เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,689
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 12 มีนาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 14-18 มีนาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวเตรียมการระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 12 ? 13 มี.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 17 มีนาคม 2562 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากมีอากาศร้อนขึ้น โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในตอนกลางวัน ส่วนในช่วงวันที่ 14-17 มี.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (76.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (83.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake_Foreign.jpg (136.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,689
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


พบวาฬบรูด้า2คู่ ว่ายคลอเคลีย ใกล้ชายฝั่งที่ชุมพร เชื่อเพราะกฎเหล็ก"ลุงตู่"

หนุ่มประมงชายฝั่ง ออกเรือลอบหมึก เจอวาฬบรูด้า 2 คู่ 4 ตัว ว่ายคลอเคลีย คาดเป็นเพราะกฎเหล็ก "ลุงตู่" ห้ามทำประมงล้างผลาญ ส่งผลให้ทะเลกลับมาอุดมสมบูรณ์ ...



เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2562 นายกฤษณะ โลพิศ อายุ 25 ปี ชาวบ้านตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร อาชีพทำประมงชาวประมงชายฝั่งทำอวนลอบหมึก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงคลิปภาพวิดีโอ ที่ถ่ายจากมือถือช่วงสายของวันนี้ เป็นภาพวาฬบรูด้า 2 คู่ 4 ตัว ที่กำลังโผล่เล่นน้ำทะเล กินแพลงก์ตอนกับลูกปลาเล็ก ขณะที่กำลังออกไปกู้ลอบปลาหมึก

นายกฤษณะ กล่าวว่า พบวาฬบรูด้าทั้งหมด 4 ตัว 2 คู่ ขณะกำลังนำเรือประมงชายฝั่งออกไปกู้ลอบหมึกเมื่อช่วงสายของวันนี้ โดยคู่แรกพบที่บริเวณชายหาดแหลมแท่น ตำบลบางสน อ.ปะทิว และห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตร เจอวาฬบรูด้าอีก 2 ตัว บริเวณหัวเขาแหลมยาง ใกล้หาดสะพลี ตำบลสะพลี อ.ปะทิว ทั้ง 4 ตัว ยาวกว่า 10 เมตร ว่ายน้ำดำผุดดำโผล่คลอเคลียไม่ห่างจากกัน และอ้าปากกินแพลงก์ตอน กับลูกปลาเล็กๆ

ที่ผ่านมายังไม่เคยเจอสัตว์ใหญ่หายากใกล้สูญพันธุ์เข้ามาหากินอยู่ใกล้ชายฝั่งแบบนี้มาก่อน ปัจจุบันพบมีทั้งโลมา ฉลามวาฬ และวาฬบรูด้า ตนคิดว่ามาจากการที่รัฐบาล ?ลุงตู่? พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กับเรือที่ทำประมงแบบล้างผลาญ จนทำให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ชายฝั่งมีสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกุ้ง ที่เคยหายไปจากชายฝั่งแล้ว แต่ปัจจุบันกลับมามากขึ้น ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลเลยทีเดียว.


https://www.thairath.co.th/content/1516770


*********************************************************************************************************************************************************


ประเทศไทย?ไร้ขยะ!

ทส.ลุยลด "ขยะบกสู่ทะเล" - โชว์แก้วิกฤติ "ขยะพลาสติก" แล้วกว่า 4 พันตัน



ขยะ...

ปัญหาที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานานและนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เราเห็นภาพสัตว์ทะเลที่ต้องตาย เพราะกินขยะเข้าไปเป็นจำนวนมาก หรือแม้แต่ภาพแพขยะขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่กลางท้องทะเล จนกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลก ทั้งประเทศไทยยังถูกระบุว่า มีขยะในทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก

โดยสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพฤติกรรมการทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง ตลอดจนการจัดการที่ไม่ถูกหลัก จนส่งผลให้ขยะบกไหลลงไปสู่ทะเล

ไม่ต้องพูดถึงปริมาณขยะมูลฝอยที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระบุว่า ในปี 2561 มีประมาณ 27.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ราว 1.64%

นี่เป็นวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างแท้จริง จนรัฐบาลมีการประกาศให้...การกำจัดขยะเป็นวาระแห่งชาติ!

จนคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2561 เห็นชอบ "โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม" และมอบให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดำเนินกิจกรรมลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและงดใช้โฟมบรรจุอาหารในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วประเทศ

"ทส.ได้วางแนวทางแก้วิกฤติขยะในมิติต่างๆ ประกอบไปด้วย ลด?คัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมมือกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กำหนดเรื่องการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ ให้เป็นตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ 2562 สำหรับประเมินผู้บริหารองค์การ ปลัดกระทรวงและอธิบดี จำนวน 152 หน่วยงาน และผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด โดยเริ่มประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดในวันที่ 1 ม.ค.2562 รณรงค์ ?ทำความดี ด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก"

โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ใน 2 กลุ่มคือ พื้นที่ตลาดสดเทศบาลและเอกชนกับพื้นที่ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ผลการดำเนินงานเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2561 ถึงวันที่ 28 ก.พ.2562 สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสดเทศบาลพร้อมกันทั่วประเทศลงได้จำนวนทั้งสิ้น 464,722,564 ใบ? พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส.ในฐานะเจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบปัญหาขยะของประเทศระบุ

สำหรับในส่วนของการลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ รวมถึงร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สามารถลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้ทั้งสิ้น 250,000,000 ใบ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเพิ่มเติม รณรงค์ให้ห้างร้านงดให้บริการถุงพลาสติกต่อ

เนื่องในทุกๆวันที่ 4 ของเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.2561 ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ส่งผลให้ในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค.2561-4 ก.พ.2562 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้ 100,000,000 ใบ โดยรวมแล้ว

ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.2561-28 ก.พ.2562 สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสด และในห้างสรรพสินค้าร้านสะดวกซื้อได้ประมาณ 814,000,000 ใบหรือประมาณ 4,600 ตัน

นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร ขวดน้ำที่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด หลอด และช้อน-ส้อม ที่ทำจากพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง-งดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 154 แห่งทั่วประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.2561 ถึงวันที่ 31 ม.ค.2562 มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 4,270,129 คน สามารถลดจำนวนพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งลดลงได้ทั้งหมด 1,639,920 ใบ

"ที่สำคัญยังมีมาตรการจัดการขยะบกสู่ทะเล เพื่อลดการทำลายสิ่งแวดล้อมและวงจรห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ ในพื้นที่ 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล ผ่าน 4 กิจกรรมที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) รับผิดชอบ ประกอบด้วย

1.จัดเก็บขยะตกค้างในระบบนิเวศโดยกำหนดเป้าหมายอย่างน้อยจังหวัดละ 2 ครั้ง และจัดทำมาตรการลดปริมาณขยะทะเลในพื้นที่เป้าหมาย 10 พื้นที่ ได้แก่ ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี พังงา ภูเก็ตและตรัง

2.โครงการชายหาดปลอดบุหรี่และปลอดขยะ

3.บริหารจัดการขยะทะเลโดยทุ่นกักขยะ ซึ่งจะจัดซื้อทุ่น 10 ชุด เพื่อจัดการขยะบริเวณปากแม่น้ำและคลองที่จะไหลลงสู่ทะเล และ

4.กำจัดขยะในพื้นที่ที่มีปัญหาเฉพาะ เช่น เกาะเต่า เกาะพะงัน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี" รมว.ทส.กล่าวถึงมาตรการลุยลดขยะบกสู่ทะเล


ล่าสุดประเทศไทยโดย ทส.เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนวาระพิเศษ เรื่องขยะทะเล เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2562 ซึ่งที่ประชุมให้ความเห็นชอบปฏิญญากรุงเทพฯว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน และกรอบปฏิบัติงานอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล ซึ่งมีแนวทางการปฏิบัติที่จะช่วยให้ลดปริมาณขยะทะเลด้วยความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่จะพัฒนานวัตกรรม หรือการนำกลับไปใช้ใหม่ของผลิตภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะ

"ปี 2562 จะมีการยกเลิกขยะอิเล็กทรอนิกส์ 422 รายการ รวมถึงพลาสติกหุ้มขวดน้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ผสมสาร oXo คือ พลาสติกที่ย่อยสลายได้ และไมโครบีดส์ สำหรับพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง จะมีการยกเลิกใช้ภายในปี 2565" พล.อ.สุรศักดิ์ระบุถึงแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น

"ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม" มองว่า การแก้ปัญหาขยะที่เป็นปัญหาใหญ่ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกอย่างจริงจังถือเป็นเรื่องที่ดี

แต่สิ่งที่เราอยากฝากไว้คือ การแก้ปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาตินั้น สำคัญที่สุดคือ ต้องลดความซ้ำซ้อน ทับซ้อนกันในการทำงาน ทั้งการบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มข้น จริงจัง และมีความเด็ดขาดกับผู้ทำผิด

เพื่อนำประเทศไทยไปสู่สังคมไร้ขยะอย่างแท้จริง.


https://www.thairath.co.th/content/1516495


*********************************************************************************************************************************************************


ระดับก๊าซคาร์บอนเพิ่มจะทำลายทุ่งสะวันนา


ภาพ : CC0 Public Domain

เราต่างรู้ว่าพืชพึ่งพาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์แสง ซึ่งเป็นกระบวนการที่พืชผลิตอาหารที่ต้องการเพื่อความอยู่รอด แต่การศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยแฮเรียตวัตต์ในประเทศสกอตแลนด์ เผยว่า ตอนนี้พบแนวโน้มที่เป็นไปได้เกี่ยวกับความหายนะของพืชจำนวน 8,000 ชนิดจาก 23,000 สายพันธุ์ที่เติบโตในระบบทุ่งหญ้าสะวันนา (savannah) ของทวีปแอฟริกา

การวิจัยครั้งใหม่ชี้ให้เห็นว่านอกจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นแล้ว ระดับก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในพืชพรรณบนโลก ทีมวิจัยได้วิเคราะห์สารเคมีที่พบในหิน ซึ่งบ่งชี้ถึงสารอินทรีย์สำหรับสิ่งมีชีวิตครั้งโบราณ และติดตามการเจริญเติบโตของพืชในแถบแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาพบว่าการเปลี่ยนแปลงของระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในพื้นที่เขียวชอุ่มของภูมิภาคนี้

ทีมวิจัยประเมินว่าอัตราการสูญเสียของชุมชนพืชในระบบทุ่งหญ้าสะวันนาในอีก 100 ปีข้างหน้าอาจจะสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา มากกว่า 15,000 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมลพิษจากคาร์บอนที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ได้แตะระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนในปีที่แล้ว ทำให้คาดว่าระดับคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้.


https://www.thairath.co.th/content/1515570

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,689
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


นักท่องเที่ยวสุดตื่นเต้นพบพะยูนว่ายน้ำโชว์ตัวบริเวณรอบเกาะลิบง

ตรัง - นักท่องเที่ยวสุดตื่นเต้น ได้เห็นพะยูนตัวเป็นๆ ว่ายน้ำมาใกล้เรือ ขณะล่องชมความสวยงามของท้องทะเลตรัง บริเวณรอบเกาะลิบง จนต้องเก็บภาพประทับใจเหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึก



วันนี้ (11 มี.ค.) บังหมาน หรือนายรุ่งโรจน์ เบ็นหมูด ชาวประมงพื้นบ้านในตำบลเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ได้นำนักท่องเที่ยวลงเรือหางยาวเพื่อออกไปชมความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติกลางทะเลอันดามัน โดยเฉพาะบริเวณรอบเกาะลิบง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย และยังอยู่ในพื้นที่แรมซาร์ไซต์ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ ขณะที่เรือหางยาวแล่นผ่านท้องทะเลตรัง บรรดานักท่องเที่ยวต่างก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างมาก เมื่อได้พบเห็นพะยูนตัวเป็นๆ ขนาดหนักประมาณ 100-150 กิโลกรัม กำลังว่ายน้ำก่อนที่จะขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำพักหนึ่ง แล้วดำลงกลับไปใต้น้ำเพื่อกินหญ้าทะเล โดยพะยูนตัวนี้จะว่ายน้ำขึ้นมาหายใจสลับกับการดำลงกลับไปหลายต่อหลายครั้ง ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวต้องเก็บภาพประทับใจเหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึก



โดย บังหมาน หรือนายรุ่งโรจน์ เบ็นหมูด รวมทั้งเพื่อนกลุ่มประมงพื้นบ้านในตำบลเกาะลิบง จะใช้เวลาว่างหลังเสร็จสิ้นจากการจับสัตว์น้ำ นำเรือหางยาวมาให้บริการนำนักท่องเที่ยวเที่ยวชมท้องทะเลตรัง ซึ่งจะได้พบเห็นทรัพยากรธรรมชาติอันหลากหลาย รวมทั้งพะยูนสัตว์อนุรักษ์ชื่อดัง ที่มักจะว่ายน้ำเข้ามาอยู่ใกล้กับเรือหางยาวเหมือนกับโลมา โดยไม่แสดงความรู้สึกหวาดกลัวผู้คนแต่อย่างใด


https://mgronline.com/south/detail/9620000024324


*********************************************************************************************************************************************************


พบวาฬบรูด้า 2 คู่ คลอเคลียชายฝั่งทะเลชุมพร หลังห้ามทำประมงล้างผลาญ

ชุมพร - หนุ่มประมงชายฝั่งออกเรือลอบปลาหมึกเจอวาฬบรูด้า 2 คู่ 4 ตัว คลอเคลียชายฝั่ง เผยกฎเหล็กลุงตู่ห้ามทำประมงล้างผลาญทะเลอุดมสมบูรณ์



เมื่อเวลา 18.00 น.วันนี้ ( 11 มี.ค.) นายกฤษณะ โลพิศ อายุ 25 ปี ชาวบ้านตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร อาชีพทำชาวประมงชายฝั่งทำอวนลอบปลาหมึก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงคลิปภาพวิดีโอที่ถ่ายจากมือถือเมื่อช่วงสายของวันนี้เป็นภาพวาฬบรูด้า 2 คู่ 4 ตัว ที่กำลังโผล่เล่นน้ำทะเลกินแพลงตอนกับลูกปลาเล็ก ขณะที่กำลังออกไปกู้ลอบปลาหมึก

นายกฤษณะ กล่าวว่า พบวาฬบรูด้าทั้งหมด 4 ตัว 2 คู่ ขณะกำลังนำเรือประมงชายฝั่งออกไปกู้ลอบหมึกเมื่อช่วงสายของวันนี้ โดยคู่แรกพบที่บริเวณชายหาดแหลมแท่น ตำบลบางสน อ.ปะทิว และห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตรเจอวาฬบรูด้าอีก 2 ตัว ที่บริเวณหัวเขาแหลมยาง ใกล้หาดสะพลี ตำบลสะพลี อ.ปะทิว ทั้ง 4 ตัวยาวกว่า 10 เมตร ว่ายน้ำดำผุดดำโผล่คลอเคลียร์ไม่ห่างจากกันและอ้าปากกินแพลงตอนกับลูกปลาเล็กๆ ที่ผ่านมายังไม่เคยเจอสัตว์ใหญ่หายากใกล้สูญพันธุ์เข้ามาหากินอยู่ใกล้ชายฝั่งแบบนี้มาก่อน ปัจจุบันพบมีทั้ง โลมา ฉลามวาฬ และวาฬบรูด้า



ตนคิดว่ามาจากการที่รัฐบาล "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการออกกำหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับเรือที่ทำประมงแบบล้างผลาญ จนทำให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ชายฝั่งมีสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกุ้งเคยได้หายไปจากชายฝั่งแล้วแต่ปัจจุบันกลับมามากขึ้น ซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลเลยทีเดียว


https://mgronline.com/south/detail/9620000024494

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,689
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


นักวิทย์เพิ่งเจอ! วาฬเพชฌฆาตนิวไทป์นอกชายฝั่งชิลี



วันที่ 11 มี.ค. เดลีเมล์รายงานว่า สำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือโนอา (NOAA) ประกาศการค้นพบวาฬเพชฌฆาตสายพันธุ์ใหม่ โดยนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่าไว้ว่า ไทป์ ดี ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แตกย่อยออกมาจากสายพันธุ์ย่อยของขั้วโลกใต้อีกครั้งหนึ่ง

การค้นพบดังกล่าวเป็นการยืนยันเรื่องเล่าของบรรดาเรือประมงจำนวนมากที่ระบุว่า พบวาฬเพชฌฆาตที่มีลักษณะและขนาดแตกต่างจากวาฬเพชฌฆาตสายพันธุ์อื่น ชอบแหวกว่ายมาขโมยกินปลาที่จับได้

ซึ่งตามปกติแล้วมีเพียงไทป์เอ บี และซี กระทั่งล่าสุด กลุ่มนักวิทยาศาสตร์พบวาฬเพชฆาตนิวไทป์หลายสิบตัวที่นอกชายฝั่งประเทศชิลี เมื่อ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา

นายโรเบิร์ต พิตแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์วิทยาทางทะเล กล่าวว่า นิวไทป์ ที่พบเป็นวาฬเพชฌฆาตที่มีลักษณะแตกต่างจากต้นตระกูลมากที่สุด โดยมีสีขาวบริเวณรอบดวงตาที่เล็กมาก แทบมองไม่เห็นหากไม่สังเกตดีๆ หากเทียบกับสายพันธุ์อื่น หัวมีลักษณะกลมกว่าเล็กน้อย แต่มีความกลมเกลี้ยงน้อยกว่า

ขณะที่ครีบนั้นแคบและแหลมกว่า คาดว่ากินปลาเป็นอาหารมากกว่าสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมอย่างแมวน้ำ ซึ่งเป็นอาหารโปรดของวาฬเพชฌฆาต นอกจากนี้ นิวไทป์ ไม่น่าจะผสมพันธุ์กับไทป์อื่นได้ เพราะมีขนาดเล็กเพียง 6 ถึง 7.5 เมตร ถือเป็นสปีชีส์ใหม่


https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_2296621

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,689
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


ชาวประมงออกเรือเจอวาฬบรูด้า 3 กม. จาก อ.ปะทิว

ชุมพร 11 มี.ค.-หนุ่มประมงชายฝั่งออกเรือ 3 กม. ห่างจาก ต.บางสน อ.ปะทิว พบวาฬบรูด้า 2 คู่ 4 ตัวคลอเคลียชายฝั่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยากเป็นอย่างยิ่ง



นายกฤษณะ โลพิศ ชาวประมงชายฝั่งในพื้นที่ ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร นำคลิปวิดีโอมาให้กับผู้สื่อข่าว สำนักข่าวไทย โดยเป็นภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์เมื่อช่วงสายของวันนี้ (11 มี.ค.) พบวาฬบรูด้า จำนวน 2 คู่ 4 ตัว ที่กำลังโผล่เล่นน้ำทะเลกินแพลงตอนกับลูกปลาเล็กชนิดต่างๆ

นายกฤษณะ กล่าวว่า พบวาฬบรูด้าทั้งหมด 4 ตัว 2 คู่ ขณะกำลังนำเรือประมงชายฝั่งออกไปกู้อุปกรณ์จับหมึกเมื่อช่วงสายของวันนี้ โดยคู่แรกพบที่บริเวณชายหาดแหลมแท่น ต.บางสน อ.ปะทิว และห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตรเจอวาฬบรูด้าอีก 2 ตัว ที่บริเวณหัวเขาแหลมยาง ใกล้หาดสะพลี ตำบลสะพลี อ.ปะทิว ทั้ง 4 ตัวยาวกว่า 10 เมตร ว่ายน้ำดำผุดดำโผล่คลอเคลียไม่ห่างจากกัน และอ้าปากกินแพลงตอนกับลูกปลาเล็กๆ ที่ผ่านมายังไม่เคยเจอสัตว์ใหญ่หายากใกล้สูญพันธุ์เข้ามาหากินอยู่ใกล้ชายฝั่งแบบนี้มาก่อน



ปัจจุบันพบทั้งโลมา ฉลามวาฬ และวาฬบรูด้า ในพื้นที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากที่รัฐบาล ออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับเรือที่ทำประมงแบบล้างผลาญ จนทำให้ทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ชายฝั่งมีสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกุ้งเคยได้หายไปจากชายฝั่งแล้วแต่ปัจจุบันกลับมามากขึ้น.


https://www.tnamcot.com/view/5c868e1be3f8e4037b8e5ca6

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,689
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


"นาซ่า" เผยสิ่งเเวดล้อมโลกดีขึ้นกว่า 20 ปีก่อน ระบุ "จีน-อินเดีย" มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุด!



ฟอร์บส์ รายงานว่า นาซ่า (NASA) ระบุว่า สิ่งเเวดล้อมของโลกดีขึ้นกว่าเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีนเเละอินเดีย เเม้ทั้ง 2 ประเทศ จะใช้ทรัพยากรอย่างมากในทางเศรษฐกิจ เเต่ก็มีการรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์สิ่งเเวดล้อมเช่นกัน

ในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จีน เเละอินเดีย นับเป็นประเทศที่มีประชากรสูงมาก ได้ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ เเละขยายขอบเขตการดำเนินงานของเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเกษตร ซึ่งอินเดียยังคงทำลายสถิติโลกในการปลูกต้นไม้ โดยชาวอินเดีย 800,000 คนปลูกต้นไม้ 50 ล้านต้นในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

การค้นพบล่าสุดโดยองค์การนาซ่าและตีพิมพ์ในวารสาร Nature Sustainability เปรียบเทียบข้อมูลดาวเทียมจากช่วงกลางปี ??1990 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้ภาพถ่ายความละเอียดสูง นักวิจัยพบว่า พื้นที่สีเขียวจำนวนมากอยู่ในประเทศจีนและอินเดียตามลำดับ (ภาพถ่ายสีเขียวที่เพิ่มขึ้นหมายความว่า มีพืชมากขึ้น)

โดยการจัดอันดับพบว่า 10 อันดับเเรกคือ 1. จีน 2. อินเดีย 3. อียู 4. แคนาดา 5. รัสเซีย 6. ออสเตรเลีย 7. สหรัฐอเมริกา 8. เม็กซิโก 9. อาร์เจนติน่า 10. บราซิล

ทั้งจีนเเละอินเดีย ต่างผ่านช่วงการตัดไม้ทำลายป่าครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1970 เเละ 1980 เพื่อพัฒนาเมือง การทำฟาร์ม เเละเกษตรกรรม โดยในช่วงปี 1990 ทั้งสองประเทศได้เปลี่ยนเเปลงเเละปรับปรุงที่ดินโดยรวมอย่างมากเพื่อลดมลพิษทางอากาศเเละดิน


https://www.prachachat.net/world-news/news-300175

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,689
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


สุดตื่นเต้น! เสียงร้องพะยูน ใช้สื่อสารกับฝูง

นักวิจัย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โชว์คลิปน่ารัก เสียงร้องของพะยูน ที่ถ่ายทำโดย Save the Dugong ระบุเป็นเสียงที่หายากที่สุดในมหาสมุทร และพะยูนส่งเสียงเพื่อการสื่อสารกัน ขณะที่ผลสำรวจพะยูนทะเลไทยคาดมีมากกว่า 200 ตัว



วันนี้ (11 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊ก Kongkiat Kittiwatanawong ของนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เผยแพร่คลิปชื่อ "เสียงพะยูน" มีความยาวประมาณ 59 วินาที เป็นภาพของพะยูนกำลังนอนนิ่งบนพื้นทราย จากนั้นมีเสียงร้องดังเหมือนนกร้อง หรือคล้ายกับคนเป่านกหวีดดังต่อเนื่อง สลับกับเสียงหายใจของพะยูน จากนั้นพะยูนตัวนี้ก็พลิกตัวกลิ้งไปมา

จากการตรวจสอบ ที่มาของคลิปจาก Save the Dugong ระบุว่า SOUND ON! ที่ใกล้สูญพันธุ์ซึ่งเป็นหนึ่งในเสียงที่หาได้ยากที่สุดในมหาสมุทร พะยูน ตามองไม่ค่อยดีนัก แต่หูของพวกเขาไวมาก และเสียงน่ารักเหล่านี้เป็นวิธีที่พวกเขาสื่อสารกัน ลองจินตนาการว่าเสียงของเรือมีผลต่อความสามารถในการค้นหาซึ่งกันและกัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อหลายปีก่อน ทีมนักวิจัยกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้วิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ศึกษาเสียงร้องของพะยูน โดยพบว่าช่วงความถี่ของเสียงร้องของพะยูนอยู่ที่ 3-8 kHz และระยะเวลาต่อเนื่องแยกออกเป็นช่วงสั้นที่ 100-500 ms และช่วงยาวซึ่งมีเสียงร้องนานกว่า 1000 ms

"โดยโครงการนี้เป็นการศึกษาควบคู่กับการสำรวจประชากรพะยูนในทะเลไทย เพื่อให้รู้ถึงพฤติกรรมของพะยูนว่ามีการสื่อสารระหว่างกันหรือไม่ รวมทั้งยังนำมาประยุกต์ เพื่อใช้ตรวจสอบติดตามพะยูน "

ทั้งนี้จากรายงานสถานภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2550-2554 สามารถสรุปภาพรวมสถานสถานภาพพะยูนในประเทศไทย มีประมาณ 200-250 ตัว บริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เช่น จ.ตราด ระยอง จันทบุรี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช

ส่วนบบริเวณทะเลอันดามันตอนล่าง พบพะยูนแพร่กระจายบริเวณเกาะปู เกาะศรีบอยา จ.กระบี่จำนวน 15-20 ตัว บริเวณอ่าวเจ้าไหม เกาะมุกต์ เกาะลิบง เกาะสุกร จ.ตรัง จำนวน 135-150 ตัว และบริเวณเกาะลิดี เกาะสาหร่าย จังหวัดสตูล จำนวน 5-10 ตัว


https://news.thaipbs.or.th/content/278319

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,689
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


ชาวประมงเจอ "อำพันทะเล" มูลค่าหลายล้าน!!

ชาวประมงระยองเก็บอ้วกวาฬ หรือ อำพันทะเล หนักหลายกิโล ต้องรักษาอย่างดีมาตั้งแต่ปี 2557 โดยไม่รู้ว่ามีมูลค่ามหาศาล เปิดใจอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิสูจน์ว่าใช่อำพันทะเลหรือไม่ พร้อมขายทันที



เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าว ได้รับรายงานว่า มีชาวประมง หาปลาหมึก บ้านอยู่แถวหาดสวนสน ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง ได้เก็บอำพันทะเล (อ้วกวาฬ)จากท้องทะเลมาไว้ที่บ้านหลายปีแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามีคุณค่า หรือมีราคาอย่างไร จนกระทั่ง ได้ยินว่า อำพันทะเล ขายได้มีราคามหาศาล ก็เลยอยากทราบว่า จะขายได้จริงหรือไม่อย่างไร

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปหาเจ้าของ ผู้ที่เก็บอำพันทะเล (อ้วกวาฬ) ทราบชื่อว่า นายสุวัฒน์ จิตรจันทึก อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 1159/11 ซ.หนองตามุก ม.4 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นเจ้าของอำพันทะเลเล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2557 ตนเองนำเรือเล็กออกไปล้อมปลาหมึกหลังเกาะเสม็ด ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง

หลังจากล้อมเสร็จแล้วในเวลากลางคืนและกลับเข้าฝั่งช่วงบ่ายพบวัตถุสีเหลือง-ขาว ลอยในทะเลจึงได้เข้าไปเก็บ พบว่ามีลักษณะคล้ายๆก้อนเทียน คิดว่าเป็นอ๊วกวาฬ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีคุณค่า หรือมีราคาอย่างไร แต่ก็เก็บมาไว้เพราะไม่อยากเห็นลอยอยู่กลางทะเล ตอนนั้นที่นำกลับมา ได้ชั่งดู มีน้ำหนัก 5 ก.ก. จากนั้นก็เก็บใส่ในถุงพลาสติกวางไว้บนชั้นตู้เก็บของหน้าบ้านแต่ก็จะเฝ้ามองและนำออกมาดูบ่อยๆ เมื่อเห็นว่า มีสีดำขึ้นมาก็จะใช้มีดเฉือนทิ้งเพราะเกรงจะไม่สวย ผ่านมาแล้ว6ปี น้ำหนักจึงลดลงเหลือแค่ 2.7 กก



ต่อมาตนเองฟังข่าวว่าคนเก็บอ๊วกวาฬทางภาคใต้บนเกาะสมุยและมีนักวิชาการฟันธงว่าเป็นอำพันทะเลมีมูลค่าถึง 20 ล้านบาท หลังจากมีข่าวว่าตนเองเก็บได้มีนายหน้ามาดูและขอเบอร์โทรศัพท์ของตนเองไปแต่ยังไม่มีใครติดต่อกลับมาสักคน เพราะตนเองก็ยังไม่กล้าบอกราคา จึงอยากขอให้นักวิชาการทางทะเล ส่งผู้เชี่ยวชาญมาหาทางพิสูจนให้แน่ชัดว่า เป็นอำพันทะเลของแท้หรือไม่

นายสุวัฒน์ กล่าวด้วยว่าถ้าของแท้ตนเองและภรรยาพร้อมจะขายทันที ไม่เก็บเอาไว้ เพราะตอนนี้ต้องเก็บเอาไว้ภายในห้องและล็อกกุญแจเอาไว้อย่างดีกลัวโดนขโมย

สำหรับ อำพันทะเล นับเป็นของมีค่า ราคาแพง และหาได้ยากยิ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีประโยชน์ในการทำเป็นหัวน้ำหอมและเครื่องสำอาง หรือนำไปแต่งกลิ่นในอาหารหรือไวน์ สำหรับตำราสมุนไพรไทยใช้ทำยาได้


http://www.nationtv.tv/main/content/378696278/#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:10


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger