เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8 ? 11 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 12 - 13 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 12 - 13 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนในบริเวณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (98.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (234.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (102.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


กทม.วางแผน 3 ระยะป้องกันฝุ่นพิษ



ปัญหาค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน มักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวของทุกปี คือช่วงปลายเดือนธันวาคม และระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม แต่ปีนี้กรุงเทพฯประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานเร็วกว่า ปีที่ผ่านมา

"รายงานวันจันทร์" วันนี้จึงไปพูดคุยกับ รองปลัด กทม. "วิภารัตน์ ไชยานุกิจ" ถึงมาตรการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน รวมถึงสาเหตุที่ปีนี้ กทม.มีฝุ่นขนาดเล็กเร็วกว่าปีที่ผ่านมา

------------------------



ถาม-ทำไมปีนี้ปัญหาฝุ่นละอองมาเร็วกว่าปีที่ผ่านมา

วิภารัตน์?ปีนี้ฤดูหนาวมาเร็วกว่าปกติ ทำให้ความกดอากาศสูง ลมสงบ มีลักษณะอากาศปิด ทำให้ฝุ่นละอองไม่สามารถลอยตัวขึ้นสูงได้ มีการสะสมของฝุ่นละอองในอากาศเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณฝุ่นละอองไม่ได้อยู่นิ่งและยาวนานติดต่อกัน มีลักษณะขึ้นลง ตามสภาพอุตุนิยมวิทยาตัวแปรหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานคือสภาพอากาศ ขณะที่แหล่งกำเนิดฝุ่นยังเท่าเดิม เช่น บนถนนมีรถวิ่งเท่าเดิม การก่อสร้างรถไฟฟ้าก็ยังสร้างไม่เสร็จ ทั้งนี้ ร้อยละ 54 ของปัญหาฝุ่น PM 2.5 มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงไม่สมบูรณ์จากเครื่องยนต์ดีเซล การเผาในที่โล่ง การก่อสร้างขนาดใหญ่


ถาม-ปีนี้ กทม.ได้เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างไรบ้าง

วิภารัตน์-ที่ผ่านมาแม้จะไม่ใช่ช่วงที่กรุงเทพฯประสบปัญหาฝุ่นละออง แต่ กทม.ได้ฉีดน้ำล้างถนน ติดตั้งสปริงเกอร์ อุปกรณ์พ่นละอองน้ำตามตึก อาคารต่างๆของหน่วยงาน กทม. รวมถึงดำเนินการตามมาตรการลดฝุ่นเป็นประจำอยู่แล้ว และได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้กำชับ 50 เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดำเนินการตามแผนลดฝุ่นละออง เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แผนการรับมือปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ปลายปี 2562 กทม.ได้จัดทำแผนการรับมือกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ดังนี้

1.ระยะก่อนเกิดวิกฤติ ดำเนินการดังนี้

1.ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 และสภาพอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดหาเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 แบบอัตโนมัติเพิ่มเติม 30 เครื่อง ติดตั้งและตรวจวัดฝุ่นได้อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้ง 50 เขต แบ่งเป็น

1.สำหรับตรวจวัดฝุ่นละอองภายนอก อาคารพร้อมติดตั้ง 27 เครื่อง เพื่อใช้ตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เขตเดิม ที่ยังไม่มีเครื่องตรวจวัด และเพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงภารกิจเร่งด่วน และสนับสนุน ภารกิจของหน่วยงานต่างๆ และ 2.สำหรับติดตั้งในสถานีแบบตู้คอนเทนเนอร์ 3 เครื่อง ได้แก่ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ สำนักงานเขตพระโขนง และถนนวิภาวดีรังสิต (เขตดินแดง)

2.พัฒนาระบบข้อมูลการจัดการคุณภาพอากาศให้สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะ และแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบ

3.ตรวจสอบแหล่ง กำเนิดมลพิษอย่างต่อเนื่อง อาทิ รถยนต์ รถโดยสารสาธารณะ เรือโดยสารในคลอง โครงการก่อสร้างทั้งอาคารและรถไฟฟ้า

4.ทดลองติดตั้งเครื่องกรองอากาศบริเวณพื้นที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม เขตปทุมวัน โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์




2.ระยะเกิดวิกฤติ ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง อาทิ เพิ่มความถี่ในการล้างถนนและการฉีดน้ำ เป็นละอองฝอยในอากาศเพื่อลดฝุ่นละออง เพิ่มจุดตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำทุกประเภท ประสานอำนวย

ความสะดวกด้านการจราจรให้คล่องตัวและรณรงค์ใช้ระบบขนส่งมวลชน รณรงค์ไม่ขับ...ช่วยดับเครื่อง ห้ามเผาขยะและเผาในที่โล่งทุกชนิด ประสานอาคารสูงพ่นละอองน้ำขนาดเล็ก ประสานการพ่นน้ำในบรรยากาศโดยโดรน เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน ทำฝนเทียม ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุม เหตุรำคาญโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร


3.ระยะหลังวิกฤติ ดำเนินการดังนี้ ประชุมถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้นในปีต่อไป ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 และสภาพอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงแผนปฏิบัติงานเพื่อควบคุมมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง

"แม้ว่าส่วนใหญ่ กทม.จะแก้ปัญหาที่ ปลายเหตุ แต่ กทม.ไม่เคยนิ่งนอนใจ พยายาม แก้ปัญหาไม่ให้กระทบหรือสร้างความเดือดร้อน ให้ประชาชน" รองปลัด กทม.กล่าวสรุป.


https://www.thairath.co.th/news/loca...Pos=2#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ขีดเส้นตาย! แก้ปัญหาซากเรือประมงเวียดนามลอยเกลื่อนทะเลเกาะสมุยเสร็จภายใน 15 วัน

สุราษฎร์ธานี - เจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแก้ไขปัญหากรณีซากเรือประมงเวียดนามที่ถูกจับดำเนินคดีลอยเกลื่อนทะเลเกาะสมุย เบื้องต้นตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาเรือทั้ง 23 ลำ ภายใน 15 วัน



วันนี้ (7 ต.ค.) ที่ห้องประชำสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 สาขา อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายพิเชษฐ์ สุดเดือน ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 สาขาเกาะสมุย ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับซากเรือประมงเวียดนามในทะเลอ่าวไทย ฝั่งเกาะสมุย ที่ถูกจับกุมและซากเรือถูกคลื่นซัดจนอุปกรณ์แตกกระจายเกลื่อนทะเลเกาะสมุย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบ นายสุทธิพงษ์ ทองเรือง ปลัดป้องกันอำเภอเกาะสมุย พ.ต.ท.พิชัย สองเมือง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เกาะสมุย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ เกาะสมุย เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเกาะสมุย เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่จากฐานทัพเรือเกาะสมุย และตำรวจสันติบาล และผู้ประกอบการด้านให้บริการเดินเรือโดยสาร ระหว่าง อำเภอดอนสัก -เส้นทางอำเภอเกาะสมุย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นผู้ประกอบการเรือประมงชายฝั่งในพื้นที่ที่เดือดร้อน ไม่ได้รับเชิญมาร่วมประชุมในครั้งนี้

เบื้องต้นที่ประชุม ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นหลายฝ่ายเพื่อร่วมสรุป แก้ไขปัญหาซากเรือประมงที่มีทั้งประมงสัญชาติไทย และเวียดนาม ที่ถูกจับกุมาในคดีต่างๆ โดยเรือประมงไทยถูกจับกุมในคดี กระทำประมงโดยผิดกฎหมาย ส่วนเรือประมงเวียดนามถูกทางการไทยจับกุมในข้อกระทำการประมงล่วงละเมิดน่านน้ำไทยเข้ามาทำประมง โดยเรือประมงดังกล่าว ได้ถูกจับกุมต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งซากเรือและของกลางถูกนำมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย ในฐานะเจ้าของคดี และเรือนำไปจอดลอยลำในทะเลอ่าวบ้านหน้าทอน หมู่ 3 ตำบลอ่างทอง อ.เกาะสมุย จำนวน 23 ลำ อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย ถูกคลื่นซัดจนเรือแตกกระจายลอยเกลื่อนในทะเล จำนวนจน 3 จุด คือ จุดหน้าสถานีตำรวจน้ำเกาะสมุย หน้าโรงพยาบาลเกาะสมุย และบริเวณในคลองลิปะใหญ่

โดยที่ผ่านมา ซากเรือดังกล่าเป็นอุปสรรคในการเดินเรือและเป็นอุปสรรคที่เรือประมงพื้นบ้านเข้าออกภายในคลองลิปะใหญ่มาเป็นเวลานาน และเป็นปัญหารื้อรังมาหลายปี จนนักท่องเที่ยว และชาวประมงออกมาร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ในการประชุมในวันนี้ มีการหาแนวทางการแก้ไข และวิธีนำซากเรือประมงออกจากพื้นที่ในทะเลอ่าวบ้านหน้าทอน ซึ่งการที่จะย้ายซากเรือออกไปต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และยังไม่สามารถหาเจ้าภาพจัดงบประมาณนำซากเรือออกไปได้



โดยในที่ประชุม ได้มีมติให้ทางตำรวจ สภ.เกาะสมุย เจ้าของคดี ดำเนินการตั้งคณะกรรมการร่วมกับหน่วยงานต่างๆดำเนินการสำรวจเรือที่จมทั้งหมด และตั้งคณะกรรมการประเมินราคา ขณะเดียวกัน ตำรวจในฐานะเจ้าของคดี ต้องตั้งคณะกรรมการ เพื่อจำหน่ายซากเรือขายทอดตลาด และดำเนินการตามระเบียบและกฏหมายต่างๆต่อไป ในทั้งนี้ มติที่ประชุมจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน โดยทางเจ้าท่าสาขาเกาะสมุยได้ออกประกาศมาตรการความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ บริเวณที่เรือจมตามจุดต่างๆ โปรดระมัดระวังในการเดินเรือ

นายพิเชษฐ์ สุดเดือน ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 สาขาเกาะสมุย กล่าวว่า หลังจากที่เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งเชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม เพื่อสรุปแนวทางการหามาตรการแก้ไข โดยในที่ประชุมมีมติเห็นชอบสรุปว่า ทางตำรวจ สภ.เกาะสมุย ในฐานะเจ้าของคดี จะร่วมกันตั้งคณะกรรมการร่วมกันขึ้นมาโดยมีหน่วยงานต่างที่เกี่ยวข้อง พร้อมสรุปซากเรือประมงจำนวน 23 ลำที่ลอยและจมอยู่ในทะเลอ่าวบ้านหน้าทอนของเกาะสมุย ว่าเรือทั้ง 23 ลำที่เป็นซากอยู่นี้กระจายอยู่ตรงจุดใดบ้าง เพื่อออกไปสำรวจในจำนวนเรือทั้ง 23 ลำนี้ เมื่อสำรวจแล้ว ก็จะเร่งสรุป วันในการดำเนินการ ประกาศเพื่อขายซากเรือทอดตลาด ตามระเบียบของทางราชการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเเล้วเสร็จโดยใช้เวลาประมาณ 15 วัน และในระหว่างนี้ ก็จะทำการประกาศประชาสัมพันธ์ พี่น้องชาวเรือให้หลีกเหลี่ยงในบริเวณที่มีซากเรือจม


https://mgronline.com/south/detail/9620000096701

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


'อ.ธรณ์' โพสต์ภาพ 'ถุงพลาสติก' ลอยเกลื่อน ย้ำ 'ทะเล' โดนตื้บๆซ้ำแล้วซ้ำอีก

7 ตุลาคม 2562 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลไทย โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ?Thon Thamrongnawasawat? มีเนื้อหาดังนี้



ภาพสดๆ จากทะเลไทยภาพนี้ คงเป็นเหตุผลดีๆ ที่ตอบว่า ทำไมห้างร้านควรจะเลิกแจกถุงก๊อบแก๊บในปีหน้า #ก็เพราะมันท่วมทะเลแล้วครับ

ฝรั่งบอกว่าในปี 2050 หากเราไม่ทำอะไร ในมหาสมุทรจะมีขยะพลาสติกมากกว่าปลา

ทว่า...ถ้าดูทะเลไทย ผมคิดว่าเราใกล้จะถึงวันนั้นแล้ว

หรืออาจถึงแล้วก็เป็นได้

สงสัยเหมือนกันว่า น้องพะยูน น้องเต่า และสรรพสัตว์ในทะเลจะอยู่กันได้อย่างไร

สงสัยว่าจะมีไมโครพลาสติกอีกกี่ล้านล้านล้านที่แตกตัวออกมาทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที...

ภาพนี้ถ่ายวูบเดียวที่เรือวิ่งผ่าน ผมนับสองรอบ ได้ 45 ถุง

45 ถุงที่เห็นจากผิวน้ำ กลางน้ำมีอีกเท่าไหร่ ก้นทะเลกองรวมกันอีกเท่าไหร่ ?

ภาพวูบเดียว เรือวิ่งอีกไกล ถุงลอยเคว้งคว้างเต็มทะเล

นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลมีหน้าที่นำสิ่งที่เกิดในทะเลมาบอกให้คนอื่นให้ทราบ จากการศึกษา การวิจัย ฯลฯ แต่หนนี้ ผมบอกด้วยภาพง่ายๆ ใช้นิ้วนับถุงได้ ไม่ต้องใช้วิชาสถิติประยุกต์

นับเสร็จแล้วฟังผมบอกต่อ บอกว่าเรากำลังแย่แล้วครับ ไม่ต้องรอปีหน้าหรือปีไหน เอาปีนี้ตอนนี้แหละ

ทะเลไทยกำลังมีถุงพลาสติกมากกว่าแมงกะพรุน

จึงสนับสนุนท่านรมต.และกระทรวงทรัพยากรฯ แบบสุดใจขาดดิ้น ในการแบนถุงพลาสติกหูหิ้วจากห้างร้านในปีหน้า และแบนให้หมดประเทศในปี 64 เพราะทะเลที่ถูกขยะพลาสติกทำร้าย มันไม่ใช่แค่ติดมุมโดนระดมต่อย

เธอลงไปนอนหมอบกับพื้นแล้ว กำลังโดนตื้บๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก

จึงสนับสนุนเพื่อนธรณ์สุดใจขาดดิ้นว่าเราเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอปีใหม่ ถือถุงผ้าไปห้างไปร้านสะดวกซื้อ แล้วลองดูว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่ได้ไหม

ถือถุงผ้า ใบหน้าอมยิ้ม ชั้นลดความสะดวกลงนิดเดียว แต่ได้ความสุขความสบายใจคืนมามหาศาล

เพราะวันนี้ฉันเลิกทำร้ายทะเลแล้วจ้ะ


https://www.naewna.com/likesara/445662

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง


รองผู้ว่าฯแจงถุงบิ๊กแบ๊กปนปื้อนหาดทับสะแก เป็นถุงบรรจุคาร์บอน จ่อตั้งงบซื้อถุงใหม่แทน



วันที่ 7 ตุลาคม 62 นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทีมนักวิชาการสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแกพร้อมชาวบ้านกว่า 40 คนลงพื้นที่ตรวจสอบถุงบิ๊กแบ๊กสีดำที่มีฝุ่นสีดำปนเปื้อนบริเวณชายหาดความยาว 800 เมตรและบางส่วนแตกเสียหายหลังจากฝ่ายปกครองนำเครื่องจักรกลหนักวางบิ๊กแบ๊กตามแนวชายหาด ทุ่งประดู่ หมู่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมประชุมกับชาวบ้านที่หอประชุมหมู่บ้าน หมู่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง

นายภิรมย์กล่าวว่าจากตรวจสอบเบื้องต้นพบถุงบิ๊กแบ๊กที่มีคราบฝุ่นสีดำลักษณะคล้ายถุงที่เคยใช้บรรจุถ่านคาร์บอน ทราบว่าเป็นถุงที่มีเอกชนได้บริจาคมาให้เพื่อใช้ป้องกันคลื่นลมชั่วคราวเพื่อลดความหวาดกลัวของชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบจากคลื่นลมที่จะมากัดเซาะทำลายบ้านเรือน โดยได้รับความร่วมมือของเอกชนมาช่วยเหลือบรรจุทรายและวางถุงบิ๊กแบ๊กให้กับชาวบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ส่วนถุงบิ๊กแบ๊กที่เคยใช้บรรจุถ่านคาร์บอนมีคราบฝุ่นสีดำจะมีผลกระทบต่อการที่หายใจเข้าไป และถ้าถุงบิ๊กแบ๊กวางอยู่ในน้ำก็อาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง ทั้งนี้ทางจังหวัดพร้อมที่จะช่วยเหลือนำถุงบิ๊กแบ๊กออกแต่ชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดมีความเห็นให้คงวางถุงบิ๊กแบ๊กไว้ตามเดิมโดยชาวบ้านบอกว่ากลัวคลื่นลมที่จะมามากกว่าผลกระทบจากผงถ่านคาร์บอน และหากว่ากรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่องคลื่นลมแรงก็พร้อมที่จะนำงบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดมาช่วยเหลือวางถุงบิ๊กแบ๊กใหม่แทนถุงบิ๊กแบ๊กที่มีปัญหา และจะนำถุงบิ๊กแบ๊กเก่าไปทำลายทิ้งต่อไป.


https://www.banmuang.co.th/news/region/165644

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


เพราะอะไร ปกป้องมหาสมุทรจึงเท่ากับปกป้องโลกนี้ ............ โดย คริส โทรน ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ สหราชอาณาจักร

มหาสมุทรที่สมบูรณ์ ปลอดภัยมีส่วนสำคัญที่ช่วยค้ำจุนความยั่งยืนของโลกใบนี้ เพราะมหาสมุทรถือเป็นแหล่งอาหาร แหล่งทรัพยากรที่ช่วยให้ผู้คนหลายพันล้านคนมีรายได้ และยังช่วยควบคุมสภาพภูมิอากาศให้สมดุล โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ( Intergovernmental Panel on Climate Change ? IPCC) ได้เปิดตัวรายงานพิเศษที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันความกลัวที่เลวร้ายที่สุดของเรา นั่นก็คือ วิกฤตสภาพภูมิอากาศเชื่อมโยงและคือปัญหาเดียวกันกับวิกฤตในมหาสมุทร


แนวปะการังที่ยังสมบูรณ์ในเมืองพาลาวันของฟิลิปปินส์ ? Steve De Neef

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลคือปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้โลกมีอุณภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ กระตุ้นให้แผ่นน้ำแข็งและธารน้ำแข็งละลายขนาดใหญ่มหึมาหลายแห่งพังทะลายลงอย่างรวดเร็วในอัตราที่น่าตกใจ ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นตามไปด้วย

เมื่อน้ำทะเลจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากเกินปริมาณตามธรรมชาติเข้าไป ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ มหาสมุทรมีสภาพเป็นกรดมากขึ้นและเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศที่เปราะบาง เช่น แนวปะการังในเขตทะเลน้ำอุ่นที่สวยงาม


มหาสมุทร และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลจะช่วยกู้โลกได้อย่างไร?

เหตุผลก็คือ ตามธรรมชาตินั้นสัตว์ทะเลและพืชใต้น้ำจะช่วยดูดซับและกักเก็บคาร์บอน โดยล็อคมันไว้ใต้มหาสมุทร ไม่ว่าจะเป็นพืชในพื้นที่ชายฝั่ง เช่น ป่าชายเลนและหญ้าทะเล ก็จะช่วยดักคาร์บอนในตะกอนใต้น้ำและดิน และสัตว์ทะเลนั้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์จะถูกส่งผ่านตามวิถีห่วงโซ่อาหาร ซึ่งส่วนใหญ่ในที่สุดก็จมลงสู่ก้นทะเลลึกไปพร้อมกับซากสัตว์ที่ตายแล้ว

อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถพึ่งพากระบวนการธรรมชาตินี้เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้แต่เพียงอย่างเดียว มนุษย์จำเป็นต้องหยุดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงขยายการดูแลและปกป้องพื้นที่กักเก็บคาร์บอนและมหาสมุทรให้เพิ่มมากขึ้น ก่อนที่วิกฤตสภาพอากาศจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม


คราบน้ำมันบริเวณป่าชายเลนของหมู่บ้านในเกาะกะลิมันตัน ? Jurnasyanto Sukarno / Greenpeace

นอกเหนือจาก ภาวะฉุกเฉินทางสภาพอากาศที่กำลังคุกคามการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตในโลกแล้ว ในรายงานของ IPCC ยังระบุอีกว่า ผลกระทบต่อเนื่องของกิจกรรมทำลายล้างโดยมนุษย์ เช่น การขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่ง การปล่อยก๊าซและมลพิษพลาสติก ก็มีส่วนทำให้สถานการณ์สภาพอากาศย่ำแย่และแปรปรวนขึ้น

ความหวังเดียวที่จะช่วยปกป้องมหาสมุทรของเราตอนนี้คือ การที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ร่วมลงนามรับรองสนธิสัญญาทะเลหลวง (Global Ocean Treaty) ณ ที่ประชุมองค์การสหประชาชาติ เพราะหากมีการตกลงสนธิสัญญาที่แข็งแกร่งก็สามารถปูทางไปสู่การสร้างเครือข่ายเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล (Ocean Santuaries) ซึ่งกำหนดให้พื้นที่มหาสมุทรอย่างน้อย 30% เป็นพื้นที่คุ้มครองและจำกัดกิจกรรมที่จะส่งผลต่อระบบนิเวศ ภายในปี พ.ศ. 2573

การประกาศเขตคุ้มครองดังกล่าว จะช่วยให้มหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตทางทะเลได้ฟื้นตัวกลับมา และชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไม่ให้รุนแรงและรวดเร็วดังเช่นปัจจุบัน


ฝูงปลาบริเวฯแนวปะการังแอมะซอน ? Pierre Baelen / Greenpeace

โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุมได้เสร็จสิ้นการเจรจารอบสุดท้ายลงแล้ว แม้ว่าหลายประเทศสนับสนุนหลักการและกระบวนการ แต่มีเพียงบางประเทศเท่านั้นที่แสดงเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นที่จะรับรองข้อตกลงให้เกิดขึ้นจริง

รายงานฉบับดังกล่าวยังเปรียบเสมือนนาฬิกาปลุก กระตุ้นให้รัฐบาลที่ยังไม่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากขึ้น โดยควรส่งตัวแทนที่มีอำนวจตัดสินใจในระดับสูงเข้าร่วมการประชุมเรื่องสนธิสัญญาทะเลหลวง ณ กรุงนิวยอร์กที่จะจัดขึ้นในปีหน้า


นักประดาน้ำกางป้ายข้อความว่า "มหาสมุทรของเรา สภาพภูมิอากาศของเรา การมีชีวิตรอดของเรา" ? Alexis Rosenfeld / Greenpeace

รวมไปถึงผู้นำทางการเมืองและผู้นำภาคธุรกิจจำต้องตระหนักถึงความเชื่อมโยงของวิกฤตมหาสมุทรกับการลงทุนต่าง ๆ ของตน และตัดสินใจเปลี่ยนจากการพึ่งพิงพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นพลังงานทดแทน 100% ได้แล้ว เช่นเดียวกันก็ควรยุติการตัดไม้ทำลายป่า หยุดการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ และเดินหน้าสนับสนุนสร้างเครือข่ายเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล

ไม่มีช่วงเวลาไหนจะดีไปกว่าปัจจุบันอีกแล้ว เพราะเราเหลือเวลาน้อยลงทุกที เราเรียกร้องให้ผู้นำประเทศทั่วโดยกล้าที่จะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องมหาสมุทรและโลกของเรารวมกันกับผู้คนอีกเกือบสองล้านคนที่ได้ลงชื่อเรียกร้องให้รับรองสนธิสัญญาทะเลหลวง คุณเองก็ช่วงปกป้องมหาสมุทรได้เหมือนที่มหาสมุทรคอยปกป้องเรา


https://www.greenpeace.org/thailand/...limate-change/
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:25


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger