เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 8 กันยายน 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยภาคแหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

อนึ่ง พายุโซนร้อน "โกนเซิน" (CONSON) ที่ปกคลุมตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันที่ 9 กันยายน 2564 และเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำลงสู่อ่าวตังเกี๋ยในช่วงวันที่ 12-13 กันยายน 2564


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8 ? 10 ก.ย. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 11 - 13 ก.ย. 64 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นมาพาดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับในช่วงวันที่ 8 ? 13 ก.ย. 64 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อนึ่ง พายุโซนร้อน "โกนเซิน" (CONSON) ที่ปกคลุมตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย คาดว่าจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันที่ 9 กันยายน 2564 และจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำลงสู่อ่าวตังเกี๋ยในช่วงวันที่ 12-13 กันยายน 2564


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 8 - 13 ก.ย. 64 ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


วอนเจ้าหน้าที่เร่งล่า! ภูเก็ตผวาจระเข้โผล่อาบแดด ชายหาดเกาะกะทะ

ผวาจระเข้ ยาว 1 เมตร ตัวดำเข้ม โผล่อาบแดดหาดทรายเกาะกะทะ ภูเก็ต ชี้จุดเดียวกับที่เคยจับได้ 2 ตัวเมื่อ 5 ปีก่อน วอนเจ้าหน้าที่เร่งล่าตัว หวั่นนักท่องเที่ยวบาดเจ็บ



เมื่อเย็นวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หาดเกาะกะทะ หมู่ 6 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตรวจสอบ หลังเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ภ.จว.ภูเก็ต รับแจ้งพบจระเข้ ขึ้นมานอนอาบแดดบริเวณหาดทรายใกล้โขดหิน เมื่อไปถึงพบ นายสมชาย ชุมรักษ์ อายุ 55 ปี ชาว อ.ถลาง พาไปชี้จุดที่พบจระเข้นอนอาบแดด พร้อมเผยว่า ช่วงบ่ายออกมาหาปลาตามปกติทุกวัน กระทั่งเดินมาถึงจุดที่พบจระเข้ ความยาวประมาณ 1 เมตร ลำตัวมีสีดำเข้ม ตอนแรกไม่คิดว่าเป็นจระเข้ คิดว่าเป็นท่อนไม้ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ จระเข้พุ่งลงทะเลเสียงน้ำกระจาย เห็นเงาใต้น้ำว่ายไปทางปากคลองเชื่อมทะเล

นายสมชาย เล่าอีกว่า บริเวณที่พบจระเข้วันนี้ จำได้ว่าเมื่อประมาณ 5 ปีก่อนก็เคยพบจระเข้มาแล้ว 2 ตัว ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับจระเข้ได้ จึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานรับผิดชอบรีบเข้ามาตรวจค้นหาจับจระเข้ตัวดังกล่าวให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ไปทำร้ายนักท่องเที่ยว ซึ่งบริเวณนี้จะมีนักท่องเที่ยวพาลูกหลานเด็กๆ มาเดินเล่นเป็นประจำ ช่วงน้ำลงถ้าไม่รู้ว่าในคลองมีจระเข้อาจลงเล่นน้ำแล้วถูกจระเข้กัดได้ หรืออาจจะสูญเสียบุคคลที่รักไป ขณะที่ตนได้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไปก็ได้รับคำบอกเล่าว่าเมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเล่นวินด์เซิร์ฟอยู่ในทะเลก็ได้เห็นเงาสัตว์คล้ายกับจระเข้ ลอยตัวอยู่ในทะเลเหมือนกัน


https://www.dailynews.co.th/news/247242/


*********************************************************************************************************************************************************


ฮือฮา!หินหนัก3โลลอยทะเลตรัง หนุ่มอุ้มเข้าฝั่งเก็บกลับบ้าน-วอนผู้รู้ตรวจสอบ

ฮือฮา หินลอยน้ำ หนุ่มใหญ่ ตกปลาริมหาดราชมงคล ตรัง พบก้อนหินหนัก 3 กิโลกรัม ลอยอยู่กลางทะเล คิดว่าอ้วกวาฬ เก็บกลับบ้านดันไม่ใช่ วอนผู้รู้ตรวจสอบ คาดเป็นหินภูเขาไฟ ไม่ได้พบเห็นได้บ่อย



เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจาก นายอมร แสงศรีจันทร์ อายุ 57 ปี เจ้าของธุรกิจตัดหญ้าและไถ่สวน ชาว อ.สิเกา จ.ตรัง ว่าพบก้อนหินประหลาดลอยน้ำได้ บริเวณหาดราชมงคลตรัง หมู่ 3 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเป็นก้อนหินสีน้ำตาล ขนาดความยาว 11 นิ้ว กว้าง 7 นิ้ว หนัก 3 กก. โดยรอบก้อนหินจะมีลักษณะเป็นรูขนาดเล็กจำนวนมากคล้ายฟองน้ำและมีซากเปลือกหอยจำนวนหนึ่งติดอยู่ และความประหลาดคือลอยน้ำได้ไม่ว่าในน้ำจืดหรือน้ำเค็ม สอบถามนายอมร เล่าว่า ไปตกปลาที่หาดราชมงคล ระหว่างกำลังเก็บคันเบ็ดเตรียมตัวกลับบ้านได้หันไปเห็นวัตถุลอยน้ำอยู่ในทะเลยืนมองอยู่พักหนึ่งรู้สึกเหมือนสิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตกำลังลอยมาหาตนพอมองดูคิดว่าเป็นฟองน้ำ

นายอมร เล่าอีกว่า แต่พอเห็นดูชัดๆ ก็เหมือนก้อนหิน แต่สงสัยว่าถ้าเป็นหินทำไมถึงลอยน้ำได้ จึงเดินลงไปดูใกล้ๆ น้ำมีความลึกประมาณ 50 ซม. ก่อนลองใช้เท้ายกขึ้นก็รู้สึกหนักมาก จึงยกขึ้นมาไว้บนรถกระบะ คิดว่าอาจเป็นอ้วกวาฬที่เคยเป็นข่าว มีราคาดีเนื่องจากเป็นก้อนหินลอยอยู่ในน้ำได้คลื่นซัดก็ไม่จม พอเก็บกลับมาตรวจสอบในข่าวระบุว่าอ้วกวาฬจะนิ่มคล้ายก้อนไขมัน ส่วนวัตถุที่ตนเก็บมาเป็นลักษณะแข็งคล้ายหินแถมมีน้ำหนักมากถึง 3 กก. จึงอยากให้มีผู้ที่มีความรู้เรื่องหินมาช่วยดูว่าเป็นอะไรกันแน่ เพราะรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ไม่กล้าเอาเข้าบ้านเกิดมาไม่เคยเจอก้อนหินนี้มาก่อน เลยตั้งใจว่าจะเก็บไว้เผื่อใครอยากมาดูเพราะเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าหินลอยน้ำได้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเป็นหินก้อนนี้จะนำโชคหรือไม่ แต่ก็ตั้งใจจะเก็บไว้ไม่อยากทำลาย

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวตรวจค้นข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เมื่อปี พ.ศ.2549 เคยมีชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 4 บ้านเกาะเคี่ยม ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง พบก้อนหินลักษณะเดียวกันในป่าโกงกาง พื้นที่หมู่ 5 บ้านเตะหลำ ต.กันตังใต้ น้ำหนักมากถึง 120 กก. และเคยเป็นข่าวมาแล้วโดยขณะนั้นมีนักนักธรณีวิทยาตรวจสอบคาดว่าเป็นหินอัคนีพุ หรือหินพัมมิช หรือหินภูเขาไฟ เกิดจากลาวา และน้ำ ผสมกัน จากการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้ลาวาเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการลดลงของแรงดันอย่างรวดเร็ว เกิดมีรูพุรนเล็กกระจายตัวกันเต็มเนื้อหิน จึงทำให้หินลอยน้ำได้


https://www.dailynews.co.th/news/246881/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


สุดล้ำ! จีนส่ง "หุ่นยนต์กระเบนปีศาจ" ทดสอบว่ายน้ำลึกกว่า 1,000 เมตร



คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคตะวันตกเฉียงเหนือ (NPU) ในนครซีอัน เมืองเอกของมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ประสบความสำเร็จในการทดสอบหุ่นยนต์ชีวประดิษฐ์รูปร่างคล้ายปลากระเบนราหูหรือปลากระเบนปีศาจ (devilfish) ที่ว่ายและดำน้ำลึกด้วยวิธีกระพือปีกราวกับนก บริเวณหมู่เกาะซีซาในทะเลจีนใต้

โดยหุ่นยนต์อ่อนนุ่ม (soft robot) รุ่นต้นแบบ มีน้ำหนัก 470 กิโลกรัม สามารถดำน้ำลึกสูงสุด 1,025 เมตร ถูกสร้างโดยจำลองรูปร่างและการเคลื่อนไหวของปลากระเบนราหู หนึ่งในนักว่ายน้ำทรงประสิทธิภาพที่สุดในธรรมชาติ

หุ่นยนต์ดังกล่าวเคยถูกนำไปใช้สังเกตการณ์สภาพแวดล้อมมหาสมุทรและดำเนินการสำรวจเรือดำน้ำในแนวปะการังที่สำคัญในหมู่เกาะซีชาแล้ว

เครดิตคลิปและข้อมูลจาก สำนักข่าวซินหัว


https://mgronline.com/travel/detail/9640000088554


*********************************************************************************************************************************************************


สะเทือนใจ! โซเชียลแชร์ภาพเด็กจับปลาดาวยักษ์จำนวนมากมาถ่ายรูป

กระบี่ - สะเทือนใจ! ภาพเด็กถ่ายรูปปลาดาวยักษ์สีจำนวนมากที่ถูกนำมาวางเรียงบนชายหาดเพื่อถ่ายรูปลงโซเชียล ห่วงกระทบระบบนิเวศ แหล่งหญ้าทะเล ขณะที่ หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เผยสั่งตรวจสอบแล้ว เชิญผู้ปกครองมาให้ข้อมูลและตักเตือน



วันนี้ (7 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลมีการโพสต์เรื่องราวของนักท่องเที่ยว จับปลาดาวยักษ์สีหลายสิบตัวตัวมาวางเรียงกันแล้วถ่ายรูป โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเป็นช่างภาพอาวุโส ประจำจังหวัดกระบี่ โพสต์ในเฟซบุุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า "เศร้าใจ เห็นภาพกองปลาดาวยักษ์เก็บมาเรียงถ่ายภาพโดยไม่รู้เรื่อง" หลังข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีชาวโซเชียลส่งภาพกองปลาดาวหลากสี โดยมีเด็ก 4 คน ยืนล้อมถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน ทำให้ชาวโซเชียลเข้ามาวิพากษ์วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม พร้อมแสดงความเป็นห่วง สงสารเด็ก การสอนให้เด็กรักธรรมชาติที่ผิด และความรู้สึกอาจติดตัวเด็กไปก็ได้ และอาจจะทำให้ปลาดาวได้รับบาดเจ็บและตายได้

นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร ที่ปรึกษาหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ ระบุว่า "เป็นการสอนแบบอย่างที่ไม่ถูกต้องให้เด็ก อีกอย่าง สัตว์ ปะการังน้ำตื้นบางชนิดมีพิษร้ายแรง ถ้าถูกตามร่างกายอาจทำให้เสียชีวิตได้" และจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า ภาพที่ปรากฏเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จุดเกิดเหตุเป็นบริเวณชายหาดอ่าวทึง หมู่ที่ 2 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นแหล่งอาศัยของปลาดาวหลากสี สวยงาม เป็นจุดเช็กอินที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ มีแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นอาหารของพะยูนที่อุดมสมบูรณ์ เนื้อที่กว่า 100 ไร่ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหวั่นพฤติกรรมเลียนแบบและกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งท่องเที่ยว

ด้านนายประยูร พงศ์พันธ์ หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวได้สั่งการให้ จนท.ชุดสายตรวจอุทยานฯ ตรวจสอบแล้ว พบว่า ตามภาพที่ปรากฏเป็นบริเวณชายหาดอ่าวทึง อยู่ในเขตอุทยานฯ ตามภาพเป็นเด็กๆ 4 คน พร้อมกองปลาดาวหลากสีหลายสิบตัว ซึ่งคาดว่าเด็กๆ เหล่านี้ไปพร้อมกับผู้ปกครอง ซึ่งการจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายรูป หรือเคลื่อนย้ายจากที่เดิมที่เขาอยู่ปกติไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำเด็กๆ

อีกทั้งการกระทำดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 16 ฐานทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่อาหาร พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ปกครอง นักท่องเที่ยวไม่ควรหยิบจับสัตว์ทะเลขึ้นมาจากน้ำ และไม่เหยียบแนวปะการัง เพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ เบื้องต้นจะนำป้ายเตือนไปติดตั้งอีกครั้ง ในส่วนตามภาพที่ปรากฏพบที่มาแล้ว ซึ่งในวันนี้จะเชิญตัวผู้ปกครองของเด็กๆ ตามภาพมาให้ข้อมูลและว่ากล่าวตักเตือนต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุด ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง ทางผู้ปกครองเด็กได้เดินทางมาพบกับนายประยูร พงศ์พันธ์ หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี พร้อมยอมรับว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนและครอบครัว ประกอบด้วย ผู้ใหญ่ 3 คน และเด็กอีก 3-4 คน ได้ไปท่องเที่ยวที่บริเวณชายหาดอ่าวทึง บ้านคลองม่วง ต.หนองทะเล ซึ่งเป็นช่วงเวลาน้ำลง ตนและครอบครัวจึงลงไปเดินเล่นบนชายหาด และ พบดาวทะเลจำนวนมาก เด็กๆ ที่ไปด้วยจึงได้จับขึ้นมาวางเรียงกันแล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพราะไม่เคยเห็น เมื่อถ่ายรูปเสร็จนำกลับไปวางไว้ที่เดิม ไม่ได้พากลับที่พัก หรือนำออกนอกเขตอุทยานแต่อย่างใด

ทาง จนท.จึงได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนว่า การกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ดาวทะเล และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศได้ ซึ่งผู้ปกครองเด็กได้กล่าวขอโทษที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนท.จึงให้ลงบันทึกไว้ เนื่องจากเป็นกระทำผิดเป็นครั้งแรก

หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า หลังจากนี้จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบในการเข้าเที่ยวชมดาวทะเลบริเวณหาดอ่าวทึง อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามจับดาวทะเลขึ้นมาถ่ายรูปโดยเด็ดขาด ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดอันตรายแก่ดาวทะเลได้ และมีความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ ด้วย


https://mgronline.com/south/detail/9640000088679

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


เก็บซากเรือ "ใต้ทะเล" หลังคดีสิ้นสุด ฟื้นฟูธรรมชาติใต้น้ำ



"กองทัพเรือ" ผนึกกำลังภาครัฐ และ ประชาชน เก็บกู้ซากเรือของกลางขึ้นจากใต้ทะเล หน้าอ่าวหาดฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี หลังอ่าวแห่งนี้ ใช้เป็นสถานที่รักษาเรือประมงของกลางที่กระทำผิดกฎหมายในทะเล

พลเรือโท โกวิท อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผบ.ทรภ.1) ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ผอ.ศรชล.ภาค1) เป็นประธานเปิด โครงการอาสาสมัครรักษ์ทะเลไทย ศรชล.ภาค 1 ดำเนินกิจกรรมรื้อถอน และทำลายซากเรือของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้ว ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล บริเวณหน้าอ่าวหาดฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พลเรือโท โกวิท อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า อ่าวฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ ตลอดจน ยังเป็นพื้นที่ใช้สนองภารกิจในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่ผ่านมาอ่าวแห่งนี้ยังได้ใช้ในการรักษาเรือประมงของกลางที่กระทำผิดกฎหมายในทะเล ด้วยระยะเวลายาวนานนับปี ทำให้เรือเหล่านี้ถูกธรรมชาติทำลาย ต้องจมลงเป็นซากปรักหักพังอยู่ใต้ท้องทะเล ส่งผลให้ทำลายทัศนียภาพ กีดขวาดเส้นทางเดินเรือ และส่งผลกระทบด้านความมั่นคง

ด้วยเหตุนี้ กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 จึงได้ผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ และภาคประชาชน ทำการเก็บกู้ซากเรือ เพื่อเร่งฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของชุมชน ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติที่สวยงาม คงความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม อย่างยั่งยืนตลอดไป


https://www.komchadluek.net/news/482505

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:00


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger