะมาตั้งถิ่นฐานบริเวณดังกล่าวเพื่อก่อตั้งชุมชน โดยจะเปิดรับผู้สนใจจานวน 12 คนไปทดลองพักที่บ้านดังกล่าวระหว่าง 31 มี.ค. 6 เม.ย. 2562 ติดต่อได้ทางเว็บไซต์ Ocean Builders เพจ facebook และ youtube แต่จนถึง 4 มี.ค. 2562 มีผู้สมัครเพียง 1 ราย

ทั้งนี้ นาย Elwartowski ระบุถึงเหตุผลที่เลือกสร้าง Seasteading ใกล้เกาะภูเก็ตว่า ประเทศไทยมีความเหมาะสมเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาค่าก่อสร้างถูก มีสภาพท้องทะเลเหมาะสม คลื่นไม่สูง ไม่มีเฮอร์ริเคนหรือไต้ฝุ่น และเป็นพื้นที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลดีต่อโอกาสทางธุรกิจของตนเอง


http://www.nationtv.tv/main/content/378704473/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,941
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


30?30 : งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ทำขึ้นเป็นครั้งแรกนำเสนอว่าเราจะปกป้อง 1 ใน 3 ของมหาสมุทรโลกภายในปี พ.ศ.2573 ได้อย่างไร

4 เมษายน พ.ศ.2562 ลอนดอน สหราชอาณาจักร ? ในขณะที่การประชุมเจรจาระหว่างรัฐบาล ณ องค์การสหประชาชาติว่าด้วย สนธิสัญญาทะเลหลวง (Global Ocean Treaty) ครั้งประวัติศาสตร์ รายงานทางวิทยาศาสตร์ที่ทำขึ้นเป็นครั้งแรกโดยทีมนักชีววิทยาทางทะเลชั้นนำได้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถปกป้อง 1 ใน 3 ของพื้นที่มหาสมุทรโลกภายในปี พ.ศ.2573 ได้อย่างไร โดยเป้าหมายที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งไว้มีความสำคัญอย่างมากในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลและช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

รายงาน 30?30 แผนการปกป้องมหาสมุทรโลก (30?30: A Blueprint For Ocean Protection) อ่านสรุปรายงาน หรือ รายงานฉบับเต็ม เป็นผลจากความร่วมมือหลายปีระหว่างนักวิชาการชั้นนำของมหาวิทยาลัยยอร์ก มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และกรีนพีซ [1] การศึกษาครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการวิจัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยแบ่งพื้นที่มหาสมุทรโลกซึ่งครอบคลุมเกือบครึ่งหนึ่งของโลก ออกเป็น 25,000 ส่วน แต่ละส่วนมีพื้นที่กว้าง 100 กิโลเมตร ยาว 100 กิโลเมตร หลังจากนั้นทำการวางตำแหน่งการกระจายตัวของพื้นที่อนุรักษ์ที่แตกต่างกันถึง 458 ประเภท ได้แก่ พืชและสัตว์ทะเล ถิ่นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สำคัญในทางสมุทรศาสตร์ เพื่อสร้างแนวทางที่เป็นไปได้นับร้อยแบบของโครงข่ายของเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล(Ocean Sanctuaries) ที่ปราศจากการรบกวนของกิจกรรมมนุษย์ที่เป็นอันตราย

"การร่อยหรออย่างรวดเร็วของทรัพยากรและสัตว์ทะเลที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของมหาสมุทรโลกทำให้ทั่วทั้งโลกตกตะลึง" ศาสตราจารย์คาล์ลัม โรเบิร์ต นักชีววิทยาทางทะเล มหาวิทยาลัยยอร์กกล่าว "การสูญเสียนกทะเล เต่า ฉลามและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เนื่องจากการถูกสังหาร แสดงให้เห็นถึงระบบการบริหารที่ล้มเหลวของภาครัฐ ซึ่งภาครัฐที่เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติต้องแก้ไขเรื่องนี้โดยด่วน" รายงานฉบับนี้จะแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่จะทำให้การอนุรักษ์แผ่ขยายออกไปยังน่านน้ำสากลเพื่อสร้างโครงข่ายการอนุรักษ์ที่จะปกป้องไม่ให้เกิดการสูญพันธุ์ของสัตว์ชนิดต่างๆ และช่วยให้สัตว์ทะเลเหล่านี้อยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

การเจรจา ณ องค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับสนธิสัญญาทะเลหลวงอาจเป็นหนทางที่จะปกป้องมหาสมุทรโลกที่อยู่นอกเหนือพรมแดนประเทศ ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 230 ล้านตารางกิโลเมตร การวิจัยครั้งนี้ได้สำรวจให้เห็นว่าเราสามารถปกป้องมหาสมุทรโลกร้อยละ 30 และร้อยละ 50 ได้อย่างไร อีกทั้งการเจรจาครั้งนี้ยังเป็นการขยายประเด็นเป้าหมายการอนุรักษ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น สำหรับการตรวจสอบสถานการณ์การอนุรักษ์ด้านต่างๆ เช่นเดียวกับพื้นที่เสี่ยงของพืชและสัตว์ทะเลและภัยคุกคามต่อมหาสมุทรนั้น สามารถตรวจสอบได้จาก แผนที่



"การทำเขตสงวนทางทะเลเป็นการอนุรักษ์และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพในมหาสมุทรอย่างเร่งด่วน" ศาสตราจารย์อเล็กซ์ โรเจอร์ อาจารย์จากภาควิชาสัตววิทยา มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดกล่าว "รายงาน 30?30 ออกแบบโครงข่ายเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลได้อย่างน่าเชื่อถือ ด้วยพื้นฐานองค์ความรู้ของนักนิเวศวิทยาทางทะเลในหลายปีที่ผ่านมาในเรื่องการกระจายตัวของสายพันธ์ุสิ่งมีชีวิต รวมทั้งสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามและใกล้สูญพันธุ์ถิ่นที่อยู่อาศัยที่เป็นศูนย์กลางของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศที่มีลักษณะเฉพาะ นักวิทยาศาสตร์จากอ็อกซ์ฟอร์ดร่วมกับกรีนพีซและและมหาวิทยาลัยยอร์ก ร่วมกันจัดหาข้อมูลระบบนิเวศทะเลและความเชี่ยวชาญในทะเลลึก รวมทั้งเทือกเขาใต้ทะเลและปล่องความร้อนใต้สมุทร และในช่วงที่มีการเจรจาในเวทีสหประชาชาติเกี่ยวกับสนธิสัญญาทะเลหลวง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การเจรจาตกผลึกกลายเป็นแนวคิดใหม่ในการปกป้องสิ่งมีชีวิตในทะเลในเขตน่านน้ำสากล ทั้งสิ่งมีชีวิตที่ถูกคุกคามจนใกล้จะสูญพันธุ์"

สุนทรพจน์จากเวทีเจรจา ณ องค์การสหประชาชาติ ด็อกเตอร์ซานดรา สก็อตต์เนอร์ จากแคมเปญปกป้องมหาสมุทร กรีนพีซ กล่าวว่า :

"จากวิกฤตสภาพภูมิอากาศไปจนถึงสภาวะความเป็นกรดของมหาสมุทร ทั้งการประมงเกินขนาดและมลพิษต่างๆ มหาสมุทรของเราไม่เคยอยู่ในวิกฤตที่ถูกคุกคามมากขนาดนี้มาก่อน เราต้องปกป้องมหาสมุทรโลกอย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วนภายในปี พ.ศ.2573 อย่างเร่งด่วน และงานวิจัยที่น่าสนใจชุดนี้จะแสดงให้เราเห็นถึงวิธีการที่เป็นไปได้ในการสร้างโครงข่ายของเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลที่เข้มแข็งไปทั่วโลก รายงานชุดนี้ไม่ใช่เพียงแค่การวาดเส้นลงบนแผนที่แต่เป็นการเชื่อมจุดสำคัญของระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตในทะเล ถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมทั้งข้อมูลการอพยพและระบบนิเวศที่อยู่ในความเสี่ยง รายงานชุดนี้คือพิมพ์เขียวสำหรับการปกป้องมหาสมุทร ซึ่งจะเป็นเกราะกำบังแข็งแรงให้กับสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมทั้งยังช่วยปกป้องสิ่งมีชีวิตในทะเลเหล่านี้จากภัยคุกคามต่างๆและช่วยฟื้นฟูชีวิตและระบบนิเวศ"

"การเจรจาระหว่างรัฐบาลที่เกิดขึ้น ณสหประชาชาติสำคัญมากเพราะหากการเจรจาบรรลุผล รัฐบาลทั่วโลกจะสามารถปกป้องมหาสมุทรตาม สนธิสัญญาทะเลหลวงภายในปี พ.ศ.2563 ซึ่งจะเป็นการนำร่องโครงข่ายของเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลซึ่งปราศจากการคุกคามจากกิจกรรมที่เป็นอันตรายของมนุษย์ เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในทะเล

มหาสมุทรของเรากำลังอยู่ในภาวะวิกฤต สิ่งที่เราต้องการคือเจตจำนงทางการเมืองเพื่อปกป้องมหาสมุทรเอาไว้ก่อนสายเกินไป"


https://www.greenpeace.org/thailand/...0x30-press-th/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,941
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


ทส.ห่วง 'ขยะ' เกลื่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปลุกจิตสำนึกประชาชนลดใช้ 'พลาสติก-โฟม'

ทส.ชวนประชาชนท่องเที่ยว-กลับบ้านอย่างมีสติช่วงวันหยุดยาว "สงกรานต์" วอนใช้พลาสติกอย่างมีจิตสำนึก ร่วมลดขยะพลาสติก-โฟม ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมพร้อมสืบสานประเพณีไทย



นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของคนไทย ประชาชนส่วนมากต่างเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง และบางส่วนเตรียมเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เพื่อร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ แต่ทุกปีที่ผ่านมาพบว่าตามแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ ล้วนมีขยะมูลฝอยตกค้างหลังจากการจัดกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

สำหรับขยะที่มักพบมากที่สุด ได้แก่ กล่องโฟมบรรจุอาหาร เศษพลาสติก ขวดแก้ว เศษอาหาร ซึ่งปริมาณขยะมูลฝอยจำนวนมากที่เกิดจากผู้เข้าไปใช้พื้นที่ทำให้เกิดปัญหาในการจัดการ หากไม่มีระบบการจัดการขยะที่ดีเพียงพอ ทั้งปัญหาการคัดแยกขยะ ปัญหาขยะตกค้าง รวมไปถึงปัญหาการเก็บขนและการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามมา

ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติพบว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการนำพลาสติกและโฟมมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ จำนวนมาก โดยมีการบริโภคถุงพลาสติกหูหิ้วประมาณ 45,000 ล้านใบต่อปี โฟมบรรจุอาหาร 6,758 ล้านใบต่อปี และแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 9,750 ล้านใบต่อปี ซึ่งพลาสติกและโฟมเหล่านี้ล้วนเป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก

นายรัชฎา กล่าวว่า เมื่อขยะพลาสติกและโฟมไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้องภายหลังการบริโภค ก็สามารถปนเปื้อนและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงชีวิตสัตว์ทะเล ที่ปัจจุบันเศษพลาสติกเป็นสาเหตุหลักสำคัญประการหนึ่งที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลหายากอย่างเต่าและวาฬ โดยในแต่ละปีมีสัตว์ทะเลหายากต้องตายจากการกินเศษพลาสติกประมาณปีละ 300 ตัว

"ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปีนี้ จึงอยากเชิญชวนประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ช่วยกันลดขยะพลาสติกที่ย่อยสลายยาก โดยเฉพาะถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมบรรจุอาหาร เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ด้วยการพกถุงผ้า แก้วน้ำส่วนตัว กล่องบรรจุอาหาร หรือปิ่นโตไปด้วยทุกครั้งที่ออกเดินทางหรือไปร่วมกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อไม่ปล่อยให้ทุกวันหยุดยาวของเรากลายเป็นเทศกาลของขยะ ที่เป็นภาระให้เจ้าของพื้นที่ต้องจัดการกับขยะจำนวนมากและเกิดปัญหาขยะตกค้างในพื้นที่ต่างๆ ตามมา" นายรัชฎา กล่าว


https://greennews.agency/?p=18849

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:22


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger