เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,644
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก บางแห่งเกิดขึ้น เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 29-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9 และ 14 - 15 พ.ค. 63 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น เนื่องจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นเข้าปกคลุม ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 13 พ.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยจะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณหัวเกาะสุมาตราจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 10 - 12 พ.ค. 63 และมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบน ส่งผลทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10 - 13 พ.ค. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมทั้งฟ้าผ่าไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในช่วงวันที่ 10 - 12 พ.ค. 63



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2563)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2563

ในช่วงวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2563 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้


ในวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2563

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด


ในช่วงวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2563

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด












__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,644
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ซ้ำเติมวิกฤตคราบน้ำมัน! แมงกะพรุนไฟทะลักตายเกยหาดแพรกเมือง จ.นครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราช - ชาวบ้านผวากลัวภาวะน้ำทะเลเป็นพิษ หลังแมงกะพรุนไฟจำนวนมากทะลักหาดหัวไทร ตายเกยหาดไม่ทราบสาเหตุ ซ้ำเติมวิกฤตคราบน้ำมัน ที่หลายหน่วยงานเคยเข้าตรวจสอบ แต่ยังไม่มีคำตอบ



วันนี้ (9 พ.ค.) ที่หาดแพรกเมือง บ้านฉิมหลา ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านแจ้งว่าพบตะกอนก้อนน้ำมันจำนวนมากถูกคลื่นซัดมารวมกัน ขณะเดียวกันตลอดแนวหาดบ้านฉิมหลา และใกล้เคียงพบแมงกะพรุนไฟจำนวนมากลอยอยู่บริเวณหน้าหาด นอกจากนั้น ยังมีอีกจำนวนมากที่ตายแล้วถูกคลื่นซัดมาเกยหาดมีลักษณะสีชมพูแดง มีสายยาวสีชมพู

ชาวบ้าน ระบุว่า แม้แมงกะพรุนเหล่านี้จะตายไปแล้ว แต่ถ้าไปจับ จะทำเกิดผื่นคันแสบร้อนอย่างรุนแรงทันที โดยตลอดแนวหาดมีแมงกะพรุนไฟตายเกยหาดจำนวนมากโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ และเป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านี้บริเวณแนวหาดย่านนี้มีปรากฏการณ์ก้อนน้ำมัน หรือที่เรียกว่า "ทาร์บอล" เกยหาดจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานได้เข้าเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบสอบแต่ไม่มีใครทราบผลว่ามีต้นตอแหล่งที่มาจากที่ใด



นส.สุณีย์ เราะหมาน ชาวตำบลหน้าสตน ซึ่งมีอาชีพหาหอยเสียบหน้าพื้นทรายชายหาด บอกว่า ไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน แมงกะพรุนที่ขึ้นมาตายเกือบทั้งหมดเป็นแมงกะพรุนไฟมีพิษรุนแรง ไม่ทราบว่าเกิดจากเหตุใด น้ำทะเลเป็นพิษหรือไม่ปกติช่วงนี้เป็นฤดูกาลช้อนกุ้งเคยมาทำกะปิของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านไม่สามารถลงทะเลไปช้อนกุ้งเคยได้จากที่มีกะพรุนไฟจำนวนมาก ทำให้สูญเสียรายได้ในช่วงฤดูกาลซึ่งแต่ละช่วงนั้นมีโอกาสในการช้อนกุ้งเคยเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

สำหรับพื้นที่อ่าวหัวไทรตลอดแนวตำบลเกาะเพชร ตำบลหน้าสตน โดยเฉพาะบริเวณหาดแพรกเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวลงเล่นน้ำของผู้ที่มาเที่ยวชม ขณะนี้ไม่มีใครกล้าลงเล่นน้ำทะเลเนื่องจากมีแมงกะพรุนไฟจำนวนมากอยู่บริเวณหน้าหาดและที่ลอยอยู่ริมหาด ส่วนปรากฏการณ์ก้อนน้ำมันขึ้นเกยหาดจำนวนมากเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแก้ไขใดๆ ต่อผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม


https://mgronline.com/south/detail/9630000048530

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:36


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger