เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 6 มีนาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้เป็นบางพื้นที่ ตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากมีอากาศร้อนขึ้นในตอนกลางวัน ตลอดช่วง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-03-05_DFTH1_2300.jpg (64.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest060319.jpg (29.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-03-06_TopChart_07.jpg (112.4 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

มาจากไหน!! ขยะผสมก้อนน้ำมันสีดำยังถูกคลื่นซัดเกยหาดแม่รำพึงต่อเนื่อง


ระยอง - มาจากไหน!! ขยะผสมก้อนน้ำมันสีดำยังคงถูกคลื่นซัดเกยหาดแม่รำพึง จ.ระยอง อย่างต่อเนื่องโดยไร้เงาหน่วยงานเกี่ยวข้องดูแล ขณะที่ผู้ประกอบการชายหาดบอกเก็บทุกวันไม่เคยหมดทำนักท่องเที่ยวเริ่มยี้

วานนี้ (5 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยอง ว่า ยังคงพบสาหร่ายปนขยะและก้อนน้ำมันดิบถูกคลื่นซัดเต็มชายหาดแม่รำพึง ตั้งแต่บริเวณลานหินขาว ต.เพ อ.เมืองระยอง เป็นระยะทางยาว 7 กิโลเมตร และเมื่อก้อนน้ำมันดิบถูกแสงแดดที่กำลังร้อนจัด ได้ละลายเป็นหยดปนกับเศษขยะและสาหร่ายเกลื่อนชายหาด

ขณะที่ นางสำรวม โฉมศิริ เจ้าของเตียงผ้าใบชายหาด หมู่ 1 ต.เพ บอกว่าตนเองได้เริ่มเก็บขยะปนก้อนน้ำมันดิบตั้งแต่ช่วงเทียงวัน และเก็บเช่นนี้มาทุกวันจนรู้สึกเหนื่อยล้า เนื่องจากขยะมีจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้ต้องขุดหลุมฝังกลบไว้ก่อนเพราะไม่มีถุงที่จะใส่ขยะได้เพียงพอ ซื่งถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่าก้อนน้ำมันสีดำเหล่านี้จากไหน

และจากการเดินสำรวจบริเวณชายหาดตั้งแต่ลานหินขาว ไปจนถึงบริเวณก้นอ่าว ยังพบว่าก้อนน้ำมันสีดำถูกแดดเผาละลายปะปนกับเศษขยะและสาหร่ายจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณทางเดินริมถนนเลียบชายหาด ยังพบว่ามีถุงใส่ขยะที่ผู้ประกอบการช่วยกันเก็บกวาดนำมากองไว้จำนวนมากเช่นกัน

จากการสอบถามความรู้สึกนักท่องเที่ยวที่มาปูผ้านั่งรับประทานอาหารบริเวณชายหาด ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เข้าใจว่าเศษขยะ รวมทั้งสาหร่ายและก้อนน้ำมันสีดำจำนวนมากมาจากที่ใด และเมื่อลงเล่นน้ำทะเลยังต้องเดินหลบก้อนน้ำมันสีดำเพราะหากติดเท้าจะทำให้ล้างออกยากจนต้องไปหาซื้อน้ำมันก๊าดมาล้าง และเหตุใดจึงไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบลงมาจัดเก็บและทำความสะอาดชายหาด

?สิ่งที่อยากรู้คือก้อนน้ำมันสีดำมันอยู่ใต้ทะเลได้อย่างไร เพราะทะเลภาคตะวันออก ไม่มีแหล่งขุดเจาะน้ำมันเช่นทางภาคใต้? นักท่องเที่ยว กล่าว





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

มาแล้ว! ฤดูกาล ?แมงกะพรุนลอดช่อง? ชาวประมงสตูลแห่จับขาย สร้างรายได้เพียบ



สตูล - ชาวประมงสตูลแห่จับ ?แมงกะพรุนลอดช่อง? ที่โผล่บนผิวน้ำในท้องทะเลของหาดทรายยาว ซึ่งจะขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม สร้างงานสร้างรายได้เพียบ

วันนี้ (5 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หาดทรายยาว ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล เมื่อเข้าถึงช่วงหน้าแล้งแมงกะพรุนก็เริ่มขึ้นมาโผล่บนผิวน้ำในท้องทะเลของหาดทรายยาว ซึ่งจะขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม ชาวประมงพื้นบ้านต่างนำเรือประมงลำน้อยออกล่าจับแมงกะพรุนลอดช่อง แทนการออกหาปลาในท้องทะเลอันดามัน หลังฤดูนี้มีแมงกะพรุนชุกชุม ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงปรับเปลี่ยนจากจับปลามาจับแมงกะพรุนแทน เนื่องจากสร้างรายได้ดีกว่าการจับสัตว์น้ำชนิดอื่น



นอกจากจะสร้างรายได้ให้แก่ชาวประมงแล้ว บรรดาแม่บ้านที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่ง ออกมารับจ้างในการแปรรูปทำแมงกะพรุนให้แก่พ่อค้าต่างถิ่นที่เดินทางเข้ามารับซื้อแมงกะพรุน สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน เช่นเดียวกับที่จุดรับซื้อและแปรรูปแมงกะพรุน บ้านหาดทรายยาว หมู่ที่ 2 ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล บรรดาแม่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน และหนุ่มสาวที่ว่างงานต่างก็ออกมารับจ้างในการแปรรูปแมงกะพรุน ด้วยกรรมวิธีในการถนอมอาหาร เริ่มตั้งแต่การทำบ่อหมัก จากนั้นก็นำแมงกะพรุนมาตัดแต่งแยกส่วนหัวและขาออก ต่อจากนั้นนำไปหมักด้วยเกลือ โซดา และสารส้มทิ้งไว้เป็นเวลา 6 วัน ก่อนแพกส่งต่อไปยังโรงงานมหาชัย จ.สมุทรสาคร เพื่อส่งต่อไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น เพื่อนำมาปรุงเป็นเมนูกับข้าวทานกับข้าวต้ม ทำยำหรือลวกจิ้ม



สำหรับอัตราค่าจ้างการหาแมงกะพรุนอยู่ที่ตัวละ 6 บาท โดยแต่ละวันจะมีรายได้จากการจับไม่ต่ำกว่า 1,800-3,000 บาท และค่าจ้างสำหรับจุดแปรรูป ผู้หญิง 40 บาทต่อ 1 ชั่วโมง ผู้ชาย 50 บาทต่อ 1 ชั่วโมง ถือได้ว่าสร้างรายได้ตกวันละ 300-500 บาทเลยทีเดียว นายทุนจะรับซื้อจนเต็มบ่อที่ใช้หมักแมงกะพรุนหรือครบตามจำนวนออเดอร์ที่ทางลูกค้าสั่งไว้ ถือได้ว่าเป็นรายได้เสริมที่สร้างกำไรอย่างงามต่อชาวประมงและชาวบ้านในพื้นที่

ทางด้าน น.ส.ซารีป๊ะ ตำแดสา อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 291 ม.2 หมู่ที่ 2 ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล แม่บ้านรับจ้างแปรรูปแมงกะพรุน กล่าวว่า วิธีการทำไม่ยากนัก เนื่องจากนายจ้างจะสอนกระบวนการทำก่อนว่าเริ่มทำอะไรก่อน ส่วนเรื่องรายได้สามารถจุนเจือทางครอบครัวได้ดีเลยทีเดียว อย่างน้อยสุดวันละ 260-400 บาท รายได้ถือว่าพอใจเป็นอย่างมากสำหรับแม่บ้านที่ว่างงานในช่วงนี้ ซึ่งอาชีพเสริมแบบนี้จะทำปีละ 1 หน การทำแต่ละครั้งจะดูว่าแมงกะพรุนในปีนี้เยอะหรือเปล่า บางครั้งก็ทำแค่ 1 เดือน แต่บางครั้งก็ 2 เดือน แต่ละปีจะไม่เหมือนกัน


นางสาวซารีป๊ะ ตำแดสา

นายปรีชา ยีละงู อายุ 53 ปี ชาวประมงหาแมงกะพรุน กล่าวว่า สำหรับการหาแมงกะพรุนในทะเล เราต้องออกเดินทางจากฝั่งไปประมาณ 3 ไมล์ถึงจะพบกับแมงกะพรุน หนึ่งวันสามารถตักแมงกะพรุนได้ประมาณ 200-300 ตัวต่อ 1 รอบ ซึ่งจะออกมาหาแมงกะพรุนทุกปี ปีนี้ถือได้ว่ามีแมงกะพรุนเยอะมากกว่าปีที่แล้ว

ส่วนทางด้าน นายอาหรีด นาคา อายุ 56 ปี ผู้ประกอบการจากระนอง กล่าวว่า แมงกะพรุนนี้จะส่งต่อไปขายพ่อค้าคนกลางที่มหาชัย โดยเริ่มลงพื้นที่ในการหาแมงกะพรุนตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ และสิ้นสุดที่สตูล แต่ละที่จะอยู่ไม่นาน มาประมาณ 2 เดือน เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละที่ไม่เหมือนกัน เมื่อแมงกะพรุนหมด ก็จะสลับเปลี่ยนที่กันไป ทางเราจะรับรับซื้อตัวละ 6 บาท ชาวบ้านจะได้รายได้วันละไม่เกิน 3,000 บาทต่อลำ ในส่วนของค่าเช่าที่ริมหาดจะนำรายได้ไปให้สาธารณะ เช่น มัสยิดในพื้นที่ ถือว่าได้ช่วยเหลือชาวบ้านในส่วนตรงนี้ ส่วนมากประเทศเกาหลีจะชอบกินแมงกะพรุนลอดช่อง โดยนำไปบริโภคเป็นเมนูต่างๆ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


ผลสำรวจเผยสภาพอากาศ?นิวเดลี?เลวร้ายที่สุดในโลก



การสำรวจ100 เมืองทั่วโลกที่มีปัญหาด้านมลพิษทางอากาศของกรีนพีซ และไอคิว แอร์วิชวล ไม่พบว่ากรุงเทพฯ หรือเมืองต่างๆในประเทศไทยอยู่ในกลุ่มมีสภาพอากาศเลวร้ายที่สุด

กรีนพีซและไอคิว แอร์วิชวล รายงานตรงกันว่า กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย เป็นเมืองหลวงที่มีสภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก โดยปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ที่กรุงนิวนิวเดลีโดยเฉลี่ยสูงแตะระดับ 113.5 ไมโครกรัมต่อลูกบากศก์เมตรเมื่อปีที่แล้ว มากกว่าเมืองหลวงในประเทศอื่นๆทั่วโลก

ขณะองค์การอนามัยโลก หรือดับเบิลยูเอชโอ กำหนดค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 สำหรับเกณฑ์คุณภาพอากาศที่ใช้ได้ไว้ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และดับเบิลยูเอชโอ ยังจัดอันดับ 100 เมืองของโลก ที่มีปัญหามลพิษทางอากาศรุนแรง พบว่าแต่ละปี มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร 7 ล้านรายจากปัญหาฝุ่นควัน ถือเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของประชากรโลกก่อนวัยอันควรอันดับที่ 4

อย่างไรก็ตาม การสำรวจ100 เมืองทั่วโลกที่มีปัญหาด้านมลพิษทางอากาศของกรีนพีซ และไอคิว แอร์วิชวล ไม่พบว่ากรุงเทพฯ หรือเมืองต่างๆในประเทศไทยอยู่ในกลุ่มดังกล่าว แต่ผลการศึกษาช่วงก่อนหน้านี้ บ่งชี้ว่า 95% ของเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีปริมาณฝุ่นPM2.5 สูงกว่าเกณฑ์ของดับเบิลยูเอชโอ ส่วนในภูมิภาคเอเชียใต้นั้น มีแค่ 10 เมืองเท่านั้นที่สภาพอากาศผ่านมาตรฐานของดับเบิลยูเอชโอ

***************************************************

กรมชลฯ? คาดปีนี้แล้งหลายพื้นที่ วอนประหยัดน้ำ



กรมชลฯ? คาดปีนี้แล้งหลายพื้นที่? กินเวลานานมากขึ้น วอนประหยัดน้ำ

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการ-กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมทางไกลออนไลน์ (Web Conference) จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การมอบนโยบายด้านการเกษตร ให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อมอบนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในส่วนของกรมชลประทาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบให้เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทุกโครงการชลประทานจังหวัด จัดทำข้อมูลสำรวจและวางแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำต้นทุนที่กรมชลประทานรับผิดชอบดูแล รวมไปถึงแหล่งน้ำธรรมชาติในเขตชลประทาน ทั้งนี้ขอให้ประเมินด้วยว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณน้ำเพียงพอหรือไม่ และพื้นที่ใดที่มีความอ่อนไหวหรือเสี่ยงต่อปัญหาการขาดแคลนน้ำ ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทาน ให้บูรณาการทำงานร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน และเกษตรจังหวัด ในการดำเนินการสำรวจแหล่งน้ำในพื้นที่ว่ามีอะไรบ้าง เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วไม่เพียงพอให้พิจารณาว่าอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรืออ่างเก็บน้ำอะไรบ้าง สามารถขุดชักน้ำมาใช้ได้หรือไม่ หรือสำรวจดูว่ามีบ่อน้ำบาดาลในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ หากไม่มีจริงๆ ให้คำนึงถึงความจำเป็นที่จะต้องขนส่งน้ำไปให้ประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ด้วย แต่ทั้งนี้ขอให้พิจารณาดำเนินการชักน้ำ หรือสูบน้ำ รวมทั้งให้จัดทำแผนการใช้เครื่องสูบน้ำ ก่อนที่จะทำการขนส่งน้ำไปให้พื้นที่ขาดแคลนน้ำ

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้รวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำ จัดทำเป็นรายงานสรุปนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดให้รับทราบถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการดำเนินการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมชลประทาน จัดเตรียมและกระจายเครื่องจักร-เครื่องมือ เข้าไปประจำไว้ในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งให้ทั่วถึง พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที รวมทั้ง ได้เน้นย้ำถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดน้ำ การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชใช้น้ำน้อย การรายงานสถานการณ์น้ำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยการสื่อสารผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน เพื่อให้ข่าวสารเรื่องน้ำเผยแพร่ไปยังประชาชนอย่างทั่วถึง อีกทั้ง ยังได้สั่งการให้ทำการสำรวจพื้นที่ หรือสำรวจหาตาน้ำที่ยังมีน้ำไหลออกมาพอสมควร เพื่อหาจุดที่เหมาะสมในการสร้างฝายเก็บกักน้ำไว้ใช้อีกทางหนึ่งด้วย
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า

เลยแล้งจัดรอบ32ปี ชลประทานเร่งเติมน้ำทำประปาหวั่นขาดน้ำ

6 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน ขณะนี้ระดับน้ำลดต่ำ เนื่องจากน้ำในอ่างเก็บน้ำหมานตอนบน ได้เกิดแห้งขอดและแห้งมากที่สุดในรอบ 32 ปี หลังจากการสร้างอ่างเก็บน้ำมา ชาวบ้านใน 4 หมู่บ้าน ในตำบลน้ำหมานได้รับผลกระทบนักท่องเที่ยวหาย แพล่องไม่ได้ ด้านเกษตรขาดน้ำอย่างหนัก พืชรอแห้งตาย อ่างเก็บน้ำหมาน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาภูมิภาคจังหวัดเลย เป็นแหล่งน้ำหลัก สำหรับทำประปา แต่วันนี้กลับต้องหาวิธีเพิ่มน้ำดิบเพื่อนำไปใช้ในอีกไม่กี่เดือน



นายคมสัน จำรูญพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดเลย ลงพื้นที่โครงการชลประทานเลย เพื่อตรวจพื้นที่และวางแผนการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร บริเวณแม่น้ำเลย ในพื้นที่อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ซึ่งจังหวัดเลยได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยแล้ง และภาคการเกษตรมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งเพื่อไม่ให้เกษตรกรประสบภัยพิบัติจากภัยแล้งให้มากที่สุด

ด้านนายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเลย กล่าวว่า ขณะนี้ทางโครงการชลประทานเลยได้มีการปรึกษากับการประปาจังหวัดเลย เพื่อร่วมกันจัดสรรน้ำดิบจากแหล่งน้ำสายหลักคือ แม่น้ำเลยที่ไหลมาจากอ่างน้ำเลย เพื่อสูบน้ำขึ้นมาเป็นนำดิบ ป้อนให้ระบบประปาจังหวัดเลย ผ่านคลองส่งน้ำส่งไปยังบ่อน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดเลย วันละ 10,000 ลูกบาตรเมตร โดยจะสูบเพิ่มไปจนกว่าระดับในอ่างเก็บน้ำหมานจะดีขึ้น หรือระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำน้ำหมาน จะมีน้ำเติมลงมาเพื่อที่จะสามารถป้อนน้ำให้กับระบบประปาได้

ซึ่งตามแผนที่วางไว้ เพื่อเตรียมน้ำดิบให้ระบบประปาทั้งจังหวัดเลย ซึ่งมีความสำคัญมากในระบบสาธารณูโภค สิ่งสำคัญที่สุดเพื่อรองรับการขาดน้ำในระบบประปา ที่อาจจะเหลือน้อยในอีก 2 เดือน ที่ต้องมีความต้องการน้ำประปาเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน เพราะมีการใช้น้ำที่มากขึ้นหลายเท่าตัว ตรงนี้ทางโครงการชลประทานเลยและประปาจังหวัดเลยจะต้องเตรียมการไว้



******************************************************


5 จว.เหนือ?ฝุ่นพิษ?เกินค่า งัดกฎเหล็กคุมเข้ม-ประกาศเขต?ห้ามเผา?

5 จว.เหนือ?ฝุ่นพิษ?เกินค่า งัดกฎเหล็กคุมเข้ม-ประกาศเขต?ห้ามเผา?

6 มี.ค.62 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลคุณภาพอากาศกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 เวลา 05.00 น. พบว่า ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เกินค่ามาตรฐาน 100 ใน 5 จังหวัด ได้แก่

+ เชียงราย (ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย)

+ ลำปาง (ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ)

+ แม่ฮ่องสอน (ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน)

+ น่าน (ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ)

+ พะเยา (ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา)

โดยมีค่า PM2.5 ระหว่าง 54 - 73 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 72 ? 113 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI มีค่าระหว่าง 109 ? 157 ซึ่งคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสาน 5 จังหวัดภาคเหนือดังกล่าวดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงจัดเจ้าหน้าชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยฉีดพ่นน้ำลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อีกทั้งดำเนินมาตรการควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด โดยพื้นที่ป่าไม้ เน้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบจุดไฟเผา พื้นที่เกษตรกรรมให้กำหนดช่วงเวลา จัดระเบียบการเผา และประกาศเขตห้ามเผา ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อป้องกันสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน

สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุมให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน รวมถึงใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันมิให้สูดดมฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานแก้ไขปัญหาโดยด่วนต่อไป
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ



งานเข้ามาสเตอร์เชฟ! ปมร้อน"ปลากระเบน" OTOP บอกใช้คนละพันธุ์ กูรูฟันธงหายาก

ประเด็นร้อนแรงวันนี้คงหนีไม่พ้น เรื่อง ?ปลากระเบน? หลังจากที่ ?มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์? รายการแข่งขันทำอาหารชื่อดัง ได้นำปลากระเบนมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำอาหารของผู้เข้าแข่งขัน เพื่อค้นหาผู้ที่จะเข้ารอบต่อไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ คุณทัศพล กระจ่างดารา นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงอันดามันตอนบน (ภูเก็ต) ถึงเรื่องนี้



รู้จัก ?ปลากระเบน?

ปลากระเบนนั้นมีหลากหลายชนิด คุณทัศพล นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ จากกรมประมง อธิบายว่า จากในรายการ ?มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์? ที่เห็นเป็นปลากระเบน 3 ตัว โดยตัวบนสุด มีลายจุด คือ "กระเบนนก" (Eagle ray) ในสกุล Aetobatus ส่วนตัวซ้ายและขวา เป็น "กระเบนธง" (Stingray) ซึ่งตัววัตถุดิบที่ใช้ไม่น่าจะเป็นชนิดที่มีอยู่ในประเทศ เนื่องจากปลากระเบนนกในประเทศไทย ลายจุดไม่เยอะขนาดนี้ จึงน่าจะเป็นของต่างประเทศ หรืออาจจะจับจากนอกน่านน้ำไทยแล้วมาขึ้นที่ท่าประเทศไทยก็ได้ ส่วนอีก 2 ตัว อาจจะเป็นปลาในประเทศ


ส่วน ?กระเบนยี่สน? หรือเรียกอีกชื่อว่า ?กระเบนจมูกวัว? เป็นกระเบนที่มีปลายปาก 2 ลอน โดยกระเบนยี่สนจะพบอยู่ 2 ชนิด ส่วนกระเบนนก พบอยู่ประมาณ 4 ชนิด แต่ชนิดที่จับได้หลักๆ มีอยู่ชนิดเดียว คือ กระเบนนกชนิด Aetobatus ocellatus รูปทรงของปีกจะคล้ายกัน

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

งานเข้ามาสเตอร์เชฟ! ปมร้อน"ปลากระเบน" OTOP บอกใช้คนละพันธุ์ กูรูฟันธงหายาก (ต่อ)



นอกเหนือจากนี้ ยังมีปลากระเบนหวาน โดยจะใช้พวกปลากระเบนขนาดเล็ก หรือกระเบน ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลากระเบนธง

?ปลาชนิดหนึ่งจะมีชื่อไทยหลายชื่อ อาจจะซ้ำซ้อนก็ได้ บางพื้นที่อาจจะเรียกกระเบนนกว่ากระเบนยี่สนก็ได้ ซึ่งถือว่าเป็นชื่อท้องถิ่น ดังนั้นควรจะใช้ชื่อวิทยาศาสตร์เป็นตัวแทน ซึ่งจะระบุชัดเจนและถูกต้องถึงชนิดมากกว่า" นักวิชาการประมง อธิบาย



ด้าน ดร.นันทริกา กล่าวเสริมว่า ปลากระเบนนก ลักษณะที่คนชอบกัน คือ เหินได้เหมือนบินในน้ำ มีเงี่ยงแหลม อายุของกระเบนไม่มีบันทึกแน่นอน และยังไม่มีใครศึกษากันจริงจัง แต่สัตว์จำพวกปลากระดูกอ่อนเป็นสัตว์โบราณ มีอายุอยู่ได้หลายสิบปี การอาศัยส่วนมากจะอยู่ในน้ำลึกและไม่ลึก อยู่รวมกันเป็นฝูง

ทั้งนี้ ปลากระเบนนก ถูกจัดอยู่ในตระกูลปลากระดูกอ่อน ร่วมกับปลาฉลาม โดยลักษณะทั้งตัวจะไม่มีกระดูกแข็ง มีแต่กระดูกอ่อน ทางกรมประมงเก็บข้อมูลมา มีประมาณ 130 ชนิด ในเมืองไทยมีประมาณนี้ โดยจะไม่แยกฉลามกับกระเบน เพราะจะมีบางตัวที่อยู่กลางๆ เช่น ปลาโรนัน ปลาโรนิน ไม่ใช่ฉลามและกระเบน แต่จัดอยู่ใน ?กลุ่มปลากระดูกอ่อน? เหมือนกัน

ที่สำคัญ คือ สัตว์ในตระกูลปลากระดูกอ่อนทั้งหมด ไม่ใช่แค่กระเบนอย่างเดียว เข้าข่ายมีความเป็นไปได้ที่จะลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว



เนื้ออร่อย ราคาแพง ประมงไม่ล่า แต่ปลาติดอวน

คุณทัศพล กล่าวต่อว่า สำหรับปริมาณประชากรปลากระเบนในประเทศไทยมีไม่ได้มาก โดยปลากระเบนและปลาฉลามถูกจัดในกลุ่ม ?ปลากระดูกอ่อน? ซึ่งในประเทศไทยมีฉลามอยู่ 86 ชนิด และกระเบน 92 ชนิด บางชนิดเคยมีรายงานการเจอแค่ครั้งเดียวและตัวเดียว ถือว่าเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างหายาก เพราะประชากรในธรรมชาติทั้งฉลามและกระเบนมีค่อนข้างน้อย และถูกจับได้จากการประมงน้อยมาก เมื่อคิดเป็นสัดส่วนกับสัตว์น้ำที่จับได้ทั้งหมด

ปัจจุบันทางกรมประมงได้ประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมือจากชาวประมงว่า หากติดฉลามหรือกระเบนขนาดใหญ่มา และพบว่ายังมีสภาพแข็งแรงอยู่ให้ปลดออกจากอวนและปล่อยกลับสู่ทะเล ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากชาวประมงอย่างดี

?ปัจจุบันทั้งกระเบนนกและกระเบนธง จะพบตามเเพปลาเกือบทุกวัน เพียงแต่ปริมาณการจับไม่มาก เนื่องจากประชากรในธรรมชาติค่อนข้างน้อยและถูกจับได้น้อย เมื่อติดเครื่องมือประมงมา ส่วนใหญ่จะตาย ก็มีการนำมาขายเพื่อบริโภค" นักวิชาการประมง กล่าว


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

งานเข้ามาสเตอร์เชฟ! ปมร้อน"ปลากระเบน" OTOP บอกใช้คนละพันธุ์ กูรูฟันธงหายาก (ต่อ)



กระเบนอยู่ในกลุ่ม CITES 3 เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ดร.นันทริกา กล่าวว่า ปัจจุบันกระเบนในเมืองไทยหายากขึ้นเรื่อยๆ โดยอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ไซเตส (CITES) ปลากระเบนอยู่ในกลุ่มไซเตส 3 เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ยังไม่ถึงขั้นที่ว่าเป็นไซเตส 1 หาไม่ได้อีกแล้ว เพียงแต่ว่าปลากระเบนมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ

ในเมืองไทยสามารถพบได้ โดยปลากระเบนจะอาศัยอยู่ในแถบเอเชียแปซิฟิก และเป็นสิ่งที่นักดำน้ำดีใจถ้าได้เจอปลากระเบน เพราะไม่ได้เจอกันง่ายเหมือนปลาทั่วๆ ไป สำหรับจำนวนปลากระเบนในประเทศไทยไม่มีใครรู้ เพราะความรู้เรื่องปลากระเบนมีน้อยมาก ถึงได้ใกล้จะสูญพันธุ์





กระเบน เลี้ยง-เพาะพันธุ์ยาก ใช้พื้นที่กว้าง

ปัจจุบันมีการช่วยเรื่องขยายพันธุ์ปลากระเบนอย่างไรบ้างนั้น ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ เผยว่า พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแห่งมีปลากระเบนออกลูกมาบ้าง เป็นลักษณะที่ไม่ได้ตั้งใจเพาะพันธุ์ แต่ก็น้อยมาก

เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้มีแผนเพาะพันธุ์ปลากระเบนคืนสู่ธรรมชาติ เนื่องจากทำได้ยาก ใช้พื้นที่เยอะ ปลากระเบนที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ บางครั้งเวลาตกใจก็จะพุ่งชนผนัง หรือว่ายขูดกับผนัง เพราะเคยชินเวลาอยู่ในท้องทะเลกว้างๆ จึงค่อนข้างที่จะเลี้ยงยาก



กฎหมายยังติดขัด "กระเบน" ยังไม่ถูกคุ้มครอง

ปัจจุบันปลากระเบนเจ้าพระยา เป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการคุ้มครอง แต่ก็ใช้เวลามากกว่าจะผ่านกฎหมายนี้ออกมา นอกจากนี้ ยังมีปลาโรนินด้วย ส่วนโรนันยังไม่ได้คุ้มครอง

สำหรับกระเบนนกนั้น ยังไม่ใกล้ที่จะเข้าในกฎหมาย เนื่องจากยังติดปัญหาในส่วนของการประมงที่มีความเป็นห่วงว่า หากจับปลาแล้วเกิดมีปลากระเบนมาติดอวน หรือเครื่องมือประมง แต่ชาวบ้านไม่ได้ตั้งใจที่จะจับมา จะมีความผิด และถ้าไปประกาศหมดทุกชนิดก็คงจะใช้เวลาพอสมควร ซึ่งความจริงหากชาวประมงจับได้ตัวสองตัว ก็ยังไม่ถือว่าเป็นการคุกคาม แต่ถ้าโปรโมทให้มีการกินปลาชนิดนี้เยอะๆ นี่คือสิ่งที่เป็นห่วง

?ตามกฎหมาย ยังไม่ได้คุ้มครอง ซึ่งรายการไม่ได้ทำผิด แต่ลักษณะเดียวกับ หูฉลามที่ไม่ได้คุ้มครอง แต่ทั่วโลกพยายามขอให้มีการอนุรักษ์ไว้ รณรงค์ไม่ให้กินหูฉลาม เพราะเป็นสัตว์ที่ยังไม่สามารถที่จะเพาะพันธุ์ได้ เป็นสัตว์ที่มีโอกาสที่จะสูญพันธุ์ ถึงแม้ว่าปลากระเบนค้างคาวจะไม่ได้เป็นกระเบนที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นสัตว์ที่ยังไม่สามารถชดเชยให้กับธรรมชาติได้? ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ ให้ความเห็น
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,827
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

งานเข้ามาสเตอร์เชฟ! ปมร้อน"ปลากระเบน" OTOP บอกใช้คนละพันธุ์ กูรูฟันธงหายาก (ต่อ)



ห่วงสื่อโปรโมท เพิ่มคนจับ อนาคตสัตว์หายากสูญพันธุ์

การนำปลากระเบนมาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร โดยเฉพาะออกรายการโทรทัศน์นั้น มองว่า แม้ว่าปลากระเบนจะไม่ได้อยู่ในกฎหมายคุ้มครองสัตว์ แต่เนื่องจากเป็นสัตว์หายาก และกำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว จึงไม่อยากให้คนกินเยอะ

ส่วนการที่ออกสื่อโปรโมทให้คนทำอาหารจากสัตว์หายากไม่ใช่แค่ปลากระเบน ฉลาม ยังมีสัตว์อื่นๆ อีกนั้น จะทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สัตว์หายากเหล่านี้หมดไปจากโลกเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ ใช้สัตว์ที่สามารถเพาะพันธุ์ได้ มีจำนวนมากอยู่ในธรรมชาติ ไม่อยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นห่วงคือ เมื่อมีการโปรโมทให้มีการทำอาหารจากสัตว์เหล่านี้ จะส่งผลให้มีคนจับเพิ่มมากขึ้น และจะค่อยๆ หมดไป

?จริงๆ เราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมคนถึงกินปลากระเบน อาจจะเพราะว่ามันหายากหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่จริงมันก็ไม่ได้อร่อยไปกว่าเนื้อปลาทั่วไป ซึ่งลักษณะของเนื้อปลากระเบนคล้ายๆ ที่กินหูฉลาม จะเป็นแผ่นๆ เส้นๆ เพราะว่าเป็นกระดูกอ่อน แต่เราก็ไม่อยากสนับสนุนให้กินอะไรที่มันเพาะพันธุ์ยังไม่ได้และกำลังลดจำนวนลงไปเยอะๆ และก็ถือว่าเป็นสัตว์ทะเลหายากชนิดหนึ่ง? ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ กล่าว



กสทช. เผย ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่อาจไม่เหมาะสม

ด้าน พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า การทำรายการโทรทัศน์จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเรื่องการนำเสนอไม่ให้ผิดกฎหมาย ในส่วนของรายการ ?มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์? นั้น การนำปลากระเบนค้างคาวมาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารของผู้แข่งขัน ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ในมุมของนักอนุรักษ์อาจจะเกิดความไม่เหมาะสม

ดังนั้นต้องมีคนร้องเรียนมาทาง กสทช. และหาความเห็นของนักวิชาการ นักอนุรักษ์มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องปลากระเบน ซึ่งในฐานะ กสทช. ถ้าไม่ได้ผิดกฎหมายคงดำเนินการเอาผิดไม่ได้ ในกรณีนี้เป็นเรื่องของความเหมาะสม เพราะบางทีกฎหมายอาจจะไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน



ล่าสุด ทางรายการ ?มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์? ได้ออกมาชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ปลาที่ใช้เป็น ?ปลายี่สน? หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ?ปลากระเบนเนื้อดำ? หรือ ?ปลากระเบนค้างคาว? ถือเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารในหลากหลายเมนู ซึ่งมีขายแพร่หลายตามท้องตลาด ปลายี่สนผัดหวาน ในปัจจุบันเมนูดังกล่าวยังติดอันดับ OTOP 5 ดาว ของจังหวัดเพชรบุรี



เจ้าของ OTOP ปัด ใช้ปลาคนละชนิดกับมาสเตอร์เชฟ

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง เจ้าของผลิตภัณฑ์ OTOP เจ้าดังในจังหวัดเพชรบุรีที่ทำ "ปลายี่สนผัดหวาน" ออกขายสู่ตลาด ทราบว่า ใช้วัตถุดิบเป็นปลายี่สนลักษณะคล้ายปลากระเบน โดยซื้อมาจากชาวประมงท้องถิ่นในจังหวัด ราคากิโลกรัมละ 300 กว่าบาท นำมาปรุงขายตั้งแต่รุ่นยายทวด ขายมา 60 ปี ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว โดยปลายี่สนผัดหวานเป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่ปี 2547 ขายกระปุกละ 2 ขีด 140 บาท หรือกิโลกรัมละ 700 บาท

?สำหรับปลายี่สนที่ใช้นั้น ลักษณะคล้ายปลากระเบน แต่จะคาวน้อยกว่า ได้เนื้อเยอะ เนื้อฟู ซึ่งเมื่อวานก็ได้ดูรายการมาสเตอร์เชฟ แต่ปลายี่สนที่ใช้ทำเมนูดังของร้านกับในรายการมาสเตอร์เชฟนั้น เป็นปลาคนละชนิดกัน? เจ้าของผลิตภัณฑ์ OTOP กล่าว.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:45


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger