เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 5 มีนาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในตอนกลางวันไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้เป็นบางพื้นที่ ตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ตลอดช่วงประกอบกับในช่วงวันที่ 5 ? 7 มีนาคม 2562 มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ตลอดช่วง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (80.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (202.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


คู่มือรวย อ้วกวาฬ 100 ล้าน ทองคำลอยได้ให้โชค ใครจะเป็นเศรษฐีใหม่



เป็นที่ฮือฮา!! สร้างตาลุกวาวให้กับหลายคน สำหรับความหวังจะเป็นเศรษฐีจากลาภลอยในทะเล หรืออ้วนวาฬ ซึ่งเรียกกันว่าอำพันทะเล ของหายาก ราคาแพง เกิดจากการสำรอก และอึ (ขี้)ของวาฬหัวทุย

เพราะหลังมีข่าวหนุ่มเจ้าของบาร์ บนเกาะสมุย เจอก้อนประหลาดมีลักษณะสีเหลืองเข้ม ขนาดน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับอำพันทะเล เป็นอย่างมาก ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมในฝรั่งเศส จนถูกเรียกขานว่า "ทองคำลอยได้"

หากอำพันทะเล หรืออ้วกวาฬ (ambergris) ตามที่หนุ่มเจ้าของบาร์เกาะสมุย ได้พบเจอเมื่อ 1 ปีก่อน เป็นของจริง นั่นหมายความว่า เขาจะได้เงินลาภลอยมากถึง 10-100 ล้านบาท ก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบรูณ์ของอำพันทะเลชิ้นนั้น และระหว่างนี้อยู่ระหว่างประสานสถาบันวิจัย นำชิ้นส่วนตัวอย่างของก้อนประหลาดไปตรวจวิจัยในห้องแล็บ ว่าใช่อำพันทะเล หรือไม่ อย่างที่เคยมีข่าวในต่างประเทศ มีผู้พบเจอในประเทศโอมาน ขนาดมหึมา น้ำหนัก 60 กิโลกรัม ได้เงินมากถึง 100 ล้านบาท เมื่อคิดเป็นเงินไทย ก็หวังว่าหนุ่มเจ้าของบาร์เกาะสมุย จะโชคดี



สำหรับการพบอำพันทะเล ในเมืองไทยในอดีต เคยมีผู้พบเจอมาแล้วเมื่อ 30 ก.ย. ปี 2552 ครั้งนั้น ชายชาวประมง บ้านหินลาด ต.คุระ อ.คุระบุ จ.พังงา พร้อมเพื่อน พบอำพันทะเลคล้ายแท่งน้ำมันสีขาวปนสีเงิน บางส่วนมีสีเหลืองอร่าม บริเวณชายหาดเกาะพระ จึงเก็บกลับบ้าน จากนั้นทราบว่ามีราคาสูงมาก จึงกลับไปที่บริเวณดังกล่าวพบอำพันอีกหลายสิบกิโลกรัม ในขณะนั้นได้มีคนมาขอซื้อราคากิโลกรัมละ 25,000 บาท แต่ยังไม่ขาย เนื่องจากมีผู้รู้บอกว่าอำพันทะเลมีราคาเป็นแสน

จนต่อมามีพ่อค้าจากประเทศมาเลเซีย ติดต่อขอซื้อในราคากิโลกรัมละ 70,000 บาท แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงยืนกรานไม่ขาย จนข่าวเงียบไป กระทั่งปัจจุบันไม่มีใครล่วงรู้ว่ามีการซื้อขายหรือไม่ ในราคาเท่าใด?

ในเวลาไล่เลี่ย เมื่อ 2 ต.ค. ปี 2552 มีชาวบ้านชายหาดไม้ขาว ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้พบวัตถุลักษณะคล้ายอำพันทะเล น้ำหนัก 10 กิโลกรัม เหมือนกับชาวประมง บ้านหินลาด ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จ.พังงา ได้เจอ โดยมีลักษณะสีขาวขุ่นอมเหลือง ส่งกลิ่นคาวเล็กน้อย ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม และเมื่อข่าวดังกล่าวออกไป ได้ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดการตื่นตัวและสนใจเป็นอย่างมาก หวังจะเจอลาภลอยจากทะเล เกยมาบนหาด ได้รวยกับเขาบ้าง และหลายคนอยากรู้เช่นกัน ว่าสรุปมีพ่อค้ามาติดต่อซื้อหรือไม่



ขณะที่ศุภโชค ยุทธภัณฑ์ ผู้รับซื้ออ้วกวาฬ เปิดเผยทีมเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ว่า ปัจจุบันเขาได้ยุติการรับซื้ออ้วกวาฬ มาแล้วประมาณ 2-3 เดือน หลังทำมาประมาณ 1 ปี เหตุผลเพราะเคยส่งรูปภาพอำพันทะเล 100 กว่าก้อน จากผู้ต้องการขายที่ได้พบเจอตามชายหาดต่างๆ ในไทย ส่งไปตรวจยังบริษัทรับซื้อในฝรั่งเศส และผลปรากฏว่าเป็นอำพันทะเลเกรดต่ำ มีไขมันปะปนบ้าง ไม่ได้คุณภาพ เนื่องจากวาฬหัวทุยในฝั่งทะเลไทย อาศัยในน้ำตื้น ไม่ได้กินแพลงก์ตอนในน้ำทะเลลึก จึงไม่มีการสังเคราะห์สารตั้งต้นในการสกัดน้ำหอม

?ทำๆ ไปแล้วมันเสียเวลา ส่งไปให้ฝรั่งเศสตรวจหลายครั้งตั้งแต่ปี 60-61 จึงเลิกรับซื้ออ้วกวาฬ เพราะทะเลเมืองไทยไม่ลึกพอ ที่วาฬจะกินแพลงตอนข้างล่างทะเลลึก หากจะกินก็มีแต่หมึก อำพันทะลที่ได้ราคาหลักหมื่นเท่านั้น ยกตัวอย่างอ้วกวาฬที่ได้ในไทย น้ำหนัก 5-10 กิโลกรัม จะมีน้ำหนักของอำพันทะเลเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น หากเทียบกับอ้วกวาฬที่สมบูรณ์จากต่างประเทศ ซึ่งวาฬอาศัยในทะเลน้ำลึก ไม่ใช่ได้จากวาฬที่ตายเท่านั้น ยังได้จากวาฬที่มีชีวิตได้สำรอกออกมา มีปริมาณอำพันทะเลจำนวนมาก เรียกว่าอำพันทอง ขายได้ราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 1 ล้าน 5 แสน ไปจนถึง 3 ล้าน ต่อกิโลกรัม แต่ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพด้วย?

นอกจากนี้ที่ผ่านมาเคยมีผู้ติดต่อมาจากฝั่งเมียนมาเพื่อขายอำพันทะเล เมื่อนำมาตรวจสอบพบว่าไม่มีคุณภาพที่จะส่งไปขายให้บริษัทน้ำหอมแบรนด์ดังในฝรั่งเศสและนิวซีแลนด์ โดยสรุปแล้วแม้มีการเจออ้วกวาฬในทะเลฝั่งเอเชียจำนวนมาก แต่พบว่าไม่มีคุณภาพ อีกทั้งวาฬหัวทุย ตัวเล็กประมาณ 3-4 เมตร แตกต่างกับวาฬสีน้ำเงิน ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับเรือขนาดใหญ่ อาศัยในทะเลลึกแถบออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะได้อำพันทะเล หรืออำพันทองที่สมบรูณ์ ดังนั้นไม่ใช่เฉพาะวาฬหัวทุย ที่สำรอก หรือขี้ออกมาเป็นอำพันเท่านั้น ยังมีวาฬสีน้ำเงิน ในทะเลน้ำลึก จากข้อมูลที่ศึกษามาระหว่างติดต่อกับบริษัทในฝรั่งเศส

เมื่ออ้วกวาฬ เป็นที่สนใจของคนในสังคมอีกครั้งหลังมีข่าวออกมาล่าสุด ได้มีคนส่งภาพอ้วกวาฬ มาให้ตรวจสอบวันละไม่ต่ำกว่า 4-5 เจ้า รวมถึงคนในฝั่งเมียนมา ส่งมาจากทะเลฝั่งระนองและแถวทวาย ซึ่งเก็บอ้วกวาฬได้เป็นจำนวนมาก แต่ใช้ไม่ได้ และจากที่ศึกษาข้อมูลมานานจากทางฝรั่งเศสจึงมีความรู้ ที่ผ่านมาเพียงแค่เห็นภาพ สามารถตอบได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ โดยอ้วกวาฬที่สมบูรณ์มีคุณภาพ ส่วนใหญ่จะมีสีขาวออกไปทางน้ำตาล สีคล้ายควันบุหรี่ และมีสีดำแทรกจากการที่วาฬกินแพลงก์ตอน โดยอ้วกวาฬ จะมีอำพันมากกว่าขี้วาฬ เนื่องจากแพลงก์ตอนที่กินไปอยู่ในกระเพาะอาหาร แตกต่างกับขี้วาฬ ที่ต้องผ่านลำไส้ลงไป ทำให้สารสกัดเป็นน้ำหอมหายไปจำนวนหนึ่ง

ส่วนผลการตรวจสอบอ้วกวาฬ ตามที่หนุ่มเจ้าของบาร์เกาะสมุยพบเจอ ต้องติดตามกันต่อไป จะได้เงินก้อนใหญ่ เหมือนถูกรางวัลที่ 1 หรือได้แค่เพียงเงินรางวัลเล็กน้อย ไม่เกินแสนบาท ตามที่อดีตผู้ซื้ออ้วกวาฬ ออกมาระบุต้องคอยดูเร็วๆ นี้ และขอให้คนมีฝัน ยามท่องเที่ยวทะเลได้พบเจออ้วกวาฬ หรือทองคำลอยได้ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจกัน เผื่อจะฟลุก ครั้งหนึ่งในชีวิต.

เครดิตภาพ : www.ambergris.fr


https://www.thairath.co.th/content/1510881


__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ภูเขาน้ำแข็งมหึมากำลังแยกตัวจากแอนตาร์กติกา



การค้นพบว่าภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่เตรียมแยกออกจากทวีป ได้ก่อความกังวลสำหรับนักวิทยาศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ และสถานการณ์ดูท่าจะย่ำแย่ลงเมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาหรือองค์การนาซา เผยการสำรวจล่าสุดพบว่าภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ถึง 2 เท่าของรัฐนิวยอร์กแห่งสหรัฐอเมริกา พร้อมที่จะแยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งบลันท์ (Brunt Ice Shelf) ในแอนตาร์กติกา


นักวิทยาศาสตร์จากนาซาเผยว่า น้ำแข็งแตกจากขอบธารน้ำแข็งนั้นเป็นปรากฏการณ์ปกติ แต่จากการสังเกตเมื่อเร็วๆนี้พบการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปกติของหิ้งน้ำแข็ง โดยเฉพาะภูเขาน้ำแข็งพื้นที่ราว 1,700 ตารางกิโลเมตรหรือขนาดใหญ่กว่ารัฐนิวยอร์ก 2 เท่านี้ อาจเป็นตัวแทนของการแตกหักพังทลายครั้งใหญ่ที่สุด นับจากที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2458

มีข้อมูลระบุว่ารอยแตกได้เพิ่มขึ้นในอัตราประมาณ 4 กิโลเมตรต่อปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 จึงคาดการณ์ว่าการสูญเสียน้ำแข็งในอนาคตอาจเกิดขึ้นที่รอยแตกร้าวอีกแห่งหนึ่งชื่อว่า รอยแตกฮัลโลวีน (Halloween Crack) สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่ามีความไม่แน่นอนมากขึ้นและเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับฐานของหิ้งน้ำแข็ง.


https://www.thairath.co.th/content/1509821

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ชวนเที่ยวชมความงาม "มหัศจรรย์โคมไฟแห่งท้องทะเล"



ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต จัดงานต้อนรับซัมเมอร์นี้อย่างยิ่งใหญ่ ในงานเทศกาลโคมไฟ "Jungceylon Lantern Fest" จัดขึ้นวันที่ 15 มี.ค. - 15 เม.ย 62 เวลา 19.00 - 22.00 น. ณ ลานเดอะพอร์ท อารีน่า และลานหน้าศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ ?Spirit Of the Sea? มหัศจรรย์โคมไฟแห่งท้องทะเล เนรมิตศูนย์การค้าฯ ให้กลายเป็นโลกใต้ท้องทะเลตระการตา ผ่านผลงานประติมากรรมโคมไฟกว่า 50 ชิ้น จากศิลปินนักออกแบบโคมไฟชื่อดัง "อาจารย์เมธา วามวาณิชย์" ผู้สรรสร้างผลงานโคมไฟระดับประเทศ

ตื่นตาตื่นใจไปกับสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายไปทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ อาทิ เหล่าฝูงปลานานาชนิด, ปลาดาว, ม้าน้ำ, แมงกะพรุน, ดอกไม้ทะเล, ปะการัง และพบกับไฮไลต์ของงาน กับปลาวาฬขนาดยักษ์กว่า 9 เมตร และฝูงโลมาแสนน่ารักนับ 10 ตัว



นอกจากทางศูนย์การค้าฯ ตั้งใจจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นแลนด์มาร์คใหม่ สำหรับการถ่ายภาพและจุดเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังต้องการให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงการอนุรักษ์และรักษาทรัพยาการอันมีค่าและสวยงามนี้ให้คงอยู่ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าสู่โลกแห่งมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย


https://mgronline.com/travel/detail/9620000021896


*********************************************************************************************************************************************************


จีนอัพเกรดยานใต้น้ำ "เจียวหลง" ครั้งใหญ่ เสริมศักยภาพการดำดิ่งสำรวจใต้สมุทรมืดมิด


"เจียวหลง" ยานสำรวจใต้น้ำที่ทำให้จีนผงาดขึ้นเป็นจ้าวยานดำน้ำลึกและการพัฒนาเทคโนโลยีสำรวจใต้ทะเลลึก (แฟ้มภาพเอเอฟพี)

กลุ่มสื่อจีนรายงาน (2 มี.ค.) จีนเริ่มทำการทดสอบยาน "เจียวหลง" ยานสำรวจใต้น้ำที่ศูนย์ทะเลลึกแห่งชาติจีน ในเมืองชิงต่าว หลังทำการปรับปรุงครั้งใหญ่

รายงานระบุว่า จีนดำเนินการตรวจสอบอุปกรณ์ในยานดำน้ำฯ กว่า 1,200 ชิ้นอย่างละเอียดและพัฒนาชิ้นส่วนต่าง ๆ จำนวนกว่า 2,300 ชิ้นมาเป็นเวลา 15 เดือน

นายเฉิง เฝย นักวิจัยประจำ บริษัท China Shipbuilding Industry Corporation (CSIC) กล่าวว่า "โดยรวม ระดับมาตรฐานความปลอดภัยและศักยภาพในการตรวจจับการทำงานผิดปกติได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการทำงานก็ได้รับการยกระดับขึ้นด้วย"

ระบบไฟฟ้า ระบบการจัดเก็บตัวอย่างใต้ทะเลและระบบการนำทางได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น นายเฉิงระบุ

หลังจากที่ยานดำน้ำฯ ผ่านการทดสอบภายในศูนย์ทะเลลึกแห่งชาติจีนแล้วก็จะถูกนำไปทดสอบประสิทธิภาพในทะเลจริงต่อไป

ในปี 2560 จีนได้ส่งยานใต้น้ำเจียวหลงดำดิ่งลงสำรวจร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา โดยได้ปฎิบัติภารกิจเสร็จสิ้นอย่างราบรื่น โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง 50 นาที ในการดำดิ่งลงไปใต้ท้องสมุทรกว่า 4,811 เมตร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ภายในยานดำน้ำได้ทำการสำรวจและเก็บตัวอย่างก้อนหิน น้ำทะเล และสัตว์ทะเล พร้อมทั้งทำการถ่ายก้นทะเลไว้เพื่อการศึกษาในอนาคต

จากความสำเร็จของเจียวหลง ทำให้จีนผงาดขึ้นเป็นจ้าวยานดำน้ำลึกและการพัฒนาเทคโนโลยีสำรวจใต้ทะเลลึก ต่อจาก สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และรัสเซีย




https://mgronline.com/china/detail/9620000021330

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ดรามาทะเลเดือด! เปิบเมนู "ปลากระเบนพันธุ์หายาก" ไม่ผิดกฎหมายแต่ไม่ควร!!





โซเชียลฯระอุ เมื่อรายการ "มาสเตอร์เชฟ" นำ "ปลากระเบน" มาเป็นวัตถุดิบ คอมเมนต์ถล่มยับ ?นี่มันกระเบนหายาก? ด้านรายการโร่ชี้แจง เป็นกระเบนค้างคาวหรืออีกชื่อปลายี่สน มีขายเกลื่อนตลาด รายการอื่นก็ใช้กัน ทั้งยังยึดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นหลัก ฟากนักวิชาการด้านทะเลเผย จะชื่อไหนก็อยู่กลุ่มเดียวกัน ติดสถานะอนุรักษ์ของทั้งโลก แม้กินได้ไม่ผิดกฎหมายไทยแต่ไม่ควร!

ซัดกันนัวเพราะ "ปลากระเบน"

"และวัตถุดิบสำหรับพวกคุณทั้ง 7 คนก็คือ ปลากระเบนครับ!!! วัตถุดิบชนิดนี้ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่เหมาะกับการกำจัดคู่แข่งเป็นอย่างดี เพราะปลากระเบนเป็นปลาที่มีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว หนังจะติดกับกระดูกอ่อน และเนื้อส่วนลำตัวค่อยข้างเหนียว ดังนั้นทุกคนควรใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่จะรังสรรค์เมนูปลากระเบนออกมาให้ดีที่สุด"

กลายเป็นประเด็นดรามาที่เรียกได้ว่าร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ อันเนื่องมาจากรายการ "มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย" รายการแข่งขันทำอาหารชื่อดัง ได้นำ "ปลากระเบน" ที่มีลายจุดสีขาวอยู่ทั่วตัว มาเป็นโจทย์วัตถุดิบให้ผู้เข้าแข่งขันทำกัน

แต่แล้ว...ทันทีที่ภาพของปลากระเบนนกจากรายการดังกล่าว ถูกส่งต่อกันไปบนโลกออนไลน์ ก็นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ในเรื่องของความเหมาะสม ในการนำสัตว์ทะเลที่นับวันยิ่งมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ อย่างปลากระเบนนกมาทำอาหารออกอากาศแบบนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องรายการออกมาชี้แจงให้ชัดเจน

รวมถึง "แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์" เจ้าของเพจ "Happy Nancy" หญิงสาวผู้หลงรักโลกใต้ท้องทะเลและการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ด้วยว่า ตนเองในฐานะนักดำน้ำที่ดำน้ำมา 1,000 กว่า dives แต่มีโอกาสได้เห็น พบเจอปลากระเบนนกในน้ำ เพียงแค่ 5 dives ซึ่งแต่ละจุดที่เจอ คือสถานที่ที่ไปยากและราคาสูง และให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มาก

"เพราะแนนซี่อยู่กับทะเล เห็นจริงๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งหมด และทำเรื่องอนุรักษ์ ปลูกฝังจิตสำนึก ไม่ต้องพูดถึงข้อกฎหมายเลย เราเอาจิตสำนึกเช่น ไม่ทิ้งขยะ ลดการใช้หลอดพลาสติก ลดการใช้ถุงพลาสติก เลิกกินหูฉลาม เลิกล่าสัตว์ใหญ่ เป็นหูเป็นตา เราทำไปไม่เหนื่อย เราชอบ เรารักทะเล มันคือต้นกำเนิดชีวิต แต่ถ้าคุณไม่รัก ไม่หวงแหน ก็ตามสะดวก แต่ใครมารังแกเพื่อนเราใต้ทะเล เราก็ไม่ยอมนะ

ฝากถึงสื่อ ทุกสื่อ การปลูกฝังจิตสำนึกนั้นสำคัญ ควรมีกระบวนการต่างๆ ในการนำเสนอ ไม่ควรชุ่ย คิดก่อนเยอะๆ สัตว์ป่าหายากเลิกกินเถอะ ถึงไม่ผิดกฎหมายก็ไม่ได้แปลว่าแ - กได้โว้ย"

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีความคิดเห็นบนโลกโซเชียลฯ จำนวนกว่าครึ่ง มองว่า ปลากระเบนแบบนี้หาได้ตามท้องตลาดทั่วไป และทางรายการมีผู้เชี่ยวชาญด้วยวัตถุดิบในการทำอาหารที่ตระเวนชิมอาหารมาทั่วโลกอยู่หลายคน จึงไม่น่าจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น

ล่าสุด ทางผู้ผลิตรายการ "มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย" ได้ออกมาแถลง ยืนยัน ปลากระเบนที่ใช้ในการแข่งขัน คือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลายี่สน วัตถุดิบพื้นบ้านที่นำมาใช้ประกอบอาหารหลายเมนู ซึ่งเป็นปลาที่เคยนำมาประกอบรายการอาหารมาแล้วหลายช่อง และย้ำว่าไม่มีนโยบายนำสัตว์ต้องห้ามมาเป็นวัตถุดิบ จึงยึดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบทุกครั้ง ตามบรรทัดต่อจากนี้

"ในการนำเสนอวัตถุดิบปลากระเบน ในรายการมาสเตอร์เชฟประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปลากระเบนดังกล่าวคือ ปลายี่สน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลากระเบนค้างคาว ถือเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารในหลากหลายเมนู อาทิ ปลายี่สนฟู ปลากระเบนดำแดดเดียว ต้มยำเนื้อปลากระเบนดำ และโดยเฉพาะปลากระเบนหวาน ซึ่งมีขายแพร่หลายตามท้องตลาด รวมทั้งใน Website Shopping Online ทั่วไป อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อาทิ ข้าวแช่โดยเป็นเครื่องข้าวแช่ที่เรียกว่า ปลายี่สนผัดหวาน ในปัจจุบันเมนูดังกล่าวยังติดอันดับ OTOP 5 ดาว ของจังหวัดเพชรบุรี อีกด้วย

ในความเป็นจริงแล้ว ปลายี่สน หรือปลากระเบนเนื้อดำนี้ ได้ถูกนำเสนอในรายการอาหารทางโทรทัศน์หลากหลายช่องมาโดยตลอด รายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทยมิใช่รายการแรกที่นำเสนอวัตถุดิบชนิดนี้

ทางรายการฯ มีจุดยืนในการนำเสนอวัฒนธรรมการรับประทานอาหารและให้ความรู้ด้านต่างๆ ในการประกอบอาหาร วัตถุดิบที่ใช้ในการถ่ายทำแต่ละครั้งคือวัตถุดิบทั่วไปที่ใช้ในการประกอบอาหารจริงและหาซื้อได้ในท้องตลาด รายการฯ ไม่มีนโยบายในการนำสัตว์ต้องห้ามมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ดังนั้นหากมีวัตถุดิบพิเศษ ทางรายการจึงยึดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบทุกครั้ง

สุดท้ายนี้ ทางรายการขอขอบคุณทุกความคิดเห็น และจะนำข้อคิดต่างๆ ไปพัฒนารายการต่อไป

HELICONIA H GROUP ผู้ผลิตรายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย"

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในโลกออนไลน์ยังได้มีการแชร์ภาพการสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน Line คาดว่าเป็นการพูดคุยกันระหว่าง ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ หรือ คุณอิ๊งค์ หนึ่งในผู้ดำเนินรายการกับลูกสาว ที่ถามว่าเป็นปลากระเบนชนิดไหน ด้านคุณอิ๊งค์ก็ตอบว่า "กระเบนนก เป็นกระเบนของไทยที่กินกันทั่วไป หาไม่ยากจ้ะ กระเบนนก หรือปลายี่สน หรือกระเบนค้างคาว ที่มหาชัย ท่าฉลอมเรียกว่า ปลายี่สน จะมีร้านที่ขายและคนมานั่งกินกันเหมือนปลาหมึกแห้ง จิ้มน้ำจิ้มเหมือนน้ำจิ้มปลาหมึก"



"กระเบนนก" โลกคุ้มครอง ไทยกินได้?!

"กระเบนนกมันเป็นชื่อเรียกของกลุ่มนี้มันมีหลายชนิด เพราะฉะนั้นมันเป็นกระเบนนกแน่ๆ ไม่ใช่จ้องม้อง ปลาวงอย่างที่เขาบอกกัน ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดหลักๆ ชนิดแรกพบในเมืองไทย คือ A.ocellatus อีกชนิดคือ A.narinari ไม่พบในเมืองไทย พบในแอตแลนติก 2 ชนิดนี้หน้าตาคล้ายกันมาก แต่ไม่ว่ามันจะเป็นกระเบนชนิดไหน มันมีสถานะอนุรักษ์อยู่ใน IUCN?s Red List

ที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะว่า IUCN?s Red List ถือเป็นคัมภีร์ของการอนุรักษ์สัตว์ทั่วโลก มันแบ่งเป็นรายชื่อและสถานะของสัตว์ที่ต้องอนุรักษ์ทั่วโลก ทั้งสัตว์บกและสัตว์ทะเล มีการพิจารณามาแล้วรอบด้านว่าหายากหรือหาง่าย โดนคุกคามขนาดไหน ซึ่งกระเบนทั้ง 2 ชนิดมีสถานะอยู่ใน Red List ที่มีปริมาณลดน้อยลงทั้งคู่"

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ผู้ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวเป็นคนแรกๆ หลังจากที่มีภาพของปลากระเบนในรายการถูกแชร์ออกมา อ.ธรณ์ ได้ให้ความเห็นแก่ทีมข่าว MGR Live ว่า ปลากระเบนนกมีหลายชนิด และยังไม่ใช่สัตว์คุ้มครองในไทย

"กระบวนการที่จะเสนอชื่อสัตว์สักตัวเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย โดยเฉพาะสัตว์น้ำ มันไม่ใช่ง่ายเลย เราก็พยายามกันอยู่กว่าจะได้แต่ละตัวมันใช้เวลาหลายปี เอาง่ายๆ ว่าสัตว์สงวนยัง 3 ปีครึ่งยังไม่จบเลย เฉพาะฉะนั้นมันผิดกฎหมายเมืองไทยรึเปล่า ไม่ผิด เพราะมันยังไม่เป็นสัตว์คุ้มครองในประเทศไทย เพราะกระบวนการตามกฎหมายทำได้ยากมาก ต้องมองรอบด้าน

สำหรับกระเบนนกก็มีการพูดคุยกันครับเพราะผมเป็นคนพูดเอง แต่ก็ยังไม่มีการเสนอชื่อเป็นเรื่องเป็นราว เพราะต้องผ่านหลาย กรรมการนะครับ ต้องผ่านการพิจารณาจากกรมประมง , กรมทรัพยากรทางทะเล , กรมอุทยานฯ , ผู้เชี่ยวชาญ , กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

จริงๆ สัตว์คุ้มครองในทะเลเมืองไทยเพิ่งโผล่มาชุดใหม่ ผมเพิ่งทำสำเร็จ 12 ตัว และ 1 ในนั้นคือปลาฉนาก ซึ่งสูญพันธุ์ไปนานแล้วแต่เพิ่งประกาศเป็นสัตว์คุ้มครอง แล้วมันเหลือให้คุ้มครองมั้ยก็ไม่เหลือแล้ว สิ่งที่ผมต้องการจะบอกก็คือ มันเป็นสัตว์ที่ติดสถานะอนุรักษ์ของทั้งโลก แล้วก็มีปริมาณลงน้อยลงชัดเจน ดังนั้นคำถามก็คือ มีความจำเป็นถึงขั้นเอาสัตว์ที่ติดสถานะอนุรักษ์ทั้งโลกมากินมั้ย มันมีทางเลือกมากมาย ส่วนกระเบนชนิดอื่นก็ว่ากันไปเพราะมันไม่ได้ติดสถานะอนุรักษ์

ปลากระเบน วัตถุดิบหลักในรายการ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย

เมื่อถามถึงประเด็นภาพแชตไลน์ของคุณอิ๊งค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินรายการ ที่บอกปลาชนิดนี้เป็น ปลากระเบนนก หรือปลายี่สนหรือปลากระเบนค้างคาวนั้น นักวิชาการด้านทะเลก็ได้ตอบว่า มีหลายชื่อแล้วแต่จะเรียกกัน

ไม่เพียงแค่นักวิชาการด้านทะเล ทางด้านของ จตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน ไทยพีบีเอสออนไลน์ ไว้ว่า การนำกระเบนนกมาทำอาหาร ไม่สามารถเอาผิดในแง่กฎหมายได้ แม้ว่าจะเป็นสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ของโลก แต่ในไทยยังไม่ได้รับการประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองในไทย และขอความร่วมมือจากประชาชนรวมถึงรายการอาหาร ว่าไม่ควรนำสัตว์ลักษณะนี้มาใช้ เพราะจะทำให้ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

นอกจากนี้ อ.ธรณ์ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในประเทศไทยไม่มีอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลากระเบนนก และหากเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศก็อาจมีความผิดได้

"กระเบนนกมีเลี้ยงอยู่ในอะควาเรียมครับแต่ถ้าจับมาเสร็จแล้วเอามาเลี้ยงให้คนดู อาจจะมีออกลูกบ้าง แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงจนโตเป็นพ่อแม่ออกลูกใหม่ หรือไม่ได้เอามาขายในแง่ของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ เท่าที่ผมเช็กมาก็ไม่เคยเจอขายกระเบนนกที่มาจากการเพาะเลี้ยง 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเด็นการนำเข้ามาอันนี้น่าคิดครับ เพราะที่ผมโพสต์มีคนมาคอมเมนต์ว่า ใน พระราชกฤษฎีกาห้ามมิให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร 2547 มีรายชื่อสัตว์ที่ห้ามนำเข้าซึ่งรวมกระเบนนกไว้หมดเลย เขาห้ามนำเข้าทั้งกลุ่ม ก็อยู่ที่ว่ารายการเอามาจากไหน"

สุดท้าย นักวิชาการด้านทะเล ได้ย้ำเตือนอีกครั้งถึงความสำคัญของกลุ่มปลากระเบนนก ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีจำนวนน้อยลงทุกวัน แม้ใจประเทศไทยจะกินได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่ควรกิน

"เพียงแต่ว่าผมจะชี้ให้เห็นว่ากลุ่มปลากระเบนนกมันเป็นสัตว์ที่ติดสถานะขององค์กรระดับโลก แล้วมันสมควรมั้ยที่จะนำมาประกอบอาหาร สัตว์หลายชนิดก็มีการกินกัน แต่ในมุมมองของผม มันเป็นรายการที่ออกทีวี ไม่อย่างนั้นเราจะรณรงค์หูฉลามกันทำไม ฉลามหลายชนิดที่เขารณรงค์กันอยู่ก็ไม่ใช่สัตว์คุ้มครองตามกฎหมายไทยครับ

ผมก็บอกในลักษณะเดียวกับการรณรงค์หูฉลาม มันเป็นสัตว์ที่ติดสถานะอนุรักษ์ ใครจะกินไม่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ผมก็บอกในมุมนักอนุรักษ์ทางทะเลว่าโลกอยากคุ้มครองมัน ส่วนตัวผมก็จะบอกว่ามันไม่ควรทำ เพราะว่าจริงๆ แล้ว ในฐานะนักอนุรักษ์ทะเล ผมก็คงทำไม่ได้ ผมก็คงแค่อธิบายไปว่ามันเป็นแบบนี้

ในมุมมองของผม มันทำให้รู้สึกว่า ประเทศที่กำลังดีใจกับเต่ามะเฟืองออกไข่ ดีใจกับฉลามที่มาหยา มันรู้สึกเป็นภาพที่ทำให้ขัดต่อความรู้สึกในแง่ที่ทะเลไทยกำลังสมบูรณ์ขึ้น ก็พยายามช่วยๆ กันรักทะเลนะครับ"


https://mgronline.com/live/detail/9620000022040

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


อธิบดีฯ ถาม เหมาะหรือ กินปลากระเบนอนุรักษ์ อ.ธรณ์ย้ำ กระเบนค้างคาวคือกระเบนนก



เมื่อวันที่ 4 มี.ค. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า การที่คนอยากทาน หรือชอบทานอะไรถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่กรณีที่เป็นรายการอาหารซึ่งถือเป็นสื่ออีกประเภทย่อมมีการโน้มน้าวหรือกระตุ้นให้คนอยากทานอาหารประเภทนั้นๆ ได้ ตามที่รายการระบุว่า เป็นปลายี่สน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลากระเบนค้างคาว ซึ่งก็เป็นปลากระเบนนกด้วยเช่นกัน โดยตามข้อมูลของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น จัดให้ปลากระเบนนกอยู่ในบัญชีแดง หรือเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคาม หรือใกล้สูญพันธุ์ แต่ปลากระเบนนกยังไม่ได้ถูกจัดให้เป็นสัตว์สงวนและคุ้มครองของไทย การที่รายการอาหารนำปลาชนิดนี้มาให้ผู้แข่งขันทำอาหารจึงไม่ผิดกฎหมาย แต่มีความเหมาะสมหรือไม่

"ปัจจุบันไทยกำลังรณรงค์สัตว์ทะเลหายาก หรือแม้กระทั่งกระตุ้นจิตสำนึกให้ทุกคนช่วยกันลดขยะพลาสติกเพราะมีผลกระทบต่อสัตว์ทะเลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นรายการหรือสื่อจึงควรตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสัตว์ต่างๆ และควรทำเป็นแบบอย่าง การเป็นสื่อที่มีคนดูเยอะๆ ย่อมมีผลต่อคนดู หากคนดูเห็นแล้วอยากทานก็ต้องไปหาลองทานอีก ซึ่งแม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่เราควรตั้งคำถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ก็เหมือนที่ไทยกำลังรณรงค์งดทานหูฉลาม ซึ่งก็ไม่ผิดกฎหมาย แต่เหมาะสมหรือไม่ที่จะไปกิน" อธิบดีกรมฯทางทะเลและชายฝั่ง กล่าว

เมื่อถามว่าตามข้อมูลของไอยูซีเอ็นจัดให้ปลากระเบนนกจัดอยู่ในบัญชีแดง ประเทศไทยจะมีการผลักดันให้ปลากระเบนนกจัดเป็นสัตว์คุ้มครองของไทยหรือไม่ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า สำหรับปลากระเบนนกในท้องทะเลไทย ถือว่ายังพบเห็นได้ยาก แต่การจะนำสัตว์ขึ้นบัญชีตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนก่อน

ด้านดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปลากระเบนนกจุดขาวก็จัดอยู่ประเภทเดียวกับปลากระเบนค้างคาว หรือปลากระเบนยี่สน และตามข้อมูลของไอยูซีเอ็นจัดให้ปลากระเบนนกอยู่ในบัญชีแดง ซึ่งควรอนุรักษ์เอาไว้

เมื่อถามว่าตามที่ทางรายการอาหารระบุว่า ปลากระเบนเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารในหลากหลายเมนู มีขายแพร่หลายตามท้องตลาด หรือแม้กระทั่งเมนูปลายี่สนผัดหวานที่ติดอันดับโอทอป 5 ดาว ของจ.เพชรบุรี นั้น ความเป็นจริงปลากระเบนหาง่ายตามที่รายการระบุหรือไม่ ดร.ธรณ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าหาง่ายหรือไม่ แต่ตนไม่ค่อยเห็น อีกทั้งข้อมูลที่ตนนำเสนอนั้น ไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นของไอยูซีเอ็น ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทั่วโลกใช้กัน ซึ่งจะเหมาะสมหรือไม่ที่จะนำสัตว์ที่มีสถานะการอนุรักษ์ในบัญชีแดงมาออกรายการทำอาหาร ก็แล้วแต่จะคิด


https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_2273858

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


กรมทะเลฯ ชี้กระเบนนกกฎหมายไทยไม่คุ้มครอง



อธิบดี ทช.ยอมรับไม่สามารถเอาผิดรายการอาหารดังชำแหละ "กระเบนนก"
อธิบดี ทช.ยอมรับไม่สามารถเอาผิดรายการอาหารดังชำแหละ "กระเบนนก" สัตว์ทะเลหายากในบัญชีแดงใกล้สูญพันธุ์ของโลกที่ IUCN ประกาศสถานะชี้ไม่เหมาะสม ห่วงคนเลียนแบบบริโภคสัตว์แปลก

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ยอมรับว่า การนำกระเบนนกมาทำอาหาร ไม่สามารถเอาผิดในแง่กฎหมายได้ เพราะแม้ว่ากระเบนนก จะเป็นสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ของโลก แต่ในไทยยังไม่ได้รับการประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองในไทย ซึ่งยอมรับว่ากระทบความรู้สึกของคนที่ดู และอาจเสียภาพลักษณ์ประเทศไทย และยังห่วงว่าอาจจะเกิดการเลียนแบบไปล่ากระเบนหรือสัตว์ชนิดอื่นๆเพราะถูกนำเสนอว่าบริโภคแล้วอร่อย เรื่องนี้ ทช.ไม่สามารถเอาผิดได้ หากเป็นไปได้อยากให้ทางรายการออกมาชี้แจงว่าที่มาของกระเบนนกว่ามาจากที่ไหน เพราะท้องทะเลไทยกระเบนนก พบในพื้นคุ้มครอง และไม่พบเจอตัวได้ง่ายๆขณะนี้มีสัตว์ทะเลหลายชนิดที่เคยนิยมบริโภค และมีการรณรงค์ยกเลิกค่านิยมผิดๆ เช่นการกินหูฉลาม ซึ่งแม้จะยังไม่หมด แต่อยากขอความร่วมมือประชาชน รวมทั้งผู้ทำรายการประเภทอาหาร ไม่ควรนำสัตว์ป่าหรือสัตว์หายากมาทำแบบนี้ เพราะสัตว์จะถูกรุกรานมากขึ้นจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์


http://www.komchadluek.net/news/hotclip/364500

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


'มาสเตอร์เชฟฯ'ชี้แจงประเด็นดราม่า'ปลากระเบน'



หลังจากที่เกิดเป็นประเด็นดรามาเมื่อรายการ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย เทปที่ผ่านมานั้นมีการใช้วัตถุดิบหลักคือ "ปลากระเบน" ในการให้ผู้แข่งขันมาทำอาหาร จนโซเชียลร้อนระอุ ชาวเน็ตต่างก็เข้าไปแสดงความคติดเห็นต่างๆมากมาย โดยส่วนมากบอกว่าปลากระเบนเป็นสัตว์ที่เริ่มหายากในท้องทะเลกำลังถูกผลักดันให้เข้าไปเป็นสัตว์คุ้มครอง แต่ก็มีหลายเสียงที่บอกว่าทางรายการอาจนำมาจากฟาร์มที่เพาะเลี้ยงก็เป็นได้

ล่าสุดทางรายการได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจ "MasterChef Thailand - มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย" ถึงกรณีดังกล่าวว่า ปลากระเบนดังกล่าวคือ ปลายี่สน หรือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลากระเบนค้างคาว ถือเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร และมีการนำมาปรุงอาหารในหลากหลายรายการแล้ว โดยมีใจความในจดหมายชี้แจงว่า

"เรียน ท่านผู้ชมทุกท่าน ในการนำเสนอวัตถุดิบปลากระเบน ในรายการมาสเตอร์เชฟประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปลากระเบนดังกล่าวคือ ปลายี่สน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ปลากระเบนเนื้อดำ หรือปลากระเบนค้างคาว ถือเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารในหลากหลายเมนู อาทิ ปลายี่สนฟู ปลากระเบนดำแดดเดียว ต้มยำเนื้อปลากระเบนดำ และโดยเฉพาะปลากระเบนหวาน ซึ่งมีขายแพร่หลายตามท้องตลาด รวมทั้งใน Website Shopping Online ทั่วไป อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อาทิ ข้าวแช่โดยเป็นเครื่องข้าวแช่ที่เรียกว่า ปลายี่สนผัดหวาน ในปัจจุบันเมนูดังกล่าวยังติดอันดับ OTOP 5 ดาว ของจังหวัดเพชรบุรี อีกด้วย

ในความเป็นจริงแล้ว ปลายี่สน หรือปลากระเบนเนื้อดำนี้ ได้ถูกนำเสนอในรายการอาหารทางโทรทัศน์หลากหลายช่องมาโดยตลอด รายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทยมิใช่รายการแรกที่นำเสนอวัตถุดิบชนิดนี้

ทางรายการฯ มีจุดยืนในการนำเสนอวัฒนธรรมการรับประทานอาหารและให้ความรู้ด้านต่างๆ ในการประกอบอาหาร วัตถุดิบที่ใช้ในการถ่ายทำแต่ละครั้งคือวัตถุดิบทั่วไปที่ใช้ในการประกอบอาหารจริงและหาซื้อได้ในท้องตลาด รายการฯ ไม่มีนโยบายในการนำสัตว์ต้องห้ามมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ดังนั้นหากมีวัตถุดิบพิเศษ ทางรายการจึงยึดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบทุกครั้ง

สุดท้ายนี้ ทางรายการขอขอบคุณทุกความคิดเห็น และจะนำข้อคิดต่างๆ ไปพัฒนารายการต่อไป


https://www.thaipost.net/main/detail/30467

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


รู้จัก "กระเบนนก" สัตว์ทะเลหายากในบัญชี IUCN



รู้จักกระเบนนก สัตว์หายากของโลก เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ขณะที่ในไทย เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2561 เคยโผล่อวดโฉมและนักดำน้ำไทยถ่ายภาพได้ ที่เกาะพีพี จ.กระบี่

ไทยพีบีเอสออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลจากสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต ระบุว่า ปลากระเบนนก มีชื่อ สามัญว่า Spotted Eagle Ray ชื่อวิทยาศาสตร์: Aetobatus narinari

ปลากระเบนนก หรือ ปลากระเบนเนื้อดำ มีอีกชื่อว่าปลากระเบนจุดขาว หรือบางคนเรียกว่าปลากระเบนค้างคาว เป็นปลากระดูกอ่อนในวงศ์ Myliobatidae อาศัยอยู่ในทะเล ส่วนใหญ่หากินตามพื้นท้องน้ำที่เป็นโคลนและบริเวณปากแม่น้ำ

การหาอาหารของปลากระเบนนก อาหารได้แก่หอยและสัตว์จำพวกกุ้งปู โดยใช้ฟันลักษณะพิเศษบดเปลือกของเหยื่อให้แตก

ลักษณะลำตัวเป็นทรงขนมเปียกปูน มีจุดสีขาวกระจายทั่วไปบนหลัง ส่วนหางยาวมากเมื่อเทียบกับลำตัว ที่โคนหางมีเงี่ยง 2-6 อัน

ปลากระเบนนก เป็นปลาที่ออกลูกเป็นไข่ แต่ไข่จะฟักในท้องแม่ก่อน จะคลอดออกมาเป็นตัวปลาเลยโดยศัพท์วิชาการเรียกกลุ่มนี้ว่า ovoviviparous โดยจะออกลูกครั้งละ 1-6 ตัว ขนาดโตเต็มที่ลำตัวมีความยาวประมาณ 1.5 เมตร

ถิ่นที่อยู่อาศัยพบทั้งในมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุรแอตแลนติก ศัตรูในธรรมชาติได้แก่ฉลามเสือ ฉลามหัวค้อน และฉลามอื่นๆ



สำหรับกระเบนนก กระเบนนก มีคนตั้งฉายาว่า "วิหคแห่งท้องทะเล" เป็นชื่อเรียกของกระเบนในกลุ่มนี้ มีทั้งชนิด ที่เรียกว่า Aetobatus ocellatus ซึ่งมีสภานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable) ในระดับโลก พบกระจายอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก พบเห็นได้ยากในน่านน้ำไทย ส่วนอีกชนิด Aetobatus Narinari พบเฉพาะในแอตแลนติกในกลุ่มกระเบน ถูกกจัดอยู่ในบัญชีแดง (Red List) ที่องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) ขึ้นสถานะ VU คือมีความเสี่ยงมากที่จะสูญพันธุ์ และทั้ง 2 ชนิดจัดอยู่ในสัตว์ที่มีปริมาณลดน้อยลง



โดยเมื่อวันที่ 19 เม.ย.2561 อาเหมี่ยน ครูสอนว่ายน้ำ บันทึกภาพภาพ ขณะปลากระเบนขนาดใหญ่ ความกว้าง 1 เมตร กำลังแหวกว่ายหากินบริเวณทะเลเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ สร้างความตื่นเต้นกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

จากการสอบถามไปยังนักดำน้ำ เปิดเผยว่า กระเบนดังกล่าวเป็นกระเบนนก ที่มีขนาดใหญ่และเพิ่งเจอในจุดดำน้ำรอบเกาะพีพี เนื่องจากกระเบนชนิดนี้จะพบเจอได้ยากมาก ลักษณะเดียวกับที่นานๆ จะพบฉลามวาฬ




https://news.thaipbs.or.th/content/278128

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #10  
เก่า 05-03-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,097
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


"ดร.ธรณ์" จี้รายการดังมีสำนึกนำปลากระเบนนกมาใช้

"ดร.ธรณ์" ออกมาโพสเฟสบุ๊คส่วนตัว เรียกร้องให้ช่วยกันรักทะเลกันบ้าง หลังรายการแข่งขันทำอาหารชื่อดัง นำปลากระเบนนกสัตว์หายากของทะเลไทย มาเป็นวัตถุดิบในการแข่งขันทำอาหาร ด้านชาวเน็ตจวกยับไม่ควรเรียกเรตติ้งด้วยวิธีนี้ รายการควรชี้แจง



เมื่อวานนี้เมื่อเวลา 22.10น. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ Thon Thamrongnawasawat ถึงกรณีที่รายการเรียลลิตี้แข่งขันทำอาหารชื่อดัง นำปลากระเบนนกมาเป็นวัตถุดิบ โดยระบุว่า "บอกตามตรงว่าผมเหนื่อยมากครับ โดยเฉพาะวันนี้(3ก.พ.) เป็นวัน world wildlife day วันที่คนทั้งโลกหันมาดูแลสัตว์ป่า สัตว์ทะเล แคมเปญประจำปีนี้ยังเน้นสัตว์ทะเลหายาก อีกทั้งลูกเต่ามะเฟืองเพิ่งออกจากไข่ไปเมื่อคืน ความรู้สึกยินดียังมีอยู่เต็มเปี่ยม ก่อนจะมาเห็นภาพเช่นนี้

กระเบนนกเป็นสัตว์หายากของทะเลไทย บางคนดำน้ำกันหลายปี ยังไม่เคยเจอสักตัว เราเคยพยายามผลักดันให้เป็นสัตว์คุ้มครอง แต่ยังติดขัดอยู่บางประการ เพราะฉะนั้น ยังไม่ผิดกฎหมาย

แต่โลกยุคนี้ เพียงคำว่าผิดหรือไม่ผิดกฏหมาย อาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมืองไทย เมืองที่ผู้คนกำลังรักทะเลมากมาย อยากขอร้องว่า ช่วยกันบ้างเถิดครับ ช่วยกันรักทะเลบ้างเถอะครับ ได้โปรด..."

ขณะที่ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์ ทางรายการควรมีจิตสำนึกกว่านี้ อาทิ "ติดตามรายการมาตลอด วันนี้เจอวัตถุดิบ ปลากระเบน นี่ปิดเลย #เลิกดู ไม่รู้หรือคะว่าเขาอนุรักษ์กัน หายากขึ้นทุกวัน ต้องดำน้ำกี่ร้อยครั้งถึงจะพบสักตัวหนึ่ง ผิดหวังกับรายการมากค่ะ" "รายการนี้เด็กๆ ดูเยอะนะ แทนที่จะสร้างสรรค์ให้เป็นตัวอย่างที่ดี แต่กลับไม่ทำ อย่ามาพูดว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์นะ กรุณาออกมาชี้แจ้งให้สังคมกระจ่างด้วย" "ทำไมใช้ปลากระเบนเป็นวัตถุดิบ คนเป็นครีเอทีฟของเทปนี้ใช้อะไรคิด เมนูอาหารร้อยล้านอย่าง คิดอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้ไม่ไดแล้วหรือ"

กระทั่ง ล่าสุดวันนี้(4มีค.) ผศ.ดร.ธรณ์ ยังได้โพสเฟซบุ๊กส่วนตัวต่ออีก โดยระบุว่า "ขออธิบายเรื่องกระเบนเพิ่มเติมนะครับ กระเบนนก เป็นชื่อเรียกของกระเบนในกลุ่มนี้ ชนิดที่ปรากฎในภาพ บางท่านบอกว่าเป็น A. ocellatus พบในน่านน้ำเราและรอบด้าน" แต่บางท่านบอกว่าเป็น A. narinari พบเฉพาะในแอตแลนติก แต่เพื่อนธรณ์ท่านหนึ่งมีข้อมูลมายืนยันว่า narinari ห้ามนำเข้า ที่สำคัญ ไม่ว่าชนิดไหน ถูกจัดอยู่ใน IUCNs Red List ถ้าเป็น ocellatus อยู่ในระดับ Vulnerable(อ่อนแอ) ถ้าเป็น narinari อยู่ในระดับ Near Threatened(ใกล้ถูกคุกคาม) ซึ่งทั้งสองสถานะ จัดอยู่ในสถานะของการอนุรักษ์ (conservation status) แต่ VU จะเสี่ยงมากกว่า NT (VU อยู่ในระดับเดียวกับแมนต้า ที่ปัจจุบันเป็นสัตว์คุ้มครอง) ทั้งสองชนิดล้วนจัดอยู่ในสัตว์ที่มีปริมาณลดน้อยลง ตาม red list

"สำหรับกฏหมายไทย ยังไม่มีการคุ้มครองกระเบนนก แต่จะเหมาะสมหรือไม่ที่จะนำสัตว์ที่มีสถานะการอนุรักษ์ใน Red List มาออกรายการทำอาหาร ก็แล้วแต่จะคิดครับ"


http://www.nationtv.tv/main/content/378694364/#cxrecs_s


*********************************************************************************************************************************************************


พบคราบน้ำมันหาดไชยเชษฐ์ จนท.เร่งสอบหาสาเหตุ ชี้คราบน้ำมันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างลงพื้นที่เก็บคราบน้ำมัน ส่งตรวจสอบหาสาเหตุ ที่ผ่านมาพบว่าปัญหาคราบน้ำมันในทะเลและชายหาดจะส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเล การประมง และประชาชนซึ่งใช้ประโยชน์พื้นที่แนวชายฝั่ง



วานนี้ 3 มี.ค.62 - เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งว่าพบคราบน้ำมันที่บริเวณชายหาดไชยเชษฐ์ พร้อมเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันเพื่อตรวจสอบ ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากการปล่อยน้ำมันทิ้งจากเรือเดินทะเล ทั้งนี้ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและพิสูจน์หาสาเหตุของคราบก้อนน้ำมันในครั้งนี้

ที่ผ่านมาพบว่าปัญหาคราบน้ำมันในทะเลและชายหาดจะส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเล การประมง และประชาชนซึ่งใช้ประโยชน์พื้นที่แนวชายฝั่ง และอาจเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพเศรษฐกิจ ผลกระทบด้านลบของนํ้ามันอาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เช่น ถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในทะเล ส่งผลโดยตรงต่อการประกอบอาชีพประมง และกระทบต่อสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว


http://www.nationtv.tv/main/content/378694443/#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:55


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger