เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11-14 มีนาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ซึ่งจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตลอดช่วง ส่วนในช่วงวันที่ 10-12 มีนาคม 2562 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากมีอากาศร้อนขึ้น โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในตอนกลางวันตลอดช่วง ส่วนในช่วงวันที่ 10-12 มี.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (77.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (226.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ความเปลี่ยนแปลงหลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่


ซากฟอสซิลปลา E. diskosomus Credit : A. Lopez-Arbarello

ภูเขาซานจอร์จิโอในสวิตเซอร์แลนด์เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล (fossil) ทางทะเลช่วงกลางยุคไทรแอสสิกเมื่อ 240 ล้านปีก่อน เคยพบซากปลาชนิดหนึ่งซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้นักบรรพชีวินวิทยาจากสถาบันซากดึกดำบรรพ์และธรณีวิทยาของมหาวิทยาลัยลูทวิช-มัคซี-มีลีอานแห่งมิวนิก ในเยอรมนี เผยว่า ซากปลาตัวนี้ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ ถึงความหลากหลายของปลากระดูกแข็งยุคก่อนประวัติศาสตร์ชื่อ Eosemionotus ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว

นักบรรพชีวินวิทยาเผยว่า ซากปลาตัวนี้เป็นตัวแทนของปลา Eosemionotus 3 สายพันธุ์ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งเป็นสกุลของปลามีก้านครีบคือ E. vogeli, E. ceresiensis และอีก 3 ชนิดที่ถือเป็นสายพันธุ์เดียวคือ E. diskosomus, E. sceltrichensis และ E. minutus สายพันธุ์เหล่านี้นับเป็นหลักฐานเพิ่มว่าหลังจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ โลกของสิ่งมีชีวิตได้ฟื้นตัวและผ่านช่วงเวลาความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว มีสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากในช่วงกลางยุคไทรแอสสิก

ฟอสซิลปลาสามารถแยกได้ชัดเจนบนพื้นฐานสัดส่วนร่างกาย ตำแหน่งครีบ สัณฐานวิทยากะโหลกศีรษะ การเรียงฟัน และเกล็ด ความแตกต่างเหล่านี้บ่งชี้ว่าแต่ละสายพันธุ์มีการปรับตัวให้เข้ากับระบบนิเวศต่างๆ และเมื่อวิเคราะห์วิวัฒนาการก็พบว่า Eosemionotus เป็นสมาชิกที่เก่าแก่ที่สุดในตระกูลปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในกลุ่ม Order Semionotiformes.


https://www.thairath.co.th/content/1513191

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เหี้ยมที่สุดคือมนุษย์!!ภาพสยองชาวประมงอินโดฯใช้ค้อนรัวทุบจระเข้จนตาย



เดลิเมล์ - สื่อต่างประเทศเผยแพร่ภาพสยดสยอง จระเข้เคราะห์ร้ายตัวหนึ่ง พลัดเข้ามาติดในอวนของชาวประมง ถูกใช้ค้อนกระหน่ำทุบจนตาย เหตุการณ์ที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจแก่ผู้คนบนโลกออนไลน์

รายงานข่าวระบุว่าจระเข้ตัวผู้ความยาว 10 ฟุต ว่ายข้ามชะวากทะเลมาตามแนวชายฝั่ง ก่อนหลงเข้ามาติดในอวนของชาวประมง

ในวิดีโอของเหตุการณ์ที่เชื่อว่าเกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งรัฐซาราวัก บนเกาะบอร์เนียวของมาเลเซีย เป็นภาพจระเข้ตัวหนึ่งกำลังถูกลากขึ้นมาบนฝั่ง ก่อนถูกชาวประมงรายหนึ่งใช้ค้อนไล่ทุบอย่างโหดเหี้ยม จนกระทั่งมันแน่นิ่งไป



เวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อหาตัวชาวประมงที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอ

ซูซาน เยค เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานพิทักษ์สัตว์ของซาราวัก ระบุว่า "เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนคดีนี้ เราพยายามสรุปว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ไหนกันแน่"

เบื้องต้น ซูซาน เยค เผยว่าพวกเจ้าหน้าที่ถูกส่งลงพื้นที่ตามแนวชายฝั่งเมืองมิริ หลังข้อมูลข่าวกรองบ่งชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่นั่น โดยเจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดต่างๆที่ปรากฏในวิดีโอ



ในขณะที่จระเข้ไม่ใช่สัตว์คุ้มครองบนเกาะบอร์เนียว ดังนั้นการกำจัดมันจึงเป็นสิ่งที่ได้รับการอนุญาต อย่างไรก็ตามการฆ่าจระเข้ด้วยวิธีป่าเถื่อนอาจต้องเผชิญกับข้อหาทารุณกรรมสัตว์

มูซา มุสบาห์ ประธานกลุ่มเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม Miri Nature Society (MNS) ให้ข้อมูลว่าจระเข้ตัวดังกล่าวข้ามชะวากทะเลแห่งหนึ่งเข้ามา ระหว่างคลื่นสูง เพื่อมาหาคู่ แต่มันพลัดเข้าไปติดในอวนของชาวบ้านที่กางไว้จับปลา

มูสบาห์ ระบุต่อว่า "สามารถตั้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์กับบุคคลในวิดีโอนี้ พวกเขาควรโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อจัดการกับจระเข้ เพราะถ้าดูจากในวิดิโอ คุณจะเห็นว่าจระเข้ติดอยู่ในอวนอยู่แล้ว"


https://mgronline.com/around/detail/9620000023688

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


นับถอยหลังเปิดสระว่ายน้ำ "ลึกที่สุด" ในโลก ดำดิ่ง 45 เมตร ความจุเท่า 27 สระโอลิมปิก



นับถอยหลังเปิดสระว่ายน้ำ - วันที่ 8 มี.ค. เดลี่เมล์ รายงานว่า สระว่ายน้ำ ลึกที่สุดในโลกเทียบเท่าตึกสูง 15 ชั้น เตรียมเปิดให้บริการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยไม่ได้จำกัดแค่กลุ่มลูกค้าที่ชอบดำน้ำเท่านั้น แต่ยังมีอุโมงค์ใต้น้ำที่ผู้ใช้บริการสามารถเดินชมความอลังการของสระสุดลึก เช่นเดียวกับโรงแรม ร้านอาหาร และห้องจัดสัมมนา

สระดีพสปอต (DeepSpot) ตั้งอยู่ที่เมืองมัชตโชนูว์ ห่างจากกรุงวอร์ซอว์ของ ประเทศโปแลนด์ ราว 40 กิโลเมตร สร้างโดยบริษัทที่สร้าง ฟลายสปอต ห้องจำลองกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมดิ่งพสุธาในเขตวอร์ซอว์เวสต์


The new swimming pool is called DeepSpot and at 148 feet deep will break the world record for the deepest pool by 16 feet. /CEN/@deepdpotpoland/

กับความลึกกว่า 45 เมตร (148 ฟุต) และมีปริมาตรน้ำ 8,000 ลูกบาศก์เมตร เทียบเท่าสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานการแข่งขันโลอิมปิกรวมกัน 27 สระ และลึกกว่าอดีตแชมป์สระลึกที่สุดในโลก วาย-40 ดีพ จอย (Y-40 Deep Joy) ในเมืองมอนเตกรอตโต แตร์เม ประเทศอิตาลี ประมาณ 4.87 เมตร


The design (pictured) includes an underwater tunnel, restaurants, conference rooms and hotel rooms overlooking the pool. /CEN/@deepdpotpoland/

อย่างไรก็ตาม ดีพสปอตจะรั้งตำแหน่งสระที่ลึกที่สุดในโลกได้ราว 6 เดือน ก่อนที่สระบลูเอบิซ (Blue Abyss) ในเมืองโคลเชสเตอร์ ของอังกฤษ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2562 พร้อมคว้าแชมป์สระที่ลึกที่สุดในโลกกับความลึกเกือบ 50 เมตร


The pool, seen here in an artist's impression, is to open in Poland in the autumn with a water volume equivalent to 27 normal swimming pools. /CEN/@deepdpotpoland/


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2289010

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


สัตว์หนีเอาตัวรอดไฟไหม้ป่าพรุเกาะคอเขา จ.พังงา



เกิดเพลิงไหม้ป่าพรุใน ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ทำให้พื้นที่ป่าเสียหายกว่า 500 ไร่ สัตว์หลายชนิดหนีเอาตัวรอด

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งใน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ระดมกำลังคนและรถดับเพลิงกว่า 10 คัน เพื่อควบคุมเพลิงที่โหมลุกไหม้พื้นที่ป่าพรุ ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า แต่การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากในหลายจุดรถดับเพลิงเข้าไม่ถึง เจ้าหน้าที่จึงทำแนวกันไฟป้องกันไม่ให้ไฟลุกไหม้ขยายวงกว้าง



เบื้องต้น พื้นที่ป่าพรุได้รับความเสียหายกว่า 500 ไร่ และยังทำให้พื้นที่การเกษตรทั้งสวนปาล์มและสวนมะพร้าวได้รับความเสียหายกว่า 100 ไร่ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าทั้ง กวาง เต่า รวมถึงนก ที่ต่างพยายามหนีเอาชีวิตรอดจากไฟป่าที่โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

ว่าที่ ร.อ.พงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่เพลิงยังไม่ดับสนิท เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าพรุไฟยังลุกไม้จากใต้ดินขึ้นมาได้อีก ประกอบกับเป็นช่วงหน้าร้อน จึงยังมีหญ้าแห้งและซากพืชเป็นเชื้อเพลิง จึงต้องจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์เพลิงไหม้ไปอีกระยะหนึ่ง


http://www.saveoursea.net/forums/new...uote=1&p=57453

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


ไทยคว้ารางวัลรองชนะเลิศหยุดทำประมงผิดกฏหมาย



ไทย ได้รับรางวัลรองชนะเลิศรางวัลการหยุดทำประมงผิดกฏหมาย จากผลงานการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์จากปลา ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญต่อสู้กับการลักลอบจับปลาอย่างผิดกฏหมายในไทย ในการประชุมเวิร์คช็อปอบรมการบังคับใช้กฏหมายด้านการประมงโลก

ประเทศไทยได้รับรางวัลรองชนะเลิศรางวัลการหยุดทำประมงผิดกฏหมายที่ขาดการรายงานและไร้การควบคุม(ไอยูยู) ครั้งที่ 3 จากผลงานการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับยังผลิตภัณฑ์จากปลา ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับการจับปลาผิดกฎหมายในไทย ที่กรมประมงได้ส่งประกวดต่อ International MCS Network ในการประชุมเวิร์คช็อปอบรมการบังคับใช้กฏหมายด้านการประมงโลก( Global Fisheries Enforcement Training Workshop)ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพฯ

รางวัลหยุดทำประมงผิดกฏหมายที่ขาดการรายงานและไร้การควบคุมเป็นรางวัลที่ International MCS Network มอบให้กับบุคคล ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศจากทั่วโลก ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและเสนอแนะแนวทางในการแก้ไข ป้องกันและขจัดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายไอยูยู ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานการทำประมงทั่วโลกให้ก้าวเข้าสู่การประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคจากทั่วโลก

ผลงานของกรมประมงที่ได้รับรางวัลดังกล่าว เป็นผลจากการดำเนินการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับของไทยทั้งระบบ ที่มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการควบคุมและตรวจสอบสัตว์น้ำที่จับจากเรือประมงไทย และสัตว์น้ำที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีการเชื่อมโยงระหว่างระบบข้อมูลของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1. ระบบ Fishing Info System (FI System) ซึ่งเป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของเรือประมง ระบบการออกใบอนุญาตทำการประมง และระบบการตรวจสอบติดตามการทำการประมงของเรือประมงของไทย โดยใช้ระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System - VMS)

2. ระบบ Thai - flagged Catch Certificate System ซึ่งเป็นระบบบันทึกข้อมูลของสัตว์น้ำ และควบคุมการตรวจสอบย้อนกลับของเรือประมงไทยโดยหน่วยงานของไทยสามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลของสัตว์น้ำได้ตลอดสายการผลิต และ

3. ระบบ PSM Linked Processing Statement System (PPS) ซึ่งเป็นระบบที่ควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศโดยจะมีการบันทึกข้อมูลการตรวจสัตว์น้ำ ตั้งแต่ก่อนเข้าเทียบท่า การตรวจสอบ ณ ท่าเทียบเรือ และการควบคุมกระบวนการการตรวจสอบการนำสัตว์น้ำขึ้นท่า ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมเจ้าท่า และกรมศุลกากร รวมทั้งผู้ประกอบการ ทำให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบตลอดทั้งสายการผลิต

การได้รับรางวัลของไทยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จของรัฐบาลไทยในการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำตลอดห่วงโซ่อุปทานมาตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมง ไอยูยู และควบคุมมิให้มีการนำเข้าและส่งออกสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมงไอยูยู เพื่อให้อุตสาหกรรมประมงไทยปราศจากการทำประมงไอยูยูทั้งระบบ และเพื่อให้กระบวนการผลิตสินค้าประมงของไทยได้คุณภาพมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน ซึ่งก่อให้เกิดความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคจากทั่วโลก


http://www.nationtv.tv/main/content/378695391/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


ทส.โชว์ผลงานลด 'ขยะพลาสติก' กว่า 4 พันตัน ลด Single Use Plastics ในอุทยาน 1.6 ล้านใบ



กิจกรรมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกโดยภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสด ห้างสรรพสิ้นค้า และร้านสะดวกซื้อได้ประมาณ 814 ล้านใบ หรือประมาณ 4,600 ตัน

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2561 เห็นชอบ "โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม" โดยให้ ทส.ดำเนินกิจกรรมลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วประเทศ กรมส่งเสริเมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้เริ่มกิจกรรม เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2561 จนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2562 สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสดเทศบาลพร้อมกันทั่วประเทศลงได้จำนวนทั้งสิ้น 464,722,564 ใบ

นอกจากนี้ ทส. โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมมือกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กำหนดเรื่องการลด และคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ ให้เป็นตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ 2562 สำหรับประเมินผู้บริหารองค์การ ปลัดกระทรวงและอธิบดี จำนวน 152 หน่วยงาน และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด โดยเริ่มประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดในวันที่ 1 ม.ค.2562 รณรงค์ ?ทำความดี ด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก? เพื่อเป็นตัวชี้วัดการประเมินผลงาน

นอกจากนี้ ยังรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ โดยร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สามารถลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้ทั้งสิ้น 250 ล้านใบ มาตรการเพิ่มเติมยังรณรงค์ให้ห้างร้านงดให้บริการถุงพลาสติกต่อเนื่องในทุกๆ วันที่ 4 ของเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.2561 ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ส่งผลให้ในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.2561 ? 4 ก.พ.ที่ผ่านมา สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้จำนวน 100 ล้านใบโดยรวมแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.2561-28 ก.พ.2562 สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสด และในห้างสรรพสิ้นค้าร้านสะดวกซื้อได้ประมาณ 814 ล้านใบ หรือประมาณ 4,600 ตัน

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยังมีการลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว งดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จำนวน 154 แห่ง ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ห้ามนำกล่องโฟมบรรจุอาหาร เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ และจัดการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร ขวดน้ำที่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด หลอด และช้อน-ส้อม ที่ทำจากพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.2561 ซึ่งถึงวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งหมด 4,270,129 คน สามารถลดจำนวนพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งลดลงได้เป็นจำนวนทั้งหมด 1,639,920 ใบ


https://greennews.agency/?p=18653


*********************************************************************************************************************************************************


'เอสซีจี' ยืนยันทำเหมืองแร่หินปูนสระบุรีถูกต้อง ยึดกฎหมาย-อีไอเอ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม-ชุมชน



เอสซีจี ยืนยันได้สิทธิ์เข้าทำเหมืองแร่หินปูนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกต้อง ผ่านอีไอเอตามขั้นตอน พร้อมคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม-ชุมชน

นายชนะ ภูมี Vice President ? Cement and Construction Solution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ชี้แจงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา มีมติผ่อนผันให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทับกวางและป่ามวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ว่า บริษัทได้ขออนุญาตตามขั้นตอนและข้อกำหนดของทางราชการอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับผู้ประกอบการทุกราย

ทั้งนี้ ได้ทำตามกฎหมายควบคุม 2 ฉบับ คือ ประทานบัตรเหมืองแร่ จากกระทรวงอุตสาหกรรม มีอายุสูงสุด 25 ปี ซึ่งบริษัทได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2554 ? 2579 ตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2510 ซึ่งถือเป็นประทานบัตรตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 ด้วย ส่วนอีกฉบับ คือ หนังสือขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จากกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งบริษัท ได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2544-2554 บริษัท จึงได้ขอต่ออายุหนังสือดังกล่าวต่อกรมป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขออนุญาตอย่างถูกต้องครบถ้วน และได้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายหลังการทำเหมืองแร่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว และพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพและปริมาณสำรองที่สามารถทำเหมืองได้ ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงมีความเห็นให้บริษัทได้รับการพิจารณาผ่อนผันให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้

นายชนะ กล่าวอีกว่า เอสซีจีมีเจตนารมณ์สูงสุดในการทำเหมืองที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเหมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การออกแบบเหมืองแบบ Semi-Open Cut ที่สามารถป้องกันและลดผลกระทบต่อชุมชนทั้งด้านฝุ่นและเสียง และยังฟื้นฟูพื้นที่ให้ยังคงทัศนียภาพของภูเขาเดิม ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้เกิดความสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า คืนความสมดุลให้ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน และส่งเสริมชุมชนให้พัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล

พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งหินปูนที่มีศักยภาพ ทั้งยังมีปริมาณสำรองมากเพียงพอสำหรับการผลิตปูนซีเมนต์เพื่อการพัฒนาประเทศ และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ระบุว่าสามารถเข้าทำประโยชน์เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ คราวละไม่เกิน 10 ปี ผู้ผลิตปูนซีเมนต์หลายรายจึงขออนุญาตเข้ามาใช้พื้นที่สำหรับการผลิตปูนซีเมนต์ ตามข้อกำหนดใน พ.ร.บ. ดังกล่าว

ประเด็นการใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A นั้น ด้วย ครม. ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A ซึ่งไม่อนุญาตให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ยกเว้นผู้ที่เคยได้รับอนุญาตหรือมีข้อผูกพันกับภาครัฐมาก่อนแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายและเอสซีจีเข้าข่ายดังกล่าว โดยจะต้องขอผ่อนผันการใช้พื้นที่ต่อ ครม. และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาตอย่างถูกต้องครบถ้วน

รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การจัดทำรายงานประเมินศักยภาพลุ่มน้ำ รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรับฟังความคิดเห็นของชุมชน รายงานการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายหลังการทำเหมืองแร่ เสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รวมทั้งตรวจสอบความสมบูรณ์ของป่าไม้ เพื่อประกอบการพิจารณาเห็นชอบของ ครม.

สำหรับมติ ครม. ที่อนุมัติผ่อนผันให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทับกวางและป่ามวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อทำเหมืองแร่หินปูนทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้เสนอขอผ่อนผันให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย เข้าทำประโยชน์แปลงที่ 1 จำนวน 15 แปลง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ ในท้องที่ ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก และ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี รวมเนื้อที่ 3,223 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา (พื้นที่ประทานบัตร 15 แปลง มีเนื้อที่รวม 3,311 ไร่ 2 งาน 67 ตารางวา)

อย่างไรก็ดี สาเหตุการยื่นขอ ครม. ทำเหมืองแร่หินปูน เนื่องจากหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2554 แต่อายุประทานบัตรเหมืองแร่ยังคงเหลืออยู่ถึงวันที่ 27 เมษายน 2579 ทางกรมทรัพยากรธรณีได้พิจารณาข้อมูลแหล่งแร่ในพื้นที่ดังกล่าวแล้วพบว่า บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพและปริมาณสำรองที่สามารถทำเหมืองได้

ขณะที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเห็นว่า ในช่วงการอนุญาตที่ผ่านมาผู้รับอนุญาตได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาตถูกต้องครบถ้วน และได้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายหลังการทำเหมืองแร่ (Post Evaluation) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว (และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติให้บริษัทเฝ้าระวังด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนและคนงาน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายหลังการทำเหมืองแร่อย่างเคร่งครัดด้วย)

ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความเห็นให้บริษัทได้รับการพิจารณาผ่อนผันให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ เป็นการเฉพาะรายต่อไปได้จนสิ้นอายุประทานบัตร วันที่ 27 เมษายน 2579


https://greennews.agency/?p=18650

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


พบฝนตกใน "กรีนแลนด์" ทำให้น้ำแข็งละลายเร็ว

นักวิทยาศาสตร์พบว่า มีฝนตกลงมาถี่ขึ้นในพื้นที่แถบ?กรีนแลนด์? แม้แต่ในช่วงฤดูหนาว เป็นสาเหตุทำให้น้ำแข็งในแถบนั้นละลายเร็วขึ้น



จากการศึกษาภาพถ่ายของเขต "กรีนแลนด์" นักวิทยาศาสตร์พบว่า พื้นที่แถบนั้นมีฝนตกลงมาถี่ขึ้น ทั้งที่ตามปกติแล้วในช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะตกลงมาปกคลุม ทำให้แผ่นน้ำแข็งในแถบนั้นไม่ละลายเร็วเกินไป

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นักวิทยาศาสตร์หวั่นใจว่า หากน้ำแข็งในแถบ "กรีนแลนด์" เกิดละลายหมดขึ้นมาจริงๆ นั่นหมายความว่ามันจะทำให้ระดับน้ำทะเล สูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 เมตร

นักวิทยาศาสตร์ยังได้ศึกษาสภาพของแผ่นน้ำแข็ง จากภาพถ่ายดาวเทียม และนำไปเปรียบเทียบกับบันทึกของสถานีตรวจวัดสภาพอากาศแบบอัตโนมัติ 20 แห่ง



ผลการศึกษา ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร "ไครโอสเปียร์" (Cryosphere) ระบุว่า ในทุกๆ ปี จะมีฝนตกในฤดูหนาวรวม 2 ช่วงเวลา แต่เพิ่มขึ้นมาเป็น 12 ครั้ง ในปี 2012

และจากการอ่านบันทึกในช่วงระหว่างปี 1979 ถึง 2012 พบว่า ฝนที่ให้น้ำแข็งเกิดการละลายเกิดขึ้นมากถึง 300 ครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่อูณหภูมิสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส

แต่ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์แปลกใจก็คือ ฝนที่ตกในช่วงฤดูหนาว ซึ่งตามปกติแล้ว พื้นที่ในแถบนี้จะมืดมิดอยู่แทบตลอดเวลา ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้น้ำแข็งไม่ละลายไปมากกว่านี้ แต่นี่กลับมีฝนตกลงมาอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/99531

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:11


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger