เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,648
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมบริเวณดังกล่าว ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้มีฝนต่อเนื่อง

สำหรับพายุไซโคลน "อำพัน" (AMPHAN) บริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง มีแนวโน้มจะเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบน

อนึ่ง พายุดีเปรสชัน "หว่องฟ้ง" (VONGFONG) บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 17 - 22 พ.ค. 63 ลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลาง มีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลน และเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบน


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 17-22 พ.ค. 63 ขอให้ประชาชนภาคใต้ฝั่งตะวันตกระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17-20 พฤษภาคม 2563)" ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2563

พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลางได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลน "อำพัน" แล้ว มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบน ซึ่งจะส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2563 ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล และคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยตั้งแต่จังหวัดกระบี่ขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลานี้









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,648
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


โควิด-19 ชุบชีวิตท้องทะเลไทย สัตว์น้ำ-ปะการังอวดโฉมงดงาม ................... โดย วิสุทธิ์ รองพล


(ภาพ) บริเวณทะเลแหวก สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่อยากมาเยือน ธรรมชาติฟื้นตัวสวยงาม หลังจากไม่มีคนเข้าไปท่องเที่ยวเหยียบย่ำจากวิกฤติโควิด-19.

มหันตภัยร้าย ไวรัส "โควิด?19" ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 4 ล้านคน เสียชีวิตทะลุไปกว่า 3 แสนคนนับเป็นหายนะครั้งใหญ่สุดที่เกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติบนโลกใบนี้

ที่น่าวิตกคือไม่มีใครยืนยันได้ว่าเชื้อร้ายนี้จะแพร่ระบาดไปอีกยาวนานแค่ไหน ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่สามารถผลิตวัคซีนขึ้นมาจัดการกับเชื้อร้ายตัวนี้ได้

ประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ด้วยมาตรการที่เข้มงวดของรัฐบาลประกอบกับคนส่วนใหญ่ในชาติให้ความร่วมมือ ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ในระดับหนึ่ง เห็นได้จากยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แม้สถานการณ์วิกฤตินี้จะมีแต่สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติ แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับส่งผลดีต่อธรรมชาติของโลกชนิดกลับตาลปัตร

ที่ผ่านมามนุษย์ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย ในการแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเองมายาวนาน จนสภาพธรรมชาติได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เสื่อมสภาพเสียหายไปจนยากจะฟื้นฟู


วาฬเพชฌฆาตดำ ฝูงใหญ่กว่า 30 ตัว โผล่ขึ้นมาเล่นน้ำบริเวณเกาะรอก ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ หลังจากธรรมชาติฟื้นตัว.

ทรัพยากรเหล่านี้ถูกใช้ไปกับกิจกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนอกจากทรัพยากรธรรมชาติจะถูกทำลายไปแล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของบรรดาสัตว์ทั้งบนบกและในทะเลด้วย

จนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศแทบจะไม่ปรากฏภาพของสัตว์ป่าตามธรรมชาติให้ได้เห็น เพราะถูกบุกรุกคุกคามแย่งชิงพื้นที่อยู่อาศัยจากน้ำมือมนุษย์มานานมาก

เมื่อเกิดวิกฤติต่อผู้คน กิจกรรมต่างๆถูก "ล็อกดาวน์" รวมไปถึงกิจกรรมการท่องเที่ยว เริ่มปรากฏการณ์ฟื้นตัวของธรรมชาติในหลายๆพื้นที่โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งไม่ถูกรบกวนจากมนุษย์

ทะเลทุกแห่งสงบเงียบไร้ผู้คน กลายเป็นช่วงเวลาสุดวิเศษของเหล่าสัตว์หายากกลับมาปรากฏให้เราได้เห็นในหลายๆพื้นที่ของประเทศไทย

โดยเฉพาะทะเลในภาคใต้ ภาพสัตว์ทะเลต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่จากเจ้าหน้าที่หน่วยงานอนุรักษ์ แสดงให้เห็นว่าเมื่อธรรมชาติไม่ถูกรบกวน จะทำให้เราได้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย


เหล่าปลาการ์ตูน และ ฝูงปลา ที่อาศัยหากินตามปะการัง ว่ายหากินสบายใจบริเวณเกาะห้า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่.

เหล่าสัตว์ทะเลหายาก อาทิ พะยูน โลมา เต่าทะเล หรือแม้แต่ วาฬ สายพันธุ์ต่างๆ ปรากฏโฉมออกมาให้เห็นชนิดที่ผู้คนต้องตะลึง

ทะเลอันดามัน ด้าน จ.ตรัง และกระบี่ปรากฏ ฝูงพะยูน เกือบ 20 ตัว โผล่ว่ายน้ำรวมฝูงกันออกหากินใกล้เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง หรือ ฝูงวาฬเพชรฆาตดำ มากกว่า 30 ตัว โผล่ขึ้นมาเล่นน้ำใกล้เกาะรอก

ฝูงฉลามวาฬ จำนวนมาก ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และ ฝูงฉลามหูดำ นับสิบๆตัว เข้ามาหากินที่หมู่เกาะพีพี และเกาะห้อง จ.กระบี่

ส่วน สระมรกต แหล่งท่องเที่ยวอันซีนชื่อดังของ จ.กระบี่ ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประบางคราม มีสภาพฟื้นตัวเช่นกัน จากเดิมพื้นที่แห่งนี้เคยคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่มาวันนี้กลับพบเห็นปลาเล็กปลาน้อย แหวกว่ายเข้ามาอาศัยหากินอยู่ในสระเป็นจำนวนมาก แม้กระทั่ง ทะเลแหวก ที่กลับมาสวยงาม

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่บางส่วนที่คนไทยได้พบเห็นการฟื้นตัวของธรรมชาติและสัตว์น้ำทะเลหายากที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 และเชื่อว่าสัตว์หายากที่ไม่มีโอกาสได้เห็น ยังมีอีกมากในสภาพธรรมชาติของไทย

ธรรมชาติที่ปรากฏให้เห็น เหมือนต้องการจะสื่อให้มนุษย์ได้เห็นว่า ที่ผ่านมาเราบุกรุกคุกคามธรรมชาติไปมากแค่ไหน เราแย่งชิงพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าไปมากเท่าไหร่ ถึงเวลาที่เราควรจะทบทวน ใช้ประโยชน์อย่างไรให้อยู่ในระดับพอดี ไม่ไปทำลาย ไม่ไปรุกรานพวกเขามากเกินไป

ขณะเดียวกันคงต้องขอชื่นชมผู้คนอีกหลายๆ กลุ่มที่ใช้วิกฤติครั้งนี้ ช่วยในการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติให้กลับมาสวยงามให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มนักดำน้ำบนเกาะพีพี ได้ระดมเหล่าจิตอาสาทั้งคนไทย และคนต่างชาติช่วยกันจัดการคลีนพื้นที่
ใต้ทะเลบริเวณเกาะพีพี


สระมรกต แหล่งท่องเที่ยวดังกระบี่ถูกปิดตัวส่งผลให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู ปลาเล็กปลาน้อยเข้ามาอาศัยหากินมากขึ้นเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของเจ้าหน้าที่.

นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา กล่าวว่า การระบาดของโควิด-19 แม้จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่อย่างน้อยทำให้ธรรมชาติและสัตว์ทะเลได้มีเวลาพักฟื้น สิ่งที่เราเห็นได้มากขึ้นในตอนนี้ คือการปรากฏตัวของบรรดาสัตว์ทะเลหายากหลากหลายชนิดโดยเฉพาะวาฬเพชฌฆาตดำ สัตว์ป่าคุ้มครอง ประเภท 1

พบฝูงใหญ่ร่วม 30 ตัว ถือเป็นการรวมฝูงใหญ่ครั้งแรกในเขตน่านน้ำของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อไม่มีการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ ทำให้เราได้เห็นว่าสัตว์เหล่านี้ยังมีอยู่มากในทะเล

อยากฝากไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว การเข้าไปเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว ขอให้เว้นระยะ และเว้นพื้นที่ เพื่อให้สัตว์เหล่านี้ได้อยู่อาศัย

หากเราไม่รบกวนเขามากเกินไป สิ่งเหล่านี้ก็จะอยู่ในทะเลบ้านเราไปอีกนาน.


https://www.thairath.co.th/news/loca...Pos=2#cxrecs_s
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,648
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ทะเลพาตะกอนเลนรุกกลืนหาดทราย ชาวประมงท่าศาลาเดือดร้อนหนักนำเรือเข้าฝั่งไม่ได้



นครศรีธรรมราช - ชาวประมงพื้นบ้านใน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เดือดร้อนหนัก หลังนิเวศชายฝั่งเปลี่ยนสภาพอย่างรุนแรง ทะเลพาตะกอนเลนรุกกลืนหาดทรายแห้งกลายเป็นดินเหนียว จนไม่สามารถนำเรือเข้าฝั่งได้

ที่ชุมชนประมงบ้านบ้านบางใบไม้ บ้านในถุ้ง ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ที่กำลังประสบปัญหานิเวศชายฝั่งเปลี่ยนสภาพอย่างรุนแรง ในฤดูมรสุมปีนี้ยิ่งรุนแรงหนัก หลังจากคลื่นลมได้ซัดเอาตะกอนเลนมาทับถมบริเวณชายหาด ซึ่งเป็นจุดจอดเรือของชาวประมงพื้นบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณย่านนี้ จนส่งผลให้ไม่สามารถนำเรือเข้าฝั่งได้ตามวิถีชีวิตปกติ ต้องสร้างจุดจอดเรือโดยใช้แรงงานคน พยายามลากตะกอนเลนเปิดร่องน้ำให้เรือเข้าออกจากฝั่งได้ แต่ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกำลังทำให้เกินกำลังชาวประมงพื้นบ้านที่จะช่วยกันแก้ไขพื้นที่ชุมชนตัวเอง หลังจากตะกอนเลนเริ่มแข็งตัวกลายเป็นดินเหนียวแข็ง



นายเจริญ โต๊ะอีแต แกนนำชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยว่า ได้ศึกษาข้อมูลค้นคว้าหาต้นตอการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศเช่นนี้ จากเดิมที่เป็นหาดทรายสวยงาม ความเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2549-2550 เป็นต้นมาเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาสำคัญคือการขุดลอกร่องน้ำสำหรับเรือขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอ่าวปากพนัง ร่องอ่าวปากนคร ร่องน้ำท่าศาลา แล้วนำดินที่ได้จากการขุดอกไปทิ้งกลางทะเลไม่ไกลพอ ทำให้คลื่นลมซัดกลับเข้ามาหาฝั่งจนเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก

"ชาวบ้านพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยภูมิปัญญา เช่น การใช้ไม้ไผ่ การใช้อุปกรณ์ที่ดัดแปลง พอบรรเทาได้บ้าง แต่ระยะหลังความรุนแรงของการซัดตะกอนเข้าหาฝั่งเพิ่มมากขึ้น ระยะแรกจะอยู่ในสภาพเลนตมเหลวข้นไม่สามารถขุดได้ แต่หลังจากน้ำเริ่มลดจะเริ่มแข็งตัวอย่างรวดเร็ว มีการแข็งตัว และยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เกินกำลังชุมชนที่จะใช้แรงงานแก้ไข ทำได้แค่พยายามเปิดร่องน้ำพอให้เรือเข้าออกได้เป็นจุดๆ" นายเจริญ กล่าว

สำหรับพื้นที่ย่านนี้ เดิมมีรายงานเป็นย่านท่องเที่ยวทางทะเลที่เก่าแก่ของชาวนครศรีธรรมราช มีลักษณะเป็นหาดทรายขาวสวยงาม เช่น หาดสระบัว หาดแสงทอง หาดในถุ้ง เป็นที่นิยมท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดของชาวนครศรีธรรมราช แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สภาพนิเวศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้กลืนหาดทรายขาวดั้งเดิมไปจนสิ้นสภาพตลอดแนวกว่า 15 กิโลเมตร


https://mgronline.com/south/detail/9630000051081

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,648
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


ก.ทรัพย์ ปิดอ่าวมาหยาและเกาะไม้ไผ่ต่อเนื่องฟื้นฟูปะการัง ขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ทะเลเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น



นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความคืบหน้าการปิดอ่าวมาหยาและเกาะไม้ไผ่ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ทะเล ว่า หลังจากมีมาตรการปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลพบพื้นที่อ่าวมาหยาฟื้นตัวอย่างมาก โดยเฉพาะทรัพยากรบนบก ส่วนทรัพยากรใต้ทะเลพบปะการังยังไม่สามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ จึงจำเป็นต้องปิดอ่าวมาหยาต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้สภาพของปะการังที่ถูกทำลายกลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาชื่นชมความสวยงาม ขณะเดียวกันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังมีแนวความคิดจะสร้างท่าเทียบเรือทางด้านบริเวณหลังอ่าวมาหยา ที่สำคัญยังช่วยอนุรักษ์ปริมาณปะการังที่อยู่บริเวณด้านหน้าของอ่าวมาหยาให้มีความอุดมสมบูรณ์และไม่ถูกทำลายด้วยสมอเรือที่ถูกทิ้งจากเรือท่องเที่ยว ทั้งนี้ ในอนาคตจะไม่อนุญาตให้เรือเข้าจอดบริเวณด้านหน้าอ่าวมาหยาอีกต่อไป

สำหรับปะการังที่จะได้รับผลกระทบจากการสร้างท่าเทียบเรือนั้นได้ให้ทีมนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยจากหลายแห่งเข้ามาศึกษาแนวทางที่เหมาะสม เนื่องจากมีแผนที่จะย้ายปะการังเป็นระยะทางตั้งแต่ 5 - 15 เมตร โดยต้องปลอดภัยจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้องเกิดประโยชน์มากที่สุด โดยจะมีการหารือกันต่อไป


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...00516200100365

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:21


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger