เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 29-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฝนฟ้าคะนอง และมีลมกระโชกแรงบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออก จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

อนื่ง ในช่วงวันที่ 1-3 เมษายน 2562 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และ มีลมกระโชกแรง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 29 - 31 มีนาคม 62 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในบริเวณประเทศไทย

ส่วนในช่วงวันที่ 1 - 3 เมษายน 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง


ข้อควรระวัง

1 - 3 เม.ย. มี.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (85.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake_Foreign.jpg (138.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (217.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 29-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


กรมประมง ประกาศปิดทะเลฝั่งอันดามัน 3 เดือน ช่วงฤดูสัตว์น้ำวางไข่



กรมประมง ประกาศปิดทะเลฝั่งอันดามัน 3 เดือน ช่วงฤดูสัตว์น้ำวางไข่
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่บริเวณท่าเทียบเรือศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต 3 กระบี่ ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ กรมประมงได้จัดพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ฝั่งทะเลอันดามันประจำปี 2562 โดยมีนายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธีประกาศปิดอ่าว นายอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมงกล่าวรายงาน

ทั้งนี้ มีพ.ต.ท.หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประมงจังหวัดกระบี่ ข้าราชการ ของกรมประมงในพื้นที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ ตลอดจนชาวประมงในพื้นที่ จ.กระบี่ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต รวมกว่า 500 คนเข้าร่วมในงานดังกล่าว

การประกาศปิดอ่าว เป็นมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ของกรมประมง ที่จะดำเนินการในระยะเวลา 3 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึง 30 มิ.ย. 2562 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือภูเก็ต พังงา ตรัง และกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 4696 ตารางกิโลเมตร เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสัตว์น้ำให้เกิดการสมดุลทางธรรมชาติรักษาระบบนิเวศไว้อย่างยั่งยืน

โดยกำหนดให้มีการปิดพื้นที่บางส่วนเท่านั้น ตั้งแต่ จ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.กระบี่ และจ.ตรัง รวมเนื้อที่ 4696 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2.3 ล้านไร่ ตามพื้นที่เส้นล้อมรอบ ตั้งแต่ปลายแหลมพันวา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ปลายแหลมหัวล้านของเกาะยาวใหญ่ด้านทิศใต้จ.พังงา ตัดตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะบิดะนอก จ.กระบี่ ตัดตรงไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้



ด้านทิศใต้ปลายแหลมเกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ ตัดตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้านทิศใต้ปลายแหลมเกาะลิบงจังหวัดตรัง ตัดตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หัวแหลมด้านทิศใต้ทางทิศตะวันตกของเกาะสุกรจังหวัดตรัง ตัดตรงไปแหลมเกาะสุกรด้านทิศตะวันออก ปลายแหลมหยงสตาร์ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุด กำหนดห้วงระยะเวลา 3 เดือน ห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงประสิทธิภาพสูงเป็นบางชนิดและขนาด สำหรับเครื่องมือประมงเพื่อการยังชีพและเครื่องมือประมงประสิทธิภาพต่ำยังคงสามารถทำการประมงได้

มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับชาวประมงน้อยที่สุดในการประกอบอาชีพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำ ได้มีโอกาสฟื้นฟูกลับมาอุดมสมบูรณ์และเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศให้มีความยั่งยืน สืบไป สำหรับการปิดอ่าวฝั่งอันดามันนั้นได้กำหนดเครื่องมือทำการประมงบางชนิดเท่านั้น ที่ทำการประมงได้ตามประกาศกรมประมง ในเรื่องกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในที่จับสัตว์น้ำบางส่วน ของจังหวัดภูเก็ตพังงากระบี่และตรัง 2561


https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2357149

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 29-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


กรมประมงประกาศปิดอ่าวอันดามัน 3 เดือนครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด

กรมประมงประกาศปิดอ่าวอันดามัน 3 เดือนเริ่ม 1 เมษายน 2562 ถึง 30 มิถุนายน 2562 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด หวังทรัพยากรสัตว์น้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์



28 มี.ค.62 ที่บริเวณท่าเทียบเรือศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต 3 กระบี่ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ กรมประมงได้จัดพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ (ประกาศปิดอ่าว) ในฤดูสัตว์น้ำมีไข่วางไข่เลี้ยงตัวอ่อนฝั่งทะเลอันดามันประจำปี 2562 โดยมีนายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธี

โดยมีนายอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมงกล่าวรายงาน มีผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประมงจังหวัดกระบี่ ข้าราชการ ของกรมประมงในพื้นที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ ตลอดจนชาวประมงในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต กว่า 500 คนเข้าร่วม

สำหรับการประกาศปิดอ่าว เป็นมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่วางไข่เลี้ยงตัวอ่อน ของกรมประมง ที่จะดำเนินการในระยะเวลา 3 เดือนโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึง 30 มิถุนายน 2562 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดคือ ภูเก็ต พังงา ตรัง และกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 4,696 ตารางกิโลเมตร เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสัตว์น้ำให้เกิดการสมดุลทางธรรมชาติรักษาระบบนิเวศไว้อย่างยั่งยืน

โดยกำหนดให้มีการปิดพื้นที่บางส่วนเท่านั้น ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง รวมเนื้อที่ 4,696 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2.3 ล้านไร่ ตามพื้นที่เส้นล้อมรอบ ตั้งแต่ปลายแหลมพันวา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ปลายแหลมหัวล้านของเกาะยาวใหญ่ด้านทิศใต้ จังหวัดพังงา ตัดตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะบิดะนอก จังหวัดกระบี่ ตัดตรงไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ ด้านทิศใต้ปลายแหลมเกาะลันตาใหญ่ จังหวัดกระบี่ ตัดตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้านทิศใต้ปลายแหลมเกาะลิบง จังหวัดตรัง ตัดตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หัวแหลมด้านทิศใต้ทางทิศตะวันตกของเกาะสุกร จังหวัดตรัง ตัดตรงไปแหลมเกาะสุกรด้านทิศตะวันออก ปลายแหลมหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุด

กำหนดห้วงระยะเวลา 3 เดือนดังกล่าวห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือประมงประสิทธิภาพสูงเป็นบางชนิดและขนาดสำหรับเครื่องมือประมงเพื่อการยังชีพและเครื่องมือประมงประสิทธิภาพต่ำยังคงสามารถทำการประมงได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับชาวประมงน้อยที่สุดในการประกอบอาชีพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำ ได้มีโอกาสฟื้นฟูกลับมาอุดมสมบูรณ์และเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศให้มีความยั่งยืน สืบไป

สำหรับการปิดอ่าวฝั่งอันดามันนั้นได้กำหนดเครื่องมือทำการประมงบางชนิดเท่านั้น ที่ทำการประมงได้ตามประกาศกรมประมง ในเรื่องกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในที่จับสัตว์น้ำบางส่วน ของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง 2561


https://www.naewna.com/likesara/404637

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 29-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


วิกฤต "หมอกควัน" เชียงใหม่ ยิ่งแก้ ! ยิ่งหนัก ! "ศก.-ท่องเที่ยว-สุขภาพ" สูญหมื่นล้าน



ช่วงสัปดาห์นี้ปัญหา "หมอกควันพิษ" ในภาคเหนือกลับมาคุกรุ่นและทวีความรุนแรงหนักขึ้น สะท้อนแผนงานและแนวทางการแก้ปัญหาที่วางไว้หลายเดือนก่อน "ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง"

ทั้งที่ทุกฝ่ายทราบ "ต้นเหตุและต้นตอ" ของปัญหามาเกือบ 12 ปีแล้ว

วันนี้ทุกฝ่ายกลับมาตั้งรับและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบวันต่อวัน

ผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวปรากฏรูปธรรมชัด สะท้อนผ่านสุขภาพของประชาชน โดยยอดความเจ็บป่วยมีสถิติพุ่งขึ้นไม่หยุด ตามมาด้วยผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวที่เป็นลมหายใจของพื้นที่




ศก.-ท่องเที่ยว-สุขภาพสูญหมื่น ล.

สถิติเชิงประจักษ์ที่ปรากฏจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ พบว่าจำนวนผู้ป่วยด้วย 4 กลุ่มโรคที่ได้รับผลกระทบสุขภาพจากภาวะหมอกควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ 1-10 (6 มกราคม-16 มีนาคม 2562) อันดับที่ 1 คือ กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด พบผู้ป่วยกว่า 40,383 ราย และอันดับที่ 2 คือ กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด พบผู้ป่วยกว่า 29,651 ราย ส่วนอันดับที่ 3 คือ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ และกลุ่มโรคตาอักเสบ พบผู้ป่วยจำนวน 2,783 ราย และ 2,373 รายตามลำดับ

ศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงผลของฝุ่นพิษต่อสุขภาพว่า สำหรับฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ทำให้ประชาชนที่เกิดและอาศัยในพื้นที่นั้นตลอดชีวิตอายุขัยสั้นลง 0.98 ปี และทุก ๆ 10 ไมโครกรัมของ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นต่อวัน จะมีอัตราการเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้งเข้าห้องฉุกเฉินและนอนรักษาตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เกิดจากภาวะเฉียบพลันของโรคเส้นเลือดในสมองแตก เส้นเลือดในสมองตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว ปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพองกำเริบ และหอบหืดกำเริบ



ผลการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบว่า ทุก ๆ 10 มคก./ลบ.ม.ของค่าฝุ่นควัน PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ป่วยที่กำลังเจ็บป่วยนอนรับการรักษาในโรงพยาบาลเสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และทำให้ประชาชนทั่วไปเสียชีวิตรายวันจากการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 0.4 ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีอายุขัยเฉลี่ยสั้นลง 1.03 ปี มีอัตราการเสียชีวิตรายปีสูงขึ้นร้อยละ 4-6 เจ็บป่วยเป็นมะเร็งปอดสูงขึ้นร้อยละ 8-14

นอกจากนี้ ในด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และด้านสุขภาพ พบว่าได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ มีมูลค่าความเสียหายต่อปีราว 10,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่นควันพิษในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เกิดขึ้นในช่วงระยะเพียง 1-2 เดือน แต่ปัจจุบันได้กินเวลายาวนานขึ้นไม่ต่ำกว่า 3-5 เดือน


ต้นตอเผาป่าในไทย-เพื่อนบ้าน

ขณะที่ ศ.นพ.ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา และตาก ประสบปัญหาหมอกควันเป็นประจำทุกปี โดยมีปัจจัยสำคัญคือ ?การเผาในที่โล่งแจ้ง? เช่น การเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในที่ราบและที่ดอน การเผาขยะ การเผาพื้นที่ไร่หมุนเวียนในที่สูงเพื่อเตรียมการเพาะปลูก การเผาป่า เป็นต้น

สภาพภูมิประเทศของตัวเมืองเชียงใหม่ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ฯลฯ สภาพภูมิอากาศและอุตุนิยมวิทยา และหมอกควันข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพราะมีการเผาป่าและเตรียมการเกษตรมากขึ้น ได้แก่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ปัญหาหมอกควันดังกล่าวมีผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนอย่างมากและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเกิดความสูญเสียต่อระบบนิเวศทั้งทรัพยากรป่า ดิน น้ำ สัตว์ป่า รวมถึงระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและระดับจุลภาค การท่องเที่ยวทุกรูปแบบทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ของประเทศที่ติดลบในสายตาของชาวโลก

วันนี้เชียงใหม่กำลังอยู่ในภาวะดำดิ่งสู่เมืองมลพิษลึกลงไปทุกที หากประเมินสถิติหมอกควันถึงวันนี้ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือยังเพิ่มสูงขึ้นจนเกินค่ามาตรฐานที่น่าจะอยู่ในเกณฑ์เขตภัยพิบัติได้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อและจะเป็นบูมเมอแรงทางสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อเศรษฐกิจระยะยาวในพื้นที่ทุกด้าน

ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์หินของภาครัฐที่ดูไร้ทางออกและทางแก้ที่ตีบตันลงทุกวัน


https://www.prachachat.net/local-economy/news-308189

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 29-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ประกาศเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อมคุ้งบางกะเจ้า

กำหนดพื้นที่ 6 ตำบลคุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 11,819 ไร่ เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยห้ามก่อสร้างโรงงาน รวมถึงการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำ



วันนี้ (28 มี.ค.2562) นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แถลงข่าวการออกกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ 6 ตำบลใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2562เพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติ โดยใช้กลไกทางกฎหมายตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 โดยครอบคลุมพื้นที่ ต.บางกะเจ้า, ต.บางกอบัว, ต.บางน้ำผึ้ง, ต.บางยอ, ต.บางกระสอบ และ ต.ทรงคนอง เนื้อที่รวม 11,819 ไร่



ส่วนพื้นที่ในน้ำซึ่งมีขอบเขตถึงกึ่งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นแนวแบ่งเขตระหว่าง จ.สมุทรปราการ กับกรุงเทพมหานคร มีมาตรการสำคัญ ดังนี้

การห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงอาคารใดๆ ให้เป็นอาคารโรงงาน เว้นแต่สร้างทดแทน, โรงแรม, อาคารชุด, ท่าเทียบเรือสำราญและกีฬา, อาคารทุกประเภทในที่ดินของรัฐที่จัดซื้อตามโครงการสวนกลางมหานคร
หลักเกณฑ์การก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคาร ความสูงของอาคารทั่วไปไม่เกิน9 เมตร เว้นแต่อาคารทรงจั่ว ทรงปั้นหยา ทรงไทย ไม่เกิน 12 เมตร และการส่งเสริมให้ปลูกไม้ยืนต้นที่เป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของบริเวณพื้นที่ว่าง
การห้ามกระทำการหรือประกอบกิจกรรม ได้แก่ การจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย, การจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม, การทำสนามกอล์ฟ, การถม ปรับ ปิดกั้นลำกระโดง คู คลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะที่ทำให้น้ำในแหล่งน้ำนั้นตื้นเขินหรือไม่สามารถไหลไปได้ตามปกติ, การปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำ, การห้ามทำผนังคอนกรีตริมฝั่งคู คลอง



การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวและประกอบพาณิชยกรรม ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของที่ดินในแต่ละตำบล การส่งเสริมให้มีการสงวน รักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟู การจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ รวมทั้งการส่งเสริมให้ก่อสร้างอาคารหรือการใช้ประโยชน์ที่ดินที่รักษาระบบนิเวศ คู คลอง

ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 ก.ย.2520 กำหนดให้พื้นที่บางกะเจ้า อนุรักษ์ไว้สำหรับให้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อประโยชน์ในด้านการส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชน การท่องเที่ยวและด้านวัฒนธรรม สภาพพื้นที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติ 3 น้ำ ได้แก่ น้ำจืด น้ำเค็มและน้ำกร่อย ซึ่งถือเป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติที่โดดเด่นและแตกต่างจากพื้นที่อื่น อีกทั้งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและสวนผลไม้นานาพรรณ เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าวน้ำหอม และกล้วย เป็นต้น



นอกจากนี้ ยังมีแหล่งศิลปกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างวัดบางน้ำผึ้งนอก และวัดป่าเกต แต่เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่เกษตรกรรมเป็นพื้นที่ชุมชนมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ระบบนิเวศตามธรรมชาติถูกทำลายหรือได้รับผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ ได้โดยง่ายและจะส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา


https://news.thaipbs.or.th/content/278826

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:02


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger