เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-08-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,181
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้มีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณด้านรับมรสุมของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

อนึ่ง เป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน) ?เมขลา?(MEKKHALA) ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 4 (โซนร้อนกำลังแรง)แล้ว คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นทางด้านตะวันออกของประเทศจีนในวันนี้ (11 ส.ค. 2563) แล้วจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11 - 12 ส.ค. 63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนน้อย แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 13 - 16 ส.ค. 63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยจะมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 11 - 16 ส.ค. 63 ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 11-08-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,181
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ดร.ธรณ์ โพสต์อย่ามัวใจเย็นกับขยะจากเหตุเรือล่ม ต้องเร่งแก้ไขเพราะส่งผลกระทบแน่

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ดร.ธรณ์ โพสต์ขยะจากเหตุเรือเฟอร์รี่จมที่เกาะสมุย อย่ามัวใจเย็น หวั่นส่งผลกระทบต่อปะการัง สัตว์ทะเล จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องจำนวน เรื่องนี้ต้องรีบแก้ไข



ผศ.ดร.ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า กรณีเรือขนขยะล่มที่เกาะสมุย ขอตามไปเรื่อยๆ เพราะขยะพลาสติกหลายสิบตันลงทะเล มันไม่ใช่เรื่องเล่นเย็นใจ ไม่งั้นเราจะรณรงค์ให้ลดถุงทีละใบสองใบทำไม หากเกิดเหตุโครมเดียวเต็มทะเลแบบนี้แล้วเงียบไป อันดับแรก ผมยังหาข้อมูลไม่เจอเลยว่า ตกลงมีขยะกี่ตันแน่ ?ตัวเลข 90 ตันที่ใช้มาจากข่าว โดยนักข่าวคิดจากรถบรรทุกพ่วง 3 คัน ปกติบรรทุกได้คันละ 30 ตัน ตัวเลขที่ท่าน รมว.ทส.ให้สัมภาษณ์ คือ 60-70 ตัน จำนวนขยะบนเรือสำคัญมาก ถ้าไม่ชัด แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเก็บหมดไหม ชัด = ชัดเจน โปร่งใส รู้กันทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะในห้องประชุม

จำนวนนี้ยังไปเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ที่ต้องมีผู้รับผิดชอบ หากขยะมี 90 ตัน เก็บได้ 50 ตัน ขยะหลุดไป 40 ตัน เราก็คำนวณความเสียหายจากตรงนั้น แต่ถ้ามี 60 ตัน ขยะก็หลุดไปเหลือแค่ 10 ตัน ความเสียหายก็ต่ำลง ความเสียหายจากขยะทะเลมีทั้งต่อระบบนิเวศ สัตว์หายาก การท่องเที่ยว ปัญหาคือการประเมินเป็นมูลค่าทำไม่ง่าย บางอย่างเราพอทราบ เช่น ปะการังเสียหาย 1 ตารางเมตร ความเสียหาย = 40,000+++ (หลายบวกเพราะขึ้นกับพท.และการใช้ประโยชน์)

แต่ถึงทราบ เราจะรู้ได้ไงว่าปะการังเสียหายจากขยะหรือไม่? ถุงอาจเกี่ยวปะการังจนหัก จากนั้นถุงก็ลอยไปที่อื่น ปะการังหักจนตาย ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรือเต่าติดถุงกินถุงจนตาย แล้วถุงนั้นของใคร? ถุงหลุดมาจากหนนี้ หรือถุงจากที่อื่น? ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะคำนวณกันอย่างไร? แต่ถ้าเอาแบบทางออกร่วมกันไม่ให้มีปัญหามาก อาจเป็นว่าผู้รับผิดชอบก็ต้องเก็บขยะจากทะเลมาเท่ากับจำนวนที่ขนลงเรือ จะเป็นขยะจากไหนก็ไม่ทราบ เพราะเราคงแยกไม่ออกหรอกครับ แต่เก็บขึ้นมาให้เท่าเดิมแล้วกัน

ผมถึงบอกว่า จำนวนขยะตั้งต้นสำคัญมาก นอกจากนี้ ยิ่งเวลาผ่านไปขยะยิ่งกระจาย ลอยไปโน่นนี่ เราควรต้องรีบลงมือในระหว่างที่ขยะยังอยู่เป็นมัด อยู่แถวเรือ หรือลอยน้ำแถวนั้น ขยะทะเลไม่ใช่ผลกระทบแบบที่บอกว่าน้ำพัดออกทะเลไปหมดแล้ว ไม่เป็นไร เพราะออกไปก็ลอยตุ๊บป่อง พอมีคลื่นลมก็พัดเข้าฝั่งตามที่ต่างๆ ซึ่งอาจจะห่างไปเป็นร้อยๆ กิโลเมตร หรือเต่าโลมาวาฬก็กินขยะที่ลอยกลางทะเลได้ ไม่ใช่ต้องกินเฉพาะที่อยู่ใกล้ฝั่ง

บทเรียนครั้งนี้มีเรื่องให้เรียนเพียบ สำหรับป้องกันเหตุการณ์ในอนาคตแต่ตอนนี้ต้องเริ่มจากเฉพาะหน้า ด้วยคำถามง่ายๆ ว่า ขยะลงทะเลไปกี่ตัน เก็บขึ้นมาได้กี่ตัน ที่เหลือหลุดไปกี่ตันและที่หลุดไปมีความเสียหายแค่ไหน จะชดใช้อย่างไรการชดใช้แบบง่ายสุดที่ผมคิดคือ ผู้รับผิดชอบก็ทำกิจกรรมเก็บขยะจากทะเลกลับมาเท่าที่หลุดไปนั่นแหละครับ แฟร์สุด สมมติว่าหลุดไป 50 ตัน ก็ทำกิจกรรมเก็บขยะในทะเล/ชายฝั่ง/จ้างเรือ จนกว่าจะได้ขยะพลาสติก 50 ตัน เน้นย้ำคำว่าขยะพลาสติก ท่อนไม้/กิ่งไม้/วัสดุธรรมชาติ/หิน/ปูน ไม่นับ เพราะที่ขนไปแล้วหลุดลงทะเลคือขยะพลาสติกไม่ต้องฟ้องร้องหรืออะไรให้วุ่นวายดีด้วย แต่ต้องพูดคุยกันในที่ประชุมให้เรียบร้อย

สุดท้ายคือขอบคุณชาวสมุย ร่วมกับกรมทะเลเริ่มลงมือเก็บขยะแถวเกาะแตนแล้วครับ เราคงไม่สามารถเกี่ยงไปเกี่ยงมา รอให้คนทำมาเก็บ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน ขณะที่มีขยะพลาสติกหลายหมื่นกิโลกรัมลอยฟ่องในทะเล ปะการังโดนถุงครอบ รอไม่ได้ เต่าโลมากินถุงอยู่ตอนนี้ รอไม่ได้ทำอะไรทำได้ทำก่อน นั่นคือสิ่งที่ควรทำและควรชื่นชมเมื่อมีคนทำครับ


https://mgronline.com/south/detail/9630000081607


*********************************************************************************************************************************************************


ธรรมชาติสมบูรณ์ พบอีก!! แม่เต่าขึ้นวางไข่นอกฤดูกาล ที่ อช.เขาลำปี-หาดท้ายเหมือง



เมื่อวานนี้ (9 สิงหาคม 2563 เวลา 06.00 น.) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง พบร่องรอยแม่เต่าทะเลขึ้นวางไข่ เมื่อค้นหาโดยรอบพบหลุมไข่เต่า และทำการย้ายเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากหลุมไข่เต่าอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล

นายหฤษฎ์ชัย ฤทธิช่วย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจที่ออกลาดตระเวนการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเลว่าพบร่องรอยการขึ้นมาวางไข่ของเต่าทะเลบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลป.3 (ปาง) จึงประสานไปยังนายปรารพ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต และได้เข้าตรวจสอบซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากเขาหน้ายักษ์มาทางทิศใต้ประมาณ 1.5 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่ทำการวัดขนาดรอยความกว้างพายซ้ายถึงขวา 175 เซนติเมตร และช่วงอก 75 เซนติเมตร หลุมไข่อยู่เหนือแนวระดับน้ำขึ้นประมาณ 13.5 เมตร ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดหาไข่เต่าจนเจอและพิจารณาแล้วพบว่าพื้นที่ที่แม่เต่าวางไข่ไว้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดและปัจจุบันอยู่ในช่วงพายุฝนฟ้าคะนองหรือมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อไข่เต่าได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ย้ายไข่เต่าทั้งหมดไปฝักบริเวณอื่นที่อยู่เหนือแนวระดับน้ำขึ้นสูงสุด ซึ่งพบว่ามีไข่ทั้งหมด 115 ฟอง ไข่ดี 77 ฟอง และไข่ลม 38 ฟอง วัดความลึกถึงก้นหลุมได้ 1 เมตร

นอกจากนี้ได้ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิในหลุมไข่เพื่อเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในระหว่างการฟักและจะจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบริเวณหลุมฟักจนกว่าจะฟักออกเป็นตัวโดยคาดว่าใช้เวลา 55-60 วัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นวันมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระชนมพรรษา 68 พรรษา ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้บันทึกวิดีโอ แม่เต่ามะเฟืองในขณะกำลังขึ้นวางไข่ บริเวณหาดท้ายเหมืองเป็นรังที่ 4 ของการขึ้นมาวางไข่นอกฤดูกาล พร้อมบอกว่า "คอกเก่ายังไม่ทันเสร็จ แม่เต่าก็ขึ้นมาวางไข่อีกรังแล้ว"


เจ้าหน้าที่ช่วยกันทำการย้ายทำการย้ายเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากหลุมไข่เต่าอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล


พฤติกรรมการวางไข่เต่าทะเล

ปกติเต่าทะเลจะขึ้นมาวางไข่บนหาดทรายที่เงียบสงบในช่วงเวลากลางคืน ส่วนมากจะขึ้นมาวางไข่ ในช่วงที่น้ำขึ้นสูงสุดหรือช่วงที่พระจันทร์กำลังขึ้น โดยแม่เต่าจะคลานขึ้นมาจากทะเล ขึ้นมาบนหาดทรายบริเวณที่สูงกว่าแนวที่น้ำขึ้นสูงสุด เมื่อแม่เต่าเลือกทำเลที่เหมาะสมได้แล้วก็จะทำการขุดหลุมทราย ลักษณะการขุดหลุมทรายโดยใช้ขาหลังขุดและกอบทรายขึ้นมาทิ้งสลับข้างซ้ายขวา ความลึกของหลุมไข่ประมาณ 30-50 เซนติเมตรสำหรับเต่ากระ เต่าตนุ และเต่าหญ้า และลึกประมาณ 60-80 เซนติเมตร สำหรับเต่ามะเฟือง

เมื่อแม่เต่าทะเลขุดหลุมได้ลึกตามต้องการแล้ว ก็จะทำการคว้านทรายก้นหลุม ให้ส่วนก้นหลุมกว้างขึ้นลักษณะหลุม จึงมีลักษณะปากหลุมแคบแต่ก้นหลุมกว้างคล้ายหม้อแขก เมื่อแม่เต่าขุดหลุมได้ขนาดตามที่ต้องการแล้ว ก็จะปล่อยไข่ลงหลุม โดยการปล่อยไข่ออกจากท่อไข่ครั้งละ 1-3 ฟอง และหยุดและปล่อยสลับกันไป แม่เต่าจะวางไข่เรื่อย ๆ จนหมดใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที จำนวนไข่แต่ละครั้งที่แม่เต่าวางไข่ประมาณ 70-150 ฟอง สำหรับเต่ากระ เต่าตนุ เต่าหญ้า และ 60-130 ฟองสำหรับเต่ามะเฟือง

ขนาดของไข่เต่าทะเลมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เซนติเมตร ยกเว้นไข่เต่ามะเฟืองจะมีขนาดใหญ่กว่ามาก คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5.5 เซนติเมตร เมื่อแม่เต่าวางไข่เสร็จแล้วก็จะทำการกลบหลุมทราย โดยใช้ขาหลังกวาดทรายและกดทรายให้ยุบลงปิดหลุมไข่จนเต็ม (เต่าหญ้าจะมีพฤติกรรมอีกอย่างหนึ่งคือ จะทำการตบหลุมไข่ให้แน่นโดยใช้ขาหน้ายกตัวขึ้นและใช้กระดองหน้าอกตบลงบนพื้นทราย ทำสลับกันซ้ายขวาหลาย ๆ ครั้ง) จากนั้นจึงทำการเกลี่ยทรายบริเวณที่วางไข่เป็นวงกว้าง เพื่ออำพลางบริเวณหลุมไข่ที่แท้จริง เมื่อเสร็จกรรมวิธีวางไข่แล้วแม่เต่าก็จะคลานลงสู่ทะเลไป โดยไม่กลับมาดูแลไข่เต่าอีกเลย แม่เต่าตัวหนึ่งจะขึ้นมาวางไข่ปีละ 1-3 ครั้ง โดยห่างกันประมาณ 2-3 อาทิตย์ แต่สำหรับเต่ามะเฟือง จะทิ้งช่วงห่างกันประมาณ 1 เดือน ถึง 40 วัน (Schulz, 1975)


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9630000081945

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 11-08-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,181
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ทัพเรือเอกวาดอร์ตื่น! เรือประมงจีนหลายร้อยลำโผล่ใกล้ "กาลาปากอส" ส่งกองพันลาดตระเวนจับตาใกล้ชิด


(ภาพรอเตอร์ส)

กลุ่มสื่อต่างประเทศรายงาน (10 ส.ค.) กองทัพเรือเอกวาดอร์ลาดตระเวนเข้มใกล้หมู่เกาะกาลาปากอส หลังกองทัพเรือประมงจีนโผล่ล่าสัตว์ทะเลใกล้น่านน้ำคุ้มครอง

รายงานระบุว่า กองเรือประมงจีนมีจำนวนกว่า 340 ลำ เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วที่มีจำนวน 260 ลำ

การทำประมงของกองเรือดังกล่าวยังไม่ถือว่าผิดกฎหมายเนื่องจากยังอยู่ในน่านน่้ำสากล อย่างไรก็ดี นักพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเห็นว่าการทำประมงบนพื้นที่ดังกล่าวจะสร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ของหมู่เกาะกาลาปากอส

น่านน้ำหมู่เกาะกาลาปากอสเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ฉลามหัวค้อน และเต่ายักษ์ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล



พลเรือเอก Darwin Jarrin เปิดเผยว่า กองทัพเรือเอกวาดอร์พร้อมด้วยกองบินลาดตระเวนได้ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนพื้นที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ได้ประสานขอรับข้อมูลเกี่ยวกับกองเรือจีนดังกล่าวจากโคลอมเบียและเปรูแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อปี 2560 เรือประมงจีนถูกจับกุมขณะขนสัตว์ทะเลหนัก 300 ตันบนเขตสงวนทางทะเลกาลาปากอส


https://mgronline.com/china/detail/9630000081879

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 11-08-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,181
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


น้ำมันรั่วลงทะเลในมอริเชียส รอยร้าวเริ่มโผล่บนเรือแล้ว หวั่นหักเป็นสองท่อน



น้ำมันรั่วลงทะเลในมอริเชียส- วันที่ 11 ส.ค. บีบีซี รายงานความคืบหน้าน้ำมันรั่วไหลลงมหาสมุทรอินเดียนอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของ มอริเชียส ชาติเกาะในทวีปแอฟริกาตอนใต้ หลังจากที่ เอ็มวี วากาชิโอะ เรือบรรทุกน้ำมันมาของญี่ปุ่น เกยตื้นบน พอยต์ เดสนี (Pointe d'Esny) แนวปะการังนอกชายฝั่ง จนมอริเชียสประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่า

ปราวินด์ จุกเนาธ์ นายกรัฐมนตรีมอริเชียส เตือนว่า เรือลำดังกล่าว ซึ่งตัวเรือมีรอยแตกขนาดใหญ่ อาจหักเป็นสองท่อนได้ อาจ หักเป็นสองท่อน ได้ ส่วนความคืบหน้าในการแก้ปัญหาวันนี้ เจ้าหน้าที่สูบน้ำมันออกจากมหาสมุทรแล้ว 500 ตัน ท่ามกลางสภาพอากาศย่ำแย่

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีมอริเชียสเตือนว่า ชาติเกาะแห่งนี้ ที่เป็นแหล่งอยู่อาศัยของแนวปะการังชื่อเสียงระดับโลก และมีการท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ กำลังเตรียมพร้อมสถานการณ์เลวร้ายขั้นสุด


REUBEN PILLAY/REUBSVISION.MU

เรือเอ็มวี วากาชิโอะ จดทะเบียนที่ปานามา บรรทุกน้ำมัน 4,000 ตัน คาดว่าน้ำมันรั่วไหลลงสู่มหาสมุทรรอบมอริเชียสราว 1,000 ตัน ส่วนลูกเรือทั้งหมดได้รับการอพยพออกมาแล้ว

ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว อาสาสมัครเก็บฟางทุ่งนาบรรจุกระสอบเพื่อกั้นน้ำมัน บางส่วนใช้ถุงน่องและเส้นผมทำเป็นท่อดับจับน้ำมันด้วย อีกส่วนชะล้างทำความสะอาดหาดทรายด้วย แม้จะเป็นการขัดคำสั่งรัฐบาลที่ขอให้ประชาชนออกนอกพื้นที่และให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจัดการ


MAXAR TECHNOLOGIES/REUTERS

ต่อมา ฝรั่งเศสโดย เรอูเนียง ชาติเกาะโพ้นทะเลที่อยู่ใกล้กัน ส่งเครื่องบินทหารพร้อมอุปกรณ์ควบคุมมลพิษ ขณะที่ญี่ปุ่นส่งทีมงาน 6 คน เพื่อช่วยทีมฝรั่งเศสปฏิบัติงาน ส่วนยามชายฝั่งมอริเชียสและตำรวจหลายหน่วยยังอยู่ที่เกิดเหตุน้ำมันรั่วไหล

อากิฮิโตะ โอโนะ รองประธานบริหารของ มิตซุย โอเอสเค ไลนส์ ผู้เดินเรือเอ็มวี วากาชิโอะ ขออภัยอย่างสุดซึ้งที่น้ำมันรั่วไหลและบริษัทก่อปัญหาใหญ่ขึ้นมา พร้อมให้คำมั่นว่าบริษัทจะทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหา แม้พยายามดักจับน้ำมันรอบเรือแต่ไม่ได้ผลเนื่องจากทะเลขรุขระ


AFP

ตำรวจมอริเชียสระบุได้รับหมายค้นและได้รับอนุญาตขึ้นเรือเพื่อนำวัตถุสำคัญต่างๆ เช่น บันทึกการเดินเรือเพื่อช่วยในการสอบสวนน้ำมันรั่ว และกัปตันของเรือจะช่วยเจ้าหน้าที่ในการค้นหาด้วย

ทั้งนี้ พอยต์ เดสนี เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าหายากชื่อดัง และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติตามอนุสัญญาแรมซาร์ว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำด้วย


https://www.khaosod.co.th/update-news/news_4686376

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 11-08-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,181
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ทช. เอาจริง! แจ้งจับคนลอบจับปลาสวยงาม แนวปะการัง เกาะราชาน้อย โทษถึงคุก

กรม ทช.ลุยแจ้งจับคนลักลอบจับปลาสวยงาม แนวปะการัง เกาะราชาน้อย ภูเก็ต โทษสูงสุดจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท



เมื่อวันที่ 10 ส.ค. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ?พื้นที่คุ้มครอง งดจับปลาสวยงามไปจากทะเลภูเก็ต? วันที่ 10 สิงหาคม 2563 กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่ 6 (พังงา) เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง กรณีการลักลอบจับปลาสวยงามบริเวณแนวปะการัง เกาะราชาน้อย ม.๖ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามที่ปรากฏผ่านสื่อออนไลน์ facebook : Thon Thamrongnawasawat เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตราการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ.2560 (ตามความในมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535) ฐานความผิดตาม ข้อ 4 ข้อ 10(1) และข้อ 11(8) ห้ามจับหรือครอบครองปลาสวยงามตามบัญชี 3 ท้ายประกาศนี้

ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 100 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเป็นหลักฐานและสืบหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_4685557

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 11-08-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,181
Default

ขอบคุณข่าวจาก โพสต์ทูเดย์


จับตากองทัพเรือประมงจีน ล่าสัตว์น้ำใกล้กาลาปากอส

มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งสำคัญอาจกำลังถุกคุกคามจากกองเรือขนานดใหญ่จากจีน



กองทัพเรือเอกวาดอร์กำลังดำเนินการเฝ้าระวังกองเรือประมงขนาดใหญ่ของจีนที่จับสัตว์ทะเลอยู่ใกล้น่านน้ำที่ได้รับการคุ้มครองของหมู่เกาะกาลาปากอส ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการจับปลาในพื้นที่ของเกาะที่มีความอ่อนไหวต่อระบบนิเวศ

กองทัพเรือได้ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนโดยเรือลาดตระเวนของทหารพร้อมส่งเครื่องบินลาดตระเวนเหนือภูมิภาคเพื่อจับตากลุ่มเรือประมงประมาณ 260 ลำจากประเทศจีนกำลังล่าสัตว์น้ำในพื้นที่ใกล้กับมรดกโลกแห่งนี้ท่ามกลางความกังวลของชาวโลกและเสียงตำหนิเรือประมงจีนที่ทำประมงใกล้กับสถานที่สำคัญของชาวโลกมากเกินไป

กองเรือประมงจากจีนเข้ามาในน่านนน้ำแถบนี้ตั้งแต่ปี 2017 โดยมาถึงในช่วงฤดูร้อนและทำการประมงนอกน่านน้ำหมู่เกาะกาลาปากอสที่มีสัตว์ทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์เข้ามาอาศัยอยู่ เช่น ฉลามหัวค้อน

การจับปลาดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายเพราะเกิดขึ้นในน่านน้ำสากล แต่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าเรือประมงสามารถใช้ประโยชน์จากสัตว์ทะเลที่มีอยู่มากมายที่ทะลักออกมาจากเขตสงวนของกาลาปากอสและข้ามไปยังน่านน้ำที่ไม่มีการป้องกันจนเป็นเหยื่อของเรือประมง

แต่เรือของจีนไม่ได้อยู่แค่ในน่านน้ำสากล เพราะในปี 2017 มีเรือจีนถูกจับได้ในเขตสงวนทางทะเลกาลาปากอสโดยบรรทุกสัตว์ทะเล 300 ตัน

ด้านรัฐบาลจีนได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ยอมอดทนต่อการทำประมงที่ผิดกฎหมายและได้เสนอให้มีการห้ามจับปลาในพื้นที่ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ทำกองเรือประมงมักจะออกจากพื้นที่ก่อนช่วงเวลาดังกล่าว

หมู่เกาะกาลาปากอสซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งเอกวาดอร์ประมาณ 1,000 กม. เป็นที่ตั้งของสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะหลายชนิดรวมถึงเต่ายักษ์และเป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลส์ ดาร์วินนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 19 เสนอทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต


https://www.posttoday.com/world/630338

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:57


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger