เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,301
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือมีฝนบางพื้นที่ โดยประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งและมีแดดจัด บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียส ยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-13 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

อนึ่ง พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "ฟานทอง" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงและสลายตัวในช่วงวันที่ 28-29 ธันวาคม 2562 โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 27 ธันวาคม 62 ? 1 มกราคม 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอุณหภูมิต่ำสุด 10-18 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-11 องศาเซลเซียส โดยในช่วงวันที่ 27 - 29 ธันวาคม 62 ภาคเหนือจะมีฝนเกิดขึ้นเป็นบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมต


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 27 ธ.ค. 62 ? 1 มกราคม 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และในช่วงวันที่ 28 ธ.ค. 62 ? 1 มค. 63 ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "ฟานทอง"" ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2562

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันนี้ (26 ธ.ค. 2562) พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "ฟานทอง" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงและสลายตัวในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 28-29 ธ.ค. 2562


โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (93.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (200.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Warning.jpg (64.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,301
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


รมว. ทส. สั่งเตรียมพร้อมเปิด "ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร" จ. ภูเก็ต ทช. เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชน



กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมเปิดศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จ. ภูเก็ต โดยได้รับพระราชทานนามอาคารว่า "ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร" จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากและเป็นแหล่งความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจ ซึ่งกำหนดพิธีเปิดในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2562 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เตรียมต่อยอดตามแนวนโยบายนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนและผู้สนใจ ต่อไป

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า นับแต่วันที่ตนได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตนได้ลงพื้นที่เพื่อติดตาม "น้องมาเรียม" พะยูนน้อยที่จังหวัดตรังเป็นภารกิจลำดับแรก ๆ เนื่องจาก ตนรู้สึกเป็นห่วงและพยายามจะผลักดันการอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากทุกชนิดให้เป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยพบสัตว์ทะเลหายากอาศัยอยู่หลายชนิด เนื่องด้วยความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในท้องทะเล ซึ่งล่าสุดก็พบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไ่ข่บริเวณหาดท้ายเหมือง สร้างความสนใจและปลุกกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากได้เป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของสัตว์ทะเลหายาก ปัญหาสำคัญประการหนึ่ง คือ การเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายากก็มีให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง ทั้งอยู่ในสภาพที่มีชีวิตและเสียชีวิตแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา ด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ ประการที่ทำให้เราต้องสูญเสียสัตว์ทะเลหายากไป สิ่งหนึ่งได้แก่ การขาดแคลนทีมผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็น รวมถึง ศูนย์ช่วยเหลือและอนุบาลสัตว์ทะเลหายากเหล่านั้น ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ริเริ่มก่อสร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จ. ภูเก็ต ตั้งแต่ปี 2561 โดยตนได้สั่งการเพิ่มเติมให้พัฒนาศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากดังกล่าว ให้เป็นทั้งศูนย์ชีวิตสัตว์ทะเลและแหล่งเรียนรู้เรื่องสัตว์ทะเลหายากด้วย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ศึกษาถึงระบบนิเวศ วงจรชีวิต รวมถึง แนวทางในการติดตามชีวิตสัตว์ทะเลหายากประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งดำเนินการและวางแนวทางการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว พร้อมสั่งการให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด



ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวเสริมว่า สถานการณ์สัตว์ทะเลหายากเกยตื้นช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยปีละ 577 ตัว ส่วนมากเป็นเต่าทะเล เฉลี่ย 341 ตัวต่อปี รองลงมา ได้แก่ โลมาและวาฬเฉลี่ย 220 ตัวต่อปี และพะยูนเฉลี่ย 16 ตัวต่อปี ซึ่งสาเหตุมาจากการเจ็บป่วยตามธรรมชาติ การติดเครื่องมือประมง หรือจากการกินขยะทะเลเข้าไป สำหรับการเตรียมการและความคิดริเริ่มก่อสตั้งศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก บริเวณศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต วงเงินในการก่อสร้าง 119,618,000 บาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 450 วัน การก่อสร้างเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ทั้งนี้ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการเสด็จเป็นองค์ประธานทรงวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากฝั่งอันดามัน เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา และได้รับพระกรุณาธิคุณพระราชทานนามอาคารว่า "ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร" พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ใช้ในการช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากที่มาเกยตื้น การชันสูตรซาก การหาสาเหตุการตาย และการวินิจฉัยโรค ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการเพื่อลดอัตราการตายของสัตว์ทะเลหายากที่มาเกยตื้น รวมถึงการอนุบาลสัตว์ทะเลหายากที่พิการ การช่วยเหลือรักษาและการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างมีคุณภาพตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล

ซึ่งศูนย์ดังกล่าวสร้างแล้วเสร็จและเปิดทำการเมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 และในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2562 นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในการเปิดอาคาร "ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร" อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เตรียมความพร้อมทั้งในทุกด้านไว้พร้อมแล้ว และหลังจากพิธิเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการ จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้ตามแนวนโยบายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง จะขยายส่วนแสดงนิทรรศการและส่วนช่วยเหลือสัตว์เพื่อให้ได้มาตรฐานและให้ประโยชน์แก่ประชาชนและผู้สนใจ คาดว่าจะสามารถรองรับผู้สนใจได้กว่า 150,000 คนต่อปี นายโสภณ ทองดี กล่าวในที่สุด


https://www.thaipost.net/main/detail/53294

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,301
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


คุยกับเชฟรอนเรื่องอนุรักษ์อ่าวไทย

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า "ยุคโชติช่วงชัชวาล" เมื่อมีการค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และนำก๊าซมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ไทยสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้มากขึ้น ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ หมุดหมายสำคัญของยุคโชติช่วงชัชวาล คือการผลิตก๊าซธรรมชาติเชิงพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกจากแหล่ง "เอราวัณ" กลางอ่าวไทย เมื่อปี 2524



โดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 40 ปีแล้ว ที่ "เชฟรอน" ดำเนินภารกิจจัดหาพลังงานในอ่าวไทย จนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ด้วยสถิติความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นผลจากมาตรฐานการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บ้านแห่งนี้ อุดมสมบูรณ์ งดงาม และคงอยู่สืบไป


จัดหาพลังงานด้วยมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก

อาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ทศวรรษของการจัดหาพลังงานในอ่าวไทย เชฟรอนให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและการปกป้องสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ทั้งการสำรวจ ติดตั้ง การเจาะ การผลิต และการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นหลังการผลิต มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ พร้อมด้วยระบบและมาตรการความปลอดภัยและปกป้องสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นในระดับมาตรฐานโลก ในทุกขั้นตอนการทำงาน เช่น ระบบการบริหารความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน (Operational Excellence Management System หรือ OEMS) ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Stewardship) มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ อาทิ การติดตามคุณภาพน้ำทะเลและสัตว์ทะเลรอบแท่น เป็นประจำทุกปี เป็นต้น


การฝึกซ้อมรับมือเหตุอัคคีภัยบนแท่นปิโตรเลียม

อาทิตย์ เน้นว่า 'บุคลากร' เป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยพนักงานของเชฟรอน รวมถึงของบริษัทผู้รับเหมา จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และมีการเตรียมพร้อมให้พนักงานมีความรู้ความสามารถในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินอยู่เสมอ มีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรอันแข็งแกร่งจากรุ่นสู่รุ่น

"อ่าวไทยเปรียบเสมือนบ้านของเชฟรอน ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งมั่นที่จะปกป้องและรักษาอ่าวไทย ให้ยังคงงดงามสืบไป เพื่อประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง ผ่านการทำงานเพื่อจัดหาพลังงานให้ประเทศอย่างมืออาชีพ มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม"


จับมือพันธมิตรอนุรักษ์ท้องทะเลไทย

นอกจากการดำเนินงานสำรวจและผลิตพลังงานในอ่าวไทยอย่างมีความรับผิดชอบแล้ว เชฟรอนยังดำเนินโครงการโดยให้พนักงานร่วมกับ ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ทำกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ในหลากหลายมิติ

โดยตัวอย่างโครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลที่เชฟรอนดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ โครงการวางทุ่นจอดเรือเพื่ออนุรักษ์แนวปะการังเกาะเต่า ที่ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 โดยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อลดการทอดสมอเรือซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการัง คืนความสมบูรณ์ และสวยงามให้ธรรมชาติ โครงการทำความสะอาดท้องทะเล ที่เชฟรอนสนับสนุนกลุ่มพนักงานของบริษัทที่เป็นนักดำน้ำ และกลุ่มนักดำน้ำอิสระจากหลายสาขาอาชีพ มาร่วมกันดำน้ำลงไปตัดและเก็บเศษอวนที่ตกอยู่ตามใต้ท้องทะเลและติดอยู่ตามแนวปะการัง ทั้งในทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่อ่าวไทย เพื่อเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำ ตลอดจนส่งเสริมอาชีพของชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย ไปจนถึงโครงการค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลภาคฤดูร้อน อบรมความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฺฏิบัติด้านนิเวศวิทยาทางทะลเป็นเวลา 1 เดือน ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน แก่นักศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมจากทั่วประเทศ ที่จะก้าวไปเป็นนักอนุรักษ์ต่อไปในอนาคต โดยดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 27 ปี และมีเยาวชนผ่านการอบรมแล้วกว่า 800 คน

โครงการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยที่เชฟรอนและพันธมิตรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั้น สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ข้อที่ 14 ?Life Below Water? ที่ว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรมากกว่า 3,000 ล้านคนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล มีกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทั้งบริเวณชายฝั่งทะเลและในทะเล ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง ขณะที่ร้อยละ 30 ของปลาทะเลในโลกกำลังถูกจับขึ้นมาในอัตราที่มากเกินกว่าความสามารถที่ปลาจะแพร่พันธุ์ได้ทัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมกันสร้างแนวทางบริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ลดการสร้างมลพิษสู่ท้องทะเล และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน


กิจกรรมปลูกป่าชายเลนโดยมีพนักงานและครอบครัวเข้าร่วม

อาทิตย์ กล่าวว่า "เชฟรอนไม่เพียงมุ่งมั่นปฏิบัติพันธกิจจัดหาพลังงานด้วยมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมระดับโลกเท่านั้น เราต้องการที่จะมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตร ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่มุ่งเน้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยที่ผ่านมาโครงการเพื่ออนุรักษ์ทะเลไทยของเราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ที่ล้วนอยากร่วมดูแลท้องทะเลไทย เพื่อเก็บรักษาความอุดมสมบูรณ์และความสวยงาม ไว้ให้กับคนรุ่นหลัง"


(มีต่อ)

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,301
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


คุยกับเชฟรอนเรื่องอนุรักษ์อ่าวไทย ..... ต่อ

ครั้งแรกกับการอนุรักษ์ทะเลไทยด้วย "ปะการังเทียมขาแท่น"


โครงการศึกษาการจัดวางปะการังเทียมจากโครงสร้างเหล็กขาแท่นจำลองโดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

เมื่อถามถึงการดำเนินโครงการในอนาคตเพื่ออนุรักษ์ท้องทะเลไทย อาทิตย์ เล่าว่า "โครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้คือการนำขาแท่นผลิตปิโตรเลียมไปจัดวางเป็นปะการังเทียม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศ โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เชฟรอน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นำเอาขาแท่นที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ไปวางเป็นปะการังเทียม บริเวณใกล้กับเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในอ่าวไทย ด้วยปะการังเทียมจากขาแท่นปิโตรเลียม"

ทั้งนี้ การจัดทำและจัดวางปะการังเทียม มีความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นอย่างมาก เพราะทำหน้าที่คล้ายแนวปะการังธรรมชาติ เป็นแหล่งอาศัย หลบภัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตนานาชนิด เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ อีกทั้งยังเป็นฐานสำหรับการลงยึดเกาะของตัวอ่อนปะการัง ช่วยฟื้นฟูความหลากหลายในท้องทะเล รวมถึงสามารถใช้ประโยชน์ในการเป็นแหล่งดำน้ำ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเล และเพิ่มทางเลือกของแหล่งดำน้ำให้นักท่องเที่ยวซึ่งมีส่วนช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับแหล่งดำน้ำที่เป็นปะการังธรรมชาติได้อีกด้วย

ปัจจุบันการนำขาแท่นปิโตรเลียมที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาทำเป็นปะการังเทียม มีการดำเนินงานอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่ถือเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทย และเป็นการต่อยอดครั้งสำคัญ หลังจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งศึกษาการใช้โครงสร้างเหล็กชนิดเดียวกับขาแท่นมาจัดวางเป็นปะการังเทียมในบริเวณอ่าวโฉลกหลำ เกาะพะงัน ไปเมื่อปีพ.ศ. 2556 ผ่านไป 6 ปี พบว่ามีส่วนช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างน่าพึงพอใจ มีสิ่งมีชีวิตมาอาศัยอยู่ในบริเวณปะการังเทียมโครงสร้างเหล็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนบริเวณพื้นผิวของโครงสร้างเหล็กก็มีปะการังและสิ่งเกาะติดอยู่เป็นจำนวนมาก กลายเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ ทั้งยังเป็นแนวป้องกันการทำประมงผิดกฎหมายจากเรืออวนลาก อวนรุน อย่างได้ผล สร้างประโยชน์ให้กับชาวประมงพื้นบ้านที่หาปลาบริเวณชายฝั่งอีกด้วย

"ท้องทะเลไทยคือสมบัติของทุกคน จึงอยากเชิญชวนให้ทุก ๆ คนช่วยกันใช้ประโยชน์จากท้องทะเลอย่างมีจิตสำนึก เพื่อให้ลูกหลานเราได้มีท้องทะเลที่สวยงาม และได้ใช้ประโยชน์ต่อไป"


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/116155

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:24


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger