เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 23 มีนาคม 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง เว้นแต่บริเวณภาคเหนือที่ยังคงมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ทำให้ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 23-24 มี.ค. 64 ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในวันช่วงที่ 23-24 มี.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้

ส่วนในช่วงวันที่ 25 - 28 มี.ค. 64 ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง ส่วนคลื่นบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อน

สำหรับในช่วงวันที่ 22 - 24 มี.ค. 64 ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในวันที่ 23 - 24 มี.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ส่วนชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง












__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เปิดวิกฤตท่องเที่ยวปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง หลังไร้เงาโลมาเฉียดให้ชมเช่นในอดีต

ฉะเชิงเทรา -เปิดวิกฤตท่องเที่ยวปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง หลังไร้เงาโลมาให้ชมเหมือนในอดีตจากความเปลี่ยนไปของสภาพลำน้ำตามการเกิดขึ้นของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ทำผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวหากินลำบาก



วันนี้ (22 มี.ค.) นายปรีชา สุวรรณ อายุ 76 ปี ชาวบ้านท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งยึดอาชีพให้บริการเรือนำเที่ยวชมโลมาและธรรมชาติบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา มานานนับสิบปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลกระทบทางการท่องเที่ยวหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางระบบนิเวศจากการเกิดขึ้นของโครงการสถานีสูบน้ำคลองด่าน ที่ใช้เป็นเส้นทางระบายน้ำจากภาคกลางและภาคเหนือ รวมทั้งกรุงเทพฯ

และการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ทำให้มีมวลน้ำจำนวนมากถูกระบายสู่ปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง พร้อมพัดพาทั้งมลพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนขนาดใหญ่ลงสู่แม่น้ำ

จนทำให้โลมาหัวบาตร และโลมาปากขวดสีดำและสีชมพู ที่เคยมีประมาณ 50-100 ตัวเริ่มสูญหายไปไกลจากปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

"ปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงในช่วง 10 ปีก่อนถือเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารหลากหลายชนิด แต่ในวันนี้ฝูงโลมาต้องพากันถอยร่นออกจากฝั่งไปไกลเรื่อยๆ จนทำให้การพบเห็นโลมาทำได้ยากขึ้น ผลที่ตามมาคือผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวนำเที่ยวต้องใช้เวลาในการนำนักท่องเที่ยวออกชมโลมานาน 3-4 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาเพียงประมาณ 1-2 ชั่วโมง"

นายปรีชา ยังเผยอีกว่า ในวันนี้ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวจะคิดค่าบริการนำนักท่องเที่ยวออกชมโลมาเที่ยวละ 2,000 บาท จากเดิมที่จะคิดเพียง 1,000-1,500 บาทต่อเที่ยว ทั้งนี้ เป็นเพราะการใช้ระยะเวลาที่นานขึ้นทำให้ต้นทุนดำเนินการสูงตาม โดยการให้บริการแต่ละเที่ยวจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 25-30 คน

"แต่เมื่อการพบเห็นโลมาทำได้ยากขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าเที่ยวชมบริเวณดังกล่าวก็ลดน้อยตามไปด้วย โดยเฉพาะในวันธรรมดาซึ่งแทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการ จะมีเพียงการเช่าเรือออกไปลอยอังคารเท่านั้น" นายปรีชา กล่าว


https://mgronline.com/local/detail/9640000027500

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


ปลาทาร์ปอนกระโจนเหินข้ามเรือเฉียดหน้าไกด์ตกปลาในฟลอริดา

ไกด์พาเที่ยวตกปลาในฟลอริดาเจอประสบการณ์คาดไม่ถึง ปลาทาร์ปอนกระโดดข้ามเรือเฉียดศีรษะไปนิดเดียว



คลิปเหตุการณ์ไม่คาดฝันขณะไกด์พานักท่องเที่ยวตกปลา ใกล้เกาะมาร์โค นอกฝั่งรัฐฟลอริดา แสดงนาทีปลาทาร์ปอน กระโจนขึ้นมาจากน้ำฝั่งหนึ่งของเรือ เหินกลางอากาศผ่านหน้าของ เบน โอลเซน ไปไม่เพียงไม่กี่นิ้ว ก่อนตกลงไปในน้ำอีกฝั่ง

โอลเซน ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมของ Thorne Bros. Custom Rod & Tackle ให้สัมภาษณ์กับเวบไซต์ For The Win Outdoorsว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นขณะที่เขาเป็นไกด์พาลูกค้า 2 คนไปตกปลา เมื่อกลางเดือนก.พ. ปีที่แล้ว แต่เพิ่งอัปโหลดคลิปเมื่อไม่นานมานี้ โดยเป็นคลิปที่บันทึกได้จากกล้องติดหมวกของเอริค บัคเค หนึ่งในลูกค้า 2 คนบนเรือ ขณะนั้น พวกเขาใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หาปลาทาร์ปอนฝูงเล็กๆ หมายความว่าใต้น้ำบริเวณนั้นมีปลาอยู่

โดยไม่มีสัญญาณอะไรบ่งบอก ปลาทาร์ปอนตัวหนึ่งกระโจนขึ้นจากน้ำเหินทะยานกลางอากาศข้ามเรือไปลงน้ำอีกฝั่งหนึ่ง หากมองแบบเรียลไทม์ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบเสี้ยววินาที และเขาก็หลบตามสัญชาตญาณ กระนั้น ไม่ถึงเป็นเรื่องผิดปกติที่ปลาทาร์ปอนจะกระโดดได้แบบนี้ แต่หากโดนหน้าตรงๆ โอลเซนอาจบาดเจ็บสาหัส

ข้อมูลจากคณะกรรมการสัตว์ป่าและประมงฟลอริดา ระบุว่า ปลาทาร์ปอน มีชื่อเล่นว่า ซิลเวอร์ คิง หรือราชาสีเงิน ตามรูปทรงสวยงามและลักษณะความแวววาว เป็นปลาแอตแลนติกขนาดใหญ่ที่อาจเติบโตมีความยาวได้ถึง 2 เมตร หนักได้ถึง 130 กก. และมีอายุเกิน 50 ปี ดังนั้น นับว่าโอลเซนยังโชคดีที่ปลาตัวนี้ยังไม่โตเต็มที่


https://www.komchadluek.net/news/foreign/461805

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


จ่อขึ้นบัญชี "เต่าอัลลิเกเตอร์" สัตว์ป่าควบคุมหลังเจอแม่น้ำปราณบุรี

นักวิชาการกรมประมง เตรียมเสนอให้ขึ้นทะเบียน "เต่าอัลลิเกเตอร์" เป็นสัตว์ป่าควบคุม หลังชาวประมงจับได้ในแม่น้ำปราณบุรีถึง 2 ตัวคาดคนเลี้ยงไม่ไหวนำมาปล่อยลงน้ำแม่น้ำ ชี้สุดอันตรายกัดรุนแรงอันดับ 3 รองจากจระเข้น้ำเค็มและไฮยีน่า และยังกระทบต่อสิ่งแวดล้อม



วันนี้ (22 มี.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัญญา เกิดเงิน ยังคงตามหาเต่าอัลลิเกเตอร์ ในคลองสาขาแม่น้ำปราณบุรี หลังมีผู้ยืนยันว่า เคยจับได้แต่ต้องปล่อยไปเพราะกลัว โดยเต่าที่กำลังตามหา มีขนาดใหญ่กว่าที่เขาเคยจับได้ก่อนหน้านี้

"เต่าตัวนี้ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนมีแต่เพื่อนบอกว่าเห็นลอยขึ้นแถวสะพาน แต่พอเห็นก็ไม่กล้าจับแล้ว มันอ้าปกากว้าง ผมกลัวมาก"

เต่าอัลลิเกเตอร์ พบมากในสหรัฐอเมริกา กินพืช กินปลา และสัตว์น้ำที่อยู่ใกล้ รวมถึงเต่าด้วยกัน เป็นอาหารเฉลี่ยไม่น้อยกว่าวันละ 5-10 กิโลกรัม มีนิสัยดุร้าย มีแรงกัดรุนแรงมากกว่าสุนัขพันธุ์พิทบลู ถูกจัดอันดับให้เป็นสัตว์ที่มีแรงกัดรุนแรงเป็นอันดับ 3 รองจากจระเข้น้ำเค็ม และ ไฮยีน่า โดยตัวเมียจะวางไข่ครั้งละ 30-50 ฟอง เป็นสัตว์ที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดี และมีอายุยืน บางตัวสามารถอยู่นานเกือบ 200 ปี

การพบเต่าสายพันธุ์นี้ในแม่น้ำปราณบุรีในระยะเวลาไล่เลี่ยกันถึง 2 ตัว และยังมีอีกตัวที่ยังต้องตามหา นำมาสู่ข้อกังวลเต่าชนิดนี้อาจแพร่พันธุ์ในแม่น้ำปราณบุรีและลำสาขา ซึ่งอาจกระทบระบบนิเวศน์บริเวณนี้ และที่สำคัญเกิดคำถาม ผู้ที่ลงไปเล่นน้ำโดยเฉพาะเด็กๆ จะมีความปลอดภัยมากพอหรือไม่

"มันมีปากที่กว้าง และแรงกัดรองเป็นอันดับที่ 3 ของจระข้ และไฮยีน่า ถ้ากัดแล้วถึงจะตัดคอออกแล้วกรามก็จะยังกัดล็อกเหยื่ออยู่ จึงเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำพื้นเมืองและต่อมนุษย์ด้วย"

เต่าอัลลิเกเตอร์ 2 ตัวที่พบในแม่น้ำปราณบุรี ถูกส่งไปดูแลที่สวนสัตว์เอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัตว์ต่างถิ่นดูแลใกล้ชิด ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตุ เต่าที่พบอาจถูกผู้นิยมเลี้ยงสัตว์แปลกนำมาปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเพราะดูแลต่อไม่ไหว

"เต่า 2 ตัวที่ตัวที่เจอ เกิดจากความไม่พร้อมของคนที่ดูแลมากกว่า และนำเอามาโยนทิ้งแม่น้ำ ไม่รู้ว่าจะเอามาทิ้งและคิดว่าจะตายหรือไม่ แต่เขาเอามาปล่อยแน่นอน"

เต่าอัลลิเกเตอร์ ถูกนำเข้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายในตลาดค้าสัตว์แปลก รวมถึงอินเทอร์เน็ต มีราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น แต่การนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายต้องได้รับอนุญาต จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยผู้ครอบครองต้องดูแลไม่ให้หลุดสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ แต่หลังจากพบเต่าอัลลิเกเตอร์ที่แม่น้ำปราณบุรีแล้ว นักวิชาการกรมประมง เตรียมจะเสนอให้ขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าควบคุม เพราะกังวลจะเป็นภัยต่อระบบนิเวศน์ของไทย


https://news.thaipbs.or.th/content/302658

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:40


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger