เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,978
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 15 กันยายน 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และอ่าวไทยคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 15 - 16 ก.ย. 64 ร่องมรสุมพาดภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 17 - 20 ก.ย. 64 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนทะเลคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง ในช่วงวันที่ 15 - 19 ก.ย. 64 โดยทะเลอันดามันคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนทะเลคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 14 - 16 ก.ย. 64 ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,978
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


โลกมีวันอุณหภูมิเกิน 50 องศาเซลเซียสเพิ่มขึ้นเท่าตัวใน 4 ทศวรรษ



บีบีซีเผย โลกมีวันที่อุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียสเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า วันแบบนี้จะเพิ่มขึ้นอีกหากมนุษย์ไม่รีบลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำนักข่าว บีบีซี เผยผลการวิเคราะห์สภาพอากาศ พบว่า โลกมีจำนวนวันที่อุณหภูมิแตะ 50 องศาเซลเซียส เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนับตั้งแต่ปี 1980 และปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังเกิดในหลายพื้นที่มากขึ้น แสดงให้เห็นถึงความท้าทายต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ตามการเปิดเผยของ บีบีซี จำนวนวันที่อุณหภูมิแตะ 50 องศาเซลเซียสเพิ่มขึ้นทุกทศวรรษ โดยค่าเฉลี่ยระหว่างปี 1980-2009 อยู่ที่ 14 วันต่อปี แต่จำนวนดังกล่าวกลับเพิ่มขึ้นเป็น 26 วันในข่วงระหว่างปี 2010-2019 และในช่วงเวลาเดียวกัน จำนวนเฉลี่ยของวันที่อุณหภูมิเกิน 45 องศาเซลเซียสอยู่ที่ปีละ 24 วัน

ดร.เฟรเดอริค ออตโต ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานบันความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระบุว่า การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล อาจเป็นสาเหตุ 100% ของการเพิ่มขึ้นนี้ โดยพื้นที่ที่อุณหภูมิเกิน 50 องศา เกือบทั้งหมดอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และอ่าวเปอร์เซีย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา อิตาลีมีวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 48.8 องศาเซลเซียส ทุบสถิติสูงสุดของประเทศ ขณะที่ความร้อนในแคดานาทำสถิติใหม่ที่ 49.6 องศาเซลเซียส ทำให้นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า โลกจะมีพื้นที่ที่อุณหภูมิแตะ 50 องศาเพิ่มขึ้นอีก หลากมนุษย์ไม่ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

"เราจำเป็นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ยิ่งเราตัดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเร็วเท่าไร เราจะยิ่งอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นมากเท่านั้น" ดร.หลี่ ซื่อฮาน นักวิจัยด้านสภาพอากาศจากโรงเรียนภูมิศาสตร์และสิ่งแวดนล้อมของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดกล่าว


https://www.thairath.co.th/news/foreign/2193746

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,978
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ฆ่าหมู่โลมาพันตัว หมู่เกาะแฟโรเมินเสียงต้าน ประเพณี 400ปี โหดเกิน



ฆ่าหมู่โลมาพันตัว ? เอพี รายงานว่า ชาวหมู่เกาะแฟโร ทางแอตแลนติกเหนือ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง หลังจากเริ่มประเพณีฆ่าหมู่โลมา สัตว์ที่เป็นมิตรกับมนุษย์ไปถึง 1,428 ตัวช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการต้อนฝูงโลมาให้เข้ามาน้ำตื้นเพื่อฆ่าเอาเนื้อและชั้นไขมันของมัน ขณะที่ทะเลกลายเป็นสีเลือด

การล่าโลมาดังกล่าว ไม่ใช่การล่าเพื่อการพาณิชย์ ทั้งยังได้รับอนุญาตอย่างถูกกฎหมายสำหรับหมู่เกาะแฟโร เขตปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก ชาวบ้านอ้างว่าเป็นประเพณีที่สืบทอดมานาน 4 ศตวรรษ แม้จะมีประชาชนบนเกาะจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วย นอกเหนือไปจากนักอนุรักษ์สัตว์ป่า Sea Shepherd Conservation Society ที่รณรงค์ต่อต้านมานาน

นายเฮรี ปีเตอร์เซน คนงานที่ทำหน้าที่กวาดต้อนวาฬนำร่องเข้ามายังฝั่งของเกาะอายสตูรอย ตรงใจกลางของหมู่เกาะแฟโร เพื่อฆ่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ย. กล่าวว่า ไม่ได้รับแจ้งใดๆ ว่าให้ไปกวาดต้อนโลมา และไม่อยากเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

นายปีเตอร์เซน กล่าวด้วยว่า มีโลมาเกลื่อนหาดเยอะมาก และมีคนไม่กี่คนที่อยู่ชายหาดเพื่อจะฆ่าเหล่าปลาโลมา ด้วยการใช้มีดแทง

ทุกๆ ปี ชาวหมู่เกาะแฟโรจะฆ่าโลมาและวาฬมากกว่า 1,000 ตัว โดยมีสถิติบันทีกไว้ และปีก่อน มีโลมาคาดขาว หรือ white-sided dolphin เพียง 35 ตัว



โอลิเวอร์ ซีอูร์ดาร์เบิร์ก ประธานสมาคมล่าวาฬนำร่องแฟโร กล่าวว่า ตนเองกลัวว่า การฆ่าหมู่ปลาดังกล่าวจะไปฟื้นการโต้เถียงที่โจมตีและส่งภาพลบให้กับประเพณีเก่าแก่ ของหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะ 18 แห่ง ตั้งแต่อยู่ระหว่างสกอตแลนด์ และไอซ์แลนด์

"เราต้องเตือนตนเองว่า เราไม่ได้อยู่ลำพังบนโลก ขณะเดียวกันก็ต้องทราบว่า โลกเล็กลงเรื่อยๆ ทุกคนต่างเดินไปได้เรื่อยๆ โดยมีกล้องมือถือใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ และพร้อมจะทำให้เราดูแย่ทุกครั้งที่มีการจับวาฬนำร่อง" นายซีอูร์ดาร์เบิร์กกล่าว

ด้านนายเจค็อบ เวสเตอร์การ์ด รมว.ประมงหมู่เกาะแฟโร กล่าวกับวิทยุท่องเที่ยวถิ่น ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามหนังสือล่าโลมา

ทุกปี ชาวเกาะจะไปต้อนปลาใหญ่เข้ามายังตรงพื้นที่น้ำตื้น จากนั้นจะแทงให้ตาย ส่วนใหญ่เป็นวาฬนำร่องที่ขาวบ้านเอาเนื้อไปทำอาหาร


https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6620417

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:35


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger