เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันกับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 14-17 มีนาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9 ? 10 มี.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ส่วนในช่วงวันที่ 11-15 มีนาคม 2562 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 9 ? 10 มี.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากมีอากาศร้อนขึ้น โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในตอนกลางวัน ส่วนในช่วงวันที่ 11-15 มี.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้น และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (75.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (100.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (219.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake_Foreign.jpg (102.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


เรือเฟอร์รีญี่ปุ่นชนวาฬ ขณะบรรทุกผู้โดยสารนับร้อย เจ็บกันระนาว



เรือเฟอร์รีญี่ปุ่นชนวาฬ ? เมื่อ 9 มี.ค. บีบีซี รายงานว่า เกิดเหตุเรือสปีดเฟอร์รี หรือเรือข้ามฟากความเร็วสูง ไปยังเกาะซาโดะ ชนเข้ากับสัตว์ทะเลที่คาดว่าเป็นวาฬ กลางทะเลญี่ปุ่น มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 87 คน ในจำนวนนี้ บาดเจ็บสาหัส 13 คน ขณะที่ยังรู้สึกตัว

เจ้าหน้าที่ยามฝั่งของญี่ปุ่นรุดเข้าช่วยเหลือแล้ว ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เรือลำดังกล่าวน่าจะชนเข้ากับปลาวาฬหลังค่อม ไม่ก็วาฬมิงก์ เพราะเป็นฤดูกาลโยกย้ายถิ่นของมัน

ผู้โดยสารคนหนึ่ง ระบุว่า เรือชนเข้ากับอะไรบางอย่างกลางทะเลอย่างรุนแรง ตนเห็นผู้โดยสารอีกคนมีเลือดไหลออกมาด้วย ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่าเรือเสียหายบริเวณด้านหลัง แต่กัปตันตัดสินใจขับเรือต่อไปยังจุดหมายพร้อมผู้โดยสาร 121 คน เพื่อรีบนำผู้โดยสารส่งโรงพยาบาล



เรือดังกล่าวเป็นเรือปีกน้ำขับเคลื่อนด้วยความเร็วแบบไฮสปีด หรือเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เดินทางออกจากท่าเรือนิอิงาตะมุ่งหน้าไปเกาะซาโดะ ผู้จัดการเรือเผยว่า การชนดังกล่าวทำให้เกิดรอยแตกท้ายเรือ 15 เซนติเมตร

ขณะเดียวกัน บริษัท ซาโดะ สตีม ชิป ผู้จัดการบริการเรือข้ามฟากดังกล่าว แถลงขอโทษผู้โดยสารแล้ว


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2293182

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


ระบบนิเวศสมบูรณ์! ผู้ว่าฯตรังพร้อมคณะบินสำรวจพะยูน พบอาศัยฝูงใหญ่'เกาะลิบง'

ผู้ว่าฯตรังพร้อมคณะบินสำรวจพะยูน พบประชากรเพิ่มขึ้น บางส่วนอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง และมีพะยูนแม่ลูกว่ายน้ำอยู่ด้วยกัน แต่ก็พบว่ายังมีชาวประมง ไปจับสัตว์น้ำบริเวณแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งทำให้เป็นอันตรายกับพะยูน



7 มี.ค.62 ตามที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้ส่งนักวิชาการกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก และนักบินจิตอาสาชาวอังกฤษ นำเครื่องบินเล็กขนาด 2 ที่นั่ง มาทำการบินสำรวจพะยูนในทะเลตรัง ซึ่งเป็นการบินสำรวจต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 12 แล้ว เพื่อนับจำนวนประชากรพะยูน ในบริเวณแนวเขตพื้นที่หญ้าทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศไทย คือบริเวณเกาะมุก เกาะตะลิบง ทั้งนี้เพื่อนับจำนวนประชากรพะยูนที่เหลือแต่ละปี ด้วยการนำเอาจำนวนพะยูนที่บินพบแต่ละเที่ยวบินไปคำนวณหาค่าเฉลี่ย ก็จะสามารถประมาณการจำนวนประชากรพะยูนที่เหลือได้

และเพื่อนำข้อมูลมาพยากรณ์ว่าจำนวนของพะยูนที่พบหรือหายไป จะสามารถบอกสถานการณ์ของพะยูนในอนาคตได้ว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายาก ที่ขณะนี้เหลือฝูงใหญ่ที่สุดคือที่จังหวัดตรัง โดยเมื่อปี 2561 จากการบินสำรวจพบประชากรพะยูนในจ.ตรังมีประมาณ 171 ตัว แต่ในปีนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้น เนื่องจากในปี 2561 มีพะยูนตายเพียง 6 ตัว แต่บางตัวก็ถูกเครื่องมือประมงและใบพัดจนตาย



ล่าสุด นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนได้ร่วมบินสำรวจกับ Mr.Eduardo Loigorri (คุณเอ็ด) นักบินอาสาสมัครชาวอังกฤษ พะยูนถือว่าเป็นสัตว์ทะเลหายาก หรือเป็นอันซีนของจังหวัดตรัง ที่มีคุณค่าต่อระบบนิเวศในท้องทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์ของห่วงโซ่อาหารในทะเล ทะเลจังหวัดตรังเป็นถิ่นอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศ จากการได้ขึ้นบินด้วยพบเห็นฝูงพะยูนเป็นจำนวนมาก บางฝูงมากกว่า 20 ตัว และพบพะยูนแม่ลูกด้วยตัวใหญ่มาก โดยเฉพาะด้านทิศตะวันออกของเกาะลิบง และอยู่ใกล้ชิดกับชุมชนด้วย แสดงว่ามีอุดมสมบูรณมาก



นายลือชัย กล่าวอีกว่า ดังนั้นเราต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถนุถนอม ทั้งพี่น้องประมงพื้นบ้านและอาชีพที่อยู่กับท้องทะเล โดยเฉพาะเรือประมงที่มีใบพัด มีเครื่องจักรจะต้องระมัดระวังไม่ให้พะยูนได้รับผลกระทบและที่สำคัญอย่าไปรบกวน เราต้องช่วยกันดูแลรักษา ซี่งก็พบว่ามีเรือประมงวิ่งฝ่าฝูงของพะยูนด้วย เกรงจะเกิดอันตรายกับพะยูน โดยปีที่แล้วบินสำรวจพบพะยูนประมาณ 171 ตัว และมีที่ตายบ้างด้วยฝีมือมนุษย์ซึ่งเราต้องช่วยกันดูแล ส่วนตัวได้เห็นด้วยตาก็จะนำข้อมูลนี้จะผลักดันไปสู่การทำยุทธศาสตร์พะยูนจังหวัดตรังให้เป็นรูปเป็นร่างให้ได้ ด้วยการจัดทำพื้นที่เซฟโซนตามที่นักบินท่านแนะนำ ซึ่งจะต้องบรรจุไว้ในแผนแม่บทของเรา ซี่งแผนแม่บทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องพะยูนก็มีอยู่แล้ว แต่เราจะถอดแบบเพื่อมาดูว่าจังหวัดตรังเราจะดูแลกันอย่างไร



"โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชน ท้ายที่สุดผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ขอบคุณคุณเอ็ดที่เป็นอาสาสมัครมาทำงานช่วยเหลือพื้นที่อันดามันและจังหวัดตรัง มาเป็นเวลาถึง 12 ปี ตนจะถือว่านี่คือ เป็นน้ำใจของพี่น้องชาวอังกฤษที่มาทำประโยชน์ให้กับประเทศไทย เพราะท่านนำเครื่องบินมาเอง ทางเราดูแลให้เล็กน้อยเฉพาะน้ำมันเท่านั้น แต่หัวใจของท่านถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวไทยว่า เรายังมีพี่น้องชาวต่างชาติที่มาช่วยเรา ตนเองก็จะผลักดันในเรื่องนี้ในนามของรัฐบาลให้เกิดยุทธศาสตร์พะยูนให้เป็นรูปธรรมต่อไป" นายลือชัย กล่าว


https://www.naewna.com/likesara/399845

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง


เปิดอุโมงค์เชื่อมผืนป่าดงพญาเย็นมรดกโลก แห่งแรกของประเทศ! ปลื้มพบรอยสัตว์ป่านานาชนิด

รมต.คมนาคม เปิดอุโมงค์เชื่อมผืนป่าดงพญาเย็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศ!!.ปลื้มหลังพบรอยสัตว์ป่านานาชนิดและภาพจากกล้องดักถ่ายพบเสือโคร่งและสัตว์ป่านานาชนิดรอข้าม



วันนี้ 9 มี.ค.62 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมต.คมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการอุโมงค์ทางเชื่อมผืนป่า ระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กับอุทยานแห่งชาติทับลาน มรดกโลก ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยมี อธิบดีกรมทางหลวง นายอานนท์เหลือบริบูรณ์ และคณะนายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผวจ.ปราจีนบุรี , ฝ่ายปกครอง ,ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องผู้นำท้องถิ่น กู้ภัยฯให้การต้อนรับและ ร่วมงาน

สำหรับ อุโมงค์เชื่อมผืนป่าดงพญาเย็น นี้เชื่อมระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กับ อุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลกทางธรรมชาติ ด้านบนให้สัตว์เดินผ่านไป-มาหากิน-ผสมพันธ์ ส่วนด้านล่างให้ยวดยานวิ่งลอดผ่าน เป็นอุโมงค์แห่งแรกในประเทศไทย ในการขยายถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 192+015 ถึง 195+015 ระยะทาง 3 กิโลเมตร ก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) งบประมาณ 1,319.257 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญา 17 ก.ค. 2558 ขยายสัญญาอีก 2 ครั้ง แล้วเสร็จเมื่อ 26 ม.ค. 2562 รวมระยะเวลา 1,290 วัน

ประกอบด้วย อุโมงค์คู่ช่วงยาว 250 เมตร ห่างออกไปประมาณ 100-200 เมตร เป็นอุโมงค์คู่ช่วงที่ 2 ยาวอีก 180 เมตร มีขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ ด้านบนอุโมงค์ปลูกต้นไม้ให้สัตว์ป่าเดินข้ามไปมา รวมทั้งติดรั้วกั้นด้านล่างอุโมงค์ไม่ให้รถเฉี่ยวชนสัตว์ป่า



ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะเป็นสะพานยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร ยาว 570 เมตร โดยให้รถยนต์ใช้ทางยกระดับและปลูกต้นไม้ให้สัตว์ป่าลอดใต้ทางยกระดับดังกล่าว รมต.ยังได้ขึ้นด้านบนอุโมงค์เพื่อดูรอยสัตว์ป่าที่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานทับลาน ได้พบเห็นรอยเท้าสัตว์ ที่มาสำรวจพื้นที่เพื่อเดินข้ามอุโมงค์ และยังได้ร่วมกับคณะปลูกต้นรวงผึ้งอีกด้วย

รมต.ให้สัมภาษณ์ ว่า "รู้สึกดีใจที่ประเทศไทยมีอุโมงค์เชื่อมผืนป่าดงพญาเย็นแห่งแรก และไม่เสียเปล่า ทันทีที่สร้างเสร็จพบร่องรอยสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ หมูป่า,ลิง,เก้ง,กวาง,เลียงผา ล่าสุดแม้เสือโคร่ง รวม 2 ตัว โดยได้พบร่องรอยโดยสามารถบันทึกภาพจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานติดตั้งไว้ พบสัตว์ป่าเดินมาสำรวจเพื่อที่จะใช้เส้นทางสัญจร และ ใช้เป็นแหล่งหาอาหาร -แหล่งน้ำ นับว่าผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากคาดว่าอีกไม่นานเส้นทางแห่งนี้จะเส้นทางที่สำคัญทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ"



ด้าน นายประวัติศาสตร์ จันเทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า "ตามที่ได้มีการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลาน กับ อุทานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก บนถนนสาย 304 ( ปักธงชัย ? นครราชสีมา) ระหว่าง ช่วง กม.192 ? กม.195 ต.บุพรามหมณ์ ให้สัตว์ป่าเดินข้ามไป-มา ในการหากิน-ผสมพันธุ์ตลอดแนวผืนป่าดงพญาเย็น และกรมทางหลวงมีกำหนดเปิดใช้อุโมงค์อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มี.ค.62 นี้ "

ทางอุทยานแห่งชาติทับลาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทดลอง นำกล้องดักถ่ายภาพความเคลื่อนไหวในป่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเอ็นแค็ป (NCAPS) มาใช้ร่วมกับข้อมูลจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ โดยกำหนดเป็นเส้นทางเดินเท้าเข้าออกจากป่า และใช้กล้องดักถ่ายภาพความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ , ล่าสัตว์ป่า โดยทำการติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ซึ่งกล้องตัวนี้จะส่งภาพถ่ายแบบเรียลไทม์ถึงเจ้าหน้าที่ทันทีหากมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 1 นาที

ได้นำกล้องมาวางดักบนเส้นทางที่คาดว่าสัตว์ป่า จะเดินผ่านบนอุโมงค์หรือไม่ รวมจำนวน 4 ตัว บนความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีระบบกล้องเอ็นแคป (NCAPS) มาใช้ พบว่าประสิทธิภาพของกล้องเอ็นแค็ป ตอนนี้ไมได้ใช้เป็นผู้ช่วยเฝ้าระวังคนตัดไม้,ล่าสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังเฝ้าคนลักลอบจุดไฟเผาป่า เฝ้าระวังช้างป่า และติดตามพฤติกรรมของสัตว์ป่าในอุโมงค์เชื่อมผืนป่าทับลาน สามารถบันทึกภาพสัตว์ป่าออกมาเป็นคลิปภาพครั้งละประมาณ 10 วินาที



สัตว์ป่าที่พบ มีหลายชนิด ทั้งเก้ง,กวาง,เลียงผา,แมวดาว,ลิงป่า,หมี, และโดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่า "เสือโคร่ง" หน่วยวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็นได้วิเคราะห์จากภาพกล้องเอ็นแคป (NCAPS) มีจำนวน 2 ตัว มาเดินวนเวียนเข้ามาไม่ไกลจากอุโมงค์เชื่อมผืนป่าราว 3 กม.เศษ รอทำการเดินข้ามผืนป่าบนอุโมงค์เชื่อมผืนป่าแห่งนี้

ซึ่งเสือโคร่ง จะใช้พื้นที่ในการหากินมาก ราว 100 -180 ตร.กม.เศษ คาดว่าจากที่พบสัตว์ผู้ล่า "เสือโคร่ง" ดังกล่าวจะมีสัตว์ป่าอื่น ๆ อีกมาก ในการข้ามฝั่งไป-มาระหว่างบนอุโมงค์เชื่อมผืนป่าดงพญาเย็น ที่สัตว์ป่าจะข้ามไป-มาหากินที่ลำพญาธาร โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งนี้

"โดยแผนงานต่อไปกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เตรียมรองรับแหล่งอาหารสำหรับสัตว์ป่าทั้งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ อุทยานแห่งชาติทับลาน การวางแนวทางเดินให้สัตว์ป่าเดินข้ามอุโมงค์ตามแนวทางเดินอย่างปลอดภัย และ ติดตั้งกล้องเพิ่มอีก รวม 20 ตัวทั้ง 2 ฝั่งในอุทยานแห่งชาติทับลาน กับ อุทานแห่งชาติเขาใหญ่? นายประวัติศาสตร์กล่าว


http://www.banmuang.co.th/news/region/144376

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


เจ็บเฉียดร้อย! อุบัติเหตุเรือข้ามฟากญี่ปุ่นชนอย่างแรงกลางทะเล คาดคู่กรณีเป็น "วาฬ"


ภาพเรือข้ามฟากญี่ปุ่นลำประสบอุบัติเหตุชนกลางทะเล ขณะเข้าฝั่งเกาะซาโดะ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม (เกียวโด)

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ช่วงราวเที่ยงวันของวันเดียวกันนี้ เกิดอุบัติเหตุเรือข้ามฟากความเร็วสูงของญี่ปุ่นประสบเหตุชนกับสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นวาฬ ส่งผลให้ผู้โดยสารที่อยู่บนเรือข้ามฟากลำนี้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 87 ราย โดยมีอาการบาดเจ็บสาหัส 5 ราย

เจ้าหน้าที่ยามฝั่งของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อนหน้าที่เรือข้ามฟากลำนี้กำลังจะเข้าเทียบท่ายังเกาะซาโดะ หลังเดินทางออกมาจากแผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่น

สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคอ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เรืออาจจะชนเข้ากับวาฬ ซึ่งในพื้นที่บริเวณนี้มักพบวาฬหลังค่อมและวาฬมิงก์อยู่บ่อยๆ

ขณะที่ผู้โดยสารบนเรือคนหนึ่งเปิดเผยกับเอ็นเอชเคว่า เป็นการชนกระแทกที่แรงมาก มีคนหนึ่งเลือดออกด้วย

สื่อท้องถิ่นรายงานอีกว่าบริเวณท้ายเรือได้รับความเสียหาย แต่เรือข้ามฟากลำนี้สามารถนำผู้โดยสารที่อยู่บนเรือทั้งหมด 121 คน พร้อมลูกเรืออีก 4 คน เดินทางถึงจุดหมายได้โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภายนอก


https://www.prachachat.net/world-news/news-299367

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:52


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger