เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,991
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้

สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 28 - 29 ส.ค. และ 2 ? 3 ก.ย. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในวันที่ 30 ส.ค. ? 1 ก.ย. 64 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง






__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,991
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


วุ่นอีก! ศึกแย่งลูกหอยแครงอ่าวบ้านดอน ล่าสุดมือดีโรยเศษแก้วจับจองพื้นที่ ประมงพื้นบ้านลงตักหอยถูกบาดหลายราย

สุราษฎร์ธานี - ศึกแย่งลูกหอยแครง อ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี วุ่นไม่เลิก ล่าสุดมือดีโรยเศษแก้วลงในทะเลเพื่อจับจองพื้นที่เอาลูกหอยแครงที่เกิดใหม่ เมื่อชาวประมงพื้นบ้านลงตักถูกเศษแก้วแทงบาดได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด รอง ผอ.ศรชล.จังหวัดลงพื้นที่เจอจังๆ ถึงสะอึกพูดไม่ออก



วันนี้ (28 ส.ค) ชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำเรือประมงกว่า 100 ลำ ออกทะเลตักลูกหอยแครง อายุประมาณ 1 เดือน ในพื้นที่อ่าวบ้านดอน ที่เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ เขตอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นลูกหอยแครงที่เกิดขึ้นใหม่ในรอบที่ 4 ของปีนี้ แต่ปรากฏว่ากลุ่มชาวประมงต้องเจอกับเศษแก้ว เศษขวดจำนวนมากที่มีมือดีทุบให้แตกแล้วเอามาโยนในทะเล เพื่อครอบครองและกันพื้นที่หวังเอาลูกหอยแครงและเป็นการป้องกันชาวบ้านลงตักลูกหอยในบริเวณดังกล่าว ซึ่งคาดว่าอาจเป็นฝีมือของอดีตเจ้าคอกหอยแครงเถื่อน ในขณะเดียวกัน วันนี้มีชาวบ้านหลายคนที่ลงตักหอยไม่สวมรองเท้าได้รับบาดเจ็บไปหลายราย

สำหรับราคาลูกหอยแครงในวันนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ชาวบ้านบอกว่าในสถานการณ์โควิด-19 ยังแพร่ระบาด ออกทะเลมีรายได้นิดหน่อยยังดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ไม่มีรายได้

ในเวลาเดียวกัน นาวาเอกวศากร สุนทรนันท์ รอง ผอ.ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำเจ้าหน้าที่ออกมาตรวจความเรียบร้อย ทางชาวบ้านจึงลงทะเลใช้เครื่องมือตักหอยตักเอาเศษแก้วเศษขวดขึ้นมาให้ดู ทางรอง ผอ.ศรชล.จังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงกับอึ้งพูดไม่ออก แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จับพิกัดนำไปตรวจสอบเพื่อสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี



กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านยังได้ร้องเรียนต่อ รอง ผอ.ศรชล.ว่า ในพื้นที่ยังมีการครอบครองพื้นที่อยู่บางส่วนแต่รูปแบบการยึดครองได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยวิธีใหม่อดีตเจ้าของคอกหอยใช้วิธีผลักเสาขนำที่เป็นเสาปูนลงน้ำในลักษณะเอียงเฉียง และมีบางรายนำเอาเศษไม้มากองรวมกันเป็นสัญลักษณ์ และมีบางส่วนปักลำไม้ไผ่เป็นช่วง และมีบางส่วนนำเรือมาจอดเฝ้าพื้นที่ และมีการดัดแปลงเรือประมงขนาดกลางมาจอดลอยลำพร้อมจัดคนเฝ้าหากมีกลุ่มชาวประมงมาตักลูกหอยก็จะมาบอกกล่าวห้ามตักในบริเวณนี้ หากไม่ฟังจะยิงปืนขู่ ทำให้ชาวบ้านต่างหวาดกลัวไม่กล้าขับเรือเข้าไปใกล้เกรงจะได้รับอันตราย ซึ่งชาวบ้านได้นำผู้สื่อข่าวไปถ่ายบันทึกภาพ เพื่อยืนยันว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงว่าพื้นที่นี้ยังมีการครอบครองแต่เปลี่ยนรูปแบบไป

สำหรับพื้นที่อ่าวบ้านดอน ก่อนหน้านี้เป็นข่าวดังกรณีกลุ่มนายทุนและชาวบ้านเปิดศึกแย่งชิงลูกหอยแครงมาแล้วครั้งหนึ่ง จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ ผอ.ศรชล.ส่วนกลาง ได้ส่งกำลังทหารเรือมาเปิดยุทธการล้างบางรื้อถอนขนำเฝ้าคอกหอย และไม้ไผ่ปักแนวเขตคอกหอยเถื่อนในพื้นที่ทะเลที่เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ จนนำความสงบกลับคืนมา และได้ดำเนินการส่งมอบพื้นที่คืนให้ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีดูแลป้องกันการบุกรุกครอบครองพื้นที่เหมือนอย่างในอดีตที่ผ่านมา


https://mgronline.com/south/detail/9640000085030


*********************************************************************************************************************************************************


เมืองพัทยาเร่งคืนสภาพชายหาดหลังพายุฝนกระหน่ำ ทำผิวทรายถูกซัดหายจำนวนมาก



ศูนย์ข่าวศรีราชา - เมืองพัทยา ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเข้าฟื้นฟูสภาพชายหาดพัทยาให้กลับมาสวยงามดังเดิม หลังพายุฝนกระหน่ำเมื่อวาน ทำผิวทรายจำนวนมหาศาลถูกซัดหาย จนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่หลายจุด

จากกรณีที่ได้เกิดพายุฝนกระหน่ำอย่างหนักในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงติดต่อกันนานหลายชั่วโมงในช่วงเช้าวานนี้ จนส่งผลให้เกิดมวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลบ่าจากฝั่งตะวันออกลงสู่พื้นที่เมืองพัทยา จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในหลายจุด เช่น ถนนพัทยาสายสาม พัทยาสายสอง พัทยาใต้ รวมทั้งถนนสายชายหาดพัทยา และชุมชนอีกหลายแห่ง

สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก และยังทำให้พื้นที่ชายหาดเมืองพัทยา ซึ่งถือเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญซึ่งถูกมวลน้ำไหลบ่า กวาดผิวทรายลงทะเลนับหมื่นลูกบาศก์เมตร และยังก่อให้เกิดหลุมขนาดใหญ่หลายจุดนั้น



วันนี้ (28 ม.ค.) นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักการช่าง และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม นำเครื่องจักร รวมทั้งรถแบ็กโฮ รถตัก และกำลังเจ้าหน้าที่เร่งทำการคืนสภาพพื้นที่ชายหาดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

โดยได้ทำการขนทรายและกวาดทรายที่ไหลลงทะเลกลับขึ้นมากลบ และเกลี่ยตามหลุมทรายขนาดใหญ่ที่ถูกน้ำซัดจนเป็นแอ่งให้กลับคืนสภาพความสวยงามดังเดิม กระทั่งแล้วเสร็จในช่วงบ่ายที่ผ่านมา


https://mgronline.com/local/detail/9640000085124
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,991
Default

ขอบคุณข่าวจาก มติชน


พิษโควิด! เรือเร็วลมพระยา แจ้งหยุดให้บริการถึงธ.ค. 64



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เรือเร็วลมพระยาโพสต์ข้อความ ทางเฟซบุ๊คLomprayah Catamaranโดยระบุว่าพวกเราในนามของบริษัท เรือเร็วลมพระยา จำกัด ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจการให้บริการของเรามาโดยตลอดด้วยในระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่เกิดวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ โควิด-19 อันเป็นที่ทราบ และด้วยมีการกำหนดกฏเกณฑ์ระเบียบการอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้เกิดผลกระทบอันเลวร้ายต่อการดำเนินการของธุรกิจและกิจการต่างๆโดยทั่วไปจนมาถึงที่สุดในขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เพื่อสนองนโยบายรัฐเรื่องการรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชน อีกทั้งบริษัทไม่สามารถแบกรับสภาวะเศรษฐกิจมันซบเซาเช่นนี้ต่อไปได้อีก จึงขอหยุดพักการให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2564

ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ มีแผนจะกลับมาให้บริการอีกครั้งในวันที่ 5 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป


https://www.matichon.co.th/economy/news_2910771

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,991
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


ระทึก! เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่เร่งช่วยพะยูนบาดเจ็บ

ระทึก! เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่ เข้าช่วยเหลือพะยูนขนาดใหญ่ ยาว 2 เมตร ถูกเรือชนเจ็บหนักกลางทะเล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวไปรักษา



เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 28 ส.ค.64 นายชัยศักดิ์ แสวงผล ผู้อำนวยการกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กระบี่ ได้รับแจ้งจากชาวประมง ทางสายด่วน 1131 ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่ ว่า พบซากพะยูนลอยตายอยู่กลางทะเล ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับเกาะนก ม.7 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯจำนวน 4 นาย นำเรือตรวจการออกไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงจุดที่ได้รับแจ้งพบพะยูนขนาดใหญ่ ไม่ทราบเพศยาวประมาณ 2 เมตร ยังไม่เสียชีวิตกำลังลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ สภาพที่อ่อนล้า บริเวณกลางหลัง มีบาดแผลเป็นรอยถลอกเป็นวงกว้างขนาดใหญ่เต็มแผ่นหลัง เห็นแล้วน่าสงสาร จึงได้นำเรือไปเทียบลอยอยู่ใกล้ๆ เพื่อไม่ให้พะยูนลอยว่ายน้ำหนีไปที่อื่น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก และ จนท.อุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เข้ามารับตัวไปรักษา

ต่อมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากจังหวัดตรังได้เดินทางมากับเรือสปีดโบ๊ทของอุทยานฯ รับพะยูนตัวดังกล่าวไปรักษาและหาสาเหตุที่ทำให้เกิดบาดแผลต่อไป เบื้องต้นคาดว่าถูกเรือชน หรือไม่ก็ติดอวนจนทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจน์

นายจิรพรรณ์ ทองชุม เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่ เล่าว่า หลังจากรับแจ้งจากชาวประมงได้ประสานผู้บังคับบัญชาแล้วนำเรือตรวจการออกตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงจุดรับแจ้งพบว่าพะยูน ยังไม่ตายจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวเข้ามารับตัวไปรักษา จากการสังเกตพบว่ามีบาดแผลขนาดใหญ่ บริเวณหลังและโคนหาง ไม่ทราบสาเหตุเห็นแล้วน่าสงสารมาก


https://www.naewna.com/likesara/598246

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,991
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


รู้จัก "เต่าจักร" สัตว์ป่าคุ้มครองใกล้สูญพันธุ์ พบได้ในป่าดิบทางภาคใต้

อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ได้เผยแพร่ภาพ "เต่าจักร" หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เต่าหนาม" ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์ พบได้ในป่าดิบทางภาคใต้


ภาพ : อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี Budo Su ngai Padi National Park

อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ได้เผยแพร่ภาพ "เต่าจักร" หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เต่าหนาม" ผ่านเฟซบุ๊กเพจ อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี Budo Su ngai Padi National Park โดยภาพของเต่าจักรได้ถูกบันทึกไว้โดยเจ้าหน้าที่ ขณะที่ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "เต่าจักร" (Spiny turtle, Spiny terrapin) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Heosemys spinosa เป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทเต่าชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์เต่านา (Geoemydidae)

เต่าจักร หรือ เต่าหนาม มีสันหนาเป็นเส็นกลางแผ่นเกล็ดสันหลังทุกแผ่น และมีตุ่มหลายตุ่มบนแผ่นเกล็ดชายโครงแต่ละแผ่น เมื่อยังเป็นเต่าวัยอ่อนจะมีแผ่นเกล็ดขอบกระดองแต่ละชิ้นคล้ายหนามแหลม 1 หนามคล้ายจักร อันเป็นที่มาของชื่อ ยกเว้นแผ่นเกล็ดขอบกระดอง ที่ 4 ที่ 5 จะมี 2 หนาม โดยหนามที่ปรากฏในลูกเต่าจะค่อย ๆ หายไปเมื่อโตเต็มวัย ขาหน้าไม่มีพังผืด กระดองหลังสีน้ำตาลแดง กระดองท้องและด้านข้างแผ่นเกล็ดของขอบกระดองออกสีเหลืองหรือสีส้ม และมีเส้นลายสีน้ำตาลดำ ขาสีน้ำตาลดำเกล็ดลำตัวออกสีชมพูอ่อน ผิวสีน้ำตาลเทา ส่วนหัวสีน้ำตาล การกระจายพันธุ์ในที่ชุ่มชื้นของป่าดิบทางภาคใต้ของประเทศไทยตั้งแต่แหลมมลายูลงไป

ทั้งนี้ สถานะทางกฏหมายของเต่าจักหรือเต่าหนาม เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และสถานภาพตามธรรมชาติ เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์


https://www.nationtv.tv/news/378836298

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,991
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


อียิปต์พบฟอสซิล "อะนูบิส" ต้นตระกูลวาฬ 4 ขา ออกล่าเหมือนสุนัขแต่สะเทินบกสะเทินน้ำ


ฟอสซิลของกระดูกบางส่วนถูกพบในทะเลทรายทางตะวันตกของอียิปต์ โดยมีอายุเก่าแก่ 43 ล้านปี .......... ที่มาของภาพ,DR ROBERT W. BOESSENECKER

ทีมนักบรรพชีวินวิทยาชาวอียิปต์ เผยผลวิเคราะห์ฟอสซิลกระดูกบางส่วนของสัตว์โบราณชนิดหนึ่ง ซึ่งถูกค้นพบในทะเลทรายทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์เมื่อปี 2008 โดยชี้ว่าเป็นซากของบรรพบุรุษวาฬที่มี 4 ขา และดำรงชีวิตแบบสะเทินบกสะเทินน้ำ ในช่วงกลางของสมัยอีโอซีน (Eocene) หรือเมื่อราว 43 ล้านปีก่อน

แม้จะเคยมีการค้นพบฟอสซิลต้นตระกูลวาฬที่มี 4 ขามาแล้วในประเทศเปรู เมื่อปี 2011 แต่ฟอสซิลที่พบในอียิปต์ครั้งนี้เป็นชนิดพันธุ์หรือสปีชีส์ใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน โดยมีการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้ว่า Phiomicetus anubis ตามชื่อของเทพเจ้าแห่งความตาย "อะนูบิส" ซึ่งมีเศียรเป็นสุนัขจิ้งจอกสีดำ

มีการตีพิมพ์ผลการศึกษาข้างต้นในวารสารของราชสมาคมอังกฤษ Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences โดยทีมนักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยมานซูราของอียิปต์ระบุว่า ต้นตระกูลวาฬที่มี 4 ขาชนิดนี้ มีขนาดลำตัวยาว 3 เมตร และอาจหนักได้ถึง 600 กิโลกรัม


แผนที่แสดงจุดพบฟอสซิลวาฬ 4 ขา ในทะเลทรายทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์

พวกมันเป็นนักล่าที่มีกล้ามเนื้อส่วนหัวและกรามแข็งแกร่งทรงพลัง ซึ่งจะช่วยในการจับกินเหยื่อได้คล่องแคล่ว สามารถเดินและออกล่าบนบกได้เหมือนสุนัข ทั้งยังว่ายน้ำเก่ง ทำให้มันเป็นเพชฌฆาตที่น่ากลัวเหมือนเทพแห่งความตายสำหรับสิ่งมีชีวิตรอบข้าง ซึ่งเหยื่อของมันนั้นรวมถึงจระเข้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก และลูกของวาฬยุคดึกดำบรรพ์สายพันธุ์อื่นด้วย

นายอับดุลลาห์ โกฮาร์ นักศึกษาระดับปริญญาเอกซึ่งเป็นผู้นำทีมวิจัยในครั้งนี้บอกว่า มีการขุดค้นจนพบฟอสซิลของ "อะนูบิส" ในแอ่งที่ลุ่มต่ำฟายุม (Fayum Depression) ซึ่งอยู่ในทะเลทรายทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ที่น่าจะเคยเป็นท้องทะเลมาก่อน โดยนับเป็นการค้นพบต้นตระกูลวาฬสายพันธุ์สะเทินบกสะเทินน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของทวีปแอฟริกา


ทีมนักบรรพชีวินวิทยาของอียิปต์ กับฟอสซิลกระดูกบางส่วนของ "อะนูบิส"

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าบรรพบุรุษวาฬชนิดแรกเริ่มมีวิวัฒนาการขึ้นในแถบเอเชียใต้ เมื่อราว 50 ล้านปีก่อน โดยมีการค้นพบฟอสซิลของสัตว์ชนิดนี้ในประเทศปากีสถาน ซึ่งชี้ว่าต้นตระกูลวาฬถือกำเนิดบนบกและค่อย ๆ มีวิวัฒนาการจนกลายเป็นสัตว์ทะเลไปในที่สุด

ส่วนการค้นพบฟอสซิลของ "อะนูบิส" ในครั้งนี้ สามารถเป็นหลักฐานหนึ่งที่ชี้ว่า ต้นตระกูลวาฬเริ่มแตกแขนงวิวัฒนาการ และขยายถิ่นฐานออกไปจากมหาสมุทรของเอเชียใต้สู่ทวีปแอฟริกาและสถานที่อื่น ๆ ทั่วโลกได้อย่างไร


https://www.bbc.com/thai/international-58368548

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:21


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger