เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 25-01-2022
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,425
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 25 มกราคม 2565

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนพัดพาความหนาวเย็นจากประเทศเมียนมาเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับยอดดอยอากาศมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 4-12 องศาเซลเซียส และยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 25 - 29 ม.ค. 64 ลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้บริเวณภาคเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า

ส่วนในวันที่ 30 ม.ค. 64 ลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนยังคงพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนตลอดช่วง ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ส่วนในช่วงวันที่ 25 ? 29 ม.ค. 65 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนในวันที่ 30 ม.ค. 65 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย












__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 25-01-2022
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,425
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ชาวเปรูแห่ตัดผมบริจาคทำ "ทุ่นเส้นผม" ขจัดคราบน้ำมันในทะเล

ชาวเปรูพร้อมใจตัดผมเพื่อบริจาคทำ "ทุ่นเส้นผม" หวังช่วยดูดซับคราบน้ำมันที่โรงกลั่นทำรั่วไหลออกมาตอนเกิดสึนามิจากแผ่นดินไหวตองกา รัฐบาลดันเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชาติ ประกาศภาวะฉุกเฉิน 90 วัน



เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 65 ชาวเปรูหลายร้อยคนในกรุงลิมา พร้อมใจกันออกไปตัดผม ตามร้านเสริมสวยและเต็นท์รับตัดผม เพื่อนำเส้นผมบริจาคไปใช้ในการทำ "ทุ่นเส้นผม" ขจัดคราบน้ำมันมหาศาลที่ยังลอยอยู่บนผิวน้ำในทะเลบริเวณชายหาดของเมืองท่ากายาโอ ใกล้กับกรุงลิมา ก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงกับระบบนิเวศทางทะเล หลังจากเกิดเหตุโรงกลั่นน้ำมัน "ลา แปมปิญา" "เรปโซล" บริษัทสัญชาติสเปน ทำน้ำมันดิบ 6,000 บาร์เรลรั่วไหลลงทะเล ในช่วงที่เกิดคลื่นยักษ์ซัดเข้าสู่ชายฝั่งเปรู หลังจากภูเขาไฟระเบิดที่ตองกาเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา

การแห่ตัดผมบริจาคมีขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศ เป็นการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวเปรู หลังจากที่บรรดานักสิ่งแวดล้อมพากันรณรงค์ทางโซเชียลมีเดีย ขอรับบริจาคเส้นผมจากประชาชนเพื่อนำไปทำทุ่นลอยน้ำรูปทรงไส้กรอก เพื่อนำไปลอยไว้ช่วยดักจับคราบน้ำมันรอการกำจัด

ก่อนหน้านี้ชาวเปรูประท้วงเรียกร้องให้บริษัท "เรปโซล" ชดใช้ต่อความเสียหายใหญ่หลวงที่เกิดขึ้น หลังจากน้ำมันดิบปริมาณมหาศาลรั่วไหลลงสู่ชายฝั่งทะเลบริเวณเขตอนุรักษ์ ได้แก่ คอสตา อาซูล และเขตเวนทานิลลา ตลอดจนเขตปลาญา แกรนเด และอื่นๆ รวมถึงพื้นที่รวม 3,200 ไร่ ในระบบอนุรักษ์แห่งชาติหมู่เกาะนกทะเล และเกาะขนาดเล็ก รวมถึงพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ ในเขตอนุรักษ์แอนคอร์น ที่มีระบบนิเวศทางทะเลอุดมสมบูรณ์ ขณะที่คราบน้ำมันลอยบนผิวน้ำเป็นระยะทางกว่า 4 กม. ส่งผลให้มีนกทะเล และสัตว์น้ำ ตายไปเป็นจำนวนมาก ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้มีการผลิตน้ำมันกว่า 117,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ไม่มีแผนสำรองกรณีเกิดน้ำมันรั่วไหลลงทะเล



ขณะที่ล่าสุด รัฐบาลเปรูได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อม 90 วัน ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของกรุงลิมา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่วไหลครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็นหนึ่งใน "ภัยพิบัติทางนิเวศที่สำคัญที่สุด" บนชายฝั่งของประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การประกาศภาวะฉุกเฉินข้างต้นได้รับการอนุมัติโดย รูเบน รามีเรซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการคณะกรรมการวิกฤติสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มุ่งลดผลกระทบที่เกิดจากเหตุน้ำมันรั่วไหล

ทั้งนี้ เหตุน้ำมันรั่วไหลเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งกำลังขนถ่ายน้ำมันที่คลังน้ำมันของโรงกลั่นลาแปมปิญา ด้านบริษัทเรปโซลรายงานเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่างานทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันที่รั่วไหลนั้น จะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยปัจจุบันได้กำจัดทรายปนเปื้อนไปแล้ว 1,580 ลูกบาศก์เมตร.


https://www.thairath.co.th/news/foreign/2295422


*********************************************************************************************************************************************************


"วราวุธ" สั่ง "กรมทะเล" เฝ้าระวังเหตุ เรือบรรทุกน้ำมันอับปาง "ชุมพร"

"วราวุธ" รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่ง "กรมทะเล" เฝ้าระวังเหตุ เรือบรรทุกน้ำมันอับปาง จ.ชุมพร ห่วงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล



วันที่ 24 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเรือบรรทุกน้ำมันดีเซล ป. อันดามัน 2 อับปางกลางอ่าวไทย ห่างจากปากน้ำชุมพร ประมาณ 24 ไมล์ทะเล หรือ 45 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าว มีน้ำมันอยู่ราว 5 แสนลิตร หรือประมาณ 415 ตัน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรณีเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลกว่า 5 แสนลิตร อับปางกลางอ่าวไทย ทราบว่า บริษัท ไทยแหลมทองค้าน้ำมันประมง จำกัด เป็นเจ้าของเรือ ป. อันดามัน 2 ลำดังกล่าว และจากการประเมินสถานการณ์ความรุนแรงเบื้องต้น ยังอยู่ในระดับ 1 (Tier I) มีน้ำมันรั่วไหลขนาดเล็ก ไม่เกิน 20 ตันลิตร ซึ่งจะต้องใช้ทุ่นกักเก็บน้ำมัน (Boom) ความยาวกว่า 800 เมตร พร้อมใช้สารขจัดคราบน้ำมันกว่า 700 ลิตร เพื่อจัดการคราบน้ำมันดังกล่าว ทั้งนี้ ยังคงต้องเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ โดยทราบว่า หากสถานการณ์ถูกยกระดับเป็นระดับ 2 (Tier II) กรณีน้ำมันรั่วไหลราว 20 ? 100 ตันลิตร กองทัพเรือ จะได้เตรียมการจัดตั้งศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการขจัดคราบน้ำมัน ตามแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันแห่งชาติ พ.ศ. 2545

อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับกรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประสานความร่วมมือกับทหารเรือ กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอด 24 ชั่วโมง และให้รายงานผลการดำเนินงานให้ตนทราบทุกระยะ พร้อมทั้งให้เร่งประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ทั้งปัจจุบัน และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตกรณีกำจัดคราบน้ำมันเรียบร้อยแล้ว และให้เร่งหาสาเหตุที่แท้จริงของการรั่วไหลของน้ำมันในครั้งนี้ เพื่อถอดบทเรียนและหาแนวทางการป้องกันในอนาคตต่อไป นายวราวุธ กล่าว

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า ตนได้ทราบรายละเอียดข้อมูลจาก พลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เกี่ยวกับแนวทางการไขปัญหาเรือบรรทุกน้ำมันอับปางบริเวณกลางอ่าวไทย เบื้องต้นได้ตรวจสอบพิกัดจุดเกิดเหตุ พบมีแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญ 2 แหล่ง ในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ แหล่งปะการัง บริเวณเกาะง่ามใหญ่ ไปทางทิศตะวันตกของจุดเกิดเหตุ ประมาณ 25 กิโลเมตร เนื้อที่ 37 ไร่ รวมถึง บริเวณอำเภอปะทิว เกาะร้านเป็ด เกาะร้านไก่ จังหวัดชุมพร และแหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวบ่อเมา และอ่าวทุ่งมหา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 32 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 114 ไร่



ทั้งนี้ จากการสังเกตเบื้องต้นและจากการบินสำรวจพบคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบางๆ ที่ผิวน้ำ บางจุดมีแผ่นน้ำมันลอยเห็นชัดและมีกลิ่นแรง แต่เป็นบริเวณไม่กว้างมาก พร้อมให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ พบว่า ทิศทางของกระแสน้ำและกระแสลมจะพัดขึ้นไปบริเวณทิศเหนือของจุดเกิดเหตุ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อแหล่งปะการังและหญ้าทะเล อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จัดส่งเรือตรวจการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 2 ลำ พร้อมทีมนักวิชาการและเจ้าหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนกรณีมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางของคลื่นลมที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณดังกล่าวเพื่อวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ อีกทั้ง หากพบสัตว์ทะเลที่ว่ายเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว จะได้ให้การช่วยเหลือและป้องกันได้อย่างทันท่วงที สำหรับแผนการเก็บกู้น้ำมันและแผนการกู้เรือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ประสานงานกับกรมควบคุมมลพิษ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแล้ว

โดยคาดว่าจะเก็บกู้คราบน้ำมันได้ภายใน 7 วัน และจะดำเนินการกู้เรือภายใน 15 วัน อนึ่ง ทางกองทัพเรือได้เตรียมจัดส่งเรือหลวงบางระจันพร้อมยาน Seafox-i เพื่อสำรวจสภาพเรือ ป. อันดามัน 2 ที่อับปางที่ได้รับแจ้งจากลูกเรือว่า ได้ปิดซีลวาล์วถังน้ำมันเรียบร้อยแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะถึงพื้นที่เกิดเหตุในวันพรุ่งนี้ (25 มกราคม 2565) เวลาประมาณ 08.00 น. นายโสภณ กล่าวชี้แจง


https://www.thairath.co.th/news/local/2296007

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 25-01-2022
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,425
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เที่ยวทะเลต้องระวัง "Rip Current" คลื่นดูดสุดอันตราย เจอเมื่อไหร่ให้หนีให้ไกล



ผู้ใช้งาน TikTok ชื่อ Zipter__ ได้โพสต์คลิปวิดีโอของ "Rip Current" หรือคลื่นรูปเห็ด หรือที่คนไทยมักเรียกว่า "คลื่นดูด" พร้อมอธิบายถึงลักษณะและวิธีเอาตัวรอดจากคลื่นดูดนี้

โดยผู้ใช้งาน TikTok ชื่อ Zipter__ ได้โพสต์คลิปวิดีโอของ "Rip Current" หรือคลื่นรูปเห็ด หรือที่คนไทยมักเรียกว่า "คลื่นดูด" ที่เกิดขึ้นบริเวณอ่าวบางปอ ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พร้อมอธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ให้ได้ฟังกันคร่าวๆ

ซึ่งวิธีสังเกตคลื่นดูดดังกล่าวในคลิปได้บอกไว้ว่า สังเกตจากเกลียวคลื่นที่ซัดกระทบเข้าชายฝั่ง ซึ่งปกติแล้วเกลียวคลื่นจะแตกตัวเป็นฟองขาวแล้วซัดเข้ามา แต่หากบริเวณใดที่คลื่นซัดเข้ามาแต่เกิดขาดช่วง ไม่เกิดฟองขาว (ตามในคลิป) ให้เราอย่าลงเล่นน้ำบริเวณนั้น เพราะคลื่นตรงนี้คือคลื่นดูด และมันจะดูดเราลงทะเลจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

แต่หากใครที่ไม่รู้และบังเอิญติดเข้าไปในคลื่นดูดดังกล่าว ให้ตั้งสติและว่ายออกตามแนวขนานกับชายฝั่งให้หลุดจากแนวคลื่นดูด และรอให้คลื่นปกติพัดเราเข้าฝั่ง โดยห้ามพยายามว่ายเข้าหาฝั่งในขณะที่ยังติดอยู่ในแรงของคลื่นดูดเผ็นอันขาด เพราะอาจทำให้หมดแรง จนจมน้ำ และเสียชีวิตได้


https://mgronline.com/travel/detail/9650000007639

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 25-01-2022
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,425
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


สุดเอ็นดู! เจ้าของอึ้ง ปลาปักเป้า ต้องผ่าฟัน 1 นิ้ว เหตุฟันโตเกิน จนกินอาหารไม่ได้

สุดเอ็นดู! เจ้าของอึ้ง น้องปลาปักเป้า ต้องผ่าฟันออก 1 นิ้ว เหตุฟันโตเกินไปจนกินอาหารไม่ได้ ส่งผลให้ขาดสารอาหารและน้ำหนักตัวลดลง



ไม่ว่าคนหรือสัตว์ เมื่อเจ็บป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาเป็นเรื่องธรรมดา ทว่าคงไม่มีใครเคยเห็นการทำหัตถการในทันตกรรมฉุกเฉินสุดแปลกประหลาดที่เกิดจากปลาปักเป้าตัวหนึ่ง มีฟันยื่นออกมามากเกินไปจนต้องผ่าตัดฟันทิ้ง!

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่สน็อดแลนด์ เคนต์ ประเทศอังกฤษ โดยมาร์ค เบียตต์ วัย 64 ปี เริ่มกังวลเรื่องปลาปักเป้าวัย 5 ปีที่ชื่อว่า โกลดี หลังจากสังเกตเห็นว่าสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักของเขาน้ำหนักลดลง เนื่องจากฟันที่ใหญ่ของเธอ ทำให้ไม่สามารถกินอาหารได้อย่างเหมาะสมจึงพาปลาไปที่ Sandhole Veterinary Center ซึ่งสัตวแพทย์สามารถทำให้เธอสงบ โดยใช้น้ำที่บรรจุยาชาอ่อน ๆ จากนั้นทำการผ่าฟันส่วนเกินออกไป 1 นิ้ว

ดาเนียล คัลโว การ์ราสโก สัตวแพทย์กล่าวว่า ฟันของปลาปักเป้าหนามทุเรียนหนามยาวหรือปลาปักเป้าสามแถบ (Porcupine Puffer Fish ) จะมีงอยปากเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

"ปกติแล้วฟันของปลาปักเป้าจะสั้นโดยธรรมชาติ เนื่องจากทานอาหารที่มีเปลือกแข็งเป็นประจำ แต่อาหารที่ให้เป็นประจำมีความแตกต่างจากธรรมชาติ ผลที่ตามมาคือ จงอยปากบนของขยายไปถึงจุดที่สามารถขัดขวางความสามารถในการกินอย่างมีประสิทธิภาพ"

โกลดีถูกนำมาฝึกในภาชนะขนาดใหญ่ที่มีน้ำจากตู้ปลาที่บ้านของเธอ จากนั้นสัตวแพทย์ทำการวางยาสลบสำหรับปลาที่ได้รับอนุญาตลงในน้ำ จนกระทั่งปลาปักเป้าสลบ ซึ่งหมายความว่าเธอยังคงหายใจตลอด แต่สามารถอุ้มขึ้นจากน้ำได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

เด็บบี เอดดิสัน พยาบาลสัตวแพทย์ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดและห่อตัวโกลดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกล็ดแห้งจนเกินไป ในขณะเดียวกันก็ดูแลไม่ให้โกลดีกระตุ้นกลไกการป้องกันตัวด้วยการพองตัวเป็นสองเท่าของขนาด

"ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ผมสามารถใช้หัวกรอฟันตัดผ่านจะงอยปากบนของโกลดี และลดความยาวลงครึ่งหนึ่ง เมื่อขั้นตอนเสร็จสิ้น โกลดีถูกนำไปวางลงในภาชนะขนาดใหญ่ เพื่อพักฟื้นจากยาสลบ ซึ่งมีการตอบสนองที่ดี ภายในห้านาที เธอสามารถอยู่ในน้ำได้ และภายในสิบนาทีเธอก็กลับมาว่ายน้ำอย่างมีความสุข ขั้นตอนทั้งหมดดำเนินไปอย่างราบรื่นและดำเนินการภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงโดยไม่มีความเครียดใด ๆ เลย โกลดีจึงกลับบ้านและรับประทานอาหารได้ดีภายในสองชั่วโมง"

ทางด้านมาร์ค เจ้าของโกลดีกล่าวว่า "เมื่อประมาณสามเดือนที่แล้ว เราสังเกตว่าจะงอยปากด้านหน้าของเธอโตเร็วมาก แม้ว่าเธอจะกินหอยแครงทุกวันก็ตาม ซึ่งตอนแรกผมยังกังวลมากเกี่ยวกับกระบวนการพาโกลดีเข้ารับการผ่าตัด แต่ต่อมาเรารู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้โกลดีกลับบ้าน เธอกลับมาแข็งแรงดี และไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการมาพบทันตแพทย์ของเธอ"

ขอบคุณที่มาจาก Dailymail Dailystar


https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_6851128

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 25-01-2022
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,425
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


ขุดย้ายรังไข่เพิ่มโอกาสรอดลูกเต่า



ภูเก็ต 24 ม.ค. ? อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลระบุ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลช่วยกันขุดย้ายรังไข่เต่าตนุซึ่งแม่เต่าขึ้นมาวางไข่บริเวณอ่าวเสน หาดราไวย์ จ. ภูเก็ต เนื่องจากเป็นบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึง โดยย้ายไปยังโรงอนุบาลเต่าเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของลูกเต่าที่จะฟักจากไข่

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า อาสาสมัครพิทักษ์ทะเลแจ้งพบร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเลบริเวณอ่าวเสน ต. ราไวย์ อ. เมือง จ. ภูเก็ต ทางสำนักงาน ทช. ที่ 10 (กระบี่) ร่วมกับศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามันตอนบนและเทศบาลตำบลราไวย์ร่วมกันติดตามจึงพบแม่เต่าตนุกว้าง 75 ซม. ความยาว 110 ซม. ขึ้นวางไข่บนชายหาด เมื่อวางไข่เสร็จแล้วจึงคลานกลับสู่ทะเล

เมื่อตรวจสอบหลุมไข่พบอยู่ห่างจากน้ำทะเลขึ้นสูงสุด 4.2 เมตร ความลึกของหลุมไข่ 50 ซม. มีไข่รวม 125 ฟอง จากการประเมินพบว่า น้ำทะเลขึ้นถึงหลุมไข่ได้ จึงขุดเพื่อย้ายไข่เต่าและนำกลับไปอนุบาลที่โรงอนุบาลเต่าทะเล ศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามันตอนบนเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของลูกเต่าที่จะฟักจากไข่ซึ่งจะฟักเป็นตัวในอีก 50-55 วันข้างหน้า

สำหรับ "เต่าตนุ" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "เต่าแสงอาทิตย์" ในอดีตเป็นเต่าทะเลที่ในอดีตพบเห็นกันมากที่สุด พบในเขตร้อนและกึ่งร้อนตามแนวชายฝั่ง แหล่งหญ้าทะเลและเกาะ ในประเทศไทยพบทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน จากจำนวนที่ลดลงอย่างมาก ทำให้ปัจจุบันมีสถานะเป็นสัตว์คุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์.


https://tna.mcot.net/business-867893

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:05


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2022, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger