เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคกลาง ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ และภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับลมตะวันออกกำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 25 - 26 มี.ค. 64 ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง

ส่วนในช่วงวันที่ 27 - 30 มี.ค. 64 คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น


ข้อควรระวัง

ในวันที่ 27 - 30 มี.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย












__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


โผล่อีก! คนไร้สำนึก พ่นสีเปรย์บนโขดหิน-ทิ้งขยะเกลื่อน ในเขต อช.ออบหลวง



วันนี้ (24 มีนาคม 2564) นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้ชี้แจงถึงกรณีมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการทิ้งเศษขยะ และการขีดเขียนบนโขดหิน ในเขตอุทยานแห่งชาติออบหลวง ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่าง กม.8-12 เส้นทาง 108 สายฮอด - แม่สะเรียง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีนักท่องเที่ยวทิ้งขยะ และพ่นสีบนโขดหินริมน้ำแม่แจ่ม จำนวน 2 จุด ซึ่งบริเวณดังกล่าวในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน ของทุกปี มักจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นน้ำเป็นจำนวนมากในลำน้ำแจ่ม หรือที่เรียกว่า พัทยาเมืองฮอด ซึ่งทางอุทยานได้มีการประชาสัมพันธ์ และจัดเก็บขยะอยู่เป็นประจำ

แต่แล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออบหลวงได้ออกตรวจตราตามปกติ พบว่าบริเวณดังกล่าว ได้มีการพ่นสีสเปรย์บนโขดหินริมน้ำ จำนวน 2 จุด ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามสืบหาตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

"ขณะนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติออบหลวงดำเนินการลบข้อความดังกล่าว และจัดเจ้าหน้าที่ไว้ตามจุดสำคัญ มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจชี้แจงให้กับนักท่องเที่ยวในทุกช่องทางเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก"

หากท่านใดมีเบาะแสแจ้งข้อมูลมาได้ที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง-Op Luang National Park



ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ เรื่องการคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 16 (4)ระบุไว้ว่าทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวด หรือทราย เป็นความผิดที่มีบทลงโทษ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเข้าข่ายกับความผิดในการพ่นสีสเปรย์บนโขดหินริมน้ำ

ส่วนการทิ้งขยะ ในเขตอุทยานฯ ตามมาตรา 16 (18) ระบุว่าทิ้งขยะมูลฝอยหรือสิ่งต่างๆ ในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น มีบทลงโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9640000028167

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


เรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ ชี้ลมพัดจนหมุน การขนส่งอลหม่านโลก



เรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ ? เอพี รายงานวันที่ 24 มี.ค. ว่า เรือขนส่งสินค้าลำยักษ์เหมือนตึกระฟ้าเข้าไปติดขวางคลองสุเอซ เส้นทางการขนส่งทางน้ำท่่ใหญ่ระดับโลก จนบล็อกการจราจรของคลองในประเทศอียิปต์ เรือลำอื่นผ่านเข้าออกไม่ได้ ส่อเค้าปั่นป่วนระบบการขนส่งสินค้าทั่วโลก ซึ่งเดิมได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 อยู่แล้ว

เรือยักษ์ขวางคลองสุเอซ ลำดังกล่าวชื่อ The Ever Given ? ดิ เอฟเวอร์ กิฟเวน เป็นเรือขนส่งสินค้าที่เดินเรือระหว่างเอเชียกับยุโรป ล่องเข้าไปยังคลองสุเอซ ซึ่งเป็นคลองแคบๆ ที่ขุดขึ้นเพื่อผ่าช่องทางแยกทวีปแอฟริกากับแหลมไซนาย

ภาพถ่ายเรือที่ติดแหง็กอยู่ แสดงให้เห็นว่า ตัวเรือเหมือนตีโค้งไปขวางคลอง หัวเรือไปติดกับกำแพงฝั่งตะวันออก ส่วนท้ายเรือคาอยู่กำแพงฝั่งตะวันตก เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ เป็นเหตุการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนต่างพูดว่า ไม่เคยพบเคยเห็น มาก่อนในประวัติศาสตร์ 150 ปี ของคลองที่คนสร้างขึ้นนี้

ตลอดวันพุธที่ 24 มี.ค. มีความพยายามใช้เรือลากหลายลำเข้าไปดุนเรือลำยักษ์ให้เอียงตัวเปิดช่องให้เรือลำอื่นวิ่งเข้าออกคลองได้บ้าง ขณะต่อคิวยาวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลแดง แต่การใช้งานกลับเป็นไปได้แค่ 10% ของช่วงเวลาปกติ และยังไม่ชัดว่าจะใช้เวลาแก้ไขสถานการณ์นี้นานเท่าใด

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวว่า อาจกินเวลานานอย่างน้อย 2 วัน ขณะเดียวกันเกิดความวิตกว่า เรือลำยักษ์อาจตกเป็นเป้าหมายโจมตี

ส่วนสาเหตุที่เรือเข้าไปติดแหง็กขวางคลองอยู่ยังสืบทราบไม่ได้แน่ชัด บริษัทด้านการขนส่งและโลจิสติกทั่วโลก GAC แจ้งว่า เรือลำนี้เคยมีปัญหาเครื่องยนต์ดับมาก่อน แต่เจ้าหน้าที่บริษัทเบิร์นฮาร์ด ชูลเทอ ซึ่งดูแลเรือลำนี้อยู่ ยืนยันว่า เครื่องยนต์ของเรือลำนี้ไม่เคยดับ




ชี้สาเหตุลมแรงจนเรือหมุน

ด้านบริษัท เอฟเวอร์กรีน มารีน คอร์ป บริษัทขนส่งสินค้า สำนักงานในไต้หวัน ผู้จัดการเรือ ดิ เอฟเวอร์ กิฟเวน แถลงว่า เรือลำนี้เผชิญกับลมแรงมาก ขณะเดินทางจากทะเลแดงเข้าไปในคลอง แต่ไม่มีตู้คอนเทนเนอร์ใดที่จมลง

เจ้าหน้าที่อียิปต์รายหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ บอกกับสำนักข่าวเอพีว่า ลมแรงจัดและพายุทรายในบริเวณเป็นสาเหตุที่ทำให้เรือตกอยู่ในสภาพนี้

ขณะที่นักพยากรณ์อากาศชี้ว่า ลมในบริเวณนี้มีกำลังแรงที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่า ลมแรงระดับนี้จะดันให้เรือขนาดใหญ่ยักษ์ 220,000 ตัน หมุนเอนเข้าไปตั้งขวางคลองได้อย่างไร

ภาวการณ์ที่เรืออื่นผ่านคลองไม่ได้ดังกล่าว กระทบต่อการขนส่งแก๊สและน้ำมันจากตะวันออกกลางไปยุโรป และส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้นทันทีเกือบ 2.9% ที่ราคา 62.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เนล

สำหรับเรือดิ เอฟเวอร์ กิฟเวน ต่อขึ้นเมื่อปี 2561 มีความยาวเกือบ 400 เมตร กว้าง 59 เมตร อยู่ในกลุ่มเรือลำใหญ่ที่สุดในโลก บรรทุกคอนเทนเนอร์ได้ 20,000 ตู้ในคราวเดียว ก่อนหน้านี้จอดอยู่ท่าเรือที่เมืองจีน ก่อนมุ่งหน้าไปเมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในยุโรป


https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6197957

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,452
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


วาฬปิ๊กมี่ตัวน้อยในมหาสมุทรอินเดีย ........................ โดย Willie Mackenzie

เมื่อพูดถึงวาฬ เรามักจะนึกถึงวาฬที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งขนาดตัวของมันมีความยาวเทียบเท่ากับรถบัส ฝูงช้างหรือไดโนเสาร์ เรื่องราวที่เราจะเสนอต่อจากนี้อาจเซอร์ไพรซ์คุณเพราะเป็นเรื่องที่เราอาจคาดไม่ถึงเลยนั่นคือ วาฬปิ๊กมี่น้ำเงินที่อาศัยอยูในมหาสมุทรอินเดีย

วาฬปิ๊กมี่น้ำเงินเป็นวาฬสายพันธ์ุหนึ่งของวาฬสีน้ำเงินที่อาศัยในแถบโลกเขตร้อน พวกมันมีความยาวเพียง24เมตร เมื่อเทียบกับญาติวาฬน้ำเงินที่มีความยาวประมาณ30เมตร อีกทั้งพวกมันยังมีน้ำหนักโดยรวมเพียงครึ่งหนึ่งของวาฬน้ำเงินทั้งหมดในแอนตาร์กติก



เพิ่งจะมีการค้นพบวาฬสายพันธุ์ย่อยหลายชนิดเมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่วาฬสายพันธุ์ใหญ่โดยเฉพาะวาฬสีน้ำเงินนั้นถูกล่าในเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และ 20 การค้นพบนี้ทำให้เราได้รู้ว่าการล่าวาฬกลายเป็นภัยคุกคามที่ทำให้จำนวนวาฬลดลง ทั้งประชากรโดยรวมและวาฬสายพันธุ์ท้องถิ่น เมื่อเหล่าประเทศที่ล่าวาฬในเชิงพาณิชย์วางแผนร่วมจัดตั้งคณะกรรมการล่าวางวาฬระหว่างประเทศในปีพ.ศ.2489 เราจึงทราบถึงจำนวนที่แท้จริงของวาฬที่ถูกล่า อย่างไรก็ตามก็ยังมีการโต้เถียงถึงการบันทึกจำนวนสายพันธุ์วาฬอยู่ ซึ่งปัจจุบันความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ก็แสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมาเรายังไม่รู้จักโลกของวาฬมากพอ ทั้งในเรื่องนิสัยการผสมพันธุ์รวมไปถึงการสื่อสารและวิถีชีวิตในฝูง ในปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีการค้นพบวาฬสายพันธุ์ใหม่ๆอยู่

แล้วจำนวนประชากรวาฬสำคัญต่อเราอย่างไร ? คำตอบคือ จากข้อมูลดังกล่าวทำให้เราได้ทราบว่าวาฬ(หรือสัตว์สายพันธุ์อื่นๆที่มีลักษณะเหมือนกัน) เป็นสัตว์ที่ไม่ได้มีเครือญาติมากมาย ยิ่งทำให้พวกมันอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์มากกว่าเดิม ดังนั้นการเปิดให้มีเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลในมหาสมุทรโลกและการจำกัดการรบกวนของมนุษย์จะมีส่วนสำคัญเนื่องจากวาฬมีจำนวนประชากรที่น้อยมาก


วาฬปิ๊กมี่น้ำเงินโผล่ขึ้นเหนือน้ำที่มีความลึกถึง 250ไมล์ทางตะวันตกของมาปูโต เมืองหลวงประเทศโมซัมบิก ? Paul Hilton / Greenpeace

ผลจากการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ทำให้จำนวนวาฬน้ำเงินทั่วโลกลดลงเหลือประมาณร้อยละหนึ่งจากจำนวนก่อนหน้านี้ และเราอาจจะสูญเสียจำนวนประชากรวาฬสายพันธุ์ย่อยต่างๆโดยที่เราไม่รู้ตัว

วาฬปิ๊กมี่ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรอินเดียมีลักษณะแตกต่างจากเครือญาติวาฬที่อยู่อาศัยในแอนตาร์กติก เพราะว่าพวกมันต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของอุตสาหกรรมในมหาสมุทร ถูกรบกวนจากมลพิษทางเสียงในมหาสมุทร เช่นเรือขนาดใหญ่และการทำลายถิ่นอาศัยของพวกมัน ซึ่งนับว่าเป็นภัยอันตรายที่รุนแรงต่อความเป็นอยู่ของวาฬชนิดดังกล่าวและยังมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย


วาฬน้ำเงินปิ๊กมี่กำลังว่ายน้ำผ่านแสงที่ลอดลงมาในน้ำทะเล ? Greenpeace / Paul Hilton

ในขณะเดียวกัน เรารู้ดีว่าสัตว์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ต้องการสิทธิในการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดีเท่านั้น แต่ยังต้องการพลังจากคนทั่วโลกที่จะมาช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและทำให้มหาสมุทรมีความอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต

เหล่าวาฬปิ๊กมี่ตัวน้อยมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ เราจำเป็นต้องปกป้องมหาสมุทรที่เป็นดั่งบ้านของวาฬเพื่ออนาคตที่อุดมสมบูรณ์ วาฬคือสัตว์ทะเลที่มีอายุยืนยาวและสัตว์ที่สามารถเดินทางไกล เราต้องมั่นใจว่าพื้นที่อันกว้างใหญ่ในมหาสมุทรจะเป็นเขตคุ้มครองทางทะเลที่คอยปกป้องพวกมัน เป็นแหล่งอาหาร แหล่งเพาะพันธุ์และเป็นพื้นที่ในการฟื้นฟูสายพันธุ์สัตว์ทะเล

เราขอขอบคุณเสียงสนับสนุนจากประชาชนทั่วโลกที่ทำให้มีการสั่งห้ามการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ในระดับโลกในปีพ.ศ.2529 ซึ่งในตอนนี้เราต้องการความร่วมมือจากทั่วโลกอย่างเร่งด่วนอีกครั้ง เพื่อสร้างเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลและมหาสมุทรโลกเพื่อการปกป้องวาฬและถิ่นอาศัย โดยเรืออาร์กติกซันไรส์ของกรีนพีซเดินทางไปยังมหาสมุทรอินเดียเพื่อสำรวจภัยคุกคามในมหาสุมทรและเรียกร้องต่อผู้นำโลกในการปกป้องวาฬ ซึ่งตอนนี้มีผู้เข้าร่วมถึง3.5ล้านคนจากทั่วโลก


https://www.greenpeace.org/thailand/...my-blue-whale/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:58


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger