เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-15 ต.ค. 2562 ความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9 ? 12 ต.ค. 62 บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 13 - 15 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นในระยะแรก กับมีลมกระโชกแรง หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อนึ่ง พายุระดับ 5 ไต้ฝุ่น (ฮากีบิส) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 11-12 ตุลาคม 2562 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 13 - 15 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนในบริเวณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-09_DFTH2_2300.jpg (20.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-09_DFTH1_2300.jpg (39.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest101019.jpg (30.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-10_TopChart_01.jpg (109.9 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า



ฮือฮา! ฝูง?โลมา?ว่ายน้ำโชว์นักท่องเที่ยว ?เกาะพีพี? บ่งบอกความสมบูรณ์ของทะเล

9 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปฝูงโลมาจำนวน 4 ตัวที่ว่ายน้ำอยู่หน้าอ่าวลิง เกาะพีพี แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกระบี่ ที่สร้างความฮือฮาแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปกับเรือของบริษัทวังทราย สปี๊ดโปท ซึ่งมีนายเอกชัย ดำดี พนักงานช่างเครื่อง บันทึกภาพไว้ได้ บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเลกระบี่ โดยโลมาฝูงดังกล่าวซึ่งเชื่อว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน มีขนาดยาวตั้งแต่ 1.5-2 เมตร ที่ว่ายโผล่ครีบหลังและมองเห็นตัวอย่างชัดเจน โดยทางนักท่องเที่ยวหลายคนรีบบันทึกภาพของโลมาฝูงนี้ไว้ด้วย

นายเอกชัย ดำดี อายุ 44 ปี พนักงานเรือ บอกว่า โลมาฝูงนี้จะพบเจอได้ที่บริเวณตามอ่าวในเกาะพีพี แต่ไม่บ่อยนัก ซึ่งตนได้พบเมื่อวานนี้ ขณะนำนักท่องเที่ยวชาวจีนไปเที่ยวที่เกาะพีพี ซึ่งเมื่อพบก็ได้ดับเครื่องลอยลำให้นักท่องเที่ยวได้ชม โดยที่ผ่านมา ตนพบเห็นฝูงนี้มีด้วยกัน 5 ตัว ซึ่งมี 1 ตัวที่สีจะออกไปทางสีชมพูสวยงาม แต่รอบนี้ไม่เจอ อย่างไรก็ตาม การพบโลมาหรือสัตว์ทะเลหายากเช่นฉลามวาฬในทะเลกระบี่นั้น บ่งชี้ว่ายังมีความสมบูรณ์อย่างมาก



ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

สะเทือนใจ! เผยภาพหมู่เกาะพีพี จากอดีตสู่ปัจจุบัน บ้านเรือน-โรงแรม ผุดขึ้นเพียบ



เพจ ?เฮ้ย นี่มันฟุตบาทไทยแลนด์? เผยภาพหมู่เกาะพีพี จากในอดีตสู่ปัจจุบันที่มีบ้านเรือน โรงแรม รีสอร์ตถูกสร้างขึ้นเป็นจำนวนมาก ชาวเน็ตคอมเมนต์เป็นห่วงธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. เพจ ?เฮ้ย นี่มันฟุตบาทไทยแลนด์? เผยภาพหมู่เกาะพีพี เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองฯ จังหวัดกระบี่ โดยเป็นภาพเปรียบเทียบของเกาะจากอดีตสู่ปัจจุบันที่มีบ้านเรือน โรงแรมที่พัก สร้างขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยผู้โพสต์ระบุว่า ?นอกเรื่องนิ้ดดดนึง!! เห็นแล้วใจหายครับ ทรัพยากรท่องเที่ยวไทย #เกาะพีพี?

ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ในโลกออนไลน์ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมแชร์ประสบการณ์ต่างรู้สึกเป็นห่วงธรรมชาติที่ป่าถูกบุกรุกไปเรื่อยๆ เช่นนี้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูตรวจสอบและยับยั้งสิ่งก่อสร้างในพื้นที่
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

?เกาะลิบง? แหล่งหญ้าทะเลใหญ่ที่สุดในไทยมีมากถึง 11 ชนิด


นายคะนอง แสงสว่าง (เสื้อแดง) นักวิจัยเพื่อท้องถิ่นเครือข่ายอนุรักษ์พะยูน กำลังอธิบายเรื่องราว ?หญ้าทะเล?

?เกาะลิบง? กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นภายหลังการตายของ ?มาเรียม? พะยูนน้อย โดยเกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรัง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุด และเป็นแหล่งที่อาศัยของพะยูนมากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

นายคะนอง แสงสว่าง นักวิจัยเพื่อท้องถิ่นเครือข่ายอนุรักษ์พะยูน จังหวัดตรัง ได้เล่าให้ฟังว่า เกาะลิบง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรัง และยังเป็นที่ตั้งของแหล่งหญ้าทะเลอันกว้างใหญ่กินพื้นที่กว่า 16,000 ไร่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งหญ้าทะเลนั้นก็เป็นอาหารของพะยูน จึงทำให้ที่เกาะลิบงแห่งนี้ เป็นแหล่งอาศัยของพะยูนเป็นจำนวนมาก โดยจากการสำรวจพบมีจำนวนประมาณ 200 ตัวในบริเวณรอบๆ เกาะ

หลายคนคิดว่าหญ้าทะเลนั้นคงมีอยู่เพียงแค่ชนิดเดียว และมีรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ กับหญ้าที่อยู่บนบกแต่ไปเติบโตอยู่ในน้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หญ้าทะเลนั้นมีหลากหลายชนิดและมีหลากหลายลักษณะ ในน่านน้ำทั่วโลกพบหญ้าทะเลทั้งสิ้นประมาณ 60 ชนิด มีการแพร่กระจายอยู่ตามบริเวณชายฝั่งน้ำตื้นทั่วไป

เราพบแหล่งหญ้าทะเลบริเวณต่อเนื่องจากป่าชายเลนปากแม่น้ำ หรือพบใกล้ๆ กับแนวปะการัง และในน่านน้ำไทยก็พบหญ้าทะเลถึง 12 ชนิด โดยในฝั่งทะเลฝั่งอันดามันจะพบหญ้าทะเลทั้งหมด 11 ชนิด ส่วนอีกชนิดหนึ่งคือ ?หญ้าตะกานน้ำเค็ม? จะพบได้เฉพาะในทะเลทางฝั่งอ่าวไทยเท่านั้น

สำหรับแหล่งหญ้าทะเลที่เกาะลิบงนั้นพบหญ้าทะเลได้ครบทั้ง 11 ชนิด โดยเติบโตปะปนกัน ตัวอย่างเช่น ?หญ้าคาทะเล? ที่มีหน้าตาเหมือนใบหญ้าคาบนบก มองเห็นได้โดยง่าย, "หญ้าใบมะกรูด" ที่มีใบบางๆ ขนาดเล็กคล้ายกับใบของต้นมะกรูด ?หญ้าเงาใบเล็ก" ที่มีลักษณะใบที่คล้ายกับหญ้าใบมะกรูดมาก แต่จะมีเส้นกลางใบที่แตกต่างกัน และ ?หญ้าชะเงาใบมน? ที่คล้ายกับหญ้าคาทะเลแต่ใบอ่อนกว่าและมีปลายมน

?ความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลในบริเวณนี้ เกิดขึ้นจากตะกอนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ของเกาะลิบง โดยมีดินปะปนกันอยากหลากหลายชนิด ดูง่ายๆ คือการหยิบดินขึ้นมาดู ถ้าทรายมากกว่า ก็จะเป็นทรายปนโคลน โคลนมากกว่าก็จะเป็นโคลนปนทราย บางแห่งก็เป็นดินเลนไปเลย" นายคะนอง นักวิจัยเพื่อท้องถิ่นอธิบาย

นายคะนองอธิบายต่อว่า ดินจะเป็นปัจจัยบ่งบอกว่าจุดนั้นจะพบหญ้าชนิดใด เช่น บริเวณดินเลนจะพบ ?หญ้าเงาแคระ? ที่มีใบคล้ายๆ เมล็ดข้าว และระดับน้ำทะเลบริเวณนี้ก็ยังพอเหมาะไม่ลึกไปหรือตื้นไป ช่วงที่หญ้าทะเลเติบโตดีที่สุดจะเป็นช่วงเดือน พฤศจิกายน - มีนาคม เพราะช่วงนี้ทะเลมีแดด ไม่มีมรสุมคลื่นลม จึงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของหญ้าทะเลเป็นอย่างมาก

"หากเป็นช่วงเวลาน้ำลงแล้ว ก็จะสามารถมองเห็นทุ่งหญ้าทะเลกว้างใหญ่สุดลุกหูลูกตา และยังมีบางส่วนที่น้ำลดระดับลงไม่ถึง พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สามรถศึกษาข้อมูล และดูความแตกต่างของหญ้าทะเลได้ครบทุกชนิด? นายคะนอง นักวิจัยเพื่อท้องถิ่น ได้อธิบายให้ฟัง

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลที่มีหลากหลายสายพันธุ์ จึงทำให้จุดนี้ กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์มากมาย ในยามที่น้ำขึ้นก็จะเป็นแหล่งหากินของเต่า ปลานานาชนิด และพะยูน โดยหญ้าทะเลทุกชนิดนั้นเป็นอาหารของของพะยูน ซึ่งพะยูนจะกินทุกส่วนโดยจะใช้ปากดุนพื้นแล้วไถไปตามพื้นเพื่อกินหญ้าทะเล

"เราจะเห็นร่องรอยการกินของพะยูนได้ในช่วงน้ำลด ซึ่งจะเป็นร่องที่เป็นแนวยาวตามพื้น ระหว่างกินอาหารนี่เองที่เป็นช่วงพะยูนเผลอกินขยะเข้าไป เพราะในบางจุดมีขยะปะปนอยู่ จึงทำให้พะยูนที่กินเข้าไปป่วยและตายในที่สุด และในช่วงน้ำลงนี้ ก็ยังเป็นแหล่งหาอาหารของนกทะเลนานาชนิดๆ ซึ่งคนที่ชอบดูนกก็สามารถมาชมได้ในจุดนี้ด้วย?

นายคะนอง กล่าวเสริมว่า นอกจากหญ้าทะเลจะเป็นอาหารของพะยูนแล้ว ระบบนิเวศหญ้าทะเลยังมีความสำคัญในด้านเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เป็นแหล่งวางไข่ อนุบาลตัวอ่อนสัตว์น้ำ และยังมีส่วนช่วยในการรักษาหน้าดิน เพราะหญ้าทะเลมีระบบรากที่คอยยึดจับเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน การอนุรักษ์หญ้าทะเลจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถือเป็นการอนุรักษ์สัตว์น้อยใหญ่นานาชนิดที่พึ่งพาหญ้าทะเลไปในตัว ธรรมชาติก็จะยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์ไม่มีสิ่งใดขาดหายไป


รูปลักษณ์ ?หญ้าทะเล? ที่แตกต่างกันตามแต่ละชนิด

แหล่งหญ้าทะเลที่เกาะลิบงแห่งนี้ สามารถพบหญ้าทะเลได้ครบทั้ง 11 ชนิด เติบโตปะปนกัน อาทิ ?หญ้าคาทะเล? ที่มีหน้าตาเหมือนใบหญ้าคาบนบก มองเห็นได้โดยง่าย , หญ้าใบมะกรูด ที่มีใบบางๆ ขนาดเล็กคล้ายกับใบของต้นมะกรูด , ?หญ้าเงาใบเล็ก" ที่มีลักษณะใบที่คล้ายกับหญ้าใบมะกรูดมาก แต่จะมีเส้นกลางใบที่แตกต่างกัน ?หญ้าชะเงาใบมน? ที่คล้ายกับหญ้าคาทะเลแต่ใบอ่อนกว่ามีปลายมน

?ความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลในบริเวณนี้ เกิดขึ้นจากตะกอนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ของเกาะลิบง โดยมีดินปะปนกันอยากหลากหลายชนิด ดูง่ายๆ คือการหยิบดินขึ้นมาดู ถ้าทรายมากกว่า ก็จะเป็นทรายปนโคลน โคลนมากกว่าก็จะเป็นโคลนปนทราย บางแห่งก้เป็นดินเลนไปเลย และดินจะเป็นตัวบอกได้ว่าจุดนี้จะพบหญ้าชนิดไหน เช่น หากเป็นดินเลนก็จะพบ ?หญ้าเงาแคระ? ที่มีใบคล้ายๆ เมล็ดข้าว และระดับน้ำทะเลบริเวณนี้ก็ยังพอเหมาะไม่ลึกไปหรือตื้นไป ช่วงที่หญ้าทะเลเติบโตดีที่สุดจะเป็นช่วงเดือน พฤศจิกายน - มีนาคม เพราะช่วงนี้ทะเลมีแดด ไม่มีมรสุมคลื่นลม จึงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของหญ้าทะเลเป็นอย่างมาก หากเป็นช่วงเวลาน้ำลงแล้ว ก็จะสามารถมองเห็นทุ่งหญ้าทะเลกว้างใหญ่สุดลุกหูลูกตา และยังมีบางส่วนที่น้ำลดระดับลงไม่ถึง พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สามรถศึกษาข้อมูล และดูความแตกต่างของหญ้าทะเลได้ครบทุกชนิด? นายคะนอง นักวิจัยเพื่อท้องถิ่น ได้อธิบายให้ฟัง


นายคะนอง แสงสว่าง อธิบายรูปลักษณ์ ?หญ้าทะเล? ที่แตกต่างกันตามแต่ละชนิด


หญ้าทะเลหลากหลายชนิด ณ แหล่งหญ้าทะเล เกาะลิบง
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:40


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger