เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 10-05-2022
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,482
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2565

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

อนึ่ง พายุไซโคลนกำลังแรง "อัสนี" บริเวณชายฝั่งประเทศอินเดียตอนกลาง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศอินเดียตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ค. 65 พายุนี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่จะทำให้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในวันที่ 9 -10 พ.ค. 65 ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย อ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง และยังคงมีฝนตกต่อเนื่องบริเวณประเทศไทยตอนบน เนื่องจากพายุไซโคลน ?อัสนี? ที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลนกำลังแรงแล้ว และมีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือสู่บริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และอ่าวไทย มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 11-15 พ.ค. 65 ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำฉลับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วยตลอดช่วง ส่วนชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยในช่วงวันที่ 9 ? 10 พ.ค. 65



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ "อัสนี" บริเวณอ่าวเบงกอล" ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2565

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (10 พฤษภาคม 2565) พายุไซโคลนกำลังแรง "อัสนี" บริเวณชายฝั่งประเทศอินเดียตอนกลาง หรือมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 84.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศอินเดียตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ค. 65 โดยไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่จะทำให้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง












__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 10-05-2022
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,482
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


โลกรวน : ข้อมูลดาวเทียมชี้ วัฏจักรน้ำของโลกเปลี่ยนแปลงเกินคาด ส่งผลแล้ง-ฝน รุนแรงกว่าเดิม


ภาพถ่ายดาวเทียมของพายุเฮอริเคน Dorian เมื่อปี 2019 ... ที่มาของภาพ,GETTY IMAGES

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้วัฏจักรของน้ำ (water cycle) ระดับโลก ซึ่งเป็นกระบวนการที่น้ำระเหยกลายเป็นไอในชั้นบรรยากาศและควบแน่นตกลงมาเป็นฝน เริ่มหมุนเวียนไปจนครบรอบอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้พื้นที่ประสบภัยแล้งจะขาดแคลนน้ำยิ่งขึ้น ส่วนเขตมรสุมพายุฝนจะรุนแรงกว่าเก่าและเกิดอุทกภัยหนักขึ้น

ผลการศึกษาข้างต้นเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดจากดาวเทียม โดยทีมนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายแห่งของสเปน ซึ่งตีพิมพ์รายงานดังกล่าวลงในวารสาร Scientific Reports

ผลการศึกษาพบว่า การวัดค่าความเค็มหรือความเข้มข้นของแร่ธาตุ (salinity) ที่ผิวน้ำทะเล โดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดอยู่กับทุ่นลอยน้ำในมหาสมุทรนั้น มีความคลาดเคลื่อนโดยต่ำกว่าค่าความเค็มที่แท้จริงอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันเราตรวจวัดค่าดังกล่าวได้แม่นยำขึ้น ด้วยการสำรวจอุณหภูมิและการระเหยของน้ำทางดาวเทียม

ทีมผู้วิจัยระบุว่า ค่าความเค็มของผิวน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกตินั้น ชี้ถึงการที่ภาวะโลกร้อนทำให้บริเวณที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง เกิดการระเหยกลายเป็นไอของผิวน้ำด้านบนมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น เพิ่มความชื้นในชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะรวมตัวกันเป็นพายุฝนในเขตใกล้เส้นศูนย์สูตรและขั้วโลกทั้งสองมากขึ้น

วัฏจักรของน้ำที่แปรปรวนดังกล่าว เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในรูปแบบที่เรียกได้ว่า "พื้นที่ชุ่มชื้นจะเปียกมากขึ้น พื้นที่แห้งก็จะแล้งยิ่งขึ้น"


ทุ่นสำหรับตรวจวัดค่าความเค็มของน้ำทะเล .... ที่มาของภาพ,WHOI

แหล่งน้ำในส่วนต่าง ๆ ของโลกก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยน้ำในแหล่งน้ำจืดจะมีแร่ธาตุเจือจางและมีรสจืดกว่าเดิมเพราะปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น ส่วนน้ำทะเลนั้นจะยิ่งมีความเข้มข้นของแร่ธาตุสูง และมีรสเค็มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากน้ำระเหยกลายเป็นไอในอัตราที่สูงขึ้น แต่ไม่ตกกลับลงมาเป็นฝนในที่เดิมซึ่งมีอุณหภูมิสูง

ดร. เอสเตรลลา ออลเมโด หนึ่งในทีมผู้วิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งนครบาร์เซโลนา กล่าวแสดงความกังวลถึงสภาพการณ์ข้างต้นว่า "การที่มีปริมาณไอน้ำในชั้นบรรยากาศมากขึ้น และมีไอน้ำหมุนเวียนในวัฏจักรน้ำเพิ่มขึ้นนั้น จะทำให้มีฝนตกชุกในแถบขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ หิมะและแผ่นน้ำแข็งที่เหลืออยู่จะละลายไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีฝนตกลงมาแทนที่จะเป็นหิมะเหมือนแต่ก่อน"

ข้อมูลจากดาวเทียมล่าสุดนี้ สอดคล้องกับการทำนายด้วยแบบจำลองภูมิอากาศโลก ซึ่งเคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในทุก 1 องศาเซลเซียสที่โลกร้อนขึ้น จะส่งผลให้วัฏจักรของน้ำหมุนเวียนอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้นราว 7% ซึ่งหมายถึงว่าพื้นที่ชุ่มชื้นจะเผชิญพายุฝนหนักกว่าเก่า 7% โดยเฉลี่ย และพื้นที่แห้งแล้งจะยิ่งเผชิญสภาพอากาศที่แห้งผากกว่าเดิม 7% โดยเฉลี่ยนั่นเอง


https://www.bbc.com/thai/international-61299458

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:42


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2022, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger