เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 04-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดเป็นบางพื้นที่ในภาคเหนือ และยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 4 - 9 เม.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก และภาคใต้


ข้อควรระวัง

วันที่ 3-4 เม.ย. มี.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 3 เมษายน 2562)" ฉบับที่ 20 ลงวันที่ 04 เมษายน 2562

ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนลดลง และอุณหภูมิจะสูงขึ้น แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนลดลง ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (80.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (100.0 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 04-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


"สำนักอุทยานแห่งชาติ" แนะ เลี่ยงครีมกันแดดทำร้ายปะการัง หลังพบวิจัยสารจากครีมทำร้ายปะการังได้

พบงานวิจัยครีมกันแดดมีส่วนทำให้ปะการังเสื่อมโทรมลงได้ "สำนักอุทยานแห่งชาติ" ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวเลือกครีมกันแดดที่ปลอดภัยต่อแนวปะการัง



วันนี้ (3 เม.ย) เพจ "สำนักอุทยานแห่งชาติ - National Parks of Thailand" ได้ออกมาโพสต์ข้อความวอนนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด หลังมีงานวิจัยพบว่าครีมกันแดดที่นักท่องเที่ยวใช้นั้นถูกชะล้างลงลู่ทะเล มีสารเคมี 4 ชนิด คือ Oxybenzone (Benzophenone-3, BP-3) , Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate) , 4-Methylbenzylid Camphor (4MBC) และ Butylparaben ที่ผสมอยู่ในครีมกันแดดและสร้างผลกระทบแก่ปะการัง ทำให้ปะการังเสื่อมโทรมลง

นอกจากนี้ยังได้แนะ วิธีลดการทำร้ายปะการัง คือ เลือกครีมกันแดดที่ปลอดภัยต่อแนวปะการังที่ไม่มีส่วนผสมของ Oxybenzone และใช้เฉพาะครีมกันแดดที่ใช้สินแร่เป็นฐาน เช่น Zinc oxide ซึ่งไม่ละลายน้ำและตกตะกอนสู่ก้นทะเลได้อย่างปลอดภัย

ใช้ครีมกันแดดแบบกันน้ำ (Water resistant) เพราะจะเกิดการชะล้างระหว่างอยู่ในน้ำน้อยกว่าครีมกันแดดแบบทั่วไป

ใช้หมวก เสื้อแขนยาวและร่ม เพื่อช่วยลดความจำเป็นในการใช้ครีมกันแดดในปริมาณมากๆ




https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000033027


*********************************************************************************************************************************************************


เจ้าท่า..เตรียมเติมทรายชายหาดพัทยาทุก 5 ปี แก้ปัญหามวลน้ำซัดทรายหายลงทะเล

ศูนย์ข่าวศรีราชา - กรมเจ้าท่า.. ออกคำสั่งด่วนให้ สนง.เจ้าท่าพัทยา ประสานเมืองพัทยาแก้ไขปัญหามวลน้ำไหลบ่าลงชายหาดซัดเม็ดทรายในโครงการเสริมทรายชายหาดไหลลงทะเล พร้อมวางแผนตั้งงบประมาณเติมทรายทุก 5-10 ปี แก้ปัญหาทรายหาย



วันนี้ ( 3 เม.ย.) นายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเกิดพายุฝนตกหนักในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุงบ จ.ชลบุรี ในช่วงวานนี้และวันนี้จนทำให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลบ่าลงสู่พื้นที่ชายหาดเมืองพัทยา ทำให้ทรายที่นำมาเสริมตลอดแนวชายหาดพัทยาเหนือจรดพัทยาใต้ ในความกว้าง 35 เมตร ยาว 2.6 กิโลเมตร ที่ใช้ปริมาณทรายกว่า 4.6 แสน ลบ.ม. ได้รับความเสียหายว่า กรมเจ้าท่า ในฐานะเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายหาด ที่ใช้งบประมาณดำเนินการกว่า 400 ล้านบาทดำเนินโครงการถมทรายชายหาดจนแล้วเสร็จเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา จำเป็นจะต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขเป็นการด่วน

และขณะนี้ได้มีคำสั่งด่วนให้สำนักงานเจ้าท่าพัทยา เร่งประสานเมืองพัทยาซึ่งเป็นหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยทราบว่าในช่วงค่ำวานนี้ทั้ง 2 หน่วยงาน ได้นำบุคลากรและเครื่องมือหนักรวมทั้งรถแบคโฮเข้าตักทรายในทะเลที่ถูกน้ำซัดออกห่างจากฝั่งประมาณ 100-200 เมตร เพื่อนำกลับมาเติมในร่องทรายและจุดที่ถูกน้ำเซาะ รวมจำนวน 11-12 จุด ซึ่งก็สามารถแก้ไขปัญหาไปได้ส่วนหนึ่งเท่า นั้น และคาดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์จึงจะสามารถคืนสภาพชายหาดให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้

" ปัญหาน้ำหลาก เป็นปัญหาที่กรมเจ้าท่ารับทราบและเป็นห่วงมาตั้งแต่เริ่มโครงการหลังได้รับงบประมาณเมื่อปี 2557 แต่ด้วยปัญหาการกัดเซาะชายหาดพัทยาที่รุนแรงจึงต้องดำเนินการควบคู่กับเมืองพัทยา ที่มีแผนแก้ไขปัญหาน้ำหลากและน้ำท่วมชายหาด โดยได้ตั้งงบประมาณจำนวน 105 ล้านบาทเพื่อจัดทำระบบ ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มมีการประกวดราคาและจัดซื้อจัดจ้างผู้รับเหมาแล้ว คาดว่าจะดำเนินการได้ในเร็ววันนี้และจะสามารถจัดทำจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ได้ในระยะเวลา 1 ปี"



ส่วนปัญหาน้ำหลากจากฝั่งนั้น นายเอกราช ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับสภาพและร่วมมือกับเมืองพัทยาในการแก้ไข และอยู่ระหว่างรอให้โครงการป้องกันน้ำท่วมแล้วเสร็จ เนื่องจากชายหาดถือว่าทรัพย์ของแผ่นดินที่ต้องช่วยกันรักษาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น

" สำหรับความเสียหายคงมีไม่มากนัก แต่ด้วยมีน้ำหลากเกิดขึ้นหลายจุดจึงทำให้สภาพชายหาดดูแล้วเกิดความเสียหายมาก อย่างไรก็ตามปัญหาการกัดเซาะชายหาดในเมืองพัทยา มี 2 ปัจจัยคือ ปัญหาคลื่นลมทะเล และปัญหาน้ำหลากจากฝั่ง จึงมีข้อตกลงร่วมกับเมืองพัทยา ที่จะป้องกันและปรับสภาพ โดยคาดว่ากรณีเหล่านี้จะส่งผลให้ชายหาดพัทยาถูกน้ำกัดเซาะไปเฉลี่ยปีละประมาณ 2-5 เมตร แต่กรมเจ้าท่า ได้วางแผนระยะยาวไว้ว่าจะตั้งงบประมาณเพื่อเติมทรายครั้งใหญ่ในทุก 5-10 ปี" นายเอกราช กล่าว


https://mgronline.com/local/detail/9620000033150

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 04-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ฟอสซิลเผย "ชั่วโมงความตาย" หลังอุกกาบาตถล่มโลก


ฟอสซิลปลาอายุ 66 ล้านปีที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี (Robert DePalma / Kansas University / AFP)

นักบรรพชีวินวิทยาขุดพบฟอสซิลปลาและสัตว์ทะเลจำนวนมาก เชื่อว่าตายไม่นานหลังอุกกาบาตถล่มโลกจนไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เปรียบเปรยเหมือนเหตุการณ์ภูเขาไฟถล่มปอมเปอีและบันทึกเรื่องราวในอดีตไว้

โรเบิร์ต เดอปาลมา (Robert DePalma) นักบรรพชีวินวิทยา จากมหาวิทยาลัยฟลอริดาแอตแลนติก (Florida Atlantic University) เชื่อว่าเขาได้ขุดพบหลักฐานที่บอกเรื่องราวหลังเหตุหารณ์อุกกาบาตถล่มโลกจนไดโนเสาร์สูญพันธุ์ได้ระดับนาทีหรือระดับชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับการศึกษาที่ครอบคลุมเรื่องราวหลายล้านปี

เหตุการณ์อุกกาบาตชิกซูลุบ (Chicxulub) ถล่มโลกเมื่อประมาณ 66 ล้านปีก่อนบริเวณชายฝั่งที่กลายเป็นเม็กซิโกในปัจจุบัน ทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมาและเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญของสิ่งมีชีวิตทั้งในทะเลและบนบก

พื้นที่ขุดสำรวจของทีมนักบรรพชีวินวิทยาในครั้งนี้คือทานิส (Tanis) ในเฮลล์ครีกฟอร์เมชัน (Hell Creek Formation) นอร์ธดาโกตา สหรัฐฯ ซึ่งเป็นแหล่งขุดสำรอจยอดนิยมของนักล่าฟอสซิล โดยเดอปาลมาเริ่มสำรวจพื้นที่ดังกล่าวเมื่อครั้งเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยคันซัส (University of Kansas)


โรเบิร์ต เดอปาลมา ขุดสำรวจฟอสซิล (Robert DePalma / Kansas University / AFP)

เดอปาลมาได้ขุดสำรวจพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลา 7 ปีในพื้นที่สำรวจที่เขาและนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ เชื่อว่าจะให้ฟอสซิลที่บันทึกเรื่องราวเฉพาะเจาะจงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันอุกกาบาตพุ่งชนโลก ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์เอเอฟพีว่า โอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ได้ช่วงเวลาเฉพาะเจาะจงนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลน นับเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะได้ข้อมูลที่มีช่วงเวลาพอเหมาะขนาดนี้

เดอปาลมาซึ่งอายุ 37 ปี พร้อมผู้ร่วมทีมวิจัยคนอื่นๆ อีก 11 คน ได้ตีพิมพ์เผยแพร่การศึกษาขั้นต้นจากการค้นพบของพวกเขาในวารสารทางวิชาการชื่อ ?โพรซีดิงส์ออฟเดอะเนชันนัลอะคาเดมีออฟไซน์ส? (Proceedings of the National Academy of Sciences) ซึ่งทำให้วงการวิทยาศาสตร์ฮือฮาอย่างมาก

ตลอดหลายปีที่ขุดสำรวจเดอปาลมาและผู้ช่วยอีกจำนวนหนึ่งได้ค้นพบชั้นฟอสซิลในตะกอนดินทับถมที่หนา 1.3 เมตร ซึ่งฟอสซิลนั้นมีทั้งฟอสซิลปลา ฟอสซิลต้นไม้ ฟอสซิลพืช และฟอสซิลหอยทับถมกัน ซึ่งเขาบอกว่าการทับถมนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และโคลนที่ทับถมนั้นกักทั้งพืชและสัตว์ให้ตายภายในชั่วอึดใจ

เดอปาลมาเชื่อมโยงเหตุการณ์ทับถมของฟอสซิลนี้ เหมือนเมืองปอมเปอีของโรมันที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน หลังภูเขาไฟถล่มเมื่อ 79 ปีหลังคริสตศักราช ทำให้ร่องรอยของเมืองถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ซึ่งกรณีมีหลายสิ่งที่ถูกเก็บรักษาไว้หลังเกิดเหตุการณ์ในช่วงเวลาสั้นๆ

ทั้งนี้ อุกกาบาตพุ่งชนโลกในตำแหน่งที่ห่างจากจุดขุดพบฟอสซิลไปประมาณ 3,050 กิโลเมตร ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวในปัจจุบันคือคาบสมุทรยูกาตัน (Yucatan Peninsula) ในเม็กซิโก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้ชี้นำมานานแล้วว่า การพุ่งชนของอุกกาบาตชิกซูลับนั้น เป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ และปูทางให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมทั้งมนุษย์ได้ผงาดขึ้นครองโลก

ทั้งไฟ ควัน เถ้าถ่านและเศษซากต่างๆ ปกคลุมชั้นบรรยากาศ จนในที่สุดได้ทำลายพืชเกือบทั้งหมด และกวาดล้างสิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลกไปราว 75% และนักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อด้วยว่า เหตุการณ์ชิกซูลุบนั้นเป็นสาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คลื่นแผ่นดินไหวเดินทางไปถึงเมืองทานิส 13 นาทีหลังการพุ่งชน


ฟอสซิลปลาอายุ 66 ล้านปีที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี (Robert DePalma / Kansas University / AFP)

คลื่นแผ่นดินไหวใหญ่จุดชนวนใหเกิดคลื่นกระแสน้ำเชี่ยวกรากอย่างฉับพลันในปริมาณมหาศาล พร้อมทั้งสายธารของเศษซากจากปากน้ำที่รู้จักกันว่า "เวสเทิร์นอินทีเรียน์ซีเวย์" (Western Interior Seaway) โดยที่ทานิสนั้นคลื่นทำให้ปลาน้ำจืด สัตว์มีกระดูกสันหลังบนบก ต้นไม้ กิ่งไม้ ท่อนซุง หอยทะเลและสัตว์ทะเลอื่นๆ ปะปนกันอย่างยุ่งเหยิง

นอกจากนี้นักบรรพชีวินวิทยายังพบด้วยว่า ฟอสซิลของปลาบางตัวนั้นได้กลืนลูกปัดแก้วขนาดเล็กๆ ที่เรียกว่า "สเฟียรูลส์" (spherules) ที่พ่นออกมาจากเหตุการณ์ชิกซูลุบ และร่วงหล่นใส่บริเวณทานิสประมาณ 15 นาทีหลังเหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งวิจารณ์งานวิจัยนี้ว่า ยังขาดข้อมูลชะตากรรมของไดโนเสาร์ หรือบางส่วนได้กล่าวถึงข้อมูลการค้นพบที่ระบุไว้ในเอกสารข่าวแจก แต่กลับไม่ปรากฏในรายงานทางวิชาการ โดย เกิร์ก จอห์นสัน (Kirk Johnson) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสมิทโซเนียน (Smithsonian National Museum of Natural History) กล่าวว่า มีการกล่าวอ้างอย่างไม่ปกติที่ไม่ได้ระบุในรายงานวิชาการ อีกทั้งยังบอกว่า การศึกษานี้ยืมความน่าเชื่อถือของ วอลเตอร์ อัลวาเรซ (Walter Alvarez) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ซึ่งเป็นคนแรกที่ผลักดันทฤษฎีเมื่อปี ค.ศ.1980 ว่า อุกกาบาตพุ่งชนโลกเป็นสาเหตุให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์


https://mgronline.com/science/detail/9620000032694

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 04-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


อีกเหยื่อขยะท้องทะเล ซากวาฬท้องเกยตื้น ผงะพลาสติกอุดตันกระเพาะ



อีกเหยื่อขยะท้องทะเล ? มิร์เรอร์ รายงานการว่า ซากวาฬสเปิร์มตั้งท้องเกยตื้นริมหาดปอร์โต เคอร์โว แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ในเมืองซาร์ดีเนีย ประเทศอิตาลี หลังจากกินขยะพลาสติกเข้าไปมากถึง 50 ปอนด์ หรือเกือบ 23 ก.ก. ถือเป็นอีกหลักฐานของปัญหาการใช้ขยะพลาสติกโดยมนุษย์เอง

เมื่อตรวจสอบพบขยะพลาสติกจำนวนมา ทั้งจาน ถุงใส่ของ สายเบ็ดตกปลา และถุงผงซังฟอก ในกระเพาะของวาฬท้องขนาดยาว 6 เมตร ตัวนี้ ซึ่งคาดว่าไม่สามารถย่อยอาหารได้ เนื่องจากปริมาณที่อุดตันเนื้อที่ 2 ใน 3 ของกระเพาะ

ผู้เชี่ยวชาญทางทะเลตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บอกว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นขยะปริมาณมหาศาลเช่นนี้ในร่างกายของสัตว์



องค์กรพิทักษ์ทะเลของอิตาลี SEAME ประจำเมืองซาร์ดีเนีย ดำเนินการลากซากวาฬออกจากหาดทรายเพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป ภายหลัง ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ขยะพลาสติกในมหาสมุทรเป็นปัญหาใหญ่ เราสามารถเก็บขยะพลาสติกที่ลอยบนผิวน้ำได้ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยกับขยะพลาสติกที่อยู่ใต้มหาสมุทร

"เราจำเป็นต้องลดการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและใช้วัสดุอื่นเช่นไม้"

ขณะที่นายเซอร์จีโอ คอสตา รมว.สิ่งแวดล้อมของอิตาลี โพสต์ทางเฟซบุ๊ก ประกาศแก้ปัญหาขยะพลาสติกในท้องทะเลที่ส่งผลกระทบไม่เฉพาะอิตาลี แต่ทุกประเทศในโลก และต้องมีหน้าที่ออกนโยบายและนำมาใช้เพื่อต่อสู้กับปัญหาขยะพลาสติกในทะเลต่อไป


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2378610

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 04-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ถมทรายฟื้นฟูหาดพัทยา หลังพายุฤดูร้อนถล่มรอบ 2

เมืองพัทยาลงเร่งฟื้นฟูชายหาดหลังพายุฤดูร้อนถล่มรอบ 2 เบื้องต้นเติมทรายในจุดที่เสียหายหนักได้แล้ว



วันที่ 3 เม.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมเร่งซ่อมแซมพื้นที่ถมทะเล โครงการเสริมทรายชายหาดพัทยา หลังถูกพายุฤดูร้อนถล่มรอบ 2 จนเสียหาย ขณะที่เจ้าหน้าที่เมืองพัทยานำเครื่องจักรลงพื้นที่เพิ่มเป็น 4 คัน เพื่อตักทรายมาถมให้กลับคืนสภาพดังเดิมโดยเร็วที่สุด คืนความสวยงามให้กับชายหาดพัทยา

นายมาโนช เปิดเผยว่า หลังจากพัทยาถูกน้ำท่วมหนักต่อเนื่อง และน้ำกัดเซาะชายฝั่งหาดพัทยา กองช่างและสิ่งแวดล้อมเมืองพัทยา ร่วมกันลงพื้นที่ปรับหน้าดิน เพราะน้ำพัดทรายลงไปในพื้นที่ของทะเลแล้ว จากนั้นนำรถตักทรายกลบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ สามารถถมทรายจุดที่ได้รับความเสียหายหนักได้แล้ว เหลือเพียงบางจุดที่ต้องเก็บรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อเร่งปรับดินทรายชายหาดให้กลับมาคืนสภาพเดิม


https://news.thaipbs.or.th/content/278994


*********************************************************************************************************************************************************


ฝุ่น PM2.5: "จิสด้า" พบ 4 จังหวัดเหนือเสี่ยงไฟป่าสูง 1-7 เม.ย.นี้

จิสด้า เผยภาพถ่ายดาวเทียม 4 จังหวัดภาคเหนือเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสูงในช่วงวันที่ 1-7 เม.ย.นี้ ครอบคลุม จ. แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก และน่าน ขณะที่ยังพบจุดความร้อนภาคเหนือมากสุด 210 จุดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา



วันนี้ (3 เม.ย.2562) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) กระทรวงวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพข้อมูลจากดาวเทียมระบบ MODIS แสดงพื้นที่เสี่ยงการเกิดไฟป่าล่วงหน้า 7 วัน ในช่วงระหว่างวันที่ 1-7 เม.ย.นี้ บริเวณ 10 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พบหลายพื้นที่ใน จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก และน่าน มีความเสี่ยงสูง (สีแดง) ที่อาจจะเกิดไฟป่าได้มากกว่าจังหวัดอื่นๆ

ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดจะใช้สนับสนุนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ประกอบการวางแผนการจัดการเชื้อไฟ และการจัดทำแนวกันไฟได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เป็น การล่วงหน้า เพื่อบรรเทา และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดความรุนแรง ความเสียหายของพื้นที่ที่อาจเกิดไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://fire.gistda.or.th

นอกจากนี้ จิสด้า เผยข้อมูลจากดาวเทียม Terra และ Aqua ของระบบ MODIS เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมาพบจุดความร้อน หรือ hotspot ทั้งประเทศ 280 จุด แบ่งเป็นภาคเหนือ 210 จุด ภาคกลาง 33 จุด ภาคตะวันตก 21 จุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 จุด และภาคใต้ 2 จุด จุดส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์




https://news.thaipbs.or.th/content/278987

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 04-04-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,423
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


หาดทรายพัทยาเสริมใหม่พังหลายจุดจากน้ำท่วมหลังฝนตก

หลังจากที่ฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุฤดูร้อนใน จังหวัดชลบุรี เมื่อวานที่ผ่านมา ทำให้เมืองพัทยาเกิดน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร และน้ำระบายลงทะเล ทำให้หาดทรายที่เพิ่งปรับภูมิทัศน์ใหม่ถูกเซาะเป็นร่องลึกหลายจุด



เมื่อวันที่ (3 เม.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลักษณะการกัดเซาะนี้เกิดขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ไหลตรงจากด้านบนผ่านซอยพัทยา 2 และจะข้ามฟุตบาทในจุดที่ทำเป็นทางลาด บีบให้น้ำไหลแรงขึ้นจนกัดเซาะหาดเป็นร่องลึกเกือบ 1 เมตร

สภาพหาดทรายถูกกัดเซาะเป็นร่องลึกกว่า 1 เมตร กว้างประมาณ 4 เมตร จะพบลักษณะเดียวกันนี้ประมาณ 7-8 จุด ตามแนวหาดที่เสริมทรายขึ้นใหม่ จุดสังเกตการเกิดทรายถูกน้ำกัดเซาะรุนแรงนี้ จะเป็นจุดที่ฟุตบาทขอบถนนเป็นทางลาด ทำให้น้ำฝน ที่ท่วมขังอยู่บนถนนไหลรวมเพื่อหาทางลงทะเล ซึ่งตอนนี้จำนวนทรายที่ถูกกัดเซาะลงไปไหลกองอยู่ในทะเลด้านล่าง

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้อำนวยการสำนักเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ลงพื้นที่มาตรวจสอบแล้ว พร้อมทั้งเปิดเผยว่า การซ่อมแนวทรายที่หายไป ต้องรอให้น้ำทะเลลดลงก่อน แล้วใช้รถแทรกเตอร์เกรดทรายขึ้นมาใหม่



ทรายที่ถูกกัดเซาะไปนั้น เป็นทรายเสริมขึ้นมาใหม่ตามโครงการปรับภูมิทัศน์หาดพัทยาความยาว 2.8 กิโลเมตร ที่เจ้าภาพคือกรมเจ้าท่า จากเดิมหาดทรายพัทยา ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนหน้าหาดแคบลง ซึ่งโครงการที่เกิดขึ้นเสริมทรายทำให้มีหน้าหาดยาว 5-6 เมตรตลอดแนว โดยใช้ทรายทะเลจากเกาะใกล้เคียง และเพิ่งส่งมอบไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ระหว่างการเสริมทราย เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มา 1 ครั้งซึ่งทางสำนักเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ได้ส่งสัญญาณไปทางผู้บริหารเมืองพัทยาแล้ว ซึ่งแนวทางแก้ไขในระยะยาว ตอนนี้เมืองพัทยากำลังมีโครงการ บริหารระบบจัดการน้ำมูลค่า 105 ล้านบาท ที่ยังอยู่ในระหว่าง ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างอยู่


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/100911

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:43


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger