เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นเข้ามา ปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวันไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 21 - 22 มี.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณประเทศไทยมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. 64 เป็นต้นไป


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 19 - 20 และ 23-24 มี.ค. 64 ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณดังกล่าว ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่และมีฝนบางแห่ง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย

ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 22 มี.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ต่อจากนั้นภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะได้รับผลกระทบต่อไป ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น


ข้อควรระวัง

ส่วนในวันที่ 21 - 22 มี.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกไว้ด้วย โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 21 - 22 มีนาคม 2564)" ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2564

ในช่วงวันที่ 21 - 22 มีนาคม 2564 ประเทศไทยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย โดยจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน

ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจาก บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


เจ้าหลังลาย พะยูนเกาะลิบง ว่ายน้ำคู่ปลาช่อนทะเล เห็นใกล้ๆ กลางทะเลตรัง

ภาพสุดน่ารักเมื่อ "เจ้าหลังลาย" พะยูนหนุ่มเกาะลิบงว่ายน้ำอวดโฉมนักท่องเที่ยว ที่นั่งมากับเรือโดยสารเส้นทางท่าเรือหาดยาว-เกาะลิบง โดยว่ายน้ำคู่กับปลาช่อนทะเล กลางทะเลตรังให้คนชมอย่างใกล้ชิด



เมื่อวันที่ 18 มี.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายยงยุทธ สักหลัด หรือผู้ใหญ่สุข ม.6 บ้านหาดยาว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ว่า นายมานพ พรหมเวช หรือบังเวช อายุ 45 ปี คนขับเรือโดยสารเส้นทางท่าเรือหาดยาว-เกาะลิบง ได้ถ่ายภาพส่งคลิปมาบอกตนว่าพบพะยูน เพศผู้ กำลังว่ายน้ำเล่นกับปลาช่อนทะเลอย่างเพลิดเพลิน บริเวณหน้าเขาบาตูปูเต๊ะ ม.4 ต.เกาะลิบง บริเวณจุดที่น้องเรียมเคยอาศัยอยู่และได้ตายก่อนหน้านี้ ซึ่งวันนี้พบเป็นพะยูน ขนาดความยาว 2 เมตรเศษ หนักประมาณ 200 กก. ก่อนจะขับเรือโดยสารพานักท่องเที่ยวไปชมอย่างใกล้ชิด พร้อมเก็บภาพสุดน่ารัก โดยไม่มีทีท่าว่าจะตกใจแต่อย่างใด ท่ามกลางบรรยากาศตื่นตา ตื่นใจ ของเหล่านักท่องเที่ยวที่พบเห็น



นายมานพ หรือบังเวช คนขับเรือที่พบพะยูน กล่าวว่า วันนี้ขณะตนกำลังพานักท่องเที่ยวนั่งเรือออกไปเที่ยวทะเล พบดูพะยูนมีชื่อเจ้าหลังลายกำลังว่ายน้ำเล่นกับปลาช่อนทะเล โผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด และมักจะเจอมาว่ายน้ำเล่นในช่วงน้ำขึ้น เป็นภาพชินตาและมีความคุ้นชินกับผู้คนและจดจำเรือได้ เจ้าหลังลายเป็นชื่อที่ชาวบ้านช่วยกันตั้งชื่อให้เพราะมีรอยแผลตรงบริเวณหลัง มักจะว่ายน้ำมากินหญ้าเป็นประจำ

นอกจากนี้ ยังมีลูกพะยูนอีกตัวชื่อว่าเจ้าแดง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอบ่อยนัก เพราะปกติสองตัวนี้จะอยู่ห่างกันถ้าใกล้กันจะต่อสู้ไล่กัดกัน สำหรับผู้ที่จะมาดูสามารถนั่งเรือมาจากท่าเรือหาดยาว นั่งเรือประมาณ 40 นาที ลงที่หน้าเขาบาตูปูเต๊ะ ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าจะมาแวะเวียนมาดูพะยูนกันเยอะ มีความคุ้นชินอยู่กับชาวเกาะลิบงมานานกว่า 4 ปีแล้ว มีความใกล้ชิดกับชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวใครที่สนใจสามารถดูได้.


https://www.thairath.co.th/news/local/south/2052955


*********************************************************************************************************************************************************


รู้จักเรือเฟอร์รี่ ดิ บลู ดอลฟิน แล่นจากสัตหีบถึงสงขลา ใช้เวลาแค่ 20 ชม.

เรือเฟอร์รี่ ดิ บลู ดอลฟิน เตรียมพร้อมใช้งาน แล่นจากสัตหีบถึงสงขลา ใช้เวลาแค่ 18-20 ชม. เชื่อมโยงภาคตะวันออก และภาคใต้ รองรับการขนส่งในอนาคต



นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดให้บริการขนส่งทางน้ำเส้นทางระหว่างจังหวัดชลบุรี ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดสงขลา ว่า ระยะแรกจะเดินเรือในเส้นทางระหว่างชลบุรี - สงขลา โดยออกเดินทางจากท่าเรือพาณิชย์สัตหีบไปยังสงขลา และจะขยายเส้นทางเชื่อมโยงเข้ากับประจวบคีรีขันธ์ในระยะต่อไป

นอกจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการให้บริการขนส่งทางน้ำในเส้นทางดังกล่าว โดยให้ประมาณการปริมาณการขนส่ง และการเดินทางในเส้นทางชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา เพื่อวางแผนการขนส่งเชื่อมโยงท่าเรือ และการบริหารจัดการพื้นที่หลังท่าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว ไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และบรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมตามที่นโยบายกำหนด

สำหรับ เรือเฟอร์รี่ Blue Dolphin เป็นของบริษัท ซี ฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด มีจุดน่าสนใจดังนี้

- ขนาด 7,003 ตันกรอสส์
- ความยาว 136.6 เมตร
- ความเร็ว 17 น็อต หรือ 31.48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- รองรับรถบรรทุกได้ประมาณ 80 คัน
- รถยนต์ส่วนตัว 20 คัน
- ผู้โดยสารประมาณ 586 คน
- จะใช้เวลาในการเดินทางจากท่าเรือจุกเสม็ด หรือท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ถึง สงขลา ระยะเวลาเพียง 18-20 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าทางรถยนต์ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 23-24 ชั่วโมง

ปัจจุบัน เรือเฟอร์รี่ Blue Dolphin ได้รับการตรวจรับรองความปลอดภัยจากกรมเจ้าท่าแล้ว เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 64 และคนประจำเรือได้รับการฝึกอบรมตามข้อกำหนด โดยเรือ ดิ บลู ดอลฟิน ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก BOI แล้ว และจะเคลื่อนย้ายเรือเพื่อไปทดลองการเดินเรือที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ คาดว่าจะทดสอบแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. 64 และจะมีกิจกรรม Meet the Press ในช่วงเดือน เม.ย.64.


https://www.thairath.co.th/news/business/2052635

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เปิดที่มาเรือประมงเบ็ดราวทูน่าจีนถูกไฟไหม้เสียหาย 5 ลำ

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เปิดที่มาเรือประมงเบ็ดราวทูน่าจีน ถูกไฟไหม้เสียหาย 5 ลำ ขณะจอดลอยลำในทะเลบริเวณแหลมหงา จ.ภูเก็ต พบถูกจอดทิ้งมานานกว่า 10 ปี ไม่มีเจ้าของ



เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (18 มี.ค.) ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้เรือประมงที่จอดทิ้งไว้บริเวณแหลมหงา ตำบลรัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังเกิดเหตุ นายณชพงศ ประนิตย์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดับไฟ สภ.เมือง ตำรวจน้ำภูเก็ต เทศบาลตำบลรัษฎา ประมงจังหวัดภูเก็ต

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้มีเรือที่ถูกเพลิงไหม้จำนวน 5 ลำ ประกอบด้วย เรือ ZHANYUAN YU 829, ZHANYUAN YU 814, ZHANYUAN YU 815, ZHANYUAN YU 811, YUE XIA YU 90023

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เรือที่ถูกเพลิงไหม้จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าว จำนวน 6 ลำ โดยมีเรือจอดติดกัน จำนวน 5 ลำ ลักษณะของเรือทั้ง 5 ลำ มีลักษณะเก๋งเรือและเปลือกเรือเป็นไม้ ส่วนท้องเรือเป็นคอนกรีตเสริมลวดเหล็ก โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการควบคุมเพลิงประมาณ 1 ชั่วโมง

ซึ่งจากการตรวจพบว่า มีเรือถูกเพลิงไหม้เสียหายประมาณ 50% จำนวน 2 ลำ ส่วนอีก 3 ลำ มีความเสียหายจากเพลิงไหม้ประมาณ 15-20% โดยขณะนี้เรือทั้ง 5 ลำจอดในลักษณะเกยตื้น (ติดแห้ง) โดยมีความลึกน้ำประมาณ 1.50 เมตร ไม่พบว่ามีคราบน้ำมันบริเวณดังกล่าว



จากการสอบถามเจ้าหน้าที่พบว่าเรือทั้ง 6 ลำ เป็นเรือสัญชาติจีนที่นำเข้ามาจอดเมื่อประมาณ 10 ปีแล้ว เพื่อขอสัญชาติไทย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ โดยนำเรือไปจอดไว้ที่บริเวณแหลมหงา ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีไว้ต่อ สภ.เมืองภูเก็ต เมื่อ 30 ตุลาคม 2561 ในข้อหาไม่แจ้งเรือเข้าตาม ม.17 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย

ทั้งนี้ เรือมีสภาพผุพังไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งสำนักงานเจ้าท่าได้มีหนังสือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ด่านตรวจสัตว์น้ำจังหวัดภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ซึ่งผลปรากฏว่า ไม่พบการรายงานแจ้งเข้าออกตามตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ด่านศุลกากรภูเก็ต มีหนังสือแจ้งว่า พบการรายงานของเรือ ZHANYUAN YU 814 ไว้กับศุลกากรเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2556 เป็นเรือ Bulk ไม่มีสินค้า สัญชาติจีน ระวางน้ำหนักสุทธิของเรือ 41 ตัน ระวางน้ำหนักของเรือ 120 ตัน ซึ่งในวันที่ 9 เมษายน 2563 สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงภูเก็ต ได้มีหนังสือแจ้ง สภ.เมือง ให้งดการสอบสวน ส่งสำนวนคืน และหากต่อมารู้ตัวผู้กระทำความผิด ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนต่อไป

ต่อมา สภ.เมือง ได้มีหนังสือถึงสำนักงานเจ้าท่าแจ้งงดการสอบสวน เนื่องจากไม่พบตัวผู้กระทำความผิด และสำนักงานเจ้าท่าอยู่ระหว่างดำเนินการขอสนับสนุนงบประมาณทำลายซากเรือประมงดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ และมาเกิดเหตุเพลิงไหม้เสียก่อน


https://mgronline.com/south/detail/9640000026219

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:27


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger