เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ 16 ตุลาคม 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศกัมพูชา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดการเดินเรือในระยะนี้

อนึ่ง พายุดีเปรสชัน (ระดับ 2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 63 โดยจะทำให้บริเวณ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 16 - 21 ต.ค. 63 ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองอย่างต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และขณะที่ในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในภาคเหนือ

อนึ่ง พายุดีเปรสชัน บริเวณชายฝั่งประเทศฟิลิปปินส์ตอนล่าง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ในระยะต่อไป หลังจากนั้นจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 63


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 16 - 19 ต.ค. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือในบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุดีเปรสชัน (ระดับ2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16?18 ต.ค. 2563)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2563

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (16 ต.ค. 63) พายุดีเปรสชัน (ระดับ 2) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง หรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 15.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 115.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 63 โดยจะทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้


ในช่วงวันที่ 16-17 ตุลาคม 2563

ภาคเหนือ: จังหวัดกำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล


ในวันที่ 18 ตุลาคม 2563

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม

ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง

อนึ่ง ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศกัมพูชา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกและภาคตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดการเดินเรือในระยะนี้






__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ปิดไม่มีกำหนดเกาะสิมิลัน จนกว่าคลื่นลมจะสงบ
เผยแพร่: 15 ต.ค. 2563 13:45 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พังงา - อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ประกาศปิดการท่องเที่ยวเกาะสิมิลันชั่วคราว หลังคลื่นลมแรง ทำนักท่องเที่ยวผิดหวังกว่า 500 คน



วันนี้ (15 ต.ค.) นายทัศเนศวร์ เพชรคง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา เปิดเผยว่า ทางอุทยานฯ ได้ออกประกาศด่วน เรื่องปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับรายงานจากหน่วยงานในสังกัดดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน บริเวณเกาะเมียง หรือเกาะ 4 ว่า ขณะนี้สภาพภูมิอากาศผันแปร พบมีคลื่นลมแรง ความสูงของคลื่น 1-2 เมตร และได้ตรวจสอบประสานงานกลุ่มเรือประมงตามเส้นทางเดินเรือในพื้นที่ท่องเที่ยวบริเวณเกาะ พบว่าคลื่นมีความสูง 2-3 เมตร สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ประกอบกับได้นำข้อเท็จจริงหารือกลุ่มตัวแทนผู้ประกอบการนำท่องเที่ยวแล้วมีความเห็นสอดคล้องกัน ให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ออกประกาศปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นการชั่วคราว จึงมีประกาศปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป และจะได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่วอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ดังกล่าวกลับสู่ภาวะปกติ จะได้มีประกาศเปิดการท่องเที่ยวตามปกติต่อไป

ขณะที่ท่าเรือบ้านทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่จองเข้าท่องเที่ยวในวันนี้ ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดการท่องเที่ยวในพื้นที่หมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งต่างก็รู้สึกผิดหวังที่จะได้เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะได้เข้าสัมผัสกับความสวยงามทางธรรมชาติของทะเล ชายหาด และความหลากหลายทางชีวภาพ หลังจากปิดการท่องเที่ยวไปนาน 7 เดือน ซึ่งพบว่ามีการจองเข้าท่องเที่ยวในวันแรกกว่า 500 คน มีรายได้จากค่าธรรมเนียมกว่า 120,000 บาท ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย ยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และงดการเดินเรือในระยะนี้


https://mgronline.com/south/detail/9630000105141

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ลูกฉลามสองหัวติดอวน ตังเกอินเดียตะลึงแต่ไม่เก็บ ถ่ายรูปเสร็จโยนกลับลงน้ำ



ลูกฉลามสองหัวติดอวน - เพ็นนิวส์ รายงานวันที่ 14 ต.ค. ว่า ชาวประมงค้นพบ ลูกฉลามสองหัว ที่ติดมากับอวน ในสภาพมีชีวิตอยู่ ขณะลากขึ้นเรือระหว่างออกหาปลา น่านน้ำนอกรัฐมหาราษฏระ ตอนกลางของอินเดีย แต่สุดท้ายตัดสินใจโยนกลับลงน้ำไป

นิทิน พาทิล ชาวหมู่ประมงจากหมู่บ้านสัตพาที อำเภอพัลการ์ ผู้ค้นพบสัตว์น้ำผ่าเหล่า แม้จะแปลกตาสุดท้ายเพียงถ่ายภาพเล็กน้อย ก่อนโยนกลับลงน้ำไป ด้วยเหตุผลที่ไม่กินปลาตัวเล็กเช่นนี้ ยิ่งเฉพาะฉลาม แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ลูกฉลามแรกเกิดแบบนี้หายากแค่ไหน

ดร.เควี อคีเลช แห่งสภาวิจัยเกษตรกรรมอินเดีย สถาบันวิจัยประมงกลางอินเดีย กล่าวว่า ที่ผ่านมาอินเดียมีรายงานการค้นพบฉลามสองหัวอย่างน้อยเพียง 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็น ฉลามหนู เมื่อปี 2510 ในรัฐคุชราต ทางตะวันออก และอีกครั้งเป็น ฉลามหนูใหญ่ เมื่อปี 2534 ในรัฐกรณาฏกะ ทางใต้

ที่จริงอาจมีการค้นพบมากกว่านี้ แต่ไม่มีการถ่ายภาพเป็นหลักฐาน ต้องยกเครดิตให้สื่อสังคมออนไลน์ที่ช่วยทราบถึงการค้นพบฉลามสองหัวอีกครั้ง

ด้าน สวัพนิล ทันเดล นักชีววิทยาทะเล อธิบายว่า ลูกฉลามสองหัวที่มีการค้นพบเป็น ฉลามหนูใหญ่ ส่วนารผ่าเหล่าของฉลามเกิดขึ้นยากยิ่งที่จะค้นหาสาเหตุความผิดปกตินี้ แต่เชื่อว่า หลายปัจจัยที่เป็นไปได้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งความผิดปกติพันธุกรรมหรือการเผาผลาญ (เมตาบอลิซึม) ไวรัส มลพิษ หรือแม้แต่การจับปลามากเกินไป


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_5119919

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


นทท.คอตก! ประกาศปิดหมู่เกาะสิมิลันชั่วคราว พบคลื่นลมแรงหวั่นอันตราย



วันที่ 15 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน - Mu Ko Similan National park" ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันชั่วคราว เนื่องจากสภาพภูมิกาศผันแปร มีคลื่อนแรง เสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

โดยข้อความระบุว่า "ประกาศ ปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันชั่วคราว เนื่องจากสภาพภูมิอากาศผันแปร มีคลื่นลมแรง คลื่นบริเวณแหล่งท่องเที่ยวสูงถึง 2 - 3 เมตร ซึ่งเสี่ยงต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงขอประกาศปิดการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ หากมีการเปลี่ยนแปลงใด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง"




https://www.naewna.com/likesara/525341


*********************************************************************************************************************************************************


เพื่อสุขภาพ! ฝัง'ทรายบำบัด' รักษาโรค 'ความดัน เบาหวาน' ผู้สูงอายุ

ฝังทรายด้วย'ทรายบำบัด'รักษาโรคผู้สูงอายุหนึ่งในหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองเขารูปช้าง จังหวัดสงขลา



ที่บริเวณชายหาดหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองเขารูปช้าง (หลังเก่า) ถนนเลียบชายทะเลสงขลา- นาทับ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (15 ต.ค.63) นายประสงค์ บริรักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง พร้อมด้วยนายพิทักษ์ สุวรรณโณ รองนายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเขารูปช้าง เดินทางไปให้กำลังใจพบปะพูดคุยกับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมฝังทรายใช้ "ทรายบำบัด" บริเวณชายหาดหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองเขารูปช้าง (หลังเก่า) ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองเขารูปช้าง โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ม่วงงาม ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายของโรงเรียนผู้สูงอายุร่วมให้คำปรึกษากิจกรรมดังกล่าว

สำหรับเมืองเขารูปช้างถือเป็นเมืองที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งแม่น้ำ ภูเขา และทะเล ดังนั้น การใช้ "ทรายบำบัด" เป็นการทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเยียวยารักษาผู้สูงอายุและผู้ป่วย LTC โดยเชื่อว่า การฝังทรายจะช่วยปรับสมดุลร่างกาย ทำให้โลหิตไหลเวียนดี ช่วยสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ถูกขับออก อีกทั้งยังช่วยให้ผ่อนคลาย ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ปวดข้อ ข้ออักเสบ หอบหืด เครียด นอนไม่หลับ สามารถฝังทรายบำบัดเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ นอกจากนี้ยังเหมาะกับที่มีป่วยเป็นโรค อาทิ ความดัน เบาหวาน หรือโรคที่ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต กลายเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียง



กิจกรรม "ทรายบำบัด" จะจัดขึ้นเวลา 05.30 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ทรายมีอุณหภูมิที่พอเหมาะไม่ร้อนจนเกินไป โดยในวันนี้มีผู้สูงอายุเข้าร่วม จำนวน 22 คน และมีญาติคอยให้ความช่วยเหลืออยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งการฝังทรายทำได้ไม่ยาก โดยการขุดทรายเท่าตัวผู้ฝัง ลึกพอประมาณ และกลบให้มิดตั้งแต่บริเวณใต้ทรวงอกลงไปให้ปลายเท้าหันไปทางทะเล ใช้เวลาฝังทรายประมาณ 30 นาที แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้บำบัดด้วย หลังจากฝังทรายเสร็จแล้ว ก็จะเดินออกกำลังกายริมชายหาด ระยะ 1-2 กม.ไป-กลับ เสร็จแล้วก็ลงทะเลให้วารีบำบัดอีกครั้งหนึ่งเพื่อล้างทรายออกจากร่างกาย ที่ผ่านมาผู้สูงอายุที่มาร่วมกิจกรรม "ทรายบำบัด" ที่เป็นภูมิแพ้ ปวดข้อ ข้ออักเสบ หอบหืด เครียด นอนไม่หลับ ฝังทรายบำบัดช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ให้ดีขึ้น


https://www.naewna.com/likesara/525205

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:50


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger