เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 26-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บ ที่จะเกิดขึ้น และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 26 ? 27 ก.พ. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง และลูกเห็บตกบางพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 28 ก.พ. - 3 มี.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนบางพื้นที่ ส่วนมากตามบริเวณชายฝั่งของภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 26-27 ก.พ. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่ จะทำให้บ้านเรือนที่ไม่แข็งแรง ป้ายโฆษณา และกิ่งไม้ที่ผุ ได้รับความเสียหายได้ สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562

ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ เริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป สำหรับผลกระทบตามภาคต่างๆ มีดังนี้

ภาคเหนือ จังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย สกลนคร หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในช่วงวันดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในระยะนี้

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (74.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (100.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 26-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ต้านไอซ์แลนด์ขยายโควตาล่าวาฬ



รัฐบาลไอซ์แลนด์ประกาศโควตาใหม่เมื่อ 23 ก.พ. ให้อุตสาหกรรมวาฬในประเทศล่าวาฬได้อีกอย่างน้อย 5 ปี รวมล่าได้มากถึง 2,130 ตัว ท่ามกลางกระแสต่อต้านเริ่มมีมากขึ้น กลัวกระทบภาพลักษณ์ประเทศและทำลายการท่องเที่ยว ส่วนคนได้ประโยชน์เป็นแค่กลุ่มล่าวาฬขนาดเล็กที่ล่าวาฬส่งเนื้อไปขายในญี่ปุ่น นอร์เวย์และสาธารณรัฐปาเลา

การล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์เริ่มทำได้อีกครั้งในไอซ์แลนด์ในปี 2549 แต่ไม่เคยล่าวาฬเต็มโควตาแต่ละช่วง.


https://www.thairath.co.th/content/1504230

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 26-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


'อาเบะ' ยืนกรานต้องย้าย 'ฐานทัพมะกัน' ในโอกินาวา แม้ชาวบ้านลงประชามติ 'คัดค้าน' ท่วมท้น


ฐานทัพอากาศแห่งใหม่กำลังถูกสร้างขึ้นที่เขตเฮโนโกะ (Henoko) ในเมืองนาโง (Nago) จังหวัดโอกินาวา เพื่อรองรับแผนการย้ายฐานทัพอากาศฟูเทนมะของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 23 ก.พ. (Photo: Kyodo/via REUTERS)

รอยเตอร์ - รัฐบาลญี่ปุ่นยืนกรานจะเดินหน้าย้ายฐานทัพสหรัฐฯ บนเกาะโอกินาวาไปยังสถานที่ใหม่ตามแผนเดิม แม้คนในพื้นที่จำนวนท่วมท้นจะลงประชามติไม่เห็นด้วยกับการย้ายที่ตั้งฐานทัพซึ่งก่อปัญหาและความขัดแย้งต่อชุมชนมากมายก็ตาม

คะแนนเสียงกว่า 70% โหวตคัดค้านการย้ายที่ตั้งฐานทัพอากาศฟูเทนมะของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในการลงประชามติซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายเมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) โดยมีชาวโอกินาวาออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวน 53%

ทหารสหรัฐฯ หลายหมื่นนายถูกส่งมาประจำการอยู่ที่เกาะโอกินาวาตามข้อตกลงพันธมิตรกลาโหมซึ่งสำคัญต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นเอง แต่ชาวบ้านในพื้นที่กลับมองว่าฐานทัพแห่งนี้นำมาซึ่งปัญหาอาชญากรรม มลพิษ และยังเคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาแล้วหลายครั้ง

เดนนี ทามากิ ผู้ว่าการเกาะโอกินาวาจำเป็นที่จะต้องเคารพผลประชามติ และแจ้งให้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นรวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทราบ หากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเกิน 1 ใน 4 หรือคิดเป็นตัวเลขราวๆ 290,000 คน โหวตเลือกข้อใดข้อหนึ่งจากทั้งหมด 3 ข้อ ซึ่งได้แก่ เห็นด้วยกับการย้ายฐานทัพ, คัดค้านการย้ายฐานทัพ, และไม่เอาทั้งสองอย่าง

การย้ายฐานทัพฟูเทนมะเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับฝ่ายบริหารเกาะโอกินาวามานานหลายปีแล้ว

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ทำข้อตกลงย้ายฐานทัพฟูเทนมะออกจากที่ตั้งปัจจุบันซึ่งถูกห้อมล้อมด้วยโรงเรียน โรงพยาบาล และห้างร้านมากมายไปยังย่านเฮโนโกะ (Henoko) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ และมีประชากรเบาบางกว่า

อย่างไรก็ตาม ชาวโอกินาวาจำนวนมากก็ยังคัดค้านอยู่ดี และต้องการให้ย้ายฐานทัพออกไปให้พ้นจากเกาะเสียเลยทีเดียว

นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนวันนี้ (25) ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับผลประชามติ และจะพยายามทำความเข้าใจกับพลเมืองบนเกาะโอกินาวา แต่การย้ายฐานทัพก็ยังต้องดำเนินต่อไปตามแผนเดิม

"เราไม่อาจหลีกเลี่ยงความจำเป็นในการย้ายฐานทัพฟูเทนมะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นฐานทัพที่อันตรายที่สุดในโลก" อาเบะ กล่าว พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้ทำความตกลงเรื่องนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว

"เราจะปล่อยให้ล่าช้าออกไปอีกไม่ได้" ผู้นำแดนปลาดิบยืนยัน

ผู้ว่าฯ ทามากิ เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นเคารพในการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของชาวโอกินาวา

"รัฐบาลควรเปลี่ยนแนวคิดที่ว่าการย้ายฐานทัพไปยังเฮโนโกะคือทางเลือกเพียงอย่างเดียว และขอให้ระงับงานก่อสร้างทั้งหมด รวมถึงหารือกับพวกเราเพื่อปิดฐานทัพฟูเทนมะ และคืนพื้นที่ให้แก่ประชาชน" ทามากิ กล่าว

สตีเวน รีด อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชูโอ (Chuo University) มองว่าผลประชามติครั้งนี้ไม่น่าจะเปลี่ยนความตั้งใจของรัฐบาลได้

"นี่ไม่ใช่นโยบายของฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่น แต่เป็นนโยบายด้านการต่างประเทศ และได้ทำข้อตกลงกันไปแล้ว" เขาอธิบาย

อย่างไรก็ตาม รีด เชื่อว่าผลประชามตินี้อาจจะไปเพิ่มคะแนนนิยมให้แก่พรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (CDPJ) ซึ่งเป็นพรรคใหญ่สุดของฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับแผนย้ายฐานทัพฟูเทนมะ ก่อนจะถึงศึกเลือกตั้งวุฒิสภาในปีนี้

"มันน่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงพอสมควรในการเลือกตั้งครั้งถัดไปที่โอกินาวา และอาจส่งผลถึงระดับประเทศด้วย" รีด ระบุ

ผลสำรวจความคิดเห็นโดยสถานีโทรทัศน์ NHK ในเดือนนี้พบว่า พรรค CDPJ ยังมีคะแนนนิยมทั่วประเทศไม่ถึง 6% ห่างไกลลิบลับเมื่อเทียบกับพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนายกฯ อาเบะ ซึ่งยังได้รับความนิยมมากถึง 37%


https://mgronline.com/around/detail/9620000019435

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 26-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


สงขลาพบก้อนน้ำมันดิบเกลื่อนชายหาดแหลมสมิหลาทำลายทัศนียภาพ



25 ก.พ.62- ที่บริเวณชายหาดแหลมสมิหลาสงขลา นายอนุรักษ์ สังข์กูล เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 สงขลา ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชนในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับแมงกะพรุนพิษตรวจบริเวณชายหาด ได้ตรวจพบก้อนน้ำมันดิบถูกคลื่นชัดจากทะเลอ่าวไทยขึ้นมาบริเวณชายหาดแหลมสมิหลาสงขลาและขยายวงกว้างครอบคลุมเกือบทั่วทั้งชายหาด โดยเฉพาะบริเวณนางเงือกทองทั้งสองด้าน รวมทั้งที่โขดหินริมชายหาดสมิหลา ส่งผลให้บริเวณชายหาดสมิหลาเกิดความสกปรก เพราะยังไปเกาะซากเปลือกหอยหรือสิ่งปฏิกูลอื่นๆ จนกลายเป็นแผ่นสีดำทำลายทัศนียภาพของชายหาดสมิหลา โดยเฉพาะบริเวณนางเงือกหาดสมิหลา ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อนและเล่นน้ำแต่ปรากฏว่าขณะนี้นักท่องเที่ยวเลี่ยงที่จะลงไปเดินเล่นบริเวณชายหาดหรือลงเล่นน้ำจากปัญหาก้อนน้ำมันดิบที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณเมื่อโดนแสงแดดร้อนจะละลายเป็นของเหลวข้นคล้ายน้ำมันเครื่อง ติดมือติดเท้าไม่สามารถล้างออกด้วยน้ำได้ จะต้องใช้น้ำมันล้างจึงจะล้างออก

ขณะนี้บริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดสงขลาตั้งแต่อำเภอระโนดลงไปจนถึงอำเภอเมืองสงขลาจะพบก้อนน้ำมันดิบถูกคลื่นซัดขึ้นมาบริเวณชายฝั่ง ทำให้ชายหาดสกปรก ยิ่งในช่วงที่มีแดดร้อนจัดก้อนน้ำมันดิบจะละลายทำให้ชายหาดสกปรกมากยิ่งขึ้น ฝากทางเทศบาลนครสงขลา จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่ตลอดแนวชายสมิหลาเพื่อหาทางแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด


https://www.thaipost.net/main/detail/29861

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 26-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ก้อนน้ำมันปริศนา เกลื่อนชายหาดสมิหลา

พบก้อนน้ำมันสีดำลักษณะคล้ายก้อนนำมันดิบ ถูกคลื่นซัดเต็มหาดสมิหลา จ.สงขลา สร้างความเดือดร้อนนักท่องเที่ยว ที่เดินทางไปถ่ายรูปปั้นนางเงือก และเดินเล่นริมชายหาด เนื่องจากก้อนน้ำมันติดรองเท้า ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าเก็บก้อนน้ำมัน



วันนี้(25 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถ่ายรูปปั้นนางเงือก และเดินเล่นริมทะเล ชายหาดสมิหลา จ.สงขลา เดินเหยียบก้อนน้ำมัน และติดรองเท้า สร้างความเดือนนักท่องเที่ยว ซึ่งบางคนเอารองเท้าเช็ดกับขอบปูนบันไดศาลาไทย เพื่อเอาก้อนน้ำมันออก ทำให้ขอบปูนบันไดศาลาไทยสกปรกเต็มด้วยคราบน้ำมัน

นายอนุรักษ์ สังข์กูล เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งที่ 6 สงขลา ซึ่งเดินทางมาดูแลนักท่องเที่ยวและประชาชน บริเวณชายหาด บอกว่า จากการเดินสำรวจตลอดแนวหาดสมิหลา พบก้อนน้ำมันถูกคลื่นซัดกองเต็มตลาดแนวชายหาด

ลักษณะก้อนน้ำมัน เมื่อใช้มือสัมผัสจะเหนียวติดมือ ไม่สามารถล้างกับน้ำสะอาดได้ ต้องล้างกับน้ำมัน ส่วนก้อนน้ำมันเมื่อถูกแดดร้อนจัดจะลายเป็นของเหลวคล้ายน้ำมันเครื่อง ขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานเกี่ยวข้องมาเก็บก้อนน้ำมันออกจากชายหาด

สำหรับบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดสงขลา ตั้งแต่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา จนถึงอ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ขณะเต็มด้วยก้อนน้ำมันขนาดเล็ก และยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหาแหล่งที่มาของก้อนน้ำมันดังกล่าว

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ก้อนน้ำมัน หรือทาบอลที่พบในหาดสมิหลา จ.สงขลา ไม่ได้เกิดจากผลิตน้ำมันดิบ หรือแหล่งขุดเจาะปิโตรเลียม โดยหลังจากเกิดเหตุ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบ และพิสูจน์

"เบื้องต้น สันนิษฐานว่าก้อนน้ำมันที่พบเกิดจากเรือเดินสมุทรที่ทิ้งคราบน้ำมันลงในทะเล ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ที่มีลมมรสุมพัดก้อนน้ำมันขึ้นมาบนฝั่ง"




https://news.thaipbs.or.th/content/277980
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 26-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


เฮลั่นหาด! "ลูกเต่ามะเฟือง" 35 ตัวรอดชีวิต จนท.ช่วยคืนสู่ทะเลสำเร็จ



สิ้นสุดการรอคอยหลังจากที่มีการติดตามการฟักตัวของใข่เต่ามะเฟือง ที่หาดท่าไทร อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กระทั่งพบว่าบริเวณปากหลุมเริ่มยุบตัว เป็นสัญญานที่ดีว่าลูกเต่ามะเฟืองน่าจะตะกายพื้นทรายคลานขึ้นจากหลุมได้เองตามธรรมชาติ



แต่จากการติดตามของ จนท.ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟือง ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน(ภูเก็ต) พบความผิดปกติจากอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็วจากการฟักตัวของใข่ และการโผล่ขึ้นมาจากหลุมช้าผิดสังเกตุ จึงได้ตัดสินใจขุดในช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุดในเวลา 02.00 น. เพราะหากช้ากว่านี้ลูกเต่าอาจจะตายได้


http://www.nationtv.tv/main/content/378692488/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 26-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ลุ้น 10 วัน! ไข่เต่ามะเฟืองรังที่ 3 ลูกเต่าฟักออกจากไข่

เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เฝ้าติดตามรังไข่เต่ามะเฟืองรังที่ 3 ที่คาดว่าอีกประมาณ 10 วัน ลูกเต่ามะเฟืองจะฟักออกจากไข่



วันนี้ (25 ก.พ.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหาดท่าไทร ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นบ่อฟักลูกเต่ามะเฟือง จากที่เมื่อคืนที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทะเลอันดามัน ได้ทำการขุดช่วยเหลือลูกเต่ามะเฟืองขึ้นมาจากหลุมฟักไข่ เมื่อช่วงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ หลังจากรอคอยมา 60 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถขุดไข่เต่ามะเฟืองขึ้นมาจากหลุมทั้งหมด 86 ฟอง เป็นไข่ที่ได้รับการผสม ฟักเป็นลูกเต่ามีชีวิต และปล่อยลงสู่ทะเลทั้งหมด 35 ตัว เป็นไข่ที่ไม่ได้รับการผสม 31 ฟอง และเป็นไข่ที่ไม่มีไข่แดง (ไข่ลม) 20 ฟองข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดยลูกเต่ามะเฟืองที่ทางเจ้าหน้าที่ขุดขึ้นมาจากหลุมและได้นำลูกเต่าขึ้นพักฟื้นให้แข็งแรง ก่อนที่ให้ลูกเต่ามะเฟืองทั้งหมดเดินลงไปในทะเลเอง ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบหลุม และบริเวณริมชายหาดไม่พบว่ามีลูกเต่ากลับขึ้นมาบนฝั่ง ทั้งนี้ลูกเต่ามะเฟืองที่ฟักตัวเมื่อคืนที่ผ่านมาทุกตัวแข็งแรงปลอดภัยสามารถว่ายน้ำลงทะเลได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตามต่อจากนี้อีก 10 วัน ทางเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (พังงา) ยังคงเฝ้าติดตามรังเต่ามะเฟืองรังที่ 3 บริเวณชายหาดคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จำนวน 112 ฟอง โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามอุณหภูมิและหลุมเต่าตลอด 24 ชั่วโมง


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/98904
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:39


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger