เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,302
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

มีมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกได้เคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบนแล้ว ทำให้บริเวณประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นลง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนบางแห่งในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 10 - 12 ก.พ. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว โดยอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 13 - 15 ก.พ. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางที่ปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังอ่อน


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10 ? 15 ก.พ. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,302
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ศรชล.เดินหน้ารุกฆาตรื้อขนำ-คอกหอยผิดกฎหมาย

สุราษฎร์ธานี - ศรชล.เดินหน้ารุกฆาตรื้อขนำ-คอกหอยผิดกฎหมายในทะเลอ่าวบ้านดอน จะต้องหมดก่อน 15 มีนาคมนี้ ก่อนเจอยาแรง



วันนี้ (9 ก.พ.) นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วย พล.ร.ต.สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวนและกฎหมาย ศรชล. ลงพื้นที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบความคืบหน้าแผนการรื้อถอนขนำคอกหอยผิดกฎหมาย ก่อนคืนพื้นที่ให้ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการดูแลต่อไป ซึ่งในวันนี้มีผู้นำท้องถิ่น ผู้ประกอบการเลี้ยงหอยแครงในพื้นที่ 5 อำเภอที่ติดชายฝั่งทะเล ที่ประกอบด้วย อ.ไชยา อ.ท่าฉาง อ.พุนพิน อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อ.กาญจนดิษฐ์ เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงจาก ศรชล.ส่วนกลาง ซึ่งทางผู้ประกอบการบางส่วนก็มีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม และมีบางส่วนที่ยินยอมรื้อถอนโดยไม่มีข้อแม้

สำหรับความคืบหน้าการรื้อถอนขนำและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน พื้นที่อำเภอเมือง มีทั้งหมด 89 ขนำ รื้อถอนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว 34 ขนำ ส่วนพื้นที่อำเภอพุนพิน มีทั้งหมด 83 ขนำ รื้อถอนเสร็จสิ้นแล้ว 16 ขนำ อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการรื้อขนำ มีขนำผิดกฎหมายทั้งหมด 434 หลัง ดำเนินการรื้อแล้ว 7 หลัง ขณะที่อำเภอไชยาและอำเภอท่าฉาง อยู่ในระหว่างการดำเนินการสำรวจขนำ

พล.ร.ต.สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวนและกฎหมาย ศรชล.ได้กล่าวในที่ประชุมว่า ขอผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการให้เข้าใจตรงกันว่าไม่มีโรดแมปอื่นนอกจากโรดแมปทาง ศรชล.ได้กำหนดไว้ว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่ 5 อำเภอจะต้องดำเนินการรื้อถอนขนำเฝ้าหอย และคอกหอยที่เป็นสิ่งผิดกฎหมายของกรมเจ้าท่าให้แล้วเสร็จภายใน 15 มีนาคมนี้ หากมีการฝ่าฝืนหรือดื้อแพ่ง ทาง ศรชล.ก็จะใช้กฎหมายที่รุนแรงสูงสุดเข้าดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด

และมีรายงานว่า ทีมสอบสวนของสำนักงาน ปปง. จะลงพื้นที่อีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดต่อผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองที่ให้รื้อสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางการเดินเรือในท้องทะเล


https://mgronline.com/south/detail/9640000013163


*********************************************************************************************************************************************************


นักวิทยาศาสตร์ชี้เป้า ?โลกร้อน? เหตุสำคัญธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่ม


ผู้คนเดินผ่านเขื่อนที่ถูกทำลายหลังจากธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยแตกและชนเข้ากับเขื่อนที่หมู่บ้าน Raini Chak Lata ในเขต Chamoli รัฐอุตตราขัณฑ์ ประเทศอินเดีย (Credit Photo : Reuters)

สำนักข่าวอัลจาชีรา (8 ก.พ.2021) รายงานสะท้อนถึงสาเหตุของภัยพิบัติธารน้ำแข็ง Nanda Devi ในเทือกเขาหิมาลัยถล่ม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า

แผ่นดินไหวและการสะสมของแรงดันน้ำอาจทำให้ธารน้ำแข็งแตกออก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณหิมะที่น้อยลงสามารถเร่งการละลายซึ่งทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่อาจเป็นอันตรายได้

"ธารน้ำแข็งบนภูเขาส่วนใหญ่ทั่วโลกในอดีตมีขนาดใหญ่กว่านี้มาก และได้ละลายและหดตัวลงอย่างมากเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน" ซาราห์ดาส (Sarah Das) นักวิทยาศาสตร์ร่วมจากสถาบันสมุทรศาสตร์วูดส์โฮลกล่าว

"มีการระบุสถานการณ์น้ำท่วมและธารน้ำแข็งที่อาจเป็นอันตรายถึงตายจำนวนหนึ่งทั่วโลกรวมทั้งในเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้

แต่สถานที่ห่างไกลของธารน้ำแข็งและการขาดการตรวจสอบ หมายความว่าเราไม่มีความเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเกิดขึ้นบ่อยเพียงใดและเพิ่มขึ้นหรือไม่" ดาส กล่าว

"เมื่อพิจารณาถึงรูปแบบโดยรวมของการร้อนขึ้นการล่าถอยของธารน้ำแข็งและการเพิ่มขึ้นของโครงการโครงสร้างพื้นฐานดูเหมือนว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะตั้งสมมติฐานว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นบ่อยขึ้นและจะกลายเป็นการทำลายล้างโดยรวมมากขึ้นหากไม่มีการใช้มาตรการเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้" ดาส กล่าว

" มีธารน้ำแข็งและทะเลสาบที่ถูกทำลายด้วยธารน้ำแข็งจำนวนมากทั่วเทือกเขาหิมาลัย แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตรวจสอบ" ดาส กล่าวอีกว่า

"ทะเลสาบเหล่านี้หลายแห่งอยู่ต้นน้ำของหุบเขาแม่น้ำที่สูงชันและมีโอกาสเกิดน้ำท่วมรุนแรงเมื่อเกิดการแตก เมื่อน้ำท่วมเหล่านี้ไปถึงพื้นที่ที่มีผู้อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานที่ละเอียดอ่อนสิ่งต่างๆจะเป็นหายนะ"

ก่อนหน้าเกิดภัยพิบัติธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่มราวสองสัปดาห์

มีงานวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์ The Cryosphere โดย Thomas Slater และคณะเมื่อวันจันทร์ที่ 26 ม.ค.2021 ว่าน้ำแข็งทั่วโลกกำลังละลาย ในอัตราเร็วซึ่งน่ากังวลที่สุดเท่าที่ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) เคยคำนวณไว้

งานวิจัยสรุปความได้ว่า โลกได้สูญเสียน้ำแข็งไปกว่า 28 พันล้านตันในช่วงปี 1994-2017 ซึ่งเท่ากับปริมาตรน้ำแข็งสูง 100 เมตร บนพื้นที่ขนาดเท่าประเทศอังกฤษ 2/3 ของน้ำแข็งที่ละลายเกิดจากความร้อนของชั้นบรรยากาศ ส่วนอีก 1/3 จากมหาสมุทรที่ร้อนขึ้น

ในช่วงเวลาดังกล่าว น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น 65% โดยปี 1990 อยู่ที่ปีละ 800 ล้านตัน ปี 2017 เพิ่มขึ้นถึง 1200 ล้านตันต่อปี ครึ่งหนึ่งของน้ำแข็งที่ละลายมาจากแผ่นดินไหลลงสู่ทะเล ทำให้ตั้งแต่ปี 1994-2017 น้ำทะเลสูงขึ้น 35 มิลลิเมตร

ยิ่งน้ำแข็งปริมาณมากที่ขั้วโลกที่ละลายไป ยิ่งทำให้สมดุลเสียและน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น เดิมน้ำแข็งสีขาวช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ออกไป เมื่อพื้นที่สีขาวลดลง บริเวณพื้นที่สีเข้มเช่นน้ำทะเลเพิ่มขึ้น ยิ่งดูดซับความร้อนมากขึ้นและเร่งการละลายยิ่งขึ้น
ธารน้ำแข็งกว่า 6 พันล้านตัน หรือคิดเป็น 1/4 ของธารน้ำแข็งทั่วโลกหายไปในช่วง 1994-2017 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและการขาดแคลนแหล่งน้ำจืดในหลายพื้นที่

"ขณะนี้น้ำแข็งกำลังละลายในอัตราเร็วที่แย่ที่สุด ที่องค์กร Intergovernmental Panel on Climate Change ได้เคยทำนายไว้ น้ำทะเลที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบเลวร้ายต่อชุมชนชายฝั่งอย่างมากในศตวรรษนี้"

"ทุกๆ หนึ่งเซนติเมตรที่น้ำทะเลสูงขึ้น จะมีประชากรหนึ่งล้านคนได้รับผลกระทบ จนต้องย้ายที่อยู่"


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9640000012778
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,302
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ล็อบสเตอร์สีเหลือง หายาก 1 ใน 30 ล้านตัว ได้ชื่อ บานานา

ล็อบสเตอร์สีเหลือง ? เดลีเมล์ รายงานว่า ชาวประมงรัฐเมนของสหรัฐอเมริกา พบกุ้งล็อบสเตอร์สีเหลือง สุดหายาก 1 ใน 30 ล้านตัว



มาร์ลีย์ บาบบ์ นักจับกุ้งล็อบสเตอร์แห่งอ่าวเทแนนท์ จับกุ้งสีแปลกได้และส่งมอบให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยนิวอิงแลนด์ เมืองบิดฟอร์ต รัฐเมน

กุ้งล็อบสเตอร์สีเหลืองอร่ามมีนามว่า "บานานา" หรือ กล้วย ตามสีสดใสที่เกิดจากยีนผ่าเหล่าในโปรตีนที่เชื่อมโยงกับเม็ดสีที่เปลือก

ล็อบสเตอร์ชนิดนี้มีชื่อเรียกทางการว่า "คริสตัล ล็อบสเตอร์" เกิดจากความผิดปกติในการสร้างเม็ดสีทำให้เป็นสีขาว สีซีดหรือสีกระจายเป็นหย่อมๆ ทั้งตัว

ด้านให้ศูนยวิทยาศาสตร์ทางทะเลให้งบประมาณ 860,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 25,800,000 บาท แก่แผนกวิจัยทางทะเลและองค์กรอื่นๆ เพื่อศึกษาถึงผลกระทบของอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นในอ่าวเมนที่มีต่อตัวอ่อนล็อบสเตอร์และความสำเร็จในการเติบโตจนถึงขั้นโตเต็มวัย

ก่อนหน้านี้ เคยมีการศึกษาใหม่ 2 ชิ้น เมื่อปี 2562 ที่พบว่าน้ำในมหาสมุทรอุ่นขึ้นและความแตกต่างด้านสมุทรศาสตร์ในท้องถิ่นต่างๆ มีผลต่อประชากรล็อบสเตอร์ทางตอนใต้ของนิวอิงแลนด์ไปจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติกในแคนาดา

ส่วน "บานานา" มีสีเหลืองสดใสทำให้ตกเป็นเป้าโจมตีของนักล่าได้ง่ายและมีโอกาสรอดน้อย เจ้าหน้าที่ศูนยวิทยาศาสตร์ทางทะเลช่วยกันดูแลล็อบสเตอร์ตัวนี้และไม่มีแผนที่จะคืนสู่ท้องทะเล



มหาวิทยาลัยเมนเปิดเผยผลการศึกษา 2 ชิ้นเมื่อปี 2562 พบว่ามหาสมุทรอุ่นมีผลต่อการเพิ่มและลดจำนวนประชากรล็อบสเตอร์

งานวิจัยชิ้นแรก พบว่าตัวอ่อนล็อบสเตอร์ลดลงในอีก 10 ปีข้างหน้าและน่าเป็นห่วงว่าอ่าวเมนอาจจะฟื้นฟูสภาพธรรมชาติให้เหมือนเดิมได้ยาก

ส่วนงานวิจัยชิ้นที่ 2 ศึกษาน้ำขึ้นน้ำลงกับพฤติกรรมของตัวอ่อนเพื่อดูผลกระทบด้านบวกที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศเพราะเมื่อน้ำทางตอนใต้ของอ่าวเมนอุ่นขึ้นก็ทำให้เพิ่มพื้นที่สำหรับให้ตัวอ่อนล็อบสเตอร์เติบโต

น้ำที่อุ่นขึ้นช่วยให้ตัวอ่อนอยู่บนผิวน้ำได้นาน แต่น้ำที่เย็นอาจทำให้ตัวอ่อนส่วนใหญ่ตาย

ส่วนน้ำที่ลึกกว่า กระแสน้ำไม่นิ่ง น้ำทะเลจึงไม่ได้เป็นชั้นของผืนน้ำที่มีอุณหภูมิต่างกันและใต้ท้องทะเลเป็นสถานที่เหมาะสำหรับตัวอ่อนล็อบสเตอร์ที่จะเติบโตต่อไปจนต้องขยายพื้นที่ใต้ทะเลสำหรับเป็นที่อาศัยของตัวอ่อนเหล่านี้และช่วยเพิ่มจำนวนล็อบสเตอร์ที่แข็งแรงให้อยู่รอดในภูมิภาคนี้มากกว่าเมื่อสิบปีก่อนและชดเชยกับจำนวนกุ้งที่อาจจะลดลงในอนาคตได้


https://www.khaosod.co.th/update-news/news_5919546

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,302
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


โลมาหลากหลายสายพันธุ์ ว่ายน้ำเล่นบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยและทรัพยากรธรรมชาติ



ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจประเมินสถานภาพสัตว์ทะเลหายาก พบการแพร่กระจายของโลมาบริเวณอ่าวตะเสะและเกาะใกล้เคียงในท้องทะเล จ.ตรัง และสตูล โดยพบโลมา 2 ชนิด คือ โลมาหลังโหนก 5 ครั้ง บริเวณหน้าเกาะสุกร 2 ตัว , บริเวณคลองหวายดน 3 ตัว , บริเวณหน้าหาดสำราญ 2 ตัว และ จ.สตูล พบบริเวณหลังเกาะเภตรา 3 ตัว , บริเวณหาดราไว 5 ตัว รวมทั้ง ยังพบโลมาอิรวดี 1 ครั้ง บริเวณหน้าเกาะสุกร จ.ตรัง 4 ตัว สำหรับโลมาหลังโหนกที่สำรวจพบจะมีการศึกษาอย่างละเอียด เพื่อระบุตัวตนและนำไปคำนวณหาจำนวนประชากรที่แท้จริงของโลมาหลังโหนกบริเวณอ่าวตะเสะด้วย


https://thainews.prd.go.th/th/news/d...10209163144954

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:46


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger