เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนหลายพื้นที่และมีอากาศร้อนจัดบางแห่งในภาคเหนือและภาคกลาง กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 25 - 26 มี.ค. 64 ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และ อ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตลอดช่วง ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ส่วนในช่วงวันที่ 27 - 30 มี.ค. 64 คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในวันที่ 27 - 31 มี.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ยึดเรือ-เตรียมออกหมายจับแก๊งคราดหอยเถื่อนพุ่งชนเจ้าหน้าที่เจ็บสาหัส 5 ราย

นครศรีธรรมราช ? "ศรชล.-ตำรวจ" พบหลักฐานชัดคลิปเรือแก๊งคราดหอยเถื่อนเจตนาพุ่งชนเจ้าหน้าที่ นำทางไปสู่การเข้าตามยึดเรือก่อเหตุเป็นของกลางในคดีได้แล้ว ส่วนเจ้าของเรือหลบหนี จ่อออกหมายจับ



จากกรณีเหตุการณ์แก๊งเรือคราดหอยเถื่อนผิดกฎหมายในอ่าวปากนคร ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ก่อเหตุใช้เรือหางยาวขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนเรือเจ้าหน้าศรชล.ภาค2 และเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บสาหัส 5 รายนั้น

วันนี้ (25 มี.ค.) จากคลิปในขณะเกิดเหตุกลายเป็นหลักฐานสำคัญ โดยเป็นคลิปเจ้าหน้าที่บันทึกไว้ได้อย่างชัดเจน ขณะที่เรือเจตนาพุ่งเข้าชน แม้เจ้าที่จะแจ้งเตือนแล้ว จนกระทั่งพุ่งเข้าชน ได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้นำคลิปภาพมาตรวจสอบอย่างละเอียดและหยุดภาพให้เป็นภาพนิ่ง ทำให้เห็นรูปพรรณเรือที่ถูกทาด้วยสีฟ้าน้ำเงิน รวมทั้งเครื่องหมายประจำเรือ มีอักษร ป.อยู่บริเวณหัวเรืออย่างเห็นได้ชัด

ช่วงบ่ายที่ผ่านมาหลังจากที่ได้หลักฐานชิ้นนี้เจ้าหน้าที่ ศรชล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้เร่งสืบสวนจนพบข้อมูลว่าเรือลำที่ก่อเหตุเจ้าของเรือได้นำไปหลบซ่อนอยู่ในลำคลองย่อยที่เรียกว่า คลองบางตาจันทร์ ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าพื้นที่ และเมื่อไปถึงพบว่าเรือลำดังกล่าวจอดอยู่ริมขนำนากุ้งธรรมชาติ มีร่องรอยคนอาศัยแต่เข้าใจว่าผู้ที่อาศัยเห็นเจ้าหน้าที่จึงหลบหนีไปก่อน

นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่าเรือลำดังกล่าวนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดเป็นของกลางนำส่งให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยพบว่าเรือมีรูปพรรณตรงตามภาพ และยังพบร่องรอยของความเสียหายจากการชนกับเรือเจ้าหน้าที่ แต่ได้ถูกทาสีทับไว้อำพรางแบบลวกๆ แต่ยังเห็นร่องรอยความเสียหายอย่างชัดเจน สำหรับเรือลำนี้มีอัตลักษณ์เลขประจำเรือที่ตอกขึ้นทะเบียนไว้ที่บริเวณหัวเรือ ดังนั้นมีเจ้าของที่ชัดเจนซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุในการใช้เรือชนเจ้าหน้าที่มีรายงานว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุชิงตัวผู้ต้องหาคราดหอยเถื่อนที่บริเวณปากอ่าวปากนคร ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เริ่มระบุตัวได้ทั้งหมดแล้วอยู่ในระหว่างการเตรียมออกหมายจับ


https://mgronline.com/south/detail/9640000028862

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


จ่อเข็น 9 มาตรการแก้ขยะพลาสติกในทะเล ใช้ระบบมัดจำขวด-ออก กม.ผู้ผลิตรับผิดชอบ



วันที่ 25 มี.ค. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งเดินหน้าแก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลอย่างจริงจัง ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ โดยให้สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green: BCG Model) ที่รัฐบาลกำหนดเป็นโมเดลเศรษฐกิจในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นวาระแห่งชาติอีกด้วย

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล ที่ผ่านมาได้ดำเนินการด้านต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ (1) จัดทำ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 - 2573 โดยตั้งเป้าเลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีดส์ ภายในปี 2562 (2)เลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องโฟมใส่อาหาร หลอดและแก้วพลาสติกชนิดบางแบบใช้ครั้งเดียว ภายในปี 2565 รวมถึงการนำขยะพลาสติกเป้าหมาย กลับมาใช้ใหม่ ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 เป็นต้น จนทำให้ประเทศไทยสามารถปรับลดอันดับประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลสูงสุดในโลกจากอันดับ 6 เป็น อันดับที่ 10 ได้สำเร็จ โดยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกได้กว่า 25,284 ล้านใบ หรือ 228,820 ตัน



นอกจากนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องยังจะนำข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลทั้ง 9 ข้อ มาพิจารณาดำเนินการเพื่อการจัดการขยะในภาพรวมของประเทศที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมด้วย ประกอบด้วย

1.ให้มีการนำระบบมัดจำค่าขวดพลาสติกมาใช้

2.ให้มีการส่งเสริม สนับสนุนการออกแบบผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.ให้มีการส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมในรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

4.ให้มีการออกกฎหมาย กำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบในการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ที่ตนผลิต

5.ให้มีการออกกฎหมาย กำหนดให้ประชาชนในฐานะผู้ทำให้เกิดขยะ มีหน้าที่ในการคัดแยกขยะ

6.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนาการดำเนินงานในการเก็บ ขน และกำจัดขยะ ให้เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั่วถึงเขตพื้นที่รับผิดชอบของตนโดยเฉพาะทางน้ำ

7.ให้มีการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากขยะ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อชุมชนรอบข้าง

8.ให้มีการจัดสรรงบประมาณ เพื่อจัดให้มีเรือเก็บขยะที่เพียงพอ สำหรับการปฏิบัติงานในจังหวัดชายฝั่งทะเล และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดเก็บขยะในน้ำ ทั้งในแม่น้ำ ลำคลอง และทะเล เพื่อให้เรือเก็บขยะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9.ให้หน่วยงานของรัฐ บูรณาการจัดการขยะพลาสติกกับองค์กรภาคเอกชน และประชาชน ตลอดจนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เรื่องสร้างจิตสำนึกในการลดใช้พลาสติก และการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี


https://www.thaipost.net/main/detail/97285

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


นาทีชีวิต! จนท.ใช้เวลากว่าชั่วโมงช่วยโลมาปากขวดหลงเข้ามาที่ประตูน้ำเขาสมิง

นาทีชีวิต! จนท.ใช้เวลากว่าชั่วโมงช่วยโลมาปากขวดหลงเข้ามาที่ประตูน้ำเขาสมิง ลงอวนต้อนขึ้นพร้อมส่งไปฐานฯธรรมชาติปฐมพยาบาล



25 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังโลมาปากขวดหลงจากอ่าวทะเลตราดเข้ามายังบริเวณหน้าประตูน้ำเขาสมิง ต.เขาสมิง จ.ตราด ระยะทางกว่า 18 กม.โดยพบตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เร่งช่วยเหลือ ?โลมา? 2ตัว หลงเข้ามาหน้าประตูน้ำเขาสมิง

ล่าสุด สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1 จ.ระยอง (ทช.ที่ 1)โดยศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดตราด และเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอเขาสมิง เจ้าหน้าที่กู้ภัยอำเภอเขาสมิง และศรชล.ตราดได้ร่วมกันวางแผนช่วยเหลือโลมาปากขวดด้วยการนำอวนตาถี่จากบ้านเปร็ดใน ต.ห้วงน้ำขาว อ.เมือง จ.ตราด และประสานของสัตวแพทย์จาก ทช.ที่ 1และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์มาช่วยเหลือ ตั้งแต่เวลา 15.30 น.

โดยการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากเมื่ออากาศที่ร้อน มีแดดแรง ทำให้การทำงานต้องล่าช้า อย่างไรก็ตาม หลังจากได้อวนมาแล้วได้ให้แต่ละหน่วยงานที่มาช่วยเหลือแบ่งงานกันด้วยการลากอวนขวางตลอดแนวประตูน้ำเขาสมิง ซึ่งกำลังลง ซึ่งใช้เวลาในการต้อนโลมาปากขวดให้เข้ามุมอับและเข้าจับโดยทีมสัตว์แพทย์และเจ้าหน้าที่จาก ทช.ที่ 1 ระยอง ได้นำแปลมารับโลมาปากขวด ใช้เวลาประมาณ 1ชม.จึงสามารถจับโลมาปากขวดได้ พร้อมนำขึ้นมายังฝั่งและนำขึ้นรถยนต์ส่งตัวไปยังฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด(ธรรมชาติ)ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด โดยที่ทีมสัตว์แพทย์ของ ทช.ที่ 1 จะทำการตรวจสุขภาพของโลมาปากขวดตัวนี้เพื่อให้แน่ใจว่ามีความแข็งแรงและไม่ป่วยหรือเจ็บ ซึ่งเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจะนำไปปล่อยในพื้นที่ทะเลลึกต่อไป

ทั้งนี้ จากสภาพการนำโลมาปากขวดขึ้นมานั้น พบบริเวณที่ปากโลมาปากขวดมีบาดแผลและมีเนื้อช้ำเป็นสีแดง ส่วนตามลำตัวไม่มีบาดแผล แต่แรงมีไม่มากนักจากการไม่ดิ้นร้นรุนแรงเหมือนทีมสัตว์แพทย์ ทช.ที่ 1 ระยอง ประเมินไว้ว่า เป็นโลมาปากขวดที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักน่าจะอยู่ระหว่าง 120-150 กก.มีความยาวประมาณ 180-200 ซม.ยังไม่ทราบเพศ และอายุ ส่วนที่หลงมาบยังบริเวณประตูน้ำเขาสมิงนั้นน่าจะเป็นการติดตามปลาที่เป็นอาหารแล้วเข้ามาหรืออาจจะเกิดอาการป่วยก็เป็นไปได้

ส่วนชาวบ้านหลายคนที่มามุ่งดูเหตุการณ์จับโลมาปากขวดครั้งนี้ ต่างแสดงอาการตื่นเต้น และดีใจที่สามารถจับโลมาปากขวดได้เพราะหลังจากหลงเข้ามาเกรงว่าจะเป็นอันตรายและอาจจะเสียชีวิตได้หากไม่สามารถช่วยได้ทัน อีกทั้งยังรู้สึกปลื้มใจที่มีหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือโลมาปากขวดในครั้งนี้


https://www.naewna.com/likesara/561800


*********************************************************************************************************************************************************


'วาฬบรูด้า' 2 ตัว โผล่วายน้ำโชว์ตัวกลางเกาะมัตหวายใหญ่



25 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.38 น. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ที่ มพ.2 (เกาะกุลา) พบวาฬบรูด้า จำนวน 2 ตัว ขนาดความยาวประมาณ 4 เมตร บริเวณด้านฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะมัตหวายใหญ่ พิกัดที่ 47 P 0527152 UTM 1127050 มีพฤติกรรมกำลังแหวกว่ายลักษณะเป็นคู่ไปรอบเกาะก่อนว่ายไปออกไปด้านฝั่งตะวันออกของเกาะมัตหวายใหญ่

และในเวลาต่อมาพบวาฬบรูด้าอีกจำนวน 2 ตัว บริเวณด้านหลังฝั่งตะวันออกของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร มพ.2 (เกาะกุลา) เวลา 10.30 น. ขนาดความยาวประมาณ 5 เมตร พฤติกรรมกำลังว่ายน้ำมุ่งหน้าไปทางเกาะรังกาจิว ทั้งนี้วาฬบรูด้าทั้ง 2 ตัว ได้โผล่ครีบขึ้นมาเล่นน้ำเพียงแค่ 1 ครั้ง แล้วไม่พบเห็นอีก เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถทำการถ่ายรูปไว้ได้ พิกัดที่ 47 P 0528001 UTM 1132022

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการถ่ายรูปตามแนวทางที่กรมอุทยานแห่งชาติกำหนดแล้ว แต่วาฬบรูด้านั้นได้มุดดำน้ำหายห่างออกไปจากจุดที่พบ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ได้ติดตามเฝ้าระวัง และประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ประกอบการเดินเรือท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว และประชาชนที่ทำประมงพื้นบ้านได้ระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่วาฬบรูด้าทั้ง 4 ตัว

ภาพคลิปและข้อมูลจาก : อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร - Mu Ko Chumphon National Park


https://www.naewna.com/channel/561762

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


ภารกิจลากเรือขวาง 'คลองสุเอซ' ยังไม่มีแววสำเร็จ

ปฏิบัติการลากเรือสินค้ายาว 400 เมตรที่ขวางคลองสุเอซได้เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อน้ำขึ้น ใช้เรือลากจูง 5 ลำพาลงน้ำลึก แต่บริษัทรับผิดชอบย้ายเรือยังไม่แน่ใจว่าจะเสร็จเมื่อใด



องค์การคลองสุเอซ (เอสซีเอ) แถลงว่า เรือสินค้า เอเวอร์กิฟเวน (Ever Given) เจอกระแสลมแรงและพายุทรายจนเสียการควบคุมไปเกยตื้นขวางทางน้ำคลองสุเอซเมื่อเช้าวันอังคาร (23 มี.ค.) ถึงขณะนี้ก็ยังขวางการสัญจรอยู่ทั้งขาขึ้นขาล่อง

ทั้งนี้ คลองสุเอซเป็นเส้นทางเดินเรือที่หนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การขนส่งสินค้า น้ำมัน ข้าวและอื่นๆ ระหว่างเอเชียและยุโรปต้องผ่านเส้นทางนี้

ขณะที่ โชเอ ไคเซ็น บริษัทญี่ปุ่นเจ้าของเรือบรรทุกสินค้าเอเวอร์กิฟเวน ออกแถลงการณ์ขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นและระบุว่ากำลังหาทางแก้ปัญหาอยู่

"บริษัทรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาครั้งใหญ่ การเคลื่อนย้ายเรือให้หลุดจากการเกยตื้นเป็นเรื่องยากมาก ๆ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่มีน้ำมันรั่วไหลออกมาเมื่อเรือเกยตื้น"

โชเอ ไคเซ็น ระบุว่า ลูกเรือทั้ง 25 คน ซึ่งเปีนคนสัญชาติอินเดียทั้งหมดปลอดภัยดี

ทั้งนี้ เรือเอเวอร์กิฟเวนลำนี้ บริหารโดยบริษัทเอเวอร์กรีน (EverGreen) ของไต้หวันและถือธงปานามา บรรทุกสินค้าอุปโภคบริโภคและมุ่งหน้าไปยังตลาดในทวีปยุโรป โดยสินค้าบรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐาน 20,000 ตู้

นายปีเตอร์ เบอร์ดาวสกี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทบอสคาลิสของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งรับผิดชอบลากเรือ เผยกับรายการ Nieuwsuur ทางสถานีโทรทัศน์เนเธอร์แลนด์ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน อาจนานหลายสัปดาห์ก็ได้แล้วแต่สถานการณ์

นายเบอร์ดาวสกีเล่าว่า หัวเรือและท้ายเรือเกยอยู่บนสองฝั่งคลอง "เหมือนกับวาฬตัวมหึมาเกยตื้น น้ำหนักมหาศาลกดลงบนทราย เราอาจต้องทำทั้งย้ายตู้คอนเทนเนอร์ น้ำมันและน้ำออกจากเรือเพื่อลดน้ำหนัก พร้อมๆ กับลากเรือและขุดรอกทราย"

เบิร์นฮาร์ด ชูลต์ ชิปแมเนจเมนท์ (บีเอสเอ็ม) ผู้ดูแลด้านเทคนิคของเรือเอเวอร์กิฟเวน กล่าวว่า กำลังใช้เรือขุดตักทรายและโคลนรอบเรือ พร้อมกันนั้นก็ใช้เรือลากและกว้านเรือเอเวอร์กิฟเวนเพื่อเคลื่อนเรือ

บริษัทบริการทางทะเล "จีเอซี" แจ้งลูกค้าเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ความพยายามใช้เรือขุดย้ายเรือเอเวอร์กิฟเวนยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่กระแสลมและขนาดอันมหึมาของเรือทำให้ปฏิบัติการเป็นไปอย่างยากลำบาก

ข้อมูลจากซอฟต์แวร์ติดตามเรือชี้ว่า รอบเรือเอเวอร์กิฟเวนมีเรือลากอยู่ 5 ลำ และกำลังมุ่งหน้าเข้าไปเพิ่มอีก 3 ลำ สัญญาณจีพีเอสบนเรือบอกว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเรือเขยื้อนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เรือหลายสิบลำ ทั้งเรือสินค้าขนาดใหญ่ เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซ เรือบรรทุกข้าวต้องจอดรออยู่ตรงปลายคลองทั้งสองด้าน ส่อแววว่าการขนส่งสินค้าจะติดขัดครั้งใหญ่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

คลองสุเอซยาว 193 กิโลเมตร แต่ละวันมีตู้คอนเทนเนอร์สัญจรผ่านราว 30% ของทั้งโลก คิดเป็นราว 12% ของการค้าสินค้าทั่วโลก

ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางเรือกล่าวว่า ถ้ายังย้ายเรือไม่ได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า บริษัทชิปปิงบางรายอาจต้องสั่งให้เรือหันหัวกลับไปอ้อมปลายแหลมด้านใต้ของทวีปแอฟริกา ซึ่งต้องเสียเวลาเดินทางนานขึ้นอีกราว 1 สัปดาห์

ด้านบริษัทที่ปรึกษาวู้ด แม็คเคนซี กล่าวว่า ผลกระทบหนักสุดตกอยู่กับการขนส่งสินค้า รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 16 ลำที่มีกำหนดแล่นผ่านเส้นทางนี้ที่ตอนนี้ต้องล่าช้าออกไป บรรทุกน้ำมันดิบ 870,000 ตัน และผลิตภัณฑ์น้ำมัน อาทิ น้ำมันเบนซิน ดีเซล และแนฟทาอีก 670,000 ตัน


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/929269

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


ทะเลจีนใต้ จุดยุทธศาสตร์ที่หลายชาติแย่งกันครอบครอง



ทะเลจีนใต้ถือเป็นหนึ่งในอาณาบริเวณที่มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์มากที่สุดในโลก

หลายประเทศในภูมิภาค เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน รวมถึงไต้หวัน ต่างอ้างความเป็นเจ้าของหมู่เกาะน้อยใหญ่ แนวปะการัง และแนวหินโสโครกในแถบนี้ แต่จีนเป็นประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์มากที่สุด คือราว 90% ของทะเลจีนใต้

รัฐบาลจีนมองว่าทะเลจีนใต้เป็นส่วนสำคัญในอาณาเขตทางทะเลของตน โดยไม่เพียงจะใช้เป็นปราการเพื่อยับยั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางทะเล แต่ยังเป็นประตูสู่เส้นทางสายไหมทางทะเลในโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ด้วย

นอกจากนี้ ทะเลจีนใต้ยังมีความสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของแผนพัฒนาเศรษฐกิจโครงการอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Guangdong -Hongkong-Macao Geater Bay Area)

ส่วนสหรัฐฯ แม้จะไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรงเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ แต่ก็ยืนกรานที่จะพิทักษ์เสรีภาพการเดินเรือในเขตน่านน้ำสากล ด้วยการส่งเรือรบเข้าไปได้ปฏิบัติภารกิจรักษาเสรีภาพการเดินเรือ (Freedom of Navigation Operation - FONOP) ในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อท้าทายสิ่งที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นรูปแบบการอ้างกรรมสิทธิ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจีนในเขตน่านน้ำสากล ส่งผลให้บริเวณนี้กลายเป็นที่แข่งขันทางอิทธิพลระหว่างสองชาติมหาอำนาจของโลก คือจีนและสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นในบริเวณนี้อยู่เนือง ๆ


เหตุใดหลายชาติจึงแย่งกรรมสิทธิ์กัน

ทะเลจีนใต้ ครอบคลุมอาณาบริเวณ 3.5 ล้านตารางกิโลเมตร โดยตั้งอยู่ทางใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่และเกาะไต้หวัน ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซียและบรูไน ทางเหนือของอินโดนีเซีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสิงคโปร์ และทางตะวันออกของเวียดนาม

ทะเลจีนใต้ ถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญในภูมิภาคซึ่งเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียเข้าด้วยกัน และเป็นเส้นทางการค้ามูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 90 ล้านล้านบาท) ต่อปี โดยเป็นเส้นทางการขนส่งทางเรือที่มีการจราจร 1 ใน 3 ของทั้งโลก

นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าบริเวณนี้มีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอยู่มหาศาล อีกทั้งยังอุดมไปด้วยปลาและสัตว์น้ำนานาชนิด จึงทำให้หลายชาติพากันอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะและแนวปะการังเพื่อเข้าไปใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในน่านน้ำแถบนี้


ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นมุมสูงของเกาะวู้ดดี้ หรือเกาะหย่งซิง เกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะพาราเซล ที่จีนอ้างเป็นเจ้าของและเข้าไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ...... ที่มาของภาพ,DIGITALGLOBE VIA GETTY IMAGES


ใครอ้างกรรมสิทธิ์อะไรบ้าง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนแสดงท่าทีแข็งกร้าวขึ้นในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้ อีกทั้งยังเร่งก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ และเสริมกำลังทหารเพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างความเป็นเจ้าของอาณาเขตในแถบนี้

ครั้งหนึ่ง พลเรือเอกแฮร์รี แฮร์ริส อดีตผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก เคยเปรียบการอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้ว่าเป็น "กำแพงทรายแห่งเมืองจีน" (Great Wall of Sand) ซึ่งหมายถึงแผนที่ "เส้นประ 9 เส้น" (nine-dash line) ที่จีนลากขึ้นมาบอกอาณาเขตของตนในทะเลจีนใต้

เส้นประดังกล่าวปรากฏครั้งแรกในแผนที่ของจีนเมื่อปี 1947 ครอบคลุมบริเวณที่อยู่ห่างจากมณฑลไหหลำทางใต้สุดของจีนไปทางใต้และทางตะวันออกหลายร้อยกิโลเมตร รัฐบาลจีนอ้างว่ากรรมสิทธิ์ของจีนในพื้นที่นี้มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปนานหลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยที่หมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีน ขณะที่ไต้หวันก็อ้างกรรมสิทธิ์เหล่านี้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม มีการโต้แย้งว่าจีนไม่ได้อธิบายกรรมสิทธิ์ของจีนอย่างชัดเจนเพียงพอ และ "เส้นประ 9 เส้น" ที่ปรากฏอยู่บนแผนที่ของจีนล้อมรอบพื้นที่ทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด ไม่มีระยะพิกัดกำหนดไว้

นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า จีนอ้างกรรมสิทธิ์เฉพาะดินแดนที่เป็นแผ่นดินภายในขอบเขตเส้นประ 9 เส้น หรือรวมถึงน่านน้ำทั้งหมดในบริเวณนั้นด้วย


แผนที่พื้นที่พิพาททะเลจีนใต้

เวียดนามโต้แย้งการอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ของจีน โดยระบุว่าจีนไม่เคยมีอธิปไตยเหนือหมู่เกาะทั้งสองแห่งนี้ก่อนทศวรรษ 1940 เวียดนามบอกอีกด้วยว่า เคยปกครองหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และมีหลักฐานหลายอย่างพิสูจน์คำกล่าวอ้างนี้

ส่วนอีกประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่นี้คือฟิลิปปินส์ ซึ่งอ้างเรื่องภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์เป็นเหตุผลหลักในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่บางส่วนของหมู่เกาะแห่งนี้

ทั้งฟิลิปปินส์และจีนต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือสันทรายสการ์โบโรห์ ซึ่งอยู่ห่างจากฟิลิปปินส์ราว 160 กม. และห่างจากจีนราว 800 กม. จีนเรียกสันทรายนี้ว่า "เกาะหวงเหยียน"

ข้อพิพาทนี้ทำให้ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ แต่จีนไม่ยอมรับกระบวนการอนุญาโตตุลาการ โดยศาลตัดสินให้ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะเมื่อเดือน ก.ค. 2016

มาเลเซียและบรูไน ต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้ที่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของแต่ละประเทศ ตามคำนิยามของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea - UNCLOS)

บูรไนไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์ในหมู่เกาะพิพาททั้ง 2 แห่ง แต่มาเลเซียอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะขนาดเล็กจำนวนหนึ่งในหมู่เกาะสแปรตลีด้วย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้เร่งสร้างเกาะเทียมและฐานทัพทหารบนเกาะเหล่านี้ รวมทั้งลาดตระเวนทางทะเลเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ในทะเลจีนใต้

ขณะที่สหรัฐฯ ได้อ้าง "เสรีภาพในการเดินเรือ" ในการส่งเรือและเครื่องบินทหารหลายลำเข้าไปใกล้บริเวณเกาะพิพาท เพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะสามารถเข้าถึงเส้นทางการขนส่งสินค้าทั้งทางน้ำและทางอากาศที่สำคัญได้

บรรยากาศความตึงเครียดที่กำลังพอกพูนขึ้นระหว่างสองชาติมหาอำนาจนี้ อาจทำให้ทะเลจีนใต้กลายเป็นจุดของความขัดแย้งทางทหารที่รุนแรงซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก


https://www.bbc.com/thai/international-56461377

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:01


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger