เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 30-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 30 ธันวาคม 2557

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

ในวันนี้จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2558 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และปริมาณฝนตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2558

สำหรับประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดเขาสูงจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2558

อนึ่ง พายุโซนร้อน “ชังมี” (jangmi) บริเวณทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 30-31 ธันวาคม 2557 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 30-31 ธ.ค. 57 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

สำหรับในช่วงวันที่ 1-3 ม.ค. 58 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง และอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 2-3 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย จะยังคงมีกำลังแรง ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูง 2-4 เมตร

อนึ่ง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ (วันที่ 31 ธ.ค. - 2 ม.ค.) ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส โดยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดเขาสูงจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นในบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 29 ธ.ค. 2557-3 ม.ค.2558 บริเวณประเทศไทยตอนบนอากาศจะเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 29-31 ธ.ค. 2557 ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 30 ธ.ค.-3 ม.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนขอให้รักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ในช่วงวันที่ 29-31 ธ.ค. 2557 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และปริมาณฝนตกสะสม สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ตลอดช่วง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2_01.jpg (31.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (69.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Preesure-Map.jpg (112.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave.jpg (103.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 30-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default

ไทยรัฐ


คืบหน้าไฟไหม้เรือเฟอร์รี่อิตาลี อพยพผู้โดยสารครบแล้ว ดับ 8 ราย


(ภาพ: AFP PHOTO)

ทีมกู้ภัยสามารถอพยพผู้โดยสารหลายร้อยคน ออกจากเรือเฟอร์รี่สัญชาติอิตาลี ที่เกิดเพลิงไหม้เมื่อวันอาทิตย์ ได้หมดทุกคนแล้ว ขณะที่ทางการเตรียมสืบสวนหาสาเหตุของไฟไหม้...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมกู้ภัยของประเทศอิตาลีและกรีซ สามารถอพยพผู้โดยสารมากกว่า 400 คนบนเรือเฟอร์รี่ 'นอร์แมน แอตแลนติก' ซึ่งเกิดไฟไหม้ลกลางทะเลใกล้เกาะคอร์ฟู เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ครบทุกคนแล้ว ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 8 รายในเหตุการณ์นี้ โดยชายคนหนึ่งเสียชีวิตหลังกระโดดหรือตกลงมาจากเรือ อีก 4 คนถูกพบในทะเล ส่วนที่เหลือยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

เรือเฟอร์รี่ลำนี้บรรทุกผู้โดยสารมากกว่า 422 คน, ลูกเรือ 56 คน และยานพาหนะอีก 222 คัน ก่อนที่เพลิงจะเริ่มลุกไหม้เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ เพียงไม่นานหลังจากเรือลำนี้เดินทางออกจากเมืองอิกูเมนิตซา ประเทศกรีซ มุ่งหน้าไปยังเมืองอังโคนา ประเทศอิตาลี โดยเชื่อว่าต้นตอของไฟมาจากพื้นที่โรงรถแต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด


ภาพจากกองทัพเรืออิตาลี แสดงให้เห็นสภาพของเรือเฟอร์รี่ นอร์แมน แอตแลนติก หลังถูกเพลิงไหม้

ปฏิบัติการกู้ภัยในวันอาทิตย์เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีควันไฟหนาทึบปกคลุมเรือ รวมทั้งอากาศที่หนาวเย็นและลมแรง ทำให้ต้องอพยพผู้โดยสารออกมาทางอากาศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเฮลิคอปเตอร์หลายลำพร้อมลูกเรือติดตั้งกล้องมองกลางคืน (ไนท์วิชั่น) อพยพผู้โดยสารในมากกว่า 100 คนตลอดคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ต่อมาในวันจันทร์ ทีมกู้ภัยก็สามารถช่วยผู้โดยสารออกจากเรือได้ทุกคน โดยเหลือเพียงกับเรือและเจ้าหน้าที่อีก 4 คนเท่านั้นที่ยังอยู่บนเรือเฟอร์รี่ลำนี้ ขณะที่นายนิกอส ลากาดิอานอส โฆษกหน่วยยามฝั่งของกรีซเผยว่า พบศพผู้เสียชีวิต 4 รายในทะเล และมีเด็กอย่างน้อย 3 คน และผู้หญิงอีก 1 คน ถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จากภาวะร่างกายมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ

ด้านอัยการของประเทศอิตาลี ประกาศในวันจันทร์ว่า พวกเขาได้เริ่มการสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ เพื่อดูว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่


**************************************************************************************


พายุหิมะถล่มยุโรปหนัก ฝรั่งเศส เยอรมนีอ่วม



พายุหิมะถล่มยุโรปหนัก ฝรั่งเศสผู้คนติดค้างบนถนนจำนวนมาก เหตุเพราะรถไม่สามารถวิ่งต่อได้ เยอรมนีรถติดยาว 25 กิโลเมตร...

ความเคลื่อนไหวที่ประเทศฝรั่งเศสหลังต้องเผชิญกับพายุหิมะที่พัดเข้าถล่มทางด้านเทือกเขาแอลป์ ล่าสุด มีรายงานว่า พบมีคนจำนวนหนึ่งต้องติดอยู่บนถนนเนื่องจากยานพาหนะต่างๆ ถูกพายุหิมะถล่มแถบเทือกแอลป์แถบเทือกแอลป์จนไม่อาจเดินทางต่อไปได้ ส่วนท่าอากาศยานที่เมืองแชมเบอรี่ ก็มีผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องบินจำนวนหลายร้อยคนด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า พบผู้ขับขี่รถยนต์เสียชีวิต 1 ศพ จากอุบัติเหตุตกเหวในเขตอิซิเร่ และมีผู้เสียชีวิตอีก 3 ศพ จากอุบัติเหตุที่เกิดจากหิมะตกหนัก โดยสภาพเช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษและประเทศเยอรมนีด้วยเช่นกัน โดยที่อังกฤษ บริษัทคริสตัลสกี ต้องจัดหาเที่ยวบินฉุกเฉินให้กับผู้โดยสารชาวอังกฤษที่ติดอยู่ที่สนามบินแชมเบอรี่ ของฝรั่งเศสโดยด่วน


นายเกวิน ริกบี้ ผู้โดยสารชาวอังกฤษคนหนึ่ง ระบุว่าต้องใช้เวลาเดินทางถึง 11 ชั่วโมง จากเมืองวัล ดีเซเร่ ไปเมืองบูร์ก ซองต์ มอริซ ซึ่งปกติจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น พร้อมกับกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสไม่ได้ช่วยเหลือผู้ขับขี่รถยนต์ที่ติดอยู่ในหิมะเท่าที่ควร โดยเฉพาะการเตือนผู้ขับขี่ให้ติดตั้งโซ่หุ้มล้อหลังจากหิมะตกหนักตลอดคืน ส่วนที่เมืองสตุ๊ตการ์ทของเยอรมนี รถติดยาวถึง 25 กิโลเมตร บนถนนมอเตอร์เวย์สาย เอ8 หลังหิมะตกหนัก และที่อังกฤษ บ้านหลายร้อยหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ด้านนายแบร์นาร์ด กาเซเนิฟ รัฐมนตรีมหาดไทยของฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังและให้ยืดเวลาการเดินทางออกไป

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ต้องประกาศใช้แผนฉุกเฉินใน 12 เมือง เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์และนักท่องเที่ยวหลายพันคน เข้าพักในอาคารก่อน เนื่องจากไม่สามารถเดินทางถึงที่หมายได้ ไม่ว่าจะเป็นที่สกีรีสอร์ท สนามบิน หรือสถานีรถต่างๆ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางถึงสนามบินแชมเบอรี่เมื่อวานนี้ ไม่สามารถเดินทางไปต่อได้ โดยต้องติดอยู่ที่สนามบินนานถึง 9 ชั่วโมงก่อนจะได้ที่พัก ซึ่งส่วนใหญ่ต่างประหลาดใจกับความโกลาหลที่เกิดขึ้น และคาดไม่ถึงว่าหิมะตกหนักจะสร้างปัญหาได้มากขนาดนี้.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 30-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default

เดลินิวส์


โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด พลังงานทาง(ที่ต้อง)เลือก?



การผลิตกระแสไฟฟ้าในบ้านเราใช้เชื้อเพลิงจากหลายแหล่ง ทั้งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน พลังงานน้ำ แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ โดยมีก๊าซชีวภาพเป็นกำลังหลักถึง 70% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด

แต่ก๊าซธรรมชาติภายในประเทศ กำลังจะหมดลงภายในไม่ถึง 10 ปีนี้ ทำให้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2015) มีนโยบายลดการพึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติลง และปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่น้อยลงนี้ ทำให้ราคาก๊าซสูงมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลต่อผู้บริโภคที่ต้องแบกรับค่าไฟฟ้าซึ่งแพงขึ้นตามไปด้วย

แม้ไทยจะนำเข้าก๊าซฯ จากประเทศเพื่อนบ้านได้บางส่วน แต่ก็เป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางไฟฟ้า เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินประเทศเพื่อนบ้านหยุดส่งก๊าซเนื่องจากต้องซ่อมบำรุงแหล่งผลิตก๊าซ ไทยก็ต้องรับมือกับการขาดแคลนเชื้อเพลิง และตั้งรับสถานการณ์ที่อาจเกิดไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับ ซึ่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอย่างประเมินค่ามิได้ ดังนั้นการผลิตกระแสไฟฟ้าจึงต้องพึ่งพลังงานทางเลือก อย่าง ลม น้ำ และแสงอาทิตย์มากขึ้น เหมือนหลาย ๆ ประเทศ อาทิ ประเทศเยอรมนี ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน แต่หลังจากเหตุการณ์ระเบิดที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ที่ญี่ปุ่น ก็มีแผนปฏิรูปพลังงานโดยยกเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์ ลดการนำเข้าก๊าซฯ และน้ำมัน หันมาชูพลัง งานหมุนเวียนเป็นพระเอก

เยอรมนีให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าโดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่โรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมอย่างเชื้อเพลิงถ่านหินก็ยังคงมีความสำคัญ เพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าและรักษาระบบไฟฟ้าให้มั่นคง โดยเฉพาะช่วงเวลาไม่มีลม ไม่มีแสงอาทิตย์ โดยในปี 2556 ไฟฟ้าที่ผลิตได้ มาจากเชื้อเพลิงถ่านหินทุกประเภทรวมกันถึง 45% ของเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าในเยอรมนี นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตด้วยว่าถึงแม้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะพัฒนาไปอย่างมาก แต่เยอรมนีก็กำลังเผชิญปัญหา ประชาชนต้องแบกภาระจ่ายค่าไฟสูงขึ้นเช่นกัน



สำหรับประเทศไทย ถ่านหิน ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกแรก ๆที่สามารถทดแทนก๊าซธรรมชาติได้เมื่อเทียบกับพลังงานทดแทนอื่น ๆ เนื่องจากมีปริมาณสำรองที่ยังมีอยู่จำนวนมาก สามารถใช้ได้นานนับร้อย ๆ ปี รวมถึงต้นทุนในการนำไปผลิตไฟฟ้ามีราคาต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ๆแต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณพลังงานที่ยังไม่มีความเสถียรมากพอ

ภาพลักษณ์เดิม ๆ ของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่สร้างมลพิษ อาจทำให้ประชาชนยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่มาใช้ ทำให้ลบภาพน่ากลัวของโรงไฟฟ้าถ่านหินไปได้ระดับหนึ่ง ตัวอย่าง โรงไฟฟ้าที่จังหวัดกระบี่ ที่มีการนำ เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด(Clean Coal Technology) มาใช้ ซึ่งมีการควบคุมไม่ให้เกิดมลพิษ 3 ขั้นตอน แบ่งเป็น ก่อนการเผาไหม้ ขณะเผาไหม้ และหลังการเผาไหม้

ขั้นตอนก่อนการเผาไหม้ เรียกว่า การปรับสภาพถ่านหิน ด้วยการกำจัดสิ่งเจือปนต่าง ๆ ออก เช่น ฝุ่นละออง เศษดิน เศษหิน และสารประกอบอนินทรีย์เพื่อลดปริมาณขี้เถ้าและกำมะถัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มค่าความร้อนของถ่านหินในการเผาไหม้ แบ่งเป็น 3 วิธี คือ ทำความสะอาดถ่านหินด้วยวิธีทางกายภาพ วิธีทางเคมี และวิธีทางชีวภาพขั้นตอนขณะเผาไหม้ ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ได้ปรับปรุงระบบเตาเผาให้มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้ถ่านหินร้อยละ 40-55 และใช้เทคโนโลยีหม้อไอน้ำแบบ Supercrittical Boiler(SC) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้

และ ขั้นตอนหลังการเผาไหม้เชื้อเพลิง เป็นการใช้เทค โนโลยีเพื่อกำจัดมวลสารหลังจากการเผาไหม้ถ่านหินแล้ว ได้แก่ ฝุ่น ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งปัจจุบันมีประสิทธิภาพกว่าร้อยละ 90 ทำให้การระบายมลสารต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะที่เคยสร้างมลพิษ อาจเป็นฝันร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก และเทคโนโลยีพลังงานถ่านหินสะอาดก็อาจเป็นคำตอบว่าไทยจะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ดีมีคุณภาพ ไม่ซ้ำรอยเดิม รวมไปถึงเป็นพลังงานทาง (ที่ต้อง) เลือก?.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 30-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default

ข่าวสด


พายุซัดเรือบรรทุกสินค้าไปเกาะพีพีล่ม-ลูกเรือพม่าสูญหาย 1 ราย



เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 29 ธ.ค. พ.ต.ท.ชัยสิทธิ์ ฆารเจริญ สารวัตร สถานีตำรวจน้ำกระบี่ นำเรือตรวจการณ์ 523 พร้อมเจ้าหน้าที่ 10 นาย เร่งช่วยเหลือลูกเรือส.จตุพร ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าระหว่างกระบี่-เกาะพีพี หลังประสบเหตุล่มกลางทะเล บริเวณอ่าวรันตี ม.7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ห่างจากท่าเรือเกาะพีพี ประมาณ 2 กิโลเมตร เบื้องต้น สินค้าที่อยู่ในเรือได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนลูกเรือและกับตัน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือลูกเรือไว้ได้ปลอดภัยรวม 14 คน และยังคงสูญหายอีก 1 คน คาดว่าเป็นลูกเรือชาวพม่า



จาการการสอบสวนนายต่อศักดิ์ ประดิษฐ์เจริญ อายุ 59 ปี เจ้าของเรือส.จตุพร ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเรือได้บรรทุกสินค้า ออกจากฝั่งท่าเทียบเรือที่แพป.ต่อศักดิ์ ม.7 ต.ไสไทย ในเวลา 13.30 น. เพื่อนำสินค้าไปส่งที่เกาะพีพี โดยมีนายเสกสรร ช่างเรือ อายุ 50 ปี เป็นกัปตัน โดยมีลูกเรือทั้งหมด 14 คน เป็นคนไทย 1 คน ที่เหลือเป็นสัญชาติพม่า แต่ระหว่างทาง เมื่อไปถึงบริเวณอ่าวรันตี เกิดพายุฝนและคลื่นลมแรง คลื่นสูงประมาณ 4 เมตร ซัดเข้าลำเรือ ทำให้เรือเกิดพลิกตะแคง ก่อนจมลงอย่างช้าๆ ทำสินค้าได้รับความเสียหาย มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ส่วนลูกเรือต้องลอยคออยู่กลางทะเลกว่า 30 นาที ก่อนที่ เจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย ส่วนลูกเรือพม่าที่สูญหาย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างค้นหา และยังไม่พบตัวแต่อย่างใด

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 30-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default

แนวหน้า


ทรัพยากรท่องเที่ยวธรรมชาติ ต้องบริหารจัดการให้ยั่งยืน



สภาพอากาศที่หนาวเย็น อุณหภูมิลดต่ำต่อเนื่อง เป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจตามสถานที่ท่องเที่ยงธรรมชาติหลายแห่งในทางภาคเหนือ-อีสาน จำนวนมาก

ยกตัวอย่าง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีนักท่องเที่ยวจำนวน 13,593 คน รถยนต์ 3,102 คัน และรถจักรยานยนต์ 466 คัน

บริเวณลานกางเต็นท์ถูกจับจองจนเต็มพื้นที่ แน่นขนัด

การเดินทางขึ้นดอยอินทนนท์ มีถนนลาดยางบริการพร้อมสรรพ รถยนต์สามารถขึ้นไปได้ถึงจุดชมวิวยอดดอย นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงนิยมขับรถขึ้นไปเอง ทำให้แต่ละวันมีจำนวนรถวิ่งขึ้น-ลงจำนวนมาก

มีทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ส่วนตัว รถตู้เหมา และรถสองแถวสีเหลืองรับจากตีนดอยขึ้นไปยอดดอย นอกจากนี้ยังมีรถชุมชนร่วมเดินรถกับรถเหลืองด้วย

การจราจรขึ้นดอยจึงแน่นขนัด แออัด ควันไอเสียคลุ้งกระจาย และรถติดกันเป็นแพ โดยเฉพาะช่วงทางโค้งลาดชัน (กรณีนี้ ทางขึ้นดอยสุเทพก็เช่นกัน)

โดยเฉพาะรถต่างถิ่นที่ไม่คุ้นชินเส้นทางคดเคี้ยวลาดชัน ยิ่งรถยนต์ส่วนตัวของนักท่องเที่ยว “มือใหม่หัดตะกายดอย” ก็มักจะทำให้คนใช้รถใช้ถนนร่วมได้มีความหวาดเสียวอยู่บ่อยครั้ง ไม่นับรายที่รถจอดเสียข้างทาง ขัดขวางไหล่ทาง กีดขวางการจราจร ทำให้รถติด เพิ่มอันตราย เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ฯลฯ

สภาพปัญหาเช่นนี้ มักเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล วันหยุดยาว

ในระยะยาว หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีพอ โดยเฉพาะการควบคุมเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว อาจจะทำลายความยั่งยืนของทรัพยากรท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างน่าเสียดาย แทนที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติ กลับต้องเจอกับคลื่นมหาชน กองทัพผู้บริโภค แย่งกันกิน แย่งกันใช้สถานที่ ได้รับความพึงพอใจต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

การควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว จะทำอย่างไรได้บ้าง?

1) จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่

อาจขีดเพดานไว้เลย ว่าอุทยานใดจะรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนเท่าใด ในแต่ละช่วงเวลา

หากมีคนผ่านเข้าไปในพื้นที่ครบจำนวนเมื่อใด ก็ห้ามเข้าอีก จนกว่าจะมีคนเดินทางออกมา

เมื่อแรกทำ อาจจะมีคนไม่พอใจ เพราะเกิดความรู้สึกว่าเดินทางไปเสียเที่ยว แต่หากดำเนินการสม่ำเสมอ จริงจัง ต่อเนื่อง ก็จะเป็นการสร้างรูปแบบวัฒนธรรมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติขึ้นมาใหม่ มีความเคารพต่อธรรมชาติ เห็นคุณค่าของธรรมชาติ ไม่มีของฟรี

หากที่นี่เต็ม ก็ผ่องถ่ายไปที่อื่นๆ กระจายการท่องเที่ยวออกไป กระจายรายได้

ทางการควรจะต้องมีการพัฒนาระบบการจองพื้นที่ให้เป็นกิจจะลักษณะ สำหรับคนที่ต้องการได้รับความแน่นอน เพื่อรองรับการวางแผนการเดินทาง เสมือนหนึ่งอุทยานธรรมชาติก็เป็นโรงแรมที่พักที่มีอยู่จำกัดเหมือนกัน จะต้องจองเหมือนกัน ไม่ใช่มาเมื่อไหร่ มาเท่าไหร่ ก็จะยัดทะนานกันเข้าไปเรื่อยๆ

2) เก็บเงินค่าเข้าเที่ยวชมในอัตราที่เหมาะสม

โดยอาจจะใช้วิธีสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวต้องเก็บขยะลงมาด้วย เพื่อแลกคืนค่าผ่านประตูบางส่วนก็ได้

3) จำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัวเข้าไปในพื้นที่

ทางการอาจจัดหาที่จอดรถไว้ด้านล่าง แล้วมีระบบรถขนส่งคนขึ้นไปสู่ยอดดอย ซึ่งอาจจะร่วมกับบรรดารถขนส่งสาธารณะที่ดำเนินการอยู่ รถชุมชนท้องถิ่น พัฒนาระบบให้มีความปลอดภัย มีความสวยงาม มีเสน่ห์มากขึ้น

วิธีนี้จะลดปริมาณรถยนต์ส่วนตัว มิให้ขึ้นแออัด ปล่อยมลพิษ

ที่สำคัญ ลดความเสี่ยงจากรถยนต์ที่สภาพไม่พร้อม และคนขับที่ไม่ชำนาญทาง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอันตราย อุบัติเหตุ ตลอดจนความล่าช้าบนเส้นทาง

4) จำกัดพฤติกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติ

เพื่อล็อกสเปกนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมพึงประสงค์เท่านั้นจึงจะเข้าไปใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติได้ เช่น ห้ามดื่มสุรา ห้ามเครื่องเสียง ฯลฯ มาตรการในลักษณะนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งหายไปโดยปริยาย

ควรจะต้องมีการควบคุมการบังคับใช้อย่างจริงจังด้วย

5) สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมี “ป้อมปราการธรรมชาติ” เป็นเสมือน “ด่านสกัดกั้นผู้บริโภค” อยู่แล้ว ก็ไม่ควรจะไปทำลาย อาทิ ภูกระดึง เป็นต้น



การเดินทางขึ้นภูกระดึงมีหนทางที่ยากลำบาก นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าสถานเดียว ไม่สามารถใช้รถขึ้นไปถึงที่หมายได้ ต้องป่ายปีนเส้นทางลาดชัน ต้องฝ่าฟันอุปสรรค เป็นเสมือน “ตัวคัดกรอง” ปริมาณนักท่องเที่ยวอยู่ในตัว

ถึงกระนั้น ก็ยังปรากฏว่า ในบางช่วงเทศกาล ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นภูกระดึงจำนวนมาก จนต้องพยายามใช้วิธีจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวเหมือนกัน

มิฉะนั้น สภาพบนภูก็จะดูคล้ายชุมชนแออัดของนักท่องเที่ยว ทำลายสมดุลธรรมชาติ ซึ่งสุดท้าย นักท่องเที่ยวเองก็จะได้รับความพึงพอใจจากการเดินทางมาท่องเที่ยวต่ำลง

ด้วยเหตุนี้ ไม่ควรที่จะไปทำลาย “ตัวคัดกรอง” ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเช่นนี้

แนวคิดที่จะไปก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเบ็ดเสร็จ อาทิ กระเช้าขึ้นภูกระดึง เป็นการทำลายตัวคัดกรองตามธรรมชาติข้างต้น ไม่ควรจะทำ (ยังไม่ได้พิจารณาว่าตัวโครงการมีผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร)

หรือถ้าวันใดวันหนึ่งข้างหน้า มีการดึงดันทำจริงๆ ก็จะต้องมีมาตรการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อความสมดุลของธรรมชาติมากไปกว่านี้

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 30-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,982
Default

สำนักข่าว INN


อินเดียหนาวจัดเสียชีวิตแล้วกว่า 130 คน



อินเดีย เผชิญสภาพ อากาศหนาวจัด ทางภาคเหนือและตะวันออก ตลอดทั้งเดือน โดยบางพื้นที่ ลดลงเหลือ เพียง 0.5 องศาส่งผลให้ มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 130 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ต้องเผชิญสภาพอากาศหนาวจัดมีอุณหภูมิ 2.6 องศาเซลเซียส และมีหมอกหนาทึบช่วงเช้ามืด ส่งผลกระทบต่อ การบิน ถึง137เที่ยวบิน เที่ยวล่าช้าและอีก 14 เที่ยวถูกยกเลิก และรถไฟอีก 78 เที่ยวล่าช้า โดยสภาพอากาศหนาวเย็นที่แผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกตลอดเดือนนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 130 คน ซึ่งมากถึง 124 คนอยู่ในรัฐอุตตระประเทศ โดย 25 คนเสียชีวิตเมื่อสุดสัปดาห์ และเมืองมิซราปุระของรัฐนี้มีอุณหภูมิลดต่ำที่สุด 0.5 องศา นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 12 คน ในรัฐพิหาร กรุงนิวเดลี และรัฐหรยาณา โดย ฤดูหนาวในอินเดียมักเริ่มขึ้นในเดือน ธ.ค.และสิ้นสุดในเดือน ก.พ. และพยากรณ์อากาศคาดว่าอากาศหนาวเย็นจะยังปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนือของประเทศอีกอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:29


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger